What do you think?


ไต้ก๋ง
"มือที่วางคันเบ็ดไปแล้ว ใจไม่ควรจดจ่ออยู่กับปลาที่มองไม่เห็น"
384 pages, Hardcover
First published December 1, 2019
About the author
ประชาคม ลุนาชัย
32 books16 followersนักเขียนประสบการณ์โชกโชนผู้เคยผ่านต่อสู้ชีวิตมาหลากหลายประเภท ตั้งแต่เป็นพนักงาน เสิรฟร้านอาหาร เด็กโรงน้ำชา กรรมกรโรงงานรองเท้า โรงงานขนมปัง โรงนุ่น บ๋อยภัตตาคาร เด็กเสริฟร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยวและลูกเรือประมง
ประชาคม ลุนาลัย เป็นชาวจังหวัดยโสธรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยความ มุ่งหวังว่าจะมาเรียนหนังสือต่อเพื่อว่าจะได้เป็นนักเขียนให้ได้ในอนาคต แต่ด้วยโชคชะตาและความยากจน ผลักดันให้ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพแทน โดยทิ้งความฝันของการเป็นนักเขียนเอาไว้ชั่วคราว
ตอนที่ประชาคม ลุนาชัย อายุ 25 ปี เขาตัดสินใจไปทำงาน เป็นลูกเรือประมงใช้ชีวิตชาวเรือร่อนเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ โดยใช้เวลาถึง 8 ปี เมื่อมีเวลาว่างระหว่างคราวใด เขามักเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือและเขียนบันทึก เรื่องราวชีวิตของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ เขาได้ทดลองเขียนเรื่องสั้น เรื่องแรกที่ได้พิมพ์ในหนังสือหนุ่มสาว ชื่อเรื่อง "บทสุดท้ายแห่งตำนานคนยาก" ภายหลังจากปี พ.ศ.2535 เขาลาออกจากงานที่เคยทำ ออกมาเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวอย่างจริงจังและผลงานการเขียนของเขา ก็ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วผ่านการตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ หลายฉบับ เรื่องสั้น "รอยบาป" ได้รับรางวัลดีเด่น จากนิตยสาร "หลักไท" เรื่องสั้น "ชะตากรรมของคนเถื่อน" ได้รับรางวัลดีเด่นจากนิตยสาร "ชีวิตต้องสู้" และ "กฎข้อที่ห้า" ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเรื่องสั้นรางวัล "ช่อการะเกดยอดเยี่ยมประจำปี 2539" นวนิยายเล่มแรก ที่ประชาคม ลุนาชัย เขียนเรื่อง "ฝั่งแสงจันทร์" ซึ่งเป็นนวนิยายที่สะท้อนให้เห็นถึงยถากรรมของสามัญชน แห่งหมู่บ้านชายฝั่งอยู่กับผืนน้ำและแผ่นดิน
ปัจจุบัน ประชาคม ลุนาชัย ยังคงเป็นนักเขียนสู้ชีวิตที่ผลิตงานเขียนออกมาอย่างคงเส้นคงวา
ประชาคม ลุนาลัย เป็นชาวจังหวัดยโสธรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยความ มุ่งหวังว่าจะมาเรียนหนังสือต่อเพื่อว่าจะได้เป็นนักเขียนให้ได้ในอนาคต แต่ด้วยโชคชะตาและความยากจน ผลักดันให้ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพแทน โดยทิ้งความฝันของการเป็นนักเขียนเอาไว้ชั่วคราว
