Jump to ratings and reviews
Rate this book

六爻 #1

ลิ่วเหยา เล่ม 1

Rate this book
เหยียนเจิงหมิง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้มีชาติกำเนิดร่ำรวยสูงส่ง เมื่อตอนอายุเจ็ดขวบหนีออกจากบ้านแล้วถูกอาจารย์ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายเก็บได้ ต่อมาก็กลายเป็น "ที่พึ่งของสำนัก" "ผู้สนับสนุนของเจ้าสำนัก" และ "ศิษย์เอกเปิดขุนเขาแห่งสำนักฝูเหยา"

เขาเป็นบุรุษรูปงามที่มีผมสีดำยาวสยาย เป็นคุณชายเหยียนผู้ไม่เอาไหน เจ้าสำอาง หลงตัวเอง ปากร้าย จนบรรดาศิษย์น้องแอบเรียกว่า "เจ้าแม่" แต่ในยามคับขันเขาคือศิษย์พี่ใหญ่ที่พึ่งพาได้

เฉิงเฉียน ศิษย์คนที่สามของสำนักฝูเหยา เป็นเด็กฉลาด ความจำดี มีใบหน้าน่ารักแต่เย็นชา รูปร่างเจริญเติบโตเชื่องช้าตามอายุไม่ทัน เขาสุขุมรอบคอบ ขยันหมั่นเพียร เห็นตนเองเป็นคนงานน้อย ข้ารับใช้น้อย...เพียงแต่คนในครอบครัวไม่เคยเห็นเขาเป็นบุตรชาย

ดังนั้นเมื่อถูกขายเขาจึงตามชายแปลกหน้าท่าทางเหมือนนักต้มตุ๋นไปจนถึงเขาฝูเหยา และได้พบกับศิษย์พี่ศิษย์น้อง "ผู้ร่วมลิขิตฟ้า ร่วมชะตากรรม"

383 pages, Paperback

Published January 1, 2020

9 people are currently reading
92 people want to read

About the author

Priest

261 books1,491 followers
Associated Names:
* Priest
* พีต้า (Thai Profile)

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
35 (36%)
4 stars
40 (41%)
3 stars
20 (20%)
2 stars
2 (2%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 21 of 21 reviews
Profile Image for Ning.
2,489 reviews200 followers
March 20, 2020
เป็นเล่มที่ได้แต่บ่นในใจว่า ใจอ่ะสู้ แต่สมองอ่ะไม่ไหว ฮาาา

Priest เป็นนักเขียนที่เรามีความรู้สึกอยู่ลึกๆว่าเหมือนจะชอบ
ชอบตรงพล็อต ความซับซ้อนของเรื่อง ตัวละคร ข้อคิด ข้อความต่างๆที่อยู่ระหว่างบรรทัด
แต่ลึกๆในใจก็ขยาดกับความยาก ไม่ว่าจะรูปประโยค การดำเนินเรื่อง ข้อความทับซ้อนต่างๆ

แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ความชอบยังคงมากกว่าความขยาด ก็เลยได้เริ่มกับเรื่องนี้
ลิ่วเหยา เป็นนิยายที่อ่านไม่ง่ายเลย ใช้เวลาอ่านนานมาก บางครั้งพยายาม skim แล้วไม่รู้เรื่อง ต้องกลับมาอ่านอย่างละเอียดอยู่ดี และแม้ว่าจะอ่านละเอียดแล้ว ในบางจุดก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี เป็นนิยายที่ใช้เวลาในการอ่านนานมาก(ไม่ใช่ไม่สนุก)จริงๆ


สรุปถ้าต้องการนิยายย่อยง่าย เรื่องนี้ไม่เหมาะ ต้องการความฟิน เล่มนี้ไม่มี แล้วเล่มนี้มีอะไร?? มีความยาก ฮาาา. และเรื่องนี้จะไปทิศทางไหน ก็ยังไม่รู้ … รู้แค่ว่าอ่านเพลินดี น่าติดตามดีแค่นั้น
Profile Image for หลังอ่านของน้ำฝน.
699 reviews13 followers
March 27, 2022
เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าอ่านยาก ยากในแบบที่ทำให้ไมเกรนขึ้นได้ กว่าจะเข็นตัวเองอ่านให้จบเล่มก็เกือบจะธาตุไฟเข้าแทรก แล้วเพราะความที่อ่านยากนี่แหละทำให้ความสนุกในการเสพเนื้อหาและสิ่งที่นักเขียนต้องการจะสื่อลดลง

ต้นเรื่องมาต้องใช้ความอดทนประมาณหนึ่งถึงจะผ่านจุดเฉยชาของเนื้อเรื่องได้ พอเข้าสู่เรื่องหลักแล้วความสนุกเริ่มมา ตอนนี้ก็เริ่มเข้มข้นแล้ว แต่กว่าจะรู้สึกน่าสนใจก็...ต้องผ่านความยากลำบากในการอ่านก่อน

อยากร้องไห้จังเลยยยยย ฮือออ

หลังอ่านเพิ่มเติม: https://wp.me/p6yYEv-J5
Profile Image for Panchaya.
379 reviews13 followers
July 31, 2021
3.5 ควรปัดขึ้นแต่ก็อื้ม..ลังเล ไม่ใช่ไม่สนุก ความสมจริง สมเหตุสมผลก็โอเคเลย ตัวละครก็ดูมีอะไร แต่ถ้าพูดถึงความสนุกจากโครงสร้างเรื่อง รู้สึกเหมือนองก์แรก introduction มันยาวมากๆๆๆ Slow burn จริงๆ กว่าจะเห็นปมก็นานมาก แต่ภายใต้อุปมาโวหาร พรรณาโวหารก็เหมือนจะมีอะไรซ่อนอยู่ (ซึ่งยังไม่รู้อยู่ดี)
Profile Image for Cherry Sawanya Munkongsujarit.
392 reviews24 followers
December 11, 2020
Review 41/2563
เรื่อง : ลิ่วเหยา (3 เล่มจบ) #นิยายวายแปลจีนแนวโบราณ #BL #แนวเทพเซียน #บำเพ็ญเพียร #สำนักเต๋า #นักพรต
ผู้แต่ง : Priest (พีต้า)
ผู้แปล : Bou Ptrn
ภาพปก : Hua Diao Lao Wu
สำนักพิมพ์ : Rose
เล่ม 1พิมพ์ครั้งที่ 1 : มกราคม 2563

โปรยปกเล่ม 1 :
เหยียนเจิงหมิง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้มีชาติกำเนิดร่ำรวยสูงส่ง
เมื่อตอนอายุเจ็ดขวบหนีออกจากบ้านแล้วถูกอาจารย์ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายเก็บได้ ต่อมาก็กลายเป็น "ที่พึ่งของสำนัก" "ผู้สนับสนุนของเจ้าสำนัก"
และ "ศิษย์เอกเปิดขุนเขาแห่งสำนักฝูเหยา" เขาเป็นบุรุษรูปงามที่มีผมสีดำยาวสยาย
เป็นคุณชายเหยียนผู้ไม่เอาไหน เจ้าสำอาง หลงตัวเอง ปากร้าย
จนบรรดาศิษย์น้องแอบเรียกว่า "เจ้าแม่" แต่ในยามคับขันเขาคือศิษย์พี่ใหญ่ที่พึ่งพาได้

