Jump to ratings and reviews
Rate this book

จีน-เมริกา: จากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี ถึงสงครามเย็น 2.0

Rate this book
“จีน-เมริกา” สะท้อนการปะทะและแยกตัวระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่เดิมเคยเป็นมิตรพึ่งพากัน แต่วันนี้หันมาห้ำหั่นกันอย่างรอบด้าน

การแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจเริ่มต้นจากสงครามการค้า สู่สงครามเทคโนโลยี และกำลังขยายผลเป็นสงครามเย็น 2.0 ที่แตกต่างจากสงครามเย็นครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

เกมการต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่อกำหนดอนาคตโลกกำลังเข้มข้น ฝั่งทรัมป์ใช้กลยุทธ์ธุรกิจสไตล์ลูกทุ่งอเมริกัน ส่วนฝั่งสีจิ้นผิงก็งัดเอาพิชัยสงครามซุนวูออกมากางสู้

แล้วไทยเรา ทั้งในระดับบุคคล ธุรกิจ และประเทศ จะต้องปรับตัวอย่างไรในโลกใบใหม่ที่แตกออกเป็นสองแกน

208 pages, Paperback

Published January 1, 2019

13 people are currently reading
107 people want to read

About the author

อาร์ม ตั้งนิรันดร สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศจาก Harvard Law School และปริญญาเอกด้านกฎหมายและการพัฒนาจาก Stanford Law School เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
76 (48%)
4 stars
72 (45%)
3 stars
8 (5%)
2 stars
2 (1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 27 of 27 reviews
Profile Image for Cephalopodophil..
98 reviews
March 10, 2020
เล่มนี้เน้นสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี​ ถึงแม้จะใช้กรอบกฎหมายเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศในการวิเคราะห์​ซึ่งอาจฟังดูเคร่งเครียด​ แต่ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และทักษะการเล่าเรื่องของอาจารย์ทำให้งานชิ้นนี้อ่านสนุกและมอบมุมมองใหม่​ ๆ​ ให้แก่ผู้อ่านไปด้วยในเวลาเดียวกัน
Profile Image for panatda.
56 reviews19 followers
February 7, 2021
ความที่จีนพัฒนาเศรษฐกิจตัวเองมาได้ไกลมากๆจนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอีกขั้วของโลก(จนสหรัฐฯระแวง) ตรงนี้ก็ต้องชื่นชมเค้าแหละ ยิ่งเห็นแผนการของจีนแล้วก็ยิ่งต้องยอมรับ แต่อีกแง่ในด้านสิทธิเสรีภาพ ความเป็นเผด็จการฉลาดก็ยิ่งทำให้จีนน่ากลัวขึ้นไปอีก
ส่วนสหรัฐฯ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าความผีเข้าผีออกของทรัมป์เป็นกลยุทธ์ได้ด้วย😅
อ.อาร์มเล่าได้สนุก+ย่อยง่ายมากๆ อ่านเพลินเลย แม้จะเพิ่งอ่านเอาตอนที่ทรัมป์ลงแล้วก็ยังได้อะไรเยอะอยู่ดี เพราะข้อมูลหลายอย่างพวกแผนการระยะยาวงี้ก็ยังทันสมัยอยู่