ตอนที่ประชาคม ลุนาชัย อายุ 25 ปี เขาตัดสินใจไปทำงาน เป็นลูกเรือประมงใช้ชีวิตชาวเรือร่อนเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ โดยใช้เวลาถึง 8 ปี เมื่อมีเวลาว่างระหว่างคราวใด เขามักเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือและเขียนบันทึก เรื่องราวชีวิตของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ เขาได้ทดลองเขียนเรื่องสั้น เรื่องแรกที่ได้พิมพ์ในหนังสือหนุ่มสาว ชื่อเรื่อง "บทสุดท้ายแห่งตำนานคนยาก" ภายหลังจากปี พ.ศ.2535 เขาลาออกจากงานที่เคยทำ ออกมาเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวอย่างจริงจังและผลงานการเขียนของเขา ก็ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วผ่านการตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ หลายฉบับ เรื่องสั้น "รอยบาป" ได้รับรางวัลดีเด่น จากนิตยสาร "หลักไท" เรื่องสั้น "ชะตากรรมของคนเถื่อน" ได้รับรางวัลดีเด่นจากนิตยสาร "ชีวิตต้องสู้" และ "กฎข้อที่ห้า" ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเรื่องสั้นรางวัล "ช่อการะเกดยอดเยี่ยมประจำปี 2539" นวนิยายเล่มแรก ที่ประชาคม ลุนาชัย เขียนเรื่อง "ฝั่งแสงจันทร์" ซึ่งเป็นนวนิยายที่สะท้อนให้เห็นถึงยถากรรมของสามัญชน แห่งหมู่บ้านชายฝั่งอยู่กับผืนน้ำและแผ่นดิน
ปัจจุบัน ประชาคม ลุนาชัย ยังคงเป็นนักเขียนสู้ชีวิตที่ผลิตงานเขียนออกมาอย่างคงเส้นคงวา
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
April 20, 2021
✿ 5 stars - สุดยอดมาก ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้ายไม่มีหน้าไหนเลยที่รู้สึกเบื่อ เรียกได้ว่าเปิดโลกวรรณกรรมฝีมือนักเขียนไทยในสายตาเราใหม่เลยทีเดียว
ไต้ก๋งเป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของกิ่ง เด็กหนุ่มที่โชคชะตาเสือกไสให้ใช้ชีวิตอยู่บนผืนน้ำมากกว่าผืนดิน ท่องยุทธภพผ่านน่านน้ำต่างๆ เป็นจอมยุทธ์ที่ในมือไม่ได้ถือกระบี่ใด หากแต่เป็นพวงมาลัยที่ขับเคลื่อนเรือและเหล่าชีวิตของคนเรือไปบนเกลียวคลื่นที่ซัดสาด เรื่องราวการท่องยุทธภพตลอดช่วงชีวิตของกิ่งเต็มไปด้วยการต่อสู้ ดิ้นรน ความรัก ความสุข ความขมขื่น การจากลา การปล่อยวาง และสัจธรรมของชีวิต เป็นหนังสือที่เราอ่านจบแล้วก็ได้แต่คิดว่า ชีวิตก็เท่านี้จริงๆ
สิ่งที่เราชอบที่สุดของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นสำบัดสำนวนการเขียนที่ล้อไปกับศัพท์กำลังภายใน ด้วยความที่ตัวละครในเรื่องชอบอ่านหนังสือกำลังภายใน เราที่ชอบดูซีรีย์จีนด้วยแล้วนี่เรียกว่าอินไปเลย นักเขียนเปรียบเปรยได้แบบเห็นภาพมาก คิดว่าถ้ามีโอกาสคงต้องหาหนังสือเล่มอื่นๆ ของคุณประชาคมมาอ่านซะแล้ว