เฉิงเฉียน ศิษย์คนที่สามของสำนักฝูเหยา เป็นเด็กฉลาด ความจำดี
มีใบหน้าน่ารักแต่เย็นชา รูปร่างเจริญเติบโตเชื่องช้าตามอายุไม่ทัน
เขาสุขุมรอบคอบ ขยันหมั่นเพียร เห็นตนเองเป็นคนงานน้อย ข้ารับใช้น้อย...
เพียงแต่คนในครอบครัวไม่เคยเห็นเขาเป็นบุตรชาย
ดังนั้นเมื่อถูกขายเขาจึงตามชายแปลกหน้าท่าทางเหมือนนักต้มตุ๋นไปจนถึงเขาฝูเหยา
และได้พบกับศิษย์พี่ศิษย์น้อง "ผู้ร่วมลิขิตฟ้า ร่วมชะตากรรม"

“ท่านกลับไปที่ของท่านไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้ เจ้าลองดูว่าตอนนี้เจ้ามีสภาพทุเรศอย่างไร หลายวันนี้ข้าต้องดูแลเจ้า...
เจ้าฝึกกระบี่ถึงดึกเช่นนี้ทุกวันหรือ”
บนหน้าผากเฉิงเฉียนมีเส้นเลือดเขียวเส้นหนึ่งกระตุก ละเลยคำถามของเขา
“ข้าไม่นอนกับท่าน!”
“เจ้าคิดว่าข้าอยากนอนกับเจ้าหรือ” เหยียนเจิงหมิงกล่าวด้วยโทสะ
“เขียงหั่นผักยังนุ่มกว่าเตียงของเจ้าเลย!”

คำนำนักแปล :
สำนักฝูเหยาอันเป็นสำนักเต๋าที่เคยรุ่งเรือง แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปจากเดิม "เฉิงเฉียน" เด็กที่ถูกหานมู่ชุนซื้อมาจากมารดาที่ยากจนต้องกลายมาเป็นหนึ่งในศิษย์สำนักฝูเหยาอย่างไม่มีทางเลือก เป็นเหตุให้เขาได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมายบนเส้นทางการฝึกบำเพ็ญอันยากลำบาก เรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางไหนและสิ้นสุดลงอย่างไร ทุกท่านสามารถค้นหาคำตอบได้ในเล่ม