ป.ล. หลังอ่านหนังสือ อ.อาร์มมาได้สองเล่มก็ต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษ อ.มีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่ายจริงๆ
สมัครเป็น fc และจะติดตามผลงานเรื่อยไป🙇‍♂️😊
Profile Image for Mam Yanisa.
131 reviews4 followers
January 26, 2020
ชอบการวิเคราะห์ของผู้เขียนมาก และอธิบายออกมาให้เข้าใจง่าย ได้รู้อะไรมากขึ้นเยอะเกี่ยวกับสงครามการค้านี้ เงื่อนไข และปัจจัยต่างๆที่อยู่ลึกลงไปกว่าเรื่องการขึ้นกำแพงภาษี ชอบการวิเคราะห์ผู้นำทั้ง 2 ฝั่งโดยใช้หลักจิตวิทยาว่าทำไมสีจิ้นผิงและทรัมป์ถึงทำแบบนี้ๆ มีการอธิบายว่าเศรษฐกิจจีนกับอเมริกาเกี่ยวพันกันอย่างไร และมีการบอกด้วยว่าในฐานะประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่เศรษฐกิจอย่างไทย ความสัมพันธ์ที่เรามีกับมหาอำนาจทั้งสองเป็นอย่างไร สงครามการค้านี้มีผลอะไรและควรทำตัวอย่างไรด้วย เป็นหนังสือที่เนื้อหาเยอะ แต่อ่านง่ายมาก อ่านเพลิน เล่มบางด้วย ผู้เขียนเรียบเรียงได้ดีมาก
Profile Image for Winai Nadee.
44 reviews
October 15, 2019
หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง มิติ ต่าง ๆ ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยเรียกสงครามนี้ว่า "สงครามเย็น 2.0" ซึ่งเป็นสงครามเวอร์ชั่นถัดมา นับจากครั้งที่สหรัฐทำสงครามเย็นกับสหภาพโซเวียต เนื้อหาในหนังสือนั้นจะทำให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจที่มาที่ไปของนโยบายทางการค้าที่เกิดขึ้น ระหว่างจีนกับสหรัฐ และได้ปูทางไปสู่คำถามสำคัญ เช่น โลกอินเตอร์เน็ตเราจะแบ่งออกเป็นสองวง คือ วงสหรัฐ และ วงจีน หรือไม่ ฯลฯ
Profile Image for Chickalate.
11 reviews3 followers
November 23, 2019
อ่านง่ายและสนุก เข้าใจหลายเรื่องราวในสองประเทศนี้มากขึ้น กลยุทธ์ต่างๆที่ประเทศพัฒนาใช้กัน เบื้องลึกเบื้องหลัง และแทรกเรื่องคำแนะนำการรับมือของไทยเล็กน้อย เนื้อหามีความทันสมัย (แนะนำควรอ่านช่วงนี้จิงๆ ถ้าเลยไปอีกสักพักอาจจะล้าสมัยในบางเรื่องเพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนแปลงเรวมากจิงๆ😁)โดยรวมแนะนำเลยค่ะ😊
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
699 reviews140 followers
November 25, 2020
มาถึงเล่มที่สองในชุด เล่มนี้เน้นไปที่สงครามการค้าระหว่างจีนเเละอเมริกาโดยเน้นไปที่ยุทธศาสตร์ของจีน

อ่านไปคือเข้าใจเลยว่า มันมีอะไรมากกว่าที่เห็นตามสื่อที่นำเสนอเยอะมากๆ การชิงไหวชิงพริบ เเผนระยะสั้น เเผนระยะยาว ดูเผินๆเหมือนไทยจะไม่ได้เกี่ยวข้อง เเต่จริงๆเเล้วสงครามของยักษ์ทั้งสอง ส่งผลสั่นสะเทือนไปหมดทุกที่ มีทั้งผลที่มองเห็นเเละผลที่มองไม่เห็นในตอนนี้ ซึ่งผลที่ไม่เห็นนี่เเหละครับ ตัวสำคัญ เพราะถ้าใครมองออกเเละวางเเผนทางเศรษฐกิจเเละการเมืองระหว่างประเทศได้ถูกต้องก็รอดไป เเต่ถ้าไม่ทันเกมเเล้วละก็ เมื่อผลมันเกิดขึ้นมา จะส่งผลเสียหายได้อย่างคาดไม่ถึง

เเล้วไทยเรามองสงครามการค้าครั้งนี้ออกหรือไม่ ใครรู้คำตอบบ้างมั้ยครับ ...
Profile Image for Shinosuke.
5 reviews38 followers
January 8, 2021
ดองนานไปนิด อ่านช้าไปหน่อย

แต่ก็ยังมีประโยชน์ อ่านงานและสนุกเช่นเดิมครับ
Profile Image for Paul Lin.
47 reviews
December 8, 2020
หนังสือเล่มนี้เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อเดือนก่อนนี่เอง และอาจถือได้ว่า เป็นภาคต่อของ "China 5.0" ที่วางขายมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

โดย "China 5.0" นั้น เนื้อหาเน้นหนักไปที่ จีนยุคใหม่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ส่วน "จีน-เมริกา" จะกล่าวถึงความขัดแย้งระหว่าง จีน และ สหรัฐอเมริกา

ผู้เขียนพยายามสะท้อนให้ผู้อ่านเข้าใจว่า ประเทศมหาอำนาจทั้งสองนั้น มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง จนอาจมองได้ว่า เชื่อมโยงเป็นเศรษฐกิจเดียวกัน

บริษัทจากสหรัฐอเมริกา ใช้โรงงานในจีนเป็นฐานการผลิต ส่งออกขายทั่วโลกและกลับเข้าสู่สหรัฐอเมริกา บริษัทเทคโนโลยีของจีน แม้ริเริ่มนวัตกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังต้องพึ่งพาองค์ประกอบสำคัญบางอย่างจากอเมริกาอยู่

ภาพความขัดแย้งที่เราเห็นว่าเป็นสงครามการค้า ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกำแพงภาษี การกล่าวหาโจมตีบริษัทบางบริษัทนั้น ผู้เขียนชี้ว่า นั่นเป็นเพียงฉากหน้า ที่เป็นส่วนชั้นตื้นที่สุด โดย "วลีสำคัญ" ที่ผู้เขียนตั้งชื่อให้ก็คือ "ทฤษฎีหมูสามชั้น"

กล่าวคือ "สงครามการค้า" เป็นผิวชั้นนอกสุด และเป็นสิ่งที่ถูกอ้างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นต้น

แต่ความขัดแย้งที่ลึกไปกว่านั้นก็คือ ความขัดแย้งด้าน "เทคโนโลยี" อันเป็นชั้นที่สอง ซึ่งที่เห็นชัดที่สุด ณ ตอนนี้ก็คือ การแข่งขันเรื่องเทคโนโลยี AI กับ 5G จนนำไปสู่การขัดแย้ง เพื่อที่จะได้เป็นเจ้าเทคโนโลยีแห่งอนาคตนี้

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ นำไปสู่ความขัดแย้งที่เป็นประเด็นอ่อนไหวที่สุด นั่นก็คือ "ความมั่นคง" อันเป็นชั้นที่อยู่ลึกที่สุด อันเกิดจากความหวาดระแวง เนื่องจากศักยภาพของเทคโนโลยีที่กำลังแข่งขันกันอยู่นั้น สามารถนำไปใช้ในการจารกรรมข้อมูล ตลอดจนการปรับใช้ในทางทหารได้

ซึ่งผู้เขียนชี้ว่า นี่เป็นยุคของสงครามเย็น 2.0

สงครามเย็น 1.0 นั้น เป็นการขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจ/การเมือง ระหว่าง ทุนนิยม/ประชาธิปไตย โดยสหรัฐอเมริกา และ สังคมนิยม/คอมมิวนิสต์ โดยสหภาพโซเวียต โดยครั้งนั้นทั้งสองประเทศ มีระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจแยกจากกันอย่างชัดเจน การล่มสลายของประเทศใดประเทศหนึ่ง จะไม่ส่งผลเสียใด ๆ ต่ออีกประเทศที่เหลือรอด

ประเด็นของสงครามเย็น 2.0 ก็คือว่า สงครามในคราวนี้ น่าจะไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด และน่าจะขัดแย้งอย่างยืดเยื้อเนื่องจาก ทั้ง จีน และอเมริกานั้น ยังต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ในทางเศรษฐกิจ ด้วยเพราะตอนนี้ทั้งสองประเทศนั้น แม้จะแตกต่างกันในทางการเมือง แต่ในทางเศรษฐกิจนั้น บัดนี้เป็นทุนนิยมเช่นเดียวกันแล้ว มีการลงทุนในกันและกัน มีการซื้อพันธบัตร ฯลฯ จึงไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์

ถ้าประเทศหนึ่งมีปัญหา อีกประเทศหนึ่งย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงวิกฤตได้

ในเมื่อไม่น่าจะมีผู้ชนะโดยสมบูรณ์ ประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างมหาอำนาจช้างสารสองตัวที่ห้ำหั่นกัน ควรจะวางตัวอย่างระวังและเตรียมรับมืออย่างรู้เท่าทัน