ไต้ก๋งเป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของกิ่ง เด็กหนุ่มที่โชคชะตาเสือกไสให้ใช้ชีวิตอยู่บนผืนน้ำมากกว่าผืนดิน ท่องยุทธภพผ่านน่านน้ำต่างๆ เป็นจอมยุทธ์ที่ในมือไม่ได้ถือกระบี่ใด หากแต่เป็นพวงมาลัยที่ขับเคลื่อนเรือและเหล่าชีวิตของคนเรือไปบนเกลียวคลื่นที่ซัดสาด เรื่องราวการท่องยุทธภพตลอดช่วงชีวิตของกิ่งเต็มไปด้วยการต่อสู้ ดิ้นรน ความรัก ความสุข ความขมขื่น การจากลา การปล่อยวาง และสัจธรรมของชีวิต เป็นหนังสือที่เราอ่านจบแล้วก็ได้แต่คิดว่า ชีวิตก็เท่านี้จริงๆ
สิ่งที่เราชอบที่สุดของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นสำบัดสำนวนการเขียนที่ล้อไปกับศัพท์กำลังภายใน ด้วยความที่ตัวละครในเรื่องชอบอ่านหนังสือกำลังภายใน เราที่ชอบดูซีรีย์จีนด้วยแล้วนี่เรียกว่าอินไปเลย นักเขียนเปรียบเปรยได้แบบเห็นภาพมาก คิดว่าถ้ามีโอกาสคงต้องหาหนังสือเล่มอื่นๆ ของคุณประชาคมมาอ่านซะแล้ว
March 9, 2021
สนุก สนุกมาก แค่อ่านบทแรกก็สนุกแล้ว สนุกจนนึกเสียดายว่าไม่น่าดองไว้นานขนาดนี้เลย
เรื่องเล่าทั้งชีวิตของคนเรือคนหนึ่งที่นาวาแห่งชีวิตพาล่องลอยไปตามกาลเวลาและทั่วท้องทะล มีครบทุกรสชาติ ตื่นเต้น เติบโต ผิดหวัง สมหวัง เพื่อน คนรัก พบพาน ลาจาก ความโดดเดี่ยว ความสูญเสีย ความเด็ดเดี่ยว ความถ่อมตน ความปล่อยวาง การให้อภัย มีแม้กระทั่งการฆาตกรรม! (แบบเปิดเรื่องมาก็เจอเลย 55)
เพราะไม่เคยอ่านงานของคุณประชาคมมาก่อน (แม้จะมีดองไว้หลายเล่มก็เถอะ แหะๆ ) เลยรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับภาษาเท่าไหร่ อย่างที่บก.ของเล่ม คุณเริงวุฒิกล่าวเอาไว้ว่าเป็นวิธีการเล่าเรื่อง และถ้อยคำแบบประชาคม แต่พออ่านไปแล้วก็รู้สึกติดใจนะ และคิดว่าเหมาะสมดี เลยทำให้อยากไปหาเล่มอื่นมาอ่านเพิ่มด้วย
ส่วนข้อเสียคือมีคำผิดเยอะมากกกกก ทีแรกก็ไม่คิดอะไร แต่อ่านไปอ่านมารู้สึกชักจะเยอะเกินไปแล้วแฮะ แล้วก็เพราะเป็นเรื่องการเดินเรือ การทำประมง การพูดถึงบางสิ่ง อุปกรณ์บางอย่าง เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรไง แต่ไม่มีเชิงอรรถอธิบายเพิ่มเติมอะไรบ้างเลย ที่มีก็ไปอธิบายอะไรไม่รู้ที่น่าจะรู้อยู่แล้ว
แต่ถึงจะมีบางอย่างที่ขัดใจ(บ้าง) หนังสือเล่มนี้ก็ยังสนุกมากอยู่ดี
เรื่องเล่าทั้งชีวิตของคนเรือคนหนึ่งที่นาวาแห่งชีวิตพาล่องลอยไปตามกาลเวลาและทั่วท้องทะล มีครบทุกรสชาติ ตื่นเต้น เติบโต ผิดหวัง สมหวัง เพื่อน คนรัก พบพาน ลาจาก ความโดดเดี่ยว ความสูญเสีย ความเด็ดเดี่ยว ความถ่อมตน ความปล่อยวาง การให้อภัย มีแม้กระทั่งการฆาตกรรม! (แบบเปิดเรื่องมาก็เจอเลย 55)