Bou Ptrn
เล่ม 1 :
เฉิงเฉียน อายุเทียมสิบขวบถูกขายให้ ผู้บรรลุมูชุน เฉิงเฉียนเป็นคนใฝ่รู้แอบไปฟังการสอนของถงเซิงชราในหมู่บ้าน เฉิงเฉียนเป็นทุกอย่างทั้งบริกรน้อย คนงานน้อย ข้ารับใช้น้อย แต่ไม่เคยเป็นบุตรชาย ไม่มีความผูกพันกับครอบครัว
ออกเดินทางไปกับมู่ชุน พบเจอขอทานน้อยที่กำลังย่างไก่ มู่ชุนถึงขนาดรับเป็นศิษย์อีกคน จากศิษย์คนสุดท้ายเพียงไม่นานก็มีศิษย์น้อง ที่ได้ชื่อใหม่ว่าหานยวน หานยวนเจ้าเล่ห์ สอพลอ ชอบเรียกร้องความสนใจ ต่างกับเฉิงเฉียนที่ทำตัวมีสมบัติผู้ดีทั้งห้าตลอดเวลา
เมื่อไปถึงสำนักฝูเหยา อาจารย์ให้ไปพบศิษย์พี่ใหญ่ เหยียนเจิงหมิง ที่เฉิงเฉียนรู้ว่าเป็นศิษย์เอกเปิดขุนเขาแห่งสำนักฝูเหยา เป็นคุณชายรูปงาม หลงตัวเอง ไม่ชอบหน้าตาของหานยวน แต่หน้าตาของเฉิงเฉียนกลับพอดูได้ คุณชายเรื่องเยอะ รักสะอาด สารพัดเจ้าปัญหา
ผู้บรรลุมู่ชุนตั้งภาษาศีลให้หานยวนคือ หินผา ส่วนของเฉิงเฉียนคืออิสระ เฉิงเฉียนเสพติดการคักอักษร อาศัยการผ่านตาไม่ลืม เป็นศิษย์คนเดียวที่เคร่งครัดฝึกอ่านเขียน ท่องจำอย่างจริงจัง
ศิษย์ที่สอง หลี่อวิ๋นเป็นคนเจ้าเล่ห์ ชอบยุ่งเกี่ยวกับวิชานอกรีต สัตว์ประหลาด ตอนนี้ชอบทดลองศึกษาเรื่องคางคกจนเป็นที่รังเกียจของศิษย์พี่ใหญ่ ที่เป็นคุณชายรักสะอาด
หลี่อวิ๋นหลอกให้หานยวนไปที่ถ้ำหลังเขา เรื่องนี้เฉิงเฉียนฟังแล้วเข้าใจแต่หานยวนกลับเอาแต่อยากเที่ยวเล่น นึกว่าไปแล้วจะได้ปราณสัมผัสมา
การเรียนกระบี่เหยียนเจิงหมิงไม่มีความคืบหน้าเพราะติดอยู่ที่คอขวด ส่วนอาจารย์ก็ให้สอนศิษย์น้องสาม เฉิงเฉียนเห็นแล้วว่าพึ่งไม่ได้งัดวิชาผ่านตาไม่ลืมออกมาฝึกเอง ทำให้เหยียนเจิงหมิงมองบางอย่างออก และรู้ว่าตัวเองถึงเวลาต้องออกไปหาประสบการณ์ แต่พอคิดถึงความยากลำบากระหว่างทางก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที
ตอนเรียนยันต์คาถาเฉิงเฉียนต้องอยู่กับเหยียนเจิงหมิงอีก อาจารย์คิดว่าให้ศิษย์ทั้งสองอยู่ด้วยกันจะเป็นการช่วยเสริมสิ่งที่ขาดของกันและกัน เพราะเหยียนเจิงหมิงอุปนิสัยฉุนเฉียว เฉิงเฉียนสงบจิตใจได้ แต่ชอบทำเรื่องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรง แต่ทั้งคู่กลับไม่เป็นอ��่างที่คิด พอเฉิงเฉียนเข้าสู่โลกของตัวเองก็ลืมทุกอย่างมีสมาธิอย่างมาก ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จน เหยียนเจิงหมิงก็นิ่งได้จนเข้าสมาธิได้เหมือนกัน เฉิงเฉียนจะเห็นสิ่งที่บรรพชนเหลือไว้ และอยากรู้อีก ดีที่อาจารย์ดึงตัวออกมาเมื่อยังไม่พร้อมก็ไม่ความฟังมากเกินไป
หานยวนหายตัวไป อาจารย์ต้องให้ศิษย์ทั้งหลายไปตามกลับมาในหุบมาร เพราะผู้บรรลุจื่อเผิงร่างจริงคือแม่ไก่ อาจารย์เป็นเพียงพอนไม่ควรไปหาเอง และทำให้เกิดการผจญภัยกันระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องเพื่อช่วยเหลือศิษย์น้องสี่กลับมาโดยได้ประมุขบาดาลเหนือคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆลับๆ และก็ได้พามารฟ้ากลับมาด้วย ไข่มารฟ้าฟักเป็นตัวเป็นเด็กทารกทั้งสี่คนช่วยกันตั้งชื่อให้ว่าหานถาน เรียกเล่นๆว่าสุ่ยเคิง เป็นศิษย์น้องหญิงเล็ก
ศิษย์ทั้งสี่ความจริงไม่สนิทกัน เข้าหุบมารไปหนึ่งรอบก็เข้ากันได้ดีขึ้น มีคนที่เรื่องมากเป็นพิเศษ คนที่ความคิดชั่วร้ายเป็นพิเศษ คนที่ไม่อินังขังขอบเป็นพิเศษ คนที่แต่งตัวมอซอเป็นพิเศษ
เหยียนเจิงหมิงที่ไม่ชอบทำการบ้าน เอาหอคัมภีร์ที่ผู้ดูดปราณได้ถึงเปิดประตูได้ถึงเข้าไปได้มาล่อ เฉิงเฉียนติดกับ ทั้งวันไม่เหลือเวลาทำอะไรเอาแต่อ่านคัมภีร์ต่างๆนานาในนั้น จนกระทั่งไปเจอมรรคาปีศาจก็อดใจไม่ไหวต้องอ่านไปด้วย และก็เอามาถามอาจารย์จนในที่สุดอาจารย์ก็รู้ว่าเฉิงเฉียนแอบอ่านตำราในหอคัมภีร์ อาจารย์บอกว่าจะพาพวกศิษย์ออกไปข้างนอกสักรอบ ตลาดเซียนที่สิบปีจะมีหนึ่งครั้งใกล้จะเปิดแล้ว ในจำนวนนี้มีทั้งที่ตกใจและดีใจ
อาจารย์หายหน้าไป สุ่ยเคิงมีปีกไม่มีใครก็มาหาเฉิงเฉียนและพาเฉิงเฉียนบิน ทำให้เฉิงเฉียนสัมผัสสิ่งต่างๆ กำแพงทลาย มีปราณสัมผัสในที่สุด และก็ได้เรียนยันต์คาถา พอเฉิงเฉียนได้เรียนยันต์คาถา หลี่อวิ๋นที่เอาแต่เล่นก็เปลี่ยนเป็นตั้งใจเรียนขึ้นมาบ้างแล้ว
วันที่หกเดือนหกเหล่าศิษย์อาจารย์ลงเขาออกเดินทาง ศิษย์พี่ใหญ่เหยียนเจิงหมิงไม่อยากไป ยังไงครั้งนี้อาจารย์ก็ไม่ใจอ่อน เฉิงเฉียนจำได้ว่าอาจารย์บอกว่าศิษย์พี่ใหญ่เข้าสู่มรรคาด้วยกระบี่ ส่วนตัวเองเข้าสู่มรรคาด้วยใจ ไม่เข้าใจก็ใช้วิธีบำเพ็ญทุกรกิริยาไปแล้วกัน ริมทะเลตะวันออกมีตำบลฝูหลง อาจารย์ไม่เข้าโรงเตี๊ยมใหญ่ พาไปยังกระท่อมแถบหนึ่ง ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าปัญหา หาว่าเป็นห้องน้ำ เจ้าของโรงเตี๊ยมผุพังคือเวินหย่า ศิษย์พี่ของอาจารย์ เหยียนเจิงหมิงแอบได้ยินอาจารย์คุยกับเวินหย่าเรื่องมารฟ้า และถามว่าปีศาจใหญ่ที่มีพลังบาดาลเหนือที่ยอมเป็นยันต์คาถาสกัดภัยแทนสำนักคือใคร ศิษย์พี่บอกว่าเขาเรียกขานตนเองว่าศิษย์ทรยศแห่งสำนักฝูเหยา เวินหย่าให้ระวังสหายเก่า อาจารย์ฝากศิษย์ของตัวเองถ้าเป็นอะไรไป