อนึ่ง เนื้อหาในเล่มนั้น ก็เป็นเช่นเดียวกับ "China 5.0" กล่าวคือ ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ หากเป็นการรวมรวมบทความที่ผู้เขียนได้เคยเผยแพร่ไปแล้วในหนังสือพิมพ์ หรือ website ต่าง ๆ นำมาปรับปรุงเนื้อหาเล็กน้อย และจัดเรียงลำดับบทความใหม่ ให้อยู่ในสามประเด็น คือ 1. สงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกา, 2. เศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีนเมื่อเทียบกับอเมริกา, และ 3. อิทธิพลของจีนในบริบทระหว่างประเทศ

ผู้เขียน เขียนได้สนุก สำนวนอ่านง่าย และน่าติดตามอย่างยิ่ง หากใครที่ไม่เคยอ่านงานของ ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร มาก่อน หรืออ่านแบบ online มาบ้างแล้ว และอยากจะจับหนังสือเป็นเล่มบ้าง ก็ขอแนะนำให้อ่าน เพราะเป็นประเด็นสำคัญ ๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ ระหว่างจีนกับอเมริกา ที่คุณไม่ควรพลาด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรอ่าน ในสมัยที่ "ทรัมป์" ยังเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกนี้อยู่ เพราะถ้าหลังจากนี้ไป เนื้อหาก็จะไม่ทันสมัยแล้ว
Profile Image for Chatthikorn Muangmor.
45 reviews2 followers
October 27, 2019
อ่านวันเดียว รวดเดียวจบ อ่านง่ายเข้าใจง่าย
Profile Image for Sornpon Wichaidit.
29 reviews
March 27, 2021
สนุกพอๆกับเล่มแรก เล่มนี้ เป็นการรวมบทความที่โฟกัสไปที่การช่วงชิงความเป็นผู้นำโลกของ จีน และ สหรัฐอเมริกา
บทความจะถูกแบ่งเป็น 3 หมวด ทั้งหมดว่าด้วยความขัดแย้งระหว่าง จีน กับ อเมริกา 1.สงครามการค้า 2. เศรษฐกิจเทคโนโลยีเทียชั้นสหรัฐ3.อิทธิพลจีน
ข้อด้อย ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ด้อยอะไรนักคือ ธีมการนำเสนอหมวดหมู่ในเล่มนี้ ไม่ชัดเจนเหมือนการแบ่งหมวดหมู่ในเล่มก่อนครับ ผมอ่านไป บท1 กับ บท2 แทบเป็นเนื้อเดียวกัน แต่จะว่าไปเราจะแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันยากมากนั่นแหละนะ
.
8/10 สนุกมากครับ
.
เหมือนเล่มก่อนอาจารย์อาร์มจะมี prequel เรื่องจักพรรดิ์จีนสมัยราชวงค์ชิงก่อนที่ประเทศจะตกต่ำก่อนว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ปี ในยุคจักพรรดิ์เฮียนหลง จีนเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก เฉียนหลงเป็นฮ่องเต้ที่เก่ง ทำไมในยุคต่อมารุ่นลูกของเฉียนหลง เจียชิ่ง ซึ่งก็เป็นจักรพรรดิ์ที่เก่งและขยันทำงานหามรุ่มหามค่ำ จีนยังตกต่ำสู้ยุโรปไม่ได้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียอำนาจนำของจีน อาจารย์จะอธิบายว่าทำไม และนี่คือบทต้นรำไปสู้การทสงบัลลังก์ผู้นำโลกใน สามหมวดในเล่มต่อไป
.
สงครามการค้า
บทนี้จะเน้นในเรื่องสงครามการค้าเป็นหลัก มีการกล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งที่ไปไกลกว่าแค้่เรื่องการค้า อาจารย์เปรียบเป็นเหมือนหมูสามชั้น ยิ่งเราขุดลึกไปในความขัดแย้งแต่ละชั้นเราจะยิ่งเจอความขัดแย้งที่เป็นรากฐาน 1.การค้า 2.เทคโนโลยี 3. เรื่องสุดท้ายคือความมั่นคง นับเป็นเรื่องสำคัญสุดของจีน
บทวิเคราห์เรื่องทรัมป์ก็น่าสนใจครับ ในขณะที่กระแสหลักทั่วๆไปชอบมองทรัมป์เป็นคนที่ไม่ฉลาดโผงผางและบ้า แต่อาจารย์จะมาวิเคราะห์เทคติคของทรัมป์ให้เราได้เห็นว่าเค้าไม่ได้โง่หรือบ้าแต่อย่างใด หากแต่เป็นนักธุรกิจชั้นเซียนที่เจนจัดเรื่องการต่อรอง และการแสดงออกเพื่อที่จะได้เป้าหมายที่เค้าต้องการมากกว่า มุมนี้จะตรงกับดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักกลยุทธ์ที่อ่านทรัมป์ไว้คล้ายๆกัน ว่าเค้าไม่ได้บ้า เค้าต้องการ 5 แต่จะแสดงออกไป 10 เมื่อเจรจาจริงๆเค้าจะแสดงท่าทีแข็งกร้าว แล้วสุดท้ายจะยอมผ่อนปรนให้ ดูเหมือนเขาจะยอมอ่อนข้อให้ จริงๆแล้วเปล่าเลยเค้าต้องการแค่ที่เค้าผ่อนปรนให้นั่นแหละ การแสดงออกที่รุนแรงเป็นเพียงกลยุทธ์ของเค้าเท่านั้น
