นางเอกเป็นทาสอุ่นเตียงของชาวหูที่เป็นศัตรูของพระเอก พระเอกเป็นน้องชายร่วมมารดากับฮ่องเต้คนปัจจุบัน เป็นแม่ทัพใหญ่ ส่วนใหญ่ก็จะรบแถวชายแดน ระหว่างทำสงครามกัน พระเอกก็เก็บนางเอกได้ นางเอกก็เลยกลายเป็นคนของพระเอกตั้งแต่นั้น
.
ความรู้สึกก่อนอ่าน ขณะอ่าน และหลังอ่าน ไม่เหมือนกันเลย ก่อนอ่านโอรู้สึกว่ามันต้องดราม่า หน่วง ภาพในหัวคือนางเอกต้องเจอเรื่องร้ายมาหนัก ต้องสงสารนางแน่ ๆ พระเอกก็อาจจะเป็นคนที่กดขี่นางตอนแรก ต่อมาก็ตกหลุมรัก อะไรประมาณนี้ แต่ที่จริง โอว่าอารมณ์เรื่องไม่ได้เศร้า ออกไปทางตลกด้วยซ้ำ ตลกกับมุกที่ผู้เขียนทยอยใส่มารายทาง แต่ก็มีความจริงจังของเนื้อเรื่องผสมอยู่ เรื่องไม่ได้โฟกัสแค่ความรักของพระนาง ค่อนข้างกระจายบทให้กับความสัมพันธ์อื่น ๆ โดยเฉพาะเพื่อน
.
เรื่องเริ่มเล่าตั้งแต่ช่วงที่พระเอกเก็บนางเอกมา พระเอกเดินทางไปขอความช่วยเหลือ เจอตัวละครหลักอีกตัวชื่อตงฟางฮู่ ประลองฝีมือและปัญญากัน มิชชั่นคอมพลีต ตงฟางก็กลายเป็นผู้ช่วยฝีมือดีของพระเอก ซึ่งเขาเป็นอีกคนที่มีบทเด่นมากพอ ๆ กับพระเอกเลย เจอคนนู้น ปะคนนี้ ตอนอ่านโอก็รู้สึกนะ ว่าต้องเล่าละเอียดไล่เรียงขนาดนี้เลยเหรอ แต่พออ่านจบ พอจะเข้าใจแนวคิดของผู้เขียน ยิ่งตงฟางนี่เหมือนผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านเห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นเส้นทางที่แทบจะพลิกไปคนละแบบของเขาเลย ที่รู้สึกอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องอ่านค่อนข้างยากค่ะ ตัวละครชอบพูดโต้กลอน ไม่ก็เป็นถ้อยคำที่กินนัยบางอย่าง อ่านไปหนึ่งในสามของเล่มแรก โอพลิกไปอ่านรีวิวตัวเองที่เขียนถึง ‘ลิขิตรักลวงเล่ห์’ ซึ่งเป็นผลงานอีกเรื่องของผู้เขียนที่ได้รับการแปลมาก่อนหน้า โป๊ะเชะ สไตล์เดียวกันเลย คือตัวละครค่อนข้างอ่านยาก เข้าใจยาก เล่าเรื่องเรื่อย ๆ ว่าตัวเอกพบเจอใคร ทำอะไร แต่เรื่องนี้ผู้เขียนคุมเรื่องได้ดีกว่า ให้คำอธิบายตัวละครแก่ผู้อ่านได้ดี อะไรที่เข้าใจยาก ๆ ตอนแรก พออ่านไป ผู้เขียนค่อนข้างจะเก็บมาขยายความให้ช่วงท้าย และเรื่องนี้มีความตลก ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อ
.
สิ่งที่โอประทับใจเรื่องนี้คือเรื่องความสัมพันธ์นั่นเอง โดยเฉพาะเรื่องความรัก ผู้เขียนอธิบายได้อย่างเข้าใจ ลึกซึ้ง และเข้าถึงตัวละคร
.
คู่หลักของเรื่องคือฉาฉากับเฉิงตั๋ว สองคนนี้ไม่ได้รักกันตั้งแต่แรกพบนะคะ
.