เหยียนเจิงหมิงรีบมาเรียก เฉิงเฉียนและหลี่อวิ๋น แล้วก็หาหานยวนไม่เจอเล่าเรื่องที่ได้ฟังมา และเรื่องสหายเก่า ที่ตัวเองรู้จักคือคนที่จับตัวเองไปในตอนเด็กให้ฟัง เป็นศิษย์พี่ของอาจารย์ ทั้งหมดวางแผนใช้ยันต์สะกดรอยตามติดตัวสุ่ยเคิงเอาไว้ เฉิงเฉียนรู้แค่งูๆปลาๆ เหยียนเจิงหมิงก็สลักยันต์ได้ไม่ดี ยันต์ที่ทำออกมาจึงไม่ใช่ยันต์สะกดรอยอย่างที่คิด
หานยวนมาพาเฉิงเฉียนไปดูผี เฉิงเฉียนคิดว่าเป็นปีศาจบำเพ็ญแต่เจ้าตัวบอกว่าไม่ใช่ เป็นเงาพรายน คือจิตปฐมของผู้บำเพ็ญที่โดนตะเกียงกัดกร่อนวิญญาณสกัด คือถังเจิ่นแห่งเขามู่หลัน และขอยันต์ใบไม้ที่เฉิงเฉียนสลัก มันเป็นยันต์ชำระใจ และได้บอกเฉิงเฉียนว่าให้อาจารย์ตัวเองระวังเจี่ยงเผิงเอาไว้
ในที่สุดสำนักฝูเหยานั่งเรือไปเกาะมังกรเขียว อาจารย์จะใช้เรือธรรมดาเหยียนเจิงหมิงก็รีบไปเช่าเรือใหญ่ ทำให้ผู้คนมองมากมาย อาจารย์พูดว่าไม่ควรโอ้อวด ศิษย์พี่ใหญ่ไม่รู้เลย ระหว่างทาง เจี่ยงเผิงก็มาปรากฏตัวอาละวาดกลางทะเล ผู้ที่ออกหน้าจัดการคือถังหว่านชิว แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เฉิงเฉียนมองหาอาจารย์พบอยู่กลางทะเล อาจารย์ที่เอวยาวขาสั้นสลักยันต์ที่หนึ่งก็เหมือนสูบแรงไปทั้งหมดคลี่คลายสถานการณ์ให้ถังหว่านชิว เฉิงเฉียนที่เป็นห่วงอาจารย์รีบไปกับศิษย์น้องเล็กหญิงสุ่ยเคิงไปหาอาจารย์ ด้วยความเป็นห่วง ระหว่างนั้นในเหรียญทองแดงก็มีวิญญาณของประมุขบาดาลเหนือออกหน้าจัดการเจี่ยงเผิงแทน เฉิงเฉียนที่เห็นการต่อสู้ของปีศาจใหญ่และประมุขบาดาลเหนือเกิดการตื่นรู้เข้าสมาธิตอนนั้น กลางทะเลที่รายรอบด้วยเกาะเซียน
เจี่ยงเผิงกลายเป็นตะเกียงกัดกร่อนวิญญาณขนาดใหญ่ ประมุขบาดาลเหนือพุ่งไปหาตะเกียงดวงใหญ่ ขณะนั้นสุ่ยเคิงก็ลอยขึ้นไปเพราะยันต์ที่เอว เมื่อเฉิงเฉียนลืมตาก็เห็นอาจารย์ในรูปแท้จริง ไม่ใช่ลักษณะเอวเอวขาสั้น และถามว่าที่ผูกติดที่เอวสุ่ยเคิงคืออะไร พวกเจ้าสลักอะไร พอเฉิงเฉียนบอกว่ายันต์ติดตาม อาจารย์บอกว่าผิดมากกว่าหนึ่งขีดกลายเป็นยันต์ตามวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้จำได้ว่าประมุขบาดาลก็คืออาจารย์ หรือก็คือปรมาจารย์ของเฉิงเฉียน ตอนนี้เหลือเพียงกระดูก สามวิญญาณหนึ่งไปผนึกที่หุบมาร หนึ่งผนึกตะเกียงกัดกร่อนวิญญาณเจี่ยงเผิง และประมุขบาดาลเหนือก็บอกว่าได้เชื่อมต่อสายเลือดที่ขาดสะบั้นของสำนักฝูเหยาแล้ว เฉิงเฉียนมีไหวพริบรวมคำพูดและเหตุการณ์ทำให้เดาได้ว่าอาจารย์ของตัวเองก็เป็นจิตปฐมเช่นกัน อาจารย์เล่าว่าในตอนนั้นตัวเองตามศิษย์พี่ที่ธาตุไฟเข้าแทรกไปทำให้เป็นดวงจิตอาฆาตดวงแรกที่ตายในตะเกียงกัดกร่อนวิญญาณ ต่อมาจึงเข้าร่างมารน้อยที่ถูกฟ้าผ่าใกล้ตาย ตอนนั้นเป็นเพียงเพียงพอนคิดจะไปหาอาจารย์ก็เห็นสี่ล้อมโจมตีเขาฝูเหยา คือสี่เมธีผู้มีความสามารถยิ่งใหญ่แห่งยุค อาจารย์คือปีศาจที่พบได้ยาก สี่เมธีตายหนึ่งบาดเจ็บสาม
ผู้บรรลุมู่ชุนเล่าเรื่องทั้งหมดแต่ไม่บอกต้นสายปลายเหตุ และจะสอนสามท่าหลังของกระบี่ไม้ฝูเหยาให้ดูอย่างละเอียด เฉิงเฉียงก็รู้ทันทีว่าอาจารย์จะจากไปแล้ว ไม่ยอมก็ไม่ได้ ท่าที่หนึ่งเผิงท่องหมื่นหลี่ ท่าที่สองเสาะหาทั่วแดน ท่าที่สามไม่เป็นดังหวัง ท่าที่สี่รุ่งเรืองเสื่อมถอย รุ่งเรื่องตกต่ำ ท่าที่ห้าคืนสู่สัตย์จริง
สุดท้ายใช้ยันต์ลับผนึกเพื่อผนึกประมุขบาดาลเหนือ ใช้วิญญาณผนึกวิญาณ คำสั่งสุดท้ายให้มอบตราเจ้าสำนักแห่งสำนักฝูเหยาให้ศิษย์พี่ใหญ่ และตัวเองควรฝึกฝนท่าที่สองให้ดีได้แล้ว จึงสลายไปกับตาเฉิงเฉียน เฉิงเฉียนเสียใจร้องไห้อยู่นานจนกระทั่งรู้ว่าตอนนี้เหลือศิษย์น้องหญิงเล็กสุ่ยเคิงต้องดูแล ต้องหาอาหารและต้องหนีสัตว์ร้าย เฉิงเฉียนตัวคนเดียวสู้กับหมาป่าจนทำให้หมาป่ามองเห็นแววตาใคร่สังหารแล้วกลัวจนหนีไป ทั้งคู่อยู่ในป่าสามวันสามคืนจึงพากันออกมาภายนอกได้ด้วยตัวเอง
อีกด้านศิษย์พี่ใหญ่หาเฉิงเฉียนและศิษย์น้องหญิงเล็กไม่เจอ ถังหว่านชิวมาพาศิษย์สำนักฝูเหยาไปหาเจ้าเกาะมังกรเขียว เจ้าเกาะมังกรเขียวคือหนึ่งในสี่เมธีคล้ายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาฝูเหยา คิดไว้แล้วว่าผู้บรรลุมู่ชุนอาจปรากฏตัวบริเวณหุบลืมทุกข์ ด้วยเหตุบางอย่างผู้ฝึกบำเพ็ญไ��่กล้าเขาหุบเป็นเฉิงเฉียนพาสุ่ยเคิงออกมาเอง และกำชับสุ่ยเคิงว่าห้ามเปิดเผยปีกต่อหน้าคนนอกเด็ดขาดไม่งั้นไม่ให้กินข้าว
เหยียนเจิงหมิงรู้เรื่องอาจารย์ความคิดแรกคือแยกย้ายกลับบ้าน แต่เฉิงเฉียนไม่ยอมเพราะการโอ้อวดของเหยียนเจิงหมิงตอนมาทำให้ตอนนี้ได้รับการถูกเหยียดหยามจากผู้คุมกฎซ้ายโถงบรรยาย โจวหานเจิ้ง ผู้คุมกฎขวาคือถังหว่านชิว
ที่โถงบรรยายโจวหานเจิ้งทำให้เหยียนเจิงหมิงขายหน้า แต่คนที่เก็บความแค้นไว้จริงๆคือเฉิงเฉียน ในที่สุดศิษย์พี่ที่ตอนนี้เป็นเจ้าสำนักก็คิดได้ และเริ่มปรับตัว
ห้าปีผ่านไปที่เกาะมังกรเขียวเฉิงเฉียนคอยเป็นกันชนของทุกคนในศิษย์พี่ศิษย์น้อง กระบี่คมเกล็ดน้ำค้าง ทั้งมีข้อความเลือดสิ่งของคืนสู่เจ้าของ ห้ามใช้พลการมาอยู่ในห้องของเฉิงเฉียนอย่างไม่รู้เรื่องราว การท่องคัมภีร์และการสลักยันต์คาถาฝึกฝนปราณของสำนักฝูเหยา และตอนนี้ยังมีเรื่องที่คนวังประจิมมาตามหาคนที่เกาะมังกรเขียว ไป๋จีบอกว่าหลานที่หายตัวไปนามว่าไป๋เหยียนหลี่ ในสมุดรายชื่อไม่มีคนผู้นี้

หลังอ่านเล่ม 1 :
ปูพื้นเรื่องได้ดี ตัวละครลักษณะชัดเจน สนุกและมีอารมณ์ขัน มุกมากช่วงศิษย์พี่ใหญ่ ที่เหล่าศิษย์น้องเรียกว่าเจ้าแม่ ทั้งยังมีตอนซาบซึ้งที่อ่านไปแล้วเศร้าจนน้ำตาไหลที่เดียวค่ะ แค่เล่มหนึ่งมีทั้งปริศนาต่างๆที่ทิ้งปมเอาไว้ ความเป็นมา ความแค้นต่างๆที่อาจารย์ไม่ได้อธิบาย ที่ให้เฉิงเฉียนตามหาคำตอบต่อไปในเล่มสอง สนุก และน่าติดตามมากๆค่ะ




This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Tippy Chee.
298 reviews9 followers
August 11, 2023
เหยย เราว่ามันได้ !! อ่านเพลินอยู่นะ
แต่ เห็นหลายๆ คนรีวิวว่าอ่านยาก … ไม่รู้สิ เราไม่ได้รู้สึกว่ามันยากกว่าพวกนิยายจีนย้อนยุคเรื่องอื่นเท่าไหร่ อาจเพราะเราอ่านเวอร์ชันปรับปรุงเลยมีการเรียบเรียงคำแปลใหม่แล้วนะ หรืออาจเป็นได้ว่า เรื่องนี้เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการฝึกเซียนเปิดปราณนั่นนี่ แบบค่อนข้างลงรายละเอียดมากหน่อยนึง ฉากแฟนตาซีเยอะคิดภาพตามยากหน่อย โครงเรื่องใหญ่โต เริ่มต้นจากสำนักเล็กๆ แล้วค่อยๆ บานปลาย ฮาๆ แต่ส่วนที่ง่ายคือ ตัวละครที่เด่นๆ จำนวนไม่เยอะ และจำง่ายมาก เพราะมีเอกลักษณ์ทุกตัว

เริ่มเรื่องมาด้วยบท introduction แนะนำตัวละครยาว 100 หน้า เล่าถึงเหล่าเด็กแก๊งลูกศิษย์ปิดสำนักฝูเหยา 4+1 คน ช่วงแรกนึกว่าจะดราม่า แต่ผ่านไปสักพักเหมือน comedy ภาพแรกของสำนักฝูเหยาคือ เหมือนเป็นแหล่งรวมคนไม่เอาถ่าน รวมกลุ่มกันทำแต่เรื่องไร้สาระไปวันๆ ลูกศิษย์แต่ละคนคือโดนเจ้าสำนักเก็บมาแบบสุ่มๆ ต่างมีนิสัยเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำ ช่วงแรกคือทั้งบันเทิงและวายป่วงมาก ทั้งลูกศิษย์ทั้งอาจารย์

ช่วงหลัง มีดราม่าใหญ่โต แบบว้าว จะเริ่มซีเรียสกันแล้วสินะ ดราม่ากว่าที่คิดเลย แต่มันทำให้เรื่องนี้มีปมน่าติดตามมากขึ้นไปอีกขั้นนึงเลยแหละ ส่วนที่เราชอบคือ ความที่มันไม่มีตัวละครไหนเลยที่มีไอเท็มโกง หรือสกิลโกงติดตัวมาแต่เกิด ทุกคนคือเริ่มจากเด็กที่ไม่เป็นโล้เป็นพายเลยสักคน (อ่อ ยกเว้นน้องเสี่ยวเฉียน ฮาๆ) ผ่านประสบการณ์ขัดเกลา ค่อยๆ ตั้งใจฝึกฝนใช้เวลาเป็นปี จนเก่งขึ้นด้วยตัวเองจริงๆ เออ แบบนี้สิมันถึงน่าสนใจ

โดยเฉพาะ เจ้แม่เหยียนเจิงหมิง องค์หญิงใหญ่ จุดหักเหชีวิตนี่ทำได้ดีเลยอ่ะ รู้สึกว้าวอยู่เหมือนกัน ที่ลึกๆ แล้ว น้องเองก็มีสำนึก รักน้องๆ กตัญญูรู้คุณอาจารย์อยู่น๊า ว่าไม่ได้

โดยรวม เราว่าอ่านสนุก ซีนตลกดีมาก เจ้าเด็กอยู่ด้วยกันทีไรต้องได้ฮา ฉากต่อสู้ก็ดี มีความเคลื่อนไหวแว้บว้าบแฟนตาซี แบบทำให้เราอยากเห็นชุดเพลงกระบี่ไม้ฝูเหยาจริงๆ เลยอ่ะ ส่วนความสัมพันธ์ เล่มแรกนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็สมเหตุสมผลดี เพราะว่าน้องๆ ยังเด็กกันมากๆ เลย ทุกคนต้องใจเย็นกันนิดนึง

จบเล่มแรกไปแบบ ทิ้งปมน่าสงสัยไว้หลายอย่าง สำนักฝูเหยาเหมือนจะยังมีความลับอีกเยอะเลยแหละ เรื่องนี้ทำให้เราค่อนข้างนึกถึง นักรบพเนจรสุดขอบฟ้า นะ ถ้าได้ทำเป็นซีรี่ย์เหมือนกันคงดีมากก
Profile Image for RHEA.
59 reviews
February 27, 2022
ลังเลจะให้ 4 หรือ 5 ให้ 4.5 แล้วกัน

ต้นเรื่องเอื่อยเนือยและค่อนข้างพรรณนาซ้ำๆประมาณนึงจนคิดว่าจะวางดีมั้ย แต่ดีที่แข็งใจอ่านต่อ พอพ้นช่วงร้อยหน้าแรกไปได้คือเครื่องติดละ อ่านยาวจนจบเลย ชอบช่วงกลางๆ เรื่อง ตอนที่อาจารย์อยู่แล้วศิษย์พี่ศิษย์น้องตีกันมากๆ น่ารักง่ะ สำนวนจิกกัดสุดอะไรสุดจริงๆ แซะเก่งมาก โดยเฉพาะเสี่ยวเฉียนของเรา ชอบบ แล้วก็เอ็นดูศิษย์น้องหญิงคนเล็กตอนเป็นครึ่งคนมาก ไม่น่ารีบโต 5555555

แอบช็อกนิดนึงที่มีจุดพลิกผันตั้งแต่กลางเรื่อง แล้วก็ไทม์สคิปอีก ช่วงหลังๆ ก็รู้สึกสับสนพอควร เพราะเริ่มเผยปมต่างๆ ที่อ่านแล้วไม่เข้าใจมารัวๆ ยิ่งเด็กก๊วนนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลย เราคนอ่านก็เหมือนตาบอดงมในอ่างตามไปด้วย ประโยคบางวรรคที่แฝงนัย พวกคำสอนเอยอะไรเอย ที่ตัวละครฟังเข้าใจ แต่เราอ่านทวนสองรอบก็ยังไม่เข้าใจก็มี

