Thanawat441 reviewsFollowFollowJuly 6, 2019จับแกนหลักได้เลยว่าหนังสือพูดถึงสิ่งที่เรียก ประสิทธิผล (efficiency)หมายความว่า ผลลัพท์ (outcome) ที่ได้ออกมา มันต้องสมเหตุสมผลกับความพยายาม (effort) ที่ใส่เข้าไปตอนแรกนึกว่าจะออกมาแนว lean system ของ Toyota ที่บอกเป็นกระบวนการ หนึ่ง-สอง-สาม-สี่ ว่าต้องทำอะไรบ้างแต่ปรากฏว่า “ทำมากเหนื่อยฟรี ทำถูกวิธีไม่เหนื่อยเลย” เล่มนี้ มุ่งสร้างทัศนคติ และวิธีคิด ปรับเปลี่ยนความคิดให้ผู้อ่านว่า “ความพยายามที่ดี (good effort)” น่ะ มันเป็นยังไง“การสร้างความพยายามที่ดี = สภาพแวดล้อม x ความมุ่งมั่น x นิสัย”เงื่อนไขสำคัญ 7 ประการของความพยายามที่ดีที่ผู้เขียนวางหลักไว้เลย คือ…1. ความพยายามที่ดี… ต้องก่อให้เกิดผลสำเร็จ2. ความพยายามที่ดี… ต้องมีเป้าหมายชัดเจน3. ความพยายามที่ดี… ต้องรับรู้ถึงกรอบของเวลาที่ชัดเจน4. ความพยายามที่ดี… ต้องได้ผลผลิตที่สูง5. ความพยายามที่ดี… ต้องทำให้เกิดความพึงพอใจ6. ความพยายามที่ดี… ก่อให้เกิดแบบแผนของความสำเร็จ7. ความพยายามที่ดี… ทำให้เรามีพัฒนาการจะเห็นได้ชัดเลยว่าสิ่งที่ได้จากการอ่านมันมีทั้งการปรับวิธีคิดทั้งระดับองค์กร และระดับปัจเจกแน่นอนว่าถ้าเราเป็นผู้บริหาร เราสามารถเข้าไปรื้อโครงสร้าง “กำแพง” ที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้าง “ความพยายามที่ดี” ได้ส่วนในระดับปัจเจก เราก็ยังเอาวิธีคิดจากหนังสือนี้มาพัฒนาตัวเองได้เช่นกัน“…การใช้เวลาทั้งหมดเพื่อคิดถึงเพียงสิ่งเดียว ทำให้เราเสียโอกาสไปกับสิ่งอื่น การใช้เวลาไปกับเรื่องใดก็ตามแปลว่าเราต้องเสีย ‘โอกาส’ สำหรับเรื่องอื่น…“หนังสือเล่มนี้เล่าออกมาเป็นแบบคู่ขนาน เขียนถึง “ความพยายามที่ดี” ตีคู่ไปกับ “ความพยายามที่ไม่ดี” ให้เห็นชัดๆ แบบคู่ตรงข้าม ซึ่งมันช่วยให้ง่ายต่อความเข้าใจไม่ว่าจะเป็น การทุ่มเวลาไปกับเรื่องๆ เดียว, การมุ่งแต่จะเขียนเอกสาร, ความเข้าใจผิดว่าการทำงานล่วงเวลาคือความขยัน ฯลฯโครงสร้างหนังสือแบ่งเป็นภาพใหญ่ 5 บท แต่ทำทำให้ง่ายต่อการอ่านคือการซอยเป็นบทย่อยๆ 75 บท บทละ 2–4 หน้า ช่วยให้อ่านได้กระชับ จบเรื่องนั้นๆ แบบไม่ต้องลากยาวผู้เขียนตกผลึกประสบการณ์ของการเป็นบริษัทที่ปรึกษาลงมาเป็นตัวอักษร อ่านง่ายตามแบบฉบับ How-to สัญชาติญี่ปุ่นสไตล์หนังสือเป็นแบบ call-to-action ในระดับนึงเลย หลายๆ อย่างเอามานั่งคิดๆ ดู ก็ เฮ้ย… ทำได้ ปรับได้นี่อ่านไปจนจบจะเห็นได้ว่าใน 75 บทย่อยนี่ นอกเหนือจาก “การสร้างความพยายามที่ดี” แล้ว เนื้อหายังครอบคลุมไปถึงทั้งเรื่องภาวะผู้นำ, การบริหารเวลา, การบริหารจัดการคน, การทำงานเป็นทีม ไปจนกระทั่งเรื่องอย่างเทคนิกการประชุม, การจัดการเอกสาร ฯลฯแม้ว่าแต่ละเรื่องจะไม่ได้ลงลึกมากแต่ก็เรียกได้ว่า หัวข้อแนว Productivity นี่มาครบชอบหนังสือ How-to สัญชาติญี่ปุ่นเพราะมีจุดดีคือ เขียนกระชับ น้ำน้อย ไม่เยิ่นเย้อ นอกจากนี้ ส่วนสารบัญของหนังสือทำหน้าที่เป็นเหมือน shortnote ที่เอามาเปิดอ่านทบทวนได้ เรียกว่าถ้าต้องการ recall อย่างเร็วๆ นี่ก็เปิดอ่านสารบัญได้เลยhow-to
Waritti Hanburanapong7 reviewsFollowFollowJanuary 24, 2021ส่วนตัวรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนคัมภีร์ที่ช่วยในการทำงานมีประสิทธิภาพ เหมาะกับทั้งคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ไปจนถึงผู้จัดการชอบที่แบ่งเนื้อหาเป็นกลุ่มๆ และบทย่อยๆ ที่ไม่ยาวจนเกินไป กระชัด ตรงประเด็น เห็นภาพ
Chaitat76 reviews1 followerFollowFollowMarch 16, 2022ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือพัฒนาตนเองของญี่ปุ่น เขามักบอกวิธีเป็นข้อๆเลย, ชอบอ่านของสหรัฐฯมากกว่า เพราะมักอธิบายเรื่องราวตั้งแต่ต้นว่าเป็นมาอย่างไรจนจบ, อย่างไรก็ตาม หลักการต่างๆในหนังสือเล่มนี้ก็มีความน่าสนใจไม่น้อย
Thana Nitayarerk23 reviewsFollowFollowDecember 17, 2021หัวใจหลัก- ความพยายามมีทั้งความพยายามที่ดีและความพยายามที่ไม่ดี- จุดสำคัญอยู่ที่คุณภาพของความพยายาม- ถ้าเราพยายามผิดจุด สิ้นเปลืองแรงมากแต่ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