ในแวดวงวิชาการของตะวันตก คำถามเรื่อง 'เมื่อใด' ได้ถูกยกขึ้นเป็นประเด็นหลักครั้งแรกจากงานเขียนของวอล์กเกอร์ คอนเนอร์ ในบทความที่มีชื่อว่า "When is a nation?" (เมื่อใดจึงเป็นชาติ?) ซึ่งพิมพ์ในวารสาร Ethnic and Racial Studies ในปี ค.ศ. 1990 เราจึงเลือกแปลบทความนี้ (แปลโดย เก่งกิจ กิติเรียงลาภ) พร้อมทั้งใช้ชื่อบทความนี้เป็นชื่อของหนังสือเล่มนี้ อย่างไรก็ตาม แอนโทนี ดี. สมิธจะเขียนบทความในชื่อเดียวกันคือ "When is a Nation?" (เมื่อใดที่ชาติหนึ่งถือกำเนิดขึ้น?) ที่พิมพ์ในวารสาร Geopolitics ใน ค.ศ. 2002 เพื่อโต้เถียงกับบทความของคอนเนอร์ที่พิมพ์ก่อนหน้านี้ถึง 12 ปี (แปลโดย ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี)
อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะเข้าใจการโต้เถียงระหว่างคอนนอร์และสมิธได้ดียิ่งขึ้น เราได้เลือกแปลบทความ "Mapping the Field: Theories of Nationalism and the Ethnosymbolic Approach" (การทำแผนที่ทางสนาม: ทฤษฎีชาตินิยมและแนวทางศึกษาแบบชาติพันธุ์เชิงสัญลักษณ์) ของแดเนียล คอนแวร์ซี (Daniele Conversi) (แปลโดย พิพัฒน์ พสุธารชาติ) เนื่องจากคอนแวร์ซีเป็นนักวิชาการด้านชาตินิยมที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในงานของคอนเนอร์และสมิธ ที่สำคัญคือบทความของคอนแวร์ซียังได้อธิบายและให้บริบทต่อแนวทางศึกษาแบบชาติพันธุ์เชิงสัญลักษณ์ (ethnosymbolic) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยสมิธเพื่อคัดง้างกับแนวทางศึกษาแบบสมัยใหม่นิยม (Modernism) เราจึงนำบทความนี้ของคอนแวร์ซีมาเป็นบทเเรก แล้วต่อด้วยบทของคอนเนอร์และสมิธ ตามลำดับ
ต่อมาเราได้พบหนังสือ When is the Nation?: Towards an Understanding of Theories of Nationalism (2005) ซึ่งมีอัตสึโกะ อิชิโจ (Atsuko Ichijo) และกอร์ดานา อูเซลัซ (Gordana Uzelac) เป็นบรรณาธิการ หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมบทความที่นำเสนอในการประชุมประจำปีครั้งที่ 14 ของสมาคมเพื่อการศึกษาด้านชาติพันธุ์และชาตินิยม (The Association for the Study of Ethnicity and Nationalism (ASEN)) เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2004 จัดขึ้นเนื่องในโอกาสเกษียณอายุของแอนโทนี ดี. สมิธ ซึ่งสอนหนังสืออยู่ที่ London School of Economics and Political Science (LSE) โดยหัวข้อของการประชุมครั้งนั้นคือ 'When is the Nation?' (อันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของคำถามข้อนี้)
และเพื่อให้เกิดการสร้างบทสนทนากับสมิธ เราจึงได้เลือกแปลบทความของจอห์น เบรยยี่ในหนังสือเล่มนี้คือ "Dating the Nation: How Old is an Old Nation?" (กำหนดเวลากำเนิดของชาติ: ชาติโบราณมีอายุยาวนานแค่ไหน?) (แปลโดย ธรรมชาติ กรีอักษร) โดยที่เบรยยี่ซึ่งเป็นพวกสมัยใหม่นิยม (Modernist) นั้นมุ่งถกเถียงกับคำถามที่ว่า 'When is a Nation?' และการศึกษาแบบชาติพันธุ์เชิงสัญลักษณ์ของสมิธ
ปิดท้ายหนังสือเล่มนี้ด้วยบทความ "The Dawning of Nations" (รุ่งอรุณแห่งชาติ) ของวอล์กเกอร์ คอนเนอร์ (แปลโดย ทศพล ศรีชุม) ซึ่งเป็นอีกบทในหนังสือเล่มเดียวกัน อันเป็นการวิจารณ์บทความของเบรยยี่โดยตรง (รวมทั้งวิจารณ์ "When is a Nation?" ของสมิธตามไปด้วย) โดยที่คอนเนอร์ซึ่งเป็นพวกรากเหง้านิยม (Primordialist) แม้จะไม่เห็นด้วยกับนิยามเรื่อง 'ชาติ' ของทั้งเบรยยี่และสมิธ แต่เขากลับเห็นด้วยกับหลายสิ่งที่เบรยยี่อธิบายในบทความโดยเฉพาะเรื่องสำนึกของความเป็นชาติที่เกิดขึ้นกับมวลชน
ธเนศ วงศ์ยานนาวาซึ่งเป็นคนที่แนะนำให้เรารู้จักกับบทความ "When is a nation?" ของวอล์กเกอร์ คอนเนอร์ได้กรุณาเขียนบทนำขนาดยาวคือ "เมื่อตาบอดคลำ "Nation" ตะวันตก" เพื่อเป็นการปูพื้นและเล่าถึงเนื้อหาในบทความของคอนเนอร์ สมิธ และเบรยยี่เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่ผู้อ่านจะเริ่มอ่านบทความเหล่านี้ด้วยตัวเอง ธเนศยังเล่าถึงอิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่มีต่อแนวคิดเรื่อง 'ชาติ' ในตะวันตกได้อย่างน่าพิศวง
Guess this book should be considered as a type of academic writing. With too many terminologies, for me, it is quite hard to clearly understand what he wanted to explain.