Thanawat441 reviewsFollowFollowJuly 18, 2019“อำนาจเป็นต้นเหตุของความบิดเบี้ยว ยิ่งอำนาจนั้นเบ็ดเสร็จมากเท่าไร ความบิดเบี้ยวนั้นยิ่งมีความเบ็ดเสร็จมากขึ้นเท่านั้น และวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่มักจะกลายเป็นจอมทรราชเสมอ”- บารอน แอคตันหนังสือประวัติศาสตร์เล่มเล่กกระทัดรัด ที่เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญระดับ “พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน” ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกอย่างการปฏิวัติฝรั่งเศสจาก “ข้าคือรัฐ” ไปจนถึง “เสรีภาพ ความเสมอภาค และภารดรภาพ”หนังสือวางโครงหลักเอาไว้ 3 ส่วน คือ บริบทก่อนปฏิวัติ, ชนวนเหตุและการปฏิวัติ และฝรั่งเศสภายหลังการปฏิวัติผู้เขียนปูพื้นที่มาที่ไปให้เห็นโครงสร้างทางสังคมของราชอาณาจักรฝรั่งเศสภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 16ในยุคนั้น ฝรั่งเศสมีโครงสร้างทางสังคมแบ่งเป็นฐานันดร 3 ระดับ และแน่นอนว่า ฐานันดรที่สูงกว่ากลับเป็นผู้ยึดครอง และผู้ใช้ทรัพยากรมากกว่า ทั้งๆ ที่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศส่วนฐานันดรที่ 3 อย่างปุถุชนคนเดินดิน กลับเป็นผู้จ่ายภาษีแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ได้ใช้ทรัพยากรน้อยนิดการปฏิวัติ มันก็มีชนวนมาจากปัญหาปากท้องทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าใช้อุดมการณ์เป็นตัวนำอย่างในอุดมคติการปฏิวัติฝรั่งเศสที่เกิดขึ้น เกิดจากปัญหาเรื่อง “ขนมปัง”“ขนมปัง” เป็นอาหารหลักของคนฝรั่งเศส เมื่อมันมีการกระจายทรัพยากรขนมปังไม่ทั่วถึง ก็เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ของประชาชนที่อดทนกับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมานานผู้เขียนแสดงให้เห็นว่าปัญหามันช่างคลาสสิก รอบตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 14-16 ก็เต็มไปด้วยบาทหลวง และขุนนางที่มุ่งพิทักษ์อู่ข้าวอู่น้ำของตนเอง จนไม่ได้ดูทิศทางลมว่าประชาชนฐานันดรที่ 3 เค้าอารมณ์ไปถึงไหนแล้วสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติแบบพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดินหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่เคยได้ยินผ่านหูมา อย่างชื่อ มารี อังตัวร์เน็ต, กลุ่มจาโคแบง, จิรองแดง, เครื่องประหารกิโยตีน, ยุคแห่งความหวาดกลัว ฯลฯ เอามาเล่าให้ฟังแบบสรุปกระชับเรื่องที่อ่านแล้ว เฮ้ย สุดๆ เลยพี่น้อง คือเรื่องการล้มระบอบ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงระบบปฏิทิน นับใหม่ไปเลยครับ สัปดาห์นึงมี 10 วัน ตั้งชื่อวันใหม่ด้วยคือเพิ่งรู้เนี่ยแหละว่ามีเรื่องอย่างนี้ในประวัติศาสตร์เหตุการณ์ปฏิวัติจบลงที่การรัฐประหารของนโปเลียนผู้เขียน defend ให้กษัตริย์หลุยส์ที่ 16 ว่า พยายามอย่างยิ่งที่จะปรับเปลี่ยน ปฏิรูปหลายๆ อย่าง เพื่อประนีประนอมกับฝ่ายปฏิวัติ แต่ไม่สำเร็จ ฝ่ายปฏิวัติต้องการขุดรากถอนโคนและหลังการปฏิวัติ ก็เกิดทรราชคนใหม่ตามกวาดล้างกลุ่มอำนาจเก่าจนเกิดยุคสมัยแห่งความหวาดกลัวขึ้นอันนี้ก็เข้าใจได้ เพราะเวลาอ่านประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่า facts สามารถถูก manipulate ได้โดยคนเขียน และเป็นหน้าที่ของผู้ศึกษาเอง ในการใช้วิจารนญาณ ตัดสินด้วยตัวเองโดยรวมขอสรุปเลยว่าหนังสือเล่มนี้ ควรค่าแก่การอ่าน แม้หลายๆ ครั้งจะหนักหัวไปบ้าง แบบประวัติศาสตร์ตามแบบแผน แต่ด้วยความกระทัดรัดของหนังสือ ทำให้ผู้เขียนพยายามเขียนออกมาให้กระชับ และใช้เวลาอ่านไม่นานนักnon-fiction
Wisin(ZEN) Charoensuk-Sira44 reviews2 followersFollowFollowOctober 29, 2019ดำเนินเรื่องได้ดี ลำดับเหตุการณ์ฉนวนที่นำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ มีเชิงอรรถเป็นกรอบเพิ่มความเข้าใจ รู้สึกเหมือนอ่านเล่มนี้จะทำให้เข้าใจฝรั่งเศสมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการต่อยอดอ่านงานเกี่ยวกับฝรั่งเศสอื่นๆต่อไป