เพราะไม่เคยอ่านงานของคุณประชาคมมาก่อน (แม้จะมีดองไว้หลายเล่มก็เถอะ แหะๆ ) เลยรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับภาษาเท่าไหร่ อย่างที่บก.ของเล่ม คุณเริงวุฒิกล่าวเอาไว้ว่าเป็นวิธีการเล่าเรื่อง และถ้อยคำแบบประชาคม แต่พออ่านไปแล้วก็รู้สึกติดใจนะ และคิดว่าเหมาะสมดี เลยทำให้อยากไปหาเล่มอื่นมาอ่านเพิ่มด้วย
ส่วนข้อเสียคือมีคำผิดเยอะมากกกกก ทีแรกก็ไม่คิดอะไร แต่อ่านไปอ่านมารู้สึกชักจะเยอะเกินไปแล้วแฮะ แล้วก็เพราะเป็นเรื่องการเดินเรือ การทำประมง การพูดถึงบางสิ่ง อุปกรณ์บางอย่าง เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรไง แต่ไม่มีเชิงอรรถอธิบายเพิ่มเติมอะไรบ้างเลย ที่มีก็ไปอธิบายอะไรไม่รู้ที่น่าจะรู้อยู่แล้ว
แต่ถึงจะมีบางอย่างที่ขัดใจ(บ้าง) หนังสือเล่มนี้ก็ยังสนุกมากอยู่ดี
February 2, 2020
"ไต้ก๋งคุมเรืออวนลากไม่ใช่จอมยุทธ์ และเรือไม่ใช่กระบี่หรือเครื่องมือสังหาร รอจนชีวิตพร้อมและใจที่หมดความผูกพัน เขาก็ต้องเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีก"
หน้า 268
__________________________
ไต้ก๋ง
ประชาคม ลุนาชัย ผู้เขียน
สำนักพิมพ์ Din-Dan Book
__________________________
'ไต้ก๋งกิ่ง' สุภาพบุรุษผู้เกิดมามีชีวิตเพื่อคนอื่น
หากเปรียบเทียบตำแหน่ง 'ไต้ก๋ง' ในโครงสร้างองค์กรเอกชนปัจจุบัน 'ผู้อำนวยการ' คือตำแหน่งที่เราควรเรียกอย่างเป็นทางการ
ไม่เพียง 'ไต้ก๋ง' จะเป็นแม่ทัพใหญ่คุมคนงานที่เป็นเหมือนทหารในกองทัพ แม่ทัพต้องรู้จักใช้งานเหมือนแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ วางกำลังคนให้เหมาะสมกับอุปนิสัยและความสามารถ
ใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความรัก เป็นทั้งผู้ให้ในยามประสบความสำเร็จและเป็นผู้รับเมื่อเกิดความผิดพลาดในมือลูกน้องและพร้อมที่จะให้อภัย
เปรียบอย่างไม่เกินจริง...ในบางครั้งไต้ก๋งที่เก่งกาจสามารถย่อมเป็นกองทัพในตนเองด้วยซ้ำไป
แต่ประสบการณ์ในทะเลจริงของ 'ไต๋กิ่ง' ที่เชี่ยวชาญการสังเกตการเคลื่อนตัวของกระแสน้ำขึ้นน้ำลง ข้างขึ้นและข้างแรม สีของเมมฆที่เปลี่ยนไปหรือแม้กระทั่งหมู่ดาวที่เปลี่ยนที่...เขาแทบไม่เคยผิดพลาด
แต่ในทะเลแห่งชีวิตจริง 'ไต๋กิ่ง' มิใช่จอมยุทธ์ เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เจ็บปวดเป็น มีความทุกข์เป็น สิ้นหวังเป็น
เขาย่อมร้องไห้เช่นปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป
'โลกมนุษย์ก็เหมือนทะเล เราก็เหมือนเรือลำนิดเดียว คลื่นใหญ่มาถึงเราก็ต้องหลบ' หน้า 169