ในเรื่องความสัมพันธ์ก็เรื่อยๆ ยังมองไม่เห็นเค้าโรแมนติกอะไร และด้วยความที่เริ่มอ่านแบบไม่อ่านเรื่องย่อไม่ดูสปอยอะไรทั้งนั้น อ่านไปก็อดสงสัยไม่ได้ว่า พระเอกคือใครว้า ใช่ที่คิดจริงๆ ใช่มั้ย รึเรื่องนี้มันไม่มีพระเอก 555555555 คือเดาได้แหละ แต่ออร่าไม่ออกเท่าไรเลย บทก็ไม่เน้นด้วย

แต่ก็อ่านเพลินดีแหละ โดยรวมถือว่าชอบนะ

ป.ล. สำนวนอ่านยากเหรอ? น้กเขียนชอบเล่นประโยคคำซ้อน+สำนวน+การแทนคำ เวลาอ่านต้องตีความนิดนึง แรกๆ อาจไม่ชิน แต่พออ่านๆ ไปก็จับทางได้เอง เปลี่ยนฟีลดีเหมือนกัน ส่วนตัวแล้วก็ชอบนะ สำนวนจิกกัดดี
Profile Image for ME mew desu.
80 reviews
May 12, 2024
3.75* ขอยกให้ลิ่วเหยาเป็นที่สุดแห่งความ slow burn ช่วงแรกๆเนื้อเรื่องดำเนินช้ามาก รายละเอียดก็เยอะ ยังไม่เข้าใจว่าเนื้อเรื่องมันเกี่ยวกับอะไรกันแน่และยังไม่ชินกับกับภาษาที่แปล บอกเลยว่าอ่านทีแทบจะธาตุไฟเข้าแทรก อ่านข้ามๆก็แล้ว แข็งใจอ่านก็แล้ว เข็ญแล้วเข็ญอีก แทบจะหมดกำลังใจ แต่สุดท้ายพอผ่านครึ่งแรกมาได้ บอกเลยว่าครึ่งหลังดำเนินเรื่องดีมาก สนุกจนวางไม่ลง เพราะพอปมต่างๆเริ่มแง้มๆออกมามันเลยทำให้เนื้อเรื่องสมูทแล้วก็สนุกขึ้น ทั้งๆที่เราก็ยังไม่รู้หรอกว่าแก่นเรื่องจริงๆมันคืออะไร +ด้วยคสพ.ของศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักกำลังค่อยๆพัฒนาและทำให้เรารู้สึกผูกพันธ์ ทำให้เราค่อยๆตกหลุมรักและเป็นกำลังใจให้เด็กๆฝูเหยา💖 สต.เราว่าลิ่วเหยาไม่ใช่นิยายรักหวานๆเลยแถมยังอ่านยากอีกแต่เป็นนิยายที่ทำให้เห็นว่าพื้นฐานของความรักกันมันเกิดมาจากมิตรภาพ เลยขอยกให้เป็นนิยายที่ดำเนินเรื่องด้วยมิตรภาพระหว่างเด็กๆแล้วกัน ไม่หวานแต่อบอุ่นดี ไปต่อกันเล่ม 2 ไม่รู้จะรอดไหม555555

ปล.เราอ่านพิมพ์ 1 นะ ใครกลัวเรื่องภาษาที่แปล เราอยากจะบอกว่ามันแล้วแต่คนนะ เราอ่านก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลแย่ขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าบางคำใช้ศัพท์ยากแล้วก็เรียงประโยคซับซ้อนไปหน่อย ต้องใช้เวลาอ่านนานกว่าปกติแค่นั้นเลย
Profile Image for Amelie S..
6 reviews
June 11, 2021
ครึ่งแรกไปอย่างเนือยๆ เรื่อยๆ ยอมรับว่าเป็นนิยายที่อ่านค่อนข้างยาก แต่คนแปลเก่งมาก แปลดีมาก
ถ้าข้ามความอ่านยาก การบำเพ็ญเป็นเซียนที่ไม่คุ้นเคย และความเรื่อยๆช่วงครึ่งแรกไปได้ เนื้อเรื่องครึ่งหลังสนุก ทีนี้อ่านแล้วติดเลย วา���ไม่ลง

ชอบความสัมพันธ์ศิษย์พี่น้องในเรื่องเป็นอะไรที่ชอบมากๆ เหมือนได้มองชีวิตพวกเค้าค่อยๆเติบโต
Profile Image for น้อนเว่ย.
79 reviews2 followers
July 27, 2021
อ่ะมามึง สมมติแบ่งเป็นสี่ส่วน อีส่วนที่สองกับสามมึงเตรียมตัวเลย น่าเบื่อชิบหาย แปลก็เลวกุบอกเลย ช่วงนัน้จะเป็นช่วงที่อ่านก็ยาก น่าเบื่อ โดยเฉพาะฉากที่มีการสู้กัน มั่วมาก แต่มึงต้องอดทน เพราะช่วงสุดท้ายดีขึ้นมาก และบอกไว้เลยนะ มันไม่มีความวายเลยเล่มนี้ กุรับไม่ได้กับการแปลเล่มนี้จริงๆ จนกุต้องใช้คำหยาบคาย อ่านได้ก็อ่าน อ่านไม่ได้ก็ข้ามนะ
Profile Image for Kritya Lee.
171 reviews3 followers
February 24, 2024
เราเข้าใจละว่าเรื่องนี้อ่านยากจริง เพราะใช้เวลามากกว่าปกติประมาณเท่านึง แต่เป็นเรื่องที่ชอบมาก เพราะเนื้อหาซับซ้อนประมาณนึง คนก็เยอะประมาณนึง เรื่องเลยมีความช้าอยู่เพื่อจัดไม่ให้แต่ละช่วงมันแออัดจนเกินไป แล้วที่อ่านลำบากคือ ชั้นกำลังอ่านตอนซีเรียสอย่างตั้งใจอยู่แต่คนเขียนช็อตฟีล จัดมุกฮาตบโต๊ะมาสายนึง ไอ้เราก็ว้าวุ่นเลยทีนี้ ต้องปรับอารมณ์แปปนึงแล้วค่อยอ่านต่อ

ว่าแต่ ลิ่วเหยา คือ … -_-;
Profile Image for TuRuKa.
65 reviews
February 2, 2023
สนุกมาก ชอบมาก ถูกจริตกับนักเขียนคนนี้จริงๆ วางสเกลเรื่องกว้างมาก แต่ใส่รายละเอียดดี แต่ถ้าใครไม่ชอบก็คือน่าเบื่อไปเลย แต่ส่วนตัวคือชอบ พอเริ่มเข้าที่ก็คือยิงยาวแบบไม่พักเลย อ่านจบเล่มหนึ่งคือต้องขึ้นเล่มสองทันที
Profile Image for Aom Ruka.
385 reviews19 followers
May 3, 2022
ให้ 5 แต่สารภาพนะว่าอ่านยากมาก ยากจนอยากจิร้องไห้ ยังไม่ได้เริ่มเล่ม 2-3 เลย รู้สึกไม่อยากไปต่อแล้ว ยกธงขาวยอมแพ้ หรือยอมอ่านแบบทุกทรมาณดี แงๆ
Profile Image for orangejasmine.
742 reviews17 followers
August 25, 2021
เนื้อหาเล่มแรกไม่มีอะไรมากค่ะ เริ่มจากการใช้ชีวิตเฮฮาของแก๊งเด็กตลกสี่คนครึ่ง (เพราะคนที่ห้าเพิ่งฟักออกจากไข่ นับให้ครึ่งคน) วันหนึ่งอาจารย์รู้สึกว่าถึงเวลาต้องไปทัศนศึกษาแล้ว ก็เลยกระเตงกันลงเขา ก่อนลงก็มีการปิดล็อคครั้งใหญ่เอาไว้ด้วย กะว่าไปกันแป๊ปๆ เดี๋ยวก็ได้กลับมาแหละ ที่ไหนได้ เรียกว่าลงเขาครั้งเดียวเปลี่ยนชีวิต ต้องไปโตกันนอกเขาเลยทีเดียว ตอนท้ายมีความระทึกเพราะต้องหนีตายจากเหตุที่เหล่าผู้อาวุโสทะเลากันด้วยเรื่องที่ก่อตั้งแต่ก่อนพวกเขาเกิดอีก จากเดิมที่ก็ไม่ค่อยสุขสบาย ลำบากกว่าเดิมอีก

หลังจากอ่านนิยายแปลจีนแบบสบายๆ มาพักนึง กลับมาเจอนิยายที่ต้องแปลไทยเป็นไทยอีกครั้งแล้วค่ะ หลังจากอ่านเทียนหย่าเค่อไป แล้วรู้สึกว่างานของพีต้าก็ไม่ได้ยากนี่นา อ่านแล้วสนุกด้วยนะเรื่องนั้น เลยไปตามเรื่องอื่นมาอ่าน เลือกเรื่องนี้มาเป็นเรื่องที่สอง โอ้โห หนูช็อค 5555555 ไม่ใช่ไม่สนุกนะคะ แต่ใช้พลังในการอ่านเยอะมากจริงๆ ค่ะ เพราะสำนวนภาษาเลยค่ะ

คือไม่แน่ใจว่ามันยากมาจากพีต้า หรือมันมายากตอนเป็นภาษาไทย เล่มหนึ่งคือพยายามหนักมากกว่าจะเข็นตัวเองอ่านจบ ด้วยที่บอกหนึ่งคือ ต้องมาแปลไทยเป็นไทยในบางจุด อ่านในใจวนๆ ก็แล้ว อ่านออกเสียงก็แล้ว บางทีก็ไม่เข้าใจอยู่ดี สุดท้ายเลยต้องผ่านๆ ไป บางจุดที่พยายามมาเป็นปรัชญาเต๋า เราก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็ต้องผ่านไปเหมือนกัน บางจุดที่รู้สึกว่าการใช้คำแปลกๆ คำซ้ำซ้อน ที่พอลองตัดไปก็ความหมายไม่เปลี่ยนนี่นา มารู้ตอนหลังว่ามีแปลผิดอีก(และสำนักพิมพ์ไม่มีแจ้ง แม้จะมีคนที่เคยอ่านจีนไปแย้งแล้วก็ตาม) ก็ยิ่งสงสัยไปใหญ่ว่าที่ตูอ่านไม่เข้าใจหรือจะเพราะแปลผิดด้วยกันนะ

และสองคืออินโทรคุณพี่ยาวมากค่ะ ปูพื้นเรื่องเด็กๆ แน่นๆ เลย กว่าจะมาเผยปมฝั่งผู้อาวุโสคือเกือบท้ายๆ เรื่อง แล้วมาทิ้งไว้แบบงงๆ อะไรยังไง ไม่เข้าใจอะไรเลย ตัวละครค่อยๆ โผล่มาเรื่อยๆ มาแบบงงๆ ว่าคุณพี่มาทำไม แล้วคุณพี่ก็หายไป แล้วเดี๋ยวก็โผล่มาใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดในเศษหนึ่งส่วนสามท้ายเล่ม กว่าจะเริ่มสนุก คนอ่านแทบท้อ

แต่ใดๆ คือ หลงรักแก๊งเด็กตลกนี่อยู่นะคะ เบอร์หนึ่งยกให้ศิษย์พี่ใหญ่เลยค่ะ เป็น love-hate relation ระหว่างเรากับเหยียนเจิงหมิง 5555555 ปกติเรามักโดนนายเอกตกนะเวลาอ่านนิยายวาย เรื่องนี้นับว่าอยู่ในส่วนน้อยของเราเพราะโดนพระเอกตก คนอะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้ อ่านแล้วหมั่นไส้นาง แต่ก็ชอบนางมากเช่นกัน

Profile Image for Tkpslc..
456 reviews12 followers
December 24, 2021
หลายคนบอกเรื่องนี้อ่านยากแต่เราว่าอ่านง่ายนะ แค่กว่าจะเข้าเรื่องมันใช้เวลานานนนนิดนึง ไม่มีโรมานซ์แต่อ่านสนุกดี จุดที่ซาบซึ้งก็โอเค ไม่แย่ เฉพาะเล่มแรกนะ.
Profile Image for Rada Chalapipat.
645 reviews64 followers
March 19, 2020
ชื่อผู้แต่งรับประกันความสนุกของพล็อตที่ซับซ้อนมีข้อคิดและ NC น้อยมากกก สำหรับการแปลของนักแปลที่ดูจะถนัดจีนโบราณ เราว่ารอบนี้อ่อนโยนและเข้าใจง่ายขึ้น มีความงงน้อยลง พล็อตในเล่มแรกจะเป็นสองช่วงเหตุการณ์หลักคือสมัยที่ทีมศิษย์ #สำนักฝูเหยา ยังมีอาจารย์มู่ชุนและอีก 5 ปีต่อมาที่ต้องพึ่งพาเกาะมังกรเขียวภายห,ังอาจารย์เสียชีวิตและมอบหมายให้ศิษย์พี่ใหญ่เป็นเจ้าสำนัก

#เฉิงเฉียน เด็กชายหน้าสวยผอมบางในวัยไม่ถึงสิบขวบแต่ความคิดความอ่านเกินวัยไปมาก เสี่ยวเฉียนเค้าเป็น Wednesday child ที่เกิดในครอบครัวยากจนในยุคที่มีสำนักเซียนเถื่อนเกิดขึ้นมากมาย เค้าถูกขายให้อ.มู่ชุนที่สารรูปเป็นนักพรตยาจกผอมแห้งเคราขาวทีเล่นทีจริง ระหว่างเดินทางกลับสำนักอาจารย์เก็บยาจกน้อยพูดมากมอมแมมมาอีกคนทำให้อาเฉียนที่อายุน้อยที่สุดกลาบเป็นศิษย์พี่สามและ #หานยวน เป็นศิษย์พี่สี่

เราชอบความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ค่อยๆผูกพันเพิ่มพูนและทำให้อาเฉียนที่เกิดใาท่ามกลางการไม่ถูกรักเปลี่ยนเป็นคนที่แม้จะเย็นชา อำมหิต ใจแข็งแต่ยอมตายเพื่อพี่น้องได้ คนสำคัญที่เชื่อมโยงทุกคนไว้คืออาจารย์มู่ผู้ไม่ถือตัวและดูออกถึงนิสัยแท้จริงของลูกศิษย์ อ.มู่ดูออกว่าพี่ใหญ่ที่ดูเหลาะแหละจะพึ่งพาได้และจะเป็นเจ้าสำนักที่ดี ในขณะที่อาเฉียนมีดีทั้งความขยันตั้งใจและความมุ่งมั่นกล้าหาญแต่ความตึงเกินไปอาจจะทำให้ส่งผลร้าย อดขำไม่ได้ว่าอ.มู่เลยจับค���่พี่ใหญ่กับอาเฉียนเพื่อให้ลงตัวเป็นทางสายกลางแต่นอกจากทะเลาะกันเก่งแล้วยังก่อเรื่องใหญ่กว่าเดิมจนโยงให้เจ้าตัวได้รู้ความจริงว่าตัวเองคือใคร เจ้าบาดาลเหนือที่คอยช่วยเหลือคือใคร ครึ่งหลังนอกจากบู๊ผจญภัยแล้วดราม่าหนักขึ้นเมื่อเปิดตัวศิษย์พี่ทรยศของอ.มู่ที่ฝักใฝ่วิชามาร การที่อาเฉียนต้องเห็นอาจารย์แตกสลายไปต่อหน้า การที่พี่ใหญ่ถูกทำร้ายและลบหลู่ที่เกาะมังกรด้วยความอับอายว่าเป็นเจ้าสำนักไม่ได้ความ ช่วงท้ายเมื่อผ่านไป 5 ปีจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของทุกๆคนที่โตขึ้นทั้งทางความคิดและความสามารถ อาเฉียนเก่งคาถาและการพลิกแพลงเพลงกระบี่แต่โหดเหี้ยมและมีความอาฆาตไม่ยอมคน พี่ใหญ่สำรวยน้อยลง เล่มนี้เริ่มมีแววว่าหวงและห่วงน้องสามมากกว่าคนอื่นแบบไม่รู้ตัว โดยรวมแล้วเราชอบแนวนี้มาก ถ้าอ่านซ้ำอ่านย้อนจะพบหลายจุดที่ซ่อนแง่คิดดีๆเอาไว้ ทุกคนมีความดีและไม่ดีปะปนกันอยู่ในระดับที่ต่างกันขึ้นอยู่กับว่าจะหันด้านไหนเข้าหาใคร
Profile Image for MangPor Kreemaha.
29 reviews1 follower
April 13, 2020
ช่วงแรกๆจะเอื่อยมาก แต่พอผ่านช่วงนั้นมาได้แล้วจะเริ่มสนุก ตกใจนิดนึงที่บางตัวไปเลยตั้งแต่เล่มแรก คือแบบว่าไม่เห็น death flag นั้นเลย ตอนนี้ยังเดาไม่ได้เลยว่าเรื่องจะไปทางไหน ตัวละครยังเผยออกมาไม่หมด

คหสต.รู้สึกว่าภาษาแปลเล่มนี้อ่านยากมาก เคยอ่าน Guardian ของคนแต่งคนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอ่านยากเย็นขนาดนี้นะ ไม่แน่ใจเป็นเพราะว่าเรื่องนี้เป็นย้อนยุครึเปล่า แต่อ่านแล้วรู้เลยว่าเป็นภาษาแปล ไม่ได้รู้สึกว่าแปลสวยนะ งงมากกว่า555 แต่คือไม่รู้ว่าต้นฉบับก็เจตนาเขียนให้มันซับซ้อนแบบนี้รึเปล่า

ถ้าอ่านง่ายกว่านี้จะให้ 5 ดาวแล้วอ่ะเอาจริง.....
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Kiengku.
67 reviews
November 1, 2025
|| Review รวม 1-3 ||
➝ Overall: ★★★ /5✰⭑

จะว่ายังไงดีล่ะ
คือสำหรับเราแล้ว ตัวพล็อตเรื่อง + ตัวละครในเรื่อง คือดีมาก ๆ เลย แต่สำนวนการแปลคือทำให้อ่านยากสุด ๆ เหมือนต้องแปลไทยเป็นไทยอีกรอบ (คิดว่าเพราะทับศัพท์เยอะมาก เยอะจนเห็นเชิงอรรถแล้วถอนหายใจ 🥲) พยายามเข็นจนจบเล่มเพราะเนื้อเรื่องและตัวละครล้วน ๆ เลย
Profile Image for Faelyn.
246 reviews2 followers
Read
November 22, 2020
ครึ่งแรกแอบน่าเบื่อนิดหน่อยเลยใช้เวลาอ่านนานไปนิด เป็นช่วงวัยเด็กของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง แต่ละคนนิสัยน่าตีกันทั้งนั้นเลย แบบที่เรียกได้ว่าเด็กเปรตเลยแหละ

ช่วงครึ่งเล่มหลังเริ่มสนุกแล้ว เด็กๆผ่าน turning point กันแล้วก็เข้าสู่ช่วงโตละ เริ่มเป็นวัยรุ่น
Profile Image for MT.
639 reviews83 followers
January 14, 2021
- ชอบความนิ่งเงียบเกือบๆร้อยหน้าแรกมาก อย่างกะดูหนังart house ช่วงศิลย์พี่ศิลน้องแอบด่ากันในใจนี้ก้ชอบมาก แต่พอมีผีห่าซาตานออกมาก็เริ่มแบบอินน้อยลงจนช่วงหลังอ่านไม่รู้เรื่องเลย 555 อยากอ่านต่อแต่ก็ลังเล
Profile Image for AP.
31 reviews2 followers
February 17, 2020
รู้สึกว่าช่วงแรกจะเรื่อยๆเอื่อยๆหน่อยค่ะ แต่มาสนุกมากช่วงหลังๆโดยเฉพาะบทท้ายๆ แปลดีมากๆค่ะ แต่ค่อนข้างอ่านยากเพราะจะใช้ภาษาแนวเปรียบเปรย
Profile Image for Suwannee Duangmanee.
276 reviews6 followers
June 7, 2020
อ่านเริ่มเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อ แต่ช่วงกลางเล่มเริ่มสนุก และต่อเนื่องจนคว้าเล่มสองมาอ่านต่อ
Displaying 1 - 21 of 21 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.