Job Wutipong46 reviews1 followerFollowFollowOctober 30, 2020ในโลกยุคใหม่ เมื่อเราพูดถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์เราอาจนึกถึง ไอสไตน์ ผู้ที่พิสูจน์เชิงทฤษฎีว่าสิ่งที่ นิวตัน ปรมาจารย์แห่งวงการวิทยาศาสตร์คิดนั้นไม่ถูกในบางสภาวะถ้าเราผู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบการผลิตของโลกเราอาจนึกถึง “การการปฏิวัติอุตสาหกรรม” ที่อังกฤษ ที่ ๆ ให้กำเนิดเครื่องจักรไอน้ำและเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาลและถ้าเรานึกถึงหมุดหมายที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองการปกครอง “การปฏิวัติฝรั่งเศส” ก็เป็นหมุดหมายสำคัญที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงได้ การปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งของโลก นอกจากส่งผลต่อระบบการเมืองการปกครองเฉพาะที่ฝรั่งเศษแล้วยังส่งผลระทบเป็นลูกโซ่ต่อประเทศอื่น ๆ เป็นวงกว้าง ทำให้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อันแข็งแกร่งของชาติมหาอำนาจอย่างยุโรปต้องล่มสลาย หรือ ถูก disruption อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในการปฏิวัติฝรั่งเศส หลายคนอาจเข้าใจว่า คือ การทำลายคุกบัสตีย์ ในวันที่ 14 กรกฎาคม 1789 (ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของหนังสือเล่มนี้) แต่การปฏิวัติฝรั่งเศส นั้นจริง ๆ หมายถึงเหตุการณ์ใหญ่ 3 ครั้ง ครั้งแรก คือ การทำลายคุกบัสตีย์ในปี 1789 ครั้งที่สอง คือ การปฏิวัติฝรั่งเศสหลังจากนโปเลียน ผ่ายแพ้มีการนำการปกครองระบบกษัตริย์กลับมาในฝรั่งเศสอีกครั้ง ราชวงศ์ บูร์บงกลับมามีอำนาจ เกิดความเหลือมล้ำสูง ประชาชนอดอยาก และออกมาประท้วง (July Revolution) ครั้งที่สามในปี 1848 คือ การเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งให้กับประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ เพราะแม้มีการปฏิวัติมาหลายครั้งแต่คนส่วนใหญ่ในประเทศก็ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะถูกสงวนไว้ให้กับผู้ที่มีอันจะกินและชนชั้นกลางบางกลุ่มเท่านั้น หลังสือเล่มนี้เล่าถึงเหตุ และบริบท (context) อันก่อให้เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญในการปฏิวัติฝรั่งเศส คือ “การทำลายคุกบัสตีย์” ในปี 1789 เรื่องบางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิด และพร้อมให้เราตีความ สถาบันฯ นักการเมือง ชนชั้นนำ และกลุ่มผู้ปฏิวัติใหม่ หลังอ่านจบเราจะเข้าใจเรื่องบางเรื่อง ชนวนบางอย่างต่อเนื่องกันจนเข้าใจว่า เหตุและผลของกลุ่มต่าง ๆ คือ อะไร มีปัจจัยแวดล้อมอะไรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราไม่เคยเข้าใจบ้าง แล้วเราจะรู้ว่าเราไม่รู้อะไร
Cookie Niyompong18 reviewsFollowFollowSeptember 16, 2021The French Revolution : ปฏิวัติฝรั่งเศส บอกเล่าข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศสปี 1789 อย่างตรงไปตรงมา เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับคนที่ไม่เคยศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก่อนอย่างเรา บางเรื่องที่เคยรู้มาผ่านๆ หรือเห็นแค่บางส่วนจากหนัง ทำให้มองแต่ความสำเร็จของการปฏิวัติ จนเผลอมองข้ามเลือด หยาดเหงื่อ น้ำตา และกองศพไป
Manit250933 reviewsFollowFollowJuly 5, 2020เนื้อหาเน้นลำดับเรื่องราว แต่อ่านยังไม่เข้าใจถึงความคิด ที่นำไปสู่การปฏิวัติ
Jariya Wongpichet17 reviewsFollowFollowDecember 9, 2020เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านเข้าใจง่าย อ่านสนุก ส่วนตัวเคยไม่ชอบหนังสือแนวนี้เท่าไหร่นัก เพราะอ่านแล้วจะง่วงๆ พอมาเจอเล่มนี้เปลี่ยนใจแล้วค่ะ
Pimori21 reviews3 followersFollowFollowAugust 11, 2025ดำเนินเรื่องได้ดี เรียงลำดับเหตุการณ์ได้เข้าใจง่ายมากค่ะ