นำนาวาแห่งชีวิตหลบเลียรักษาแผลใจให้บรรเทา...แล้วเดินทางต่อ
บางครั้งชีวิตก็เป็นเรื่องของจังหวะ โอกาสและโชคชะตา
ชีวิตก็แค่นี้…
'ไต้ก๋ง' ของ ประชาคม ลุนาชัย...อาจเป็น 'คู่มือชีวิต' สำหรับใครสักคนที่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้…
ตั้งแต่บรรทัดแรกจนจบบรรทัดสุดท้าย
กำลังใจที่เปี่ยมด้วยความหวังอยู่ในน้ำหมึกหนังสือเล่มนี้เรียบร้อยแล้ว
รอแค่คุณมาเปิดอ่านด้วยตนเอง
หน้า 268
__________________________
ไต้ก๋ง
ประชาคม ลุนาชัย ผู้เขียน
สำนักพิมพ์ Din-Dan Book
__________________________
'ไต้ก๋งกิ่ง' สุภาพบุรุษผู้เกิดมามีชีวิตเพื่อคนอื่น
หากเปรียบเทียบตำแหน่ง 'ไต้ก๋ง' ในโครงสร้างองค์กรเอกชนปัจจุบัน 'ผู้อำนวยการ' คือตำแหน่งที่เราควรเรียกอย่างเป็นทางการ
ไม่เพียง 'ไต้ก๋ง' จะเป็นแม่ทัพใหญ่คุมคนงานที่เป็นเหมือนทหารในกองทัพ แม่ทัพต้องรู้จักใช้งานเหมือนแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ วางกำลังคนให้เหมาะสมกับอุปนิสัยและความสามารถ
ใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความรัก เป็นทั้งผู้ให้ในยามประสบความสำเร็จและเป็นผู้รับเมื่อเกิดความผิดพลาดในมือลูกน้องและพร้อมที่จะให้อภัย
เปรียบอย่างไม่เกินจริง...ในบางครั้งไต้ก๋งที่เก่งกาจสามารถย่อมเป็นกองทัพในตนเองด้วยซ้ำไป
แต่ประสบการณ์ในทะเลจริงของ 'ไต๋กิ่ง' ที่เชี่ยวชาญการสังเกตการเคลื่อนตัวของกระแสน้ำขึ้นน้ำลง ข้างขึ้นและข้างแรม สีของเมมฆที่เปลี่ยนไปหรือแม้กระทั่งหมู่ดาวที่เปลี่ยนที่...เขาแทบไม่เคยผิดพลาด
แต่ในทะเลแห่งชีวิตจริง 'ไต๋กิ่ง' มิใช่จอมยุทธ์ เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เจ็บปวดเป็น มีความทุกข์เป็น สิ้นหวังเป็น
เขาย่อมร้องไห้เช่นปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป
'โลกมนุษย์ก็เหมือนทะเล เราก็เหมือนเรือลำนิดเดียว คลื่นใหญ่มาถึงเราก็ต้องหลบ' หน้า 169
นำนาวาแห่งชีวิตหลบเลียรักษาแผลใจให้บรรเทา...แล้วเดินทางต่อ
บางครั้งชีวิตก็เป็นเรื่องของจังหวะ โอกาสและโชคชะตา
ชีวิตก็แค่นี้…
'ไต้ก๋ง' ของ ประชาคม ลุนาชัย...อาจเป็น 'คู่มือชีวิต' สำหรับใครสักคนที่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้…
ตั้งแต่บรรทัดแรกจนจบบรรทัดสุดท้าย
กำลังใจที่เปี่ยมด้วยความหวังอยู่ในน้ำหมึกหนังสือเล่มนี้เรียบร้อยแล้ว
รอแค่คุณมาเปิดอ่านด้วยตนเอง
February 29, 2020
“ไต้ก๋ง ไม่เพียงต้องรักษาเรือและชีวิตของตน หากแต่ยังต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกน้องทั้งลำ”
“สุภาพบุรุษ คือผู้ที่เกิดมามีชีวิตสำหรับผู้อื่น”
