Thanawat439 reviewsFollowFollowApril 10, 2020ก็ ok นะHow-to สัญชาติญี่ปุ่นให้อารมณ์แบบ call-for-action แต่ไม่สุดมาก เพราะเสริมแนวคิดหรือหลักการไว้เยอะ มากกว่าจะสั่งให้ทำ หนึ่ง-สอง-สาม-สี่Concept หลักเลย คือการตั้งคำถาม และลำดับความสำคัญหมายความว่าอย่างไร?หมายความว่าหนึ่ง ต้องถามจนมั่นใจว่าปัญหานั้นแหละ คือปัญหาที่แท้จริง และเป็นปัญหาที่สำคัญสอง ต้องตั้งคำถามว่าอะไรคือต้นตอของปัญหานั้น และเป็นต้นตอที่สำคัญ ซึ่งในกระบวนการนี้อาจจะต้องเจอปัญหาซ้อนปัญหาอยู่อีกชั้นนึงก็ได้สาม ต้องตั้งคำถามว่าวิธีการแก้ปัญหามีอะไรบ้าง และลำดับสิ่งที่ทำได้ ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแก้ปัญหา เพื่อที่จะลงมือทำสิ่งนั้นเป็นอันดับต้นๆหนังสืออาจจะออกตัวค่อนข้างแรงว่าเป็น high-speed problem solving แต่เนื้อหาบอกเลยว่าวิธีการที่ประสิทธิภาพสูงแบบที่ผู้เขียนเสนอนี่แหละมันใช้เวลามาก เพราะการจับประเด็น รวบรวมข้อมูล จัดลำดับความสำคัญมันมีต้นทุนด้านเวลาออกจะตอบโจทย์ความ high-speed ในแง่ว่าปัญหานั้นถูกแก้ถูกจุด ตรงประเด็น ไม่มีเส้นทางอื่นให้หลงไขว้เขวจนเสียเวลาไปมากกว่าสไตล์การเขียนเป็นแบบ how-to ญี่ปุ่นเลยกระชับ น้ำน้อย เน้นเป็นข้อๆส่วนการจัดรูปเล่มก็วางระยะห่างของย่อหน้าแต่ละย่อหน้าไว้มาก ทำให้หน้านึงไม่ไดด้มีตัวอักษรอัดแน่นเป็นพรึดจนชวนท้อใจส่วนเนื้อหาก็ค่อนข้างตอบโจทย์ แต่อ่านแล้วไม่ได้ว้าวมากนักhow-to
Piyachat33 reviewsFollowFollowMay 28, 2020ได้แนวคิด และทฤษฎีใหม่ๆดี มีการระบุขั้นตอนที่ชัดเจน เนื้อหากระชับแต่ว่ายังไม่ค่อยเห็นภาพในการเอาไปใช้ในชีวิตจริงมากนัก อันนี้อาจจะขึ้นกับประสบการณ์ของแต่ละบุคคลด้วย และรู้สึกว่าดำเนินเรื่องในบางบทไม่ค่อย smooth เท่าที่ควรแต่ยังไงโดยรวมก็โอเค ทำให้ได้มุมมองใหม่ๆเพิ่มขึ้น และอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตself-development
Teerasak101 reviews1 followerFollowFollowDecember 5, 2022ขื่อหนังสือชวนให้รีบหยิบรีบซื้อมาก แม้จะคาดหวังสูงกับเนื้อหาตามชื่อหนังสือ แต่ก็ไม่เป็นดังคาดไว้ อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่าหนังสือไม่ดี เพราะยังจับต้องทริคหรือเทคนิคบางอย่างที่ไม่เคยใช้นำมาลองใช้ได้ สำหรับเราแล้วก็ยังได้สองถึงสามอย่างที่เอามาใช้ประโยชน์ได้ถือว่าหนังสือให้ประโยชน์ได้มากแล้ว เนื้อหาอาจจะถูกใจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นฐานและความคาดหวังของผู้อ่าน