เฉิงตั๋วถูกใจหน้าตาฉาฉาก็จริง แต่กลับพูดใส่หน้านางทำนองว่า ‘หน้าตาแค่งั้น ๆ’ ส่วนฉาฉาได้ยินดังนั้นก็เก็บทดไว้ในใจ แหม คำว่าไม่สวยนี่พูดใส่หน้าผู้หญิงคนไหนก็เจ็บจริงไหมคะ หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์วัดใจขึ้นหลายครั้ง เฉิงตั๋วไม่ได้ไว้ใจฉาฉานะคะ รู้ด้วยว่านางมีแนวโน้มจะเป็นไส้ศึกได้ง่าย แต่เขาก็หยิ่งทะนงเกินกว่าจะระแวงจนกำจัดนางในทันที แถมเมื่อจะหาเหตุผลมาเอาผิด ก็เอาผิดนางไม่ได้สักที นางมีเหตุผลประหลาด ๆ มาอธิบาย ซึ่งเหตุผลเหล่านั้นฟังอย่างไรก็รู้ว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่สามารถหาข้อหักล้างได้ แถมเฉิงตั๋วยังตระหนักว่าฉาฉานี่ฉลาดและรักตัวกลัวตายมาก ถ้าเก็บนางไว้ใกล้ตัว ก็จะเห็นสัญญาณบอกอันตรายล่วงหน้าได้ดี
.
ส่วนฉาฉา นางมีเชื้อสายต่างชาติ ตาสีน้ำเงิน พูดไม่ได้ แต่ฟังออก เขียนได้ เฉิงตั๋วให้นางมาอุ่นเตียงให้ นางก็ตอบรับไม่หือไม่อือ ว่างก็นอน เวลามีภัยก็หลบ หรือไม่ก็ทำตัวกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวัน ๆ ทำตัวหัวอ่อน ทั้งที่จริง ๆ ตรงกันข้าม ชีวิตที่ผ่านมาของฉาฉาในฐานะทาสอุ่นเตียงของชาวหูไม่โสภานัก แต่ผู้เขียนไม่ได้ตอกย้ำซ้ำเติมเหตุการณ์เท่าไร มีพูดถึงแค่สั้น ๆ ฉาฉายังสามารถใช้ชีวิตปกติและมีความสุขกับชีวิตในแต่ละวัน แต่เมื่อเข้าเล่มสอง ผู้เขียนแสดงให้เห็นเพิ่มว่าจริง ๆ แล้วฉาฉานั้นได้รับผลกระทบ และเฉิงตั๋วเป็นคนเดียวที่เข้าใจ ใส่ใจ ยอมอดทนเพื่อฉาฉา ส่วนหนึ่งที่ฉาฉารู้สึกประทับใจเฉิงตั๋ว ไม่ใช่แค่เขาปฏิบัติต่อนางดี แต่เพราะวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนรอบข้าง
.
ความรักของคู่นี้มีลำดับ มีการพัฒนา มีความเข้าใจ มีเหตุการณ์วัดใจเกิดขึ้นหลายต่อครั้ง สุดท้ายแล้วพวกเขาทั้งคู่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักที่ทั้งคู่มีต่อกันนั้นเหนือกว่าสิ่งใด เป็นคู่ที่โอประทับใจเกินกว่าที่คาดมาก
.
เหตุการณ์ส่วนใหญ่ในเรื่องเกิดขึ้นที่แนวชายแดน ได้กลับเมืองหลวงมาระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็กลับไปสู้รบใหม่อีกครั้ง
.
ตัวละครฉลาดทุกตัวค่ะ ออกแนวชิงไหวชิงพริบ เหตุผลแรกที่เห็นอาจไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง เรื่องพลิกไปพลิกมาดี
.
ในเรื่องมีคู่อื่นด้วย ต้องลองอ่านดูนะคะ มีคำพูด มีประโยคที่โอชอบหลายประโยค ถ่ายทอดแง่มุมบางอย่างได้น่าสนใจ หักความอ่านยากแบบจงใจไปหน่อย บวกเพิ่มความประทับใจรายทาง มุกตลกเยอะกว่าที่คิดด้วย อะไรที่ไม่คิดว่าจะเล่นก็ดันเล่น พระเอกชอบปล่อยมุกที่ทำให้คนไม่ฮา คือไม่เคยเจอพระเอกอย่างนี้ ชอบบบ
.
ให้ที่ 4.5 ดาว
.
====================================
อ่านนิยายอยู่กับบ้านกันนะทุกคน ขอให้แข็งแรง ผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดี