Jump to ratings and reviews
Rate this book

ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้ คือหัวใจของความสำเร็จ

Rate this book
ความจำเป็นที่ต้องมี "จิตใจแบบถ้วยเปล่า" หากแต่การเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อต่อยอดในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ว่างเสียก่อน เช่นเดียวกับถ้วยหนึ่งใบ เราจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ก็เพราะมันว่างเปล่า ฉะนั้นการฝึกทำกายใจให้ว่าง ก็เป็นหนทางสร้างตัวเราที่สมบูรณ์อย่างแท้จริงฉันนั้น เล่าจื๊อ เคยกล่าวไว้ไม่ใช่หรือว่า ศึกษาวิชา ทุกวันมีแต่เพิ่มพูน ศึกษาเต๋า ทุกวันมีแต่น้อยลง จากคัมภีร์เต้าเต๋อจิงบทที่ 48 - ผู้แปล) อันที่จริงมีคนไม่มากหรอกที่จะทำตนให้ว่างเปล่าได้ เพราะปัจจุบันพวกเรากำลังอยู่ในโลก "มากขึ้น เยอะอีก" มีความต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะเห็นชาล้นถ้วย ก็ยังคงจะรินชาลงถ้วยกันต่อไป ดังนั้นเราจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมี "จิตใจแบบถ้วยเปล่า1" หรือก็คือ "จิตใจแห่งความเรียบง่าย " นั่นเอง

ในโลกที่วุ่นวายและการแข่งขันทางธุรกิจที่ซับซ้อน ผู้ที่ทิ้งรายละเอียดที่ไม่จำเป็นและมองเห็นแก่นแท้ของงาน คือ ผู้กำชัยขนะ

356 pages, Paperback

Published October 1, 2019

2 people are currently reading
15 people want to read

About the author

이지훈

4 books

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
0 (0%)
4 stars
2 (50%)
3 stars
2 (50%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
November 4, 2019
ทำทุกอย่างให้ “ง่าย (simple) ” ไม่ใช่ “ง่ายเกิน (simpler)”
“ง่าย” หมายถึงสกัดทิ้งความยุ่งยากซับซ้อน ที่ไม่ใช่ตัวตนหลัก
แต่ “ง่ายเกิน” กลับเป็นการทำอย่างไม่ตั้งใจ ให้ออกมาได้ผลดาดๆ ไม่มีเอกลักษณ์ ไร้ซึ่ง “ลายเซ็น” ซึ่งเป็นเสมือนตัวตนของเรา
หลักการที่กลั่นออกมาได้จากหนังสือคือ “ทิ้ง ตั้ง รักษา”
และสิ่งที่จะช่วยให้คงหลักการไว้ได้คือ “ระเบียบวินัย”
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าที่จะทำทุกอย่างให้ออกมา “ง่าย” นั้น ต้องผ่าน “เรื่องยากๆ” มาก่อน

ทิ้ง คือทิ้งทุกอย่างที่ไม่ใช่เรา
ผู้เขียนเล่าเรื่องราวทางธุรกิจของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังให้อ่านมากมาย
โชว์ให้เห็นเลยว่า กว่าที่แบรนด์นั้นจะเป็น “แบรนด์” ต้องทิ้ง “สิ่งที่ไม่ใช่แบรนด์” อะไรออกไปบ้าง และผู้บริหารใช้วิธีคิดอย่างไร ในการตัดสินใจ เพราะการทิ้งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ที่ชอบคืออุปมาที่สุดแสนจะคลาสสิก นั่นคือการแกะสลักผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่อย่าง David ของ Michelangelo
Michelangelo มองเห็น David ในแท่งหินอ่อนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว งานเพียงอย่างเดียวที่แสนจะ simple ของ Michelangelo คือทิ้งสิ่งที่ไม่ใช่ David ออกไป
และนั่น คือแก่นจริงๆ ของการทิ้ง
มันเรียบง่ายมาก จงทิ้งสิ่งที่ไม่ใช่เราไปซะ

ตั้ง คือตั้งหลักปักฐานตัวตน
ผู้เขียนยกตัวอย่างคำถาม “ทำไม” จากหนังสือ start with why อันโด่งดังของ Simon Sinek
จะตั้งหลักปักฐานได้ ต้องตอบตัวเองได้ว่าทำไปทำไม
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการทำธุรกิจ หรืองานที่มีเหตุผลรองรับไม่ชัดเจน มันไม่ยั่งยืน
มิหนำซ้ำยังอาจจะเขวไปตามกระแส หรือถูกปั่นหัวด้วยปัจจัยภายนอกได้
แต่ถ้า “หลักการ” ที่ “ตั้ง” ไว้มันชัดซะอย่าง สิ่งที่ทำจะไม่ซับซ้อนเลย แต่จะเรียบง่ายในแง่ตอบโจทย์หลักการ

เมื่อทิ้งและตั้ง จนสร้างตัวตนอย่างเรียบง่ายได้สำเร็จ
สิ่งที่ต้องทำคือรักษาเอาไว้ให้ยั่งยืน

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ how-to สไตล์บอกให้ทำ หนึ่ง-สอง-สาม-สี่
แต่เป็นแนวหลักการ วาง principle หลักให้คนอ่าน ผ่านการยกตัวอย่างมากกว่า
ผู้เขียนเป็นชาวเกาหลี แต่อ่านแล้วให้อารมณ์ how-to แนวตะวันตก ที่จะเน้นยกตัวอย่างค่อนข้างมาก
บางครั้งก็สนุกไปกับตัวอย่าง บางคราก็รู้สึกว่ามันมากไปหน่อย
อ่านแล้วชอบ part ที่ว่าด้วยเรื่องการ “ทิ้ง” กับการ “ตั้ง” มาก
ส่วน part ที่ว่าด้วยการ “รักษา” นี่รู้สึกเฉยๆ
เหมือนเป็นหนังสือ minimalst ทางการสร้างแบรนด์
บอกเลยว่าผู้เขียนทำการบ้านหนัก และเป็นนักอ่านตัวยงคนนึงเลย เพราะนอกจากประวัติศาสตร์แบรนด์ต่างๆ แล้วยังอ้างอิงถึงหนังสือหลายเล่ม

อ่านจบแล้วสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวคือ
1. ทิ้ง ตั้ง รักษา เป็นหลักการสำคัญในการสร้างความ “ง่าย”
2. “ความง่าย” ไม่ได้ได้มา “ง่ายๆ”
3. วินัยเป็นสิ่งสำคัญในการคงไว้ซึ่งหลักการ
แนะนำเลยสำหรับคนที่สนใจที่จะสร้างตัวตนของตัวเองหรือแบรนด์ให้ชัด
Displaying 1 of 1 review

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.