เรื่องนี้อาจารย์อาร์มจะอธิบายไว้ใน "เกมส์คนขี้ขลาด" เอาคนสองคนมาสู้กัน ทั้งสองคนรู้ว่าถ้าสู้กันจะเจ็บหนักทั้งคู่ทั้งสองเลยต้องบลัฟกันให้อีกฝ่ายยอมแพ้ เกมส์เทคติคตามทษฎษีเกมส์แท้ๆเลย ทรัมป์จึงแสดงออกหรือทำตัวเองให้อยู่ในสถานณะที่ไม่มีทางขี้ขลาดได้ ทำให้คนขี้ขลาดก่อนย่อมเป็นฝ่ายตรงข้าม ทำให้ตัวเองได้ประโยชน์จากดีลนั้นๆ ยังมีตัวอย่างอีกในบทครับ
บทที่น่าสนใจต่อมาคือเรื่องการก่อกำเนิดเหรียญเงินดิจิทัล libra ของ facebook ปะทะกับ ดิจิทัล หยวน ความเสี่ยงต่อการนำของดอลล่าอเมริกา
บทที่บรรยายถึงความต่างระหว่างสงครามเย็นระหว่างสหรัฐกับโซเวียต และ สหรัฐกับจีน ก็สนุกมากครับ เราเห็นความเชื่อมโยงต่อกันระหว่างเศรษฐกิจทั้วสองประเทศอย่างลึกซึ้ง จะตีกันก็จะเจ็บทั้งคู่ ไม่เหมือนตอนโซเวียต เพราะไม่มีความเชื่อมโยงกันในทางธุรกิจเท่า
.
เศรษฐกิจเทคโนโลยี
.
เปิดหมวดด้วย 4 เลี่ยง 3 เลียน ที่จีนได้เรียนรู้ถึงความล้อเหลวของประเทศอื่นๆมาเป็นตัวอย่าง ว่าการพัฒนาประเทศในอนาคตควรหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เคยเกิดกับประเทสอื่นๆอย่างไร และ ความสำเร็จของประเทศอื่นแบบไหนที่จีนควรเดินตาม
เรื่องบริษัทใน fortune 500 ที่มีบริษัทจีนเข้ามาเยอะเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐแล้ว แต่อาจารย์จะมาวิเคราะห์ให้ฟังว่ามันมีความต่างกันอย่างไร ระหว่างบริษัทใหญ่จากจีนและอเมริกา จีนยังเป็ยบริษัทจากภาครัฐเยอะ(ระบบจีนรวมอำนาจสูง ภาครัฐจึงมีการสะสมทุนมาก) นำไปสู่ปัญหาน่าความสนใจในบทต่อๆไป ว่าบริษัทจีนในบางภาคธุรกิจมีเยอะจริงในแต่ละธุรกิจแต่ไม่ใหญ่พอที่จะสู้กับบริษัทใหญ่กับอเมริกาเพราะแยกกันจนไม่มีงบ R&D เท่าเขา และมีอีกหลายประเด็นครับ ข้อสังเกตนิดเดียวคือธีมเดียวกับบทก่อนเยอะไปนิด
.
อิทธิพลจีน
บทนี้ว่าด้วยการขยายอิทธิพลของจีนในโลกใหม่เริ่มด้วยยุทธศาสตร์ของจีนโดย ปรับจากยุทธศาสตร์ที่กระท่อมหลงจงของขงเบ้งแห่งสามก๊กมาให้เข้ากับสถานการณ์จีนปัจจุบัน 1. โลกหมดยุคการนำโดยราชวงค์ฮั่น (โลกหมดหยุดการนำของอเมริกา) 2.ขุนศึกรบกันแย่งพื้นเจริญเจริญภาคกลาง ไม่มีคนสนใจเสฉวน (จีนเบนเป้าหาประเทศที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายใหญ่ในตลาดโลกเพื่อสร้างโครงข่าย Belt and Road) 3. พื้นที่เกงจิ๋วเสียไม่ได้เพราะเป็นยุทธศาสตร์ (เสียไต้หวันฮ่องกงไม่ได้ปัญหาเรื่องความมั่นคง) ที่ชอบเป็นพิเศษคือเรื่อง geopolitic ซึ่งแม้จะไม่ได้แตะมากแต่ก็ยังกล่าวถึงให้เห็นภาพครับ
บทความที่เกียวกับไทยก็มีครับ เรื่องการสร้างรถไฟความเร็ว ทำไมไทยถึงอยากให้จีนล���ทุน และทำไมจึงตัดสินใจลงทุนเอง อันนี้ใกล้ตัวอ่านแล้วเห็นภาพง่ายสุด
บทความที่ชอบสุดในหมวดนี้คือการที่ทุนจีนบุกยุโรป ช่วงวิกฤตการเงินทำให้ยุโรปเหมือนลดกระหน่ำให้จีนมาช็อปธุรกิจ และอาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าการแข่งขันได้ การที่มอง brexit เป็นโอกาสในการดีลสร้างอิทธิพลเพิ่มในยุโรป แล้วก็ยังมีบทที่อาจารย์อาร์มฉายภาพออสเตรเลียว่ากำลังตกอยู่ในอิทธิพลจีนมากขน��ดไหนให้เราเห็น
.
สรุปแล้วเล่มนี้ ก็เป็นการรวมบทความที่น่าสนใจคุ้มค่าครับ
Profile Image for Froggie.
791 reviews40 followers
September 15, 2020
คราวที่แล้วอ่านเล่ม China 5.0 ของคนเขียนนี้แล้วชอบมาก เล่มนี้ชอบน้อยลง แต่ยังอ่านง่ายได้สาระคับเล่มอยู่เช่นเดิม

ผู้เขียนเปรียบสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกาเป็น สงครามเย็น 2.0 แต่เป็นสงครามเย็นระหว่างสามีภรรยาที่พยายามจะแยกทางกัน เน้นพูดถึงจีนเป็นหลัก วิเคราะห์สหรัฐน้อยไปหน่อย

เนื้อหาไม่โฟกัสเท่าเล่มแรก ออกสะเปะสะปะนิดนึง เข้าใจว่าเป็นการเอาบทความที่เขียนลงตามที่ต่างๆมาตีพิมพ์ เลยเหมือนอ่านบล็อกมากกว่า แต่ทุกบทล้วนน่าสนใจ อธิบายได้ลึกซึ้ง วิเคราะห์ได้น่าคิด มีแวะโยงมาประเทศไทยบ้าง แต่ก็ในฐานะปลาซิวปลาสร้อยกลางบึงใหญ่ที่ต้องหาทางรอด

หนังสือตีพิมพ์เมื่อตุลาคม 2562 แต่โลกหมุนไวเกิน เรามาอ่านตอนนี้บางเรื่องจึงล้าสมัยไปบ้าง เช่น Libra ที่แป้กไปแล้วในตอนนี้ และที่สำคัญคือตอนนั้นยังไม่มีโควิด อยากให้คนเขียนออกหนังสืออีกรอบจัง

แนะนำสำหรับผู้เคยอ่านเล่มแรกแล้ว หรือมีพื้นฐานความรู้เรื่องเศรษฐกิจของจีนมาบ้าง

ปัดขึ้นเป็น 4 ดาว
Profile Image for Job Wutipong.
46 reviews1 follower
October 25, 2020
ความขัดแย้งของจีนกับสหรัฐฯ เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ว่า มันเกี่ยวกับประเทศของเราโดยตรง ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร เรียนจบป.ตรี ที่ปักกิ่ง และโท-เอก ที่อเมริกา เคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์ยุทธศาสตร์ไทย-จีน ของ วช. ซึ่งเป็นผู้เข้าใจบริบทของจีน-สหรัฐฯ เป็นอย่างดี เขียนถึงความความขัดแย้ง ความสัมพันธ์แบบทั้งรัก ทั้งเกลียด ของจีน และสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี เมื่อจีนและสหรัฐ กำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์ โลกที่เคยหมุนตามสหรัฐฯ ก็จะเปลี่ยนทิศทางไปอย่างคาดไม่ถึง ทุกการเปลี่ยนแปลง จะมีคนที่พร้อมขึ้นรถไฟของการเปลี่ยนแปลง และคนที่ถูกทิ้งที่สถานี ความเข้าใจถึงบริบทและภาพรวมของการเปลี่ยนทำให้เราเบือกได้ว่า จะโดดขึ้นรถไฟ หรือเป็นคนที่รอที่สถานี

หนึ่งสือเล่มนี้ทำหน้าที่เหมือนตั๋วของรถไฟของการเปลี่ยนแปลง เวลาเรามีตั๋ว เราเลือกได้ว่าเราจะขึ้นรถไฟ หรือเราจะรอที่สถานี
เวลาเรามีตั๋วเราเลือกได้เสมอ
Profile Image for Pairash Pleanmalai.
400 reviews31 followers
November 23, 2020
หนังสือดองเอาไว้นาน เอามาอ่านในวันที่ทรัมป์กำลังกลายเป็นอดีต
อ่านเล่มนี้แล้วได้ภาพชัดว่า มันเป็นเกม เพราะจริงๆแล้ว ไม่มีทางที่จีนกับอเมริกาจะเป็นศัตรูกันตลอดไป
มีแหย่ไปแหย่มา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับประโยชน์จากเกมนี้

ชอบแนวคิดของจีน 4 เลี่ยง 3 เลียน ตอนอ่านแรกๆนึกว่าภาษาจีน "สี่เลี่ยงสามเลียน"
เลี่ยงการล่มสลายแบบโซเวียต,เลี่ยงการเป็นประชาธิปไตยแบบอินเดีย,เลี่ยงการโตเศรษฐกิจแบบญี่ปุ่น,เลี่ยงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและประชานิยมแบบลาตินอเมริกา
เลียนแบบอเมริกาเรื่องการอิสระการคิดค้นวิจัย,เลียนแบบความเด็ดขาดทางกฎหมายแบบสิงค์โปร์,เลียนแบบรัฐสวัสดิการแบบยุโรป
3 reviews
April 15, 2020
สนุก ภาษาเข้าใจง่าย ทำให้คนที่ไม่ได้มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ของโลก และของ 2 ประเทศมหาอำนาจนี้เข้าใจและมองภาพได้ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนทำการบ้านเรื่องข้อมูลมาดีมาก ในหลายๆบทมีการนำข้อมูลการบรรยายของนักวิชาการมาสอดแทรก ทำให้เห็นมุมมองของคนในพื้นที่จริง
Profile Image for Parit.
15 reviews2 followers
May 27, 2020
อ่านง่าย ช่วยปูพื้นฐานเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างจีน-อเมริกาและสถานการณ์โลกปัจจุบันในหลายมิติ
Profile Image for Chuthamat  C..
25 reviews3 followers
July 29, 2020
อ่าสนุกง่ายต่อการทำความเข้าใจเข้าบริบทความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจ รวมถึงทำให้เห็นถึงกลยุทธ์ให้การบริหารประเทศของทั้งสองชาติ
Profile Image for Sasina Nikoth.
27 reviews4 followers
April 3, 2021
เนื้อหาอ่านง่ายและสนุกมากๆค่ะ ผู้เขียนยกตัวอย่าง+บรรยายได้เห็นภาพชัดเจนและเข้าใจง่ายมาก
Profile Image for Copper.
125 reviews
April 20, 2021
เนื้อหาสั้นกระชับ ตรงประเด็น และผ่านการวิเคราะห์ที่เข้าใจถึงมุมมองของชาติจีนมากๆ
เพียงแต่เนื่องจากเป็นการนำบทความมาร้อยเรียงกัน จึงอาจขาดความเชื่อมโยงในการอ่านอย่างลื่นไหลเมื่อเทียบกับเล่มที่แล้วค่ะ
Profile Image for Yuu Suwapee.
104 reviews4 followers
November 25, 2020
หนังสือรวมบทความของ อ. อาร์ม ตั้งนิรันดร อ่านง่ายมาก เพราะ แต่ละตอนไม่ยาวมาก และผู้เขียนก็มักสรุปความให้เป็นข้อๆ และแบ่งย่อหน้าชัดเจน ไม่ใช่งานเขียนแบบวิชาการ อ่านสนุกลุกนั่งสบาย เนื้อหาร่วมสมัย
Profile Image for The Observing Mind.
24 reviews6 followers
January 24, 2020
https://www.theobservingmind.co/book/...

ถ้าคุณชอบหนังสือ China 5.0 และอยากศึกษาเรื่องจีนเพิ่มเติม อยากรู้ว่าสงครามการค้านี่มันอะไรกันนักหนา จะสร้างความวุ่นวายกันทำไม จะจบเมื่อไหร่

หนังสือ “จีน-เมริกา” เล่มนี้จะชี้ทางสว่าง และเป็นหนังสือที่แนะนำให้อ่านอย่างยิ่งครับ

แม้หนังสือเล่มนี้จะชื่อว่า จีน-เมริกา แต่ด้วยตัวเนื้อหาผมคิดว่านี่เป็นหนังสือ China 5.0 ภาค 2 (+ สงครามการค้า) ครับ
ก่อนจะอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมคิดว่าผู้อ่านต้องพอรู้เรื่องจีนมาก่อนบ้าง

เช่น รู้ว่าจีนมาถึงจุดนี้ได้ยังไง จีนมีอิทธิพลต่อโลกขนาดไหน ทำไมจีนถึงต้องเน้นพัฒนาเทคโนโลยี AIและ Big Data จะเป็นไพ่เด็ดของจีนได้ยังไง

ไม่งั้นถ้ามาอ่านเล่มนี้โดยไม่มีค่อยรู้อะไรมาก่อนเลย เกรงว่าจะอ่านแล้วเข้าใจยากครับ

ซึ่งแน่นอนว่า ง่ายสุด คือซื���อหนังสือ China 5.0 มาอ่านเพื่อ “ปูพื้นฐาน วิชาจีน” ก่อนนั่นเอง

แล้วพอมาอ่านหนังสือเล่มนี้ แก่นสาระเรื่องแนวโน้มการพัฒนาของจีน จะทำให้เรา Get Idea ของอ.อาร์ม และข้อมูลต่างๆที่อาจารย์ได้เรียบเรียงนำเสนอ ได้อย่างสนุกและเห็นความลึกซึ้งมากขึ้นครับ

เช่นเดียวกับหนังสือ China 5.0 ที่ผมคิดว่าเนื้อหาในเรื่องการเมือง และเศรษฐกิจนั้น ผู้เขียนสามารถอธิบายได้แจ่มแจ้งและลึกซึ้งมากๆ

โดยเฉพาะ Part สงครามการค้า ที่ผมชอบมาก อ่านจบแล้วพอมาอ่านข่าวที่เกิดขึ้น มันทำให้เรามอง “ทรัมป์” มอง “สีจินผิง” ต่างไปสิ้นเชิง

จากก่อนหน้าที่ผมเองก็คิดว่า ทรัมป