“สุภาพบุรุษ คือผู้ที่เกิดมามีชีวิตสำหรับผู้อื่น”
April 6, 2022
เจ็บปวดแต่งดงาม กินใจมากๆ อ่านรวดเดียวจบเลย
นิยายเล่าเรื่องของ ‘ไต้ก๋งกิ่ง’ ตั้งแต่เด็กจนชรา
วิถีชาวเรือที่มีทะเลเป็นบ้าน แผ่นดินมีไว้เพียงพักอาศัยชั่วคราว
ความสัมพันธ์กลายเป็นภาระที่ผูกโยงไว้ไม่ให้ออกจากฝั่ง
ผู้เขียนเล่าชีวิตของไต๋กิ่งไปเรื่อยๆ แต่สะเทือนใจเหลือเกิน
คนผู้หนึ่งต้องผจญความตาย ความสูญเสีย ความผิดหวังไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ยังหยัดยืนอยู่ได้โดยไม่สูญเสียตัวตน เปรียบประหนึ่งเรือที่ไม่มีวันจม
สมแล้วที่ไต๋กิ่งถูกกล่าวขานว่าเป็น ’สุภาพบุรุษ’
อ่านจบเหมือนบรรลุอะไรบางอย่าง
รู้สึกบางทีเราทำให้ชีวิตมันซับซ้อนเกินไป มันเหนื่อยยากเกินไป มีความรู้สึกมากเกินไป วางๆไปบ้างก็คงจะดี
นิยายเล่าเรื่องของ ‘ไต้ก๋งกิ่ง’ ตั้งแต่เด็กจนชรา
วิถีชาวเรือที่มีทะเลเป็นบ้าน แผ่นดินมีไว้เพียงพักอาศัยชั่วคราว
ความสัมพันธ์กลายเป็นภาระที่ผูกโยงไว้ไม่ให้ออกจากฝั่ง
ผู้เขียนเล่าชีวิตของไต๋กิ่งไปเรื่อยๆ แต่สะเทือนใจเหลือเกิน
คนผู้หนึ่งต้องผจญความตาย ความสูญเสีย ความผิดหวังไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ยังหยัดยืนอยู่ได้โดยไม่สูญเสียตัวตน เปรียบประหนึ่งเรือที่ไม่มีวันจม
สมแล้วที่ไต๋กิ่งถูกกล่าวขานว่าเป็น ’สุภาพบุรุษ’
อ่านจบเหมือนบรรลุอะไรบางอย่าง
รู้สึกบางทีเราทำให้ชีวิตมันซับซ้อนเกินไป มันเหนื่อยยากเกินไป มีความรู้สึกมากเกินไป วางๆไปบ้างก็คงจะดี
September 8, 2020
เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านวรรณกรรมที่แต่งโดยคนไทย ต้องขอบอกว่าเขียนได้ดีมากๆ เกินคาด อ่านสนุก สำนวนการดำเนินเรื่องรวบรัด ไม่ยืดเยื้อ แต่มีบางช่วงที่พรรณาถึงแขนของกิ่งผิดพลาด ทำให้สับสน และบางสำนวนในการบรรยายบรรยากาศต่างๆ ใช้คำสลับซับซ้อนเกินควร แต่ยังไงก็เป็นหนังสือที่ 'ดี' มากๆ เล่มหนึ่งเท่าที่เคยอ่านมา
March 2, 2020
ตำแหน่งไต้ก๋งก็เช่นเดียวกัน นั่นแค่หน้าที่การงานและความรับผิดชอบแลกค่าจ้าง ตำแหน่งถาวรของเขาก็คือความเป็นมนุษย์
September 26, 2021
ที่สุด ตราตรึงมาก
January 16, 2026
หนังสือเล่มนี้ทำให้นึกถึงคำว่า'ชีวิตที่ผ่านน้ำ' มหาสมุทรและสายน้ำเปรียบเสมือนเศษเสี้ยวของตัวละครเอก สาระหลักๆที่ได้เลยคือเกี่ยวกับการประมง การค้าและการเป็นเจ้านายที่ดี เนื้อเรื่องค่อนข้างดราม่า ชีวิตที่แตกสลายนับครั้งไม่ถ้วนทั้งความรักและตัวตน สำนวนอ่านง่ายแต่การเปรียบเปรยบางช่วงอาจยังไม่ถูกใจผมเท่าไหร่ แต่ยังถือว่าเป็นงานเขียนที่ดีและเนื้อเรื่องสนุกมากครับ
Displaying 1 - 9 of 9 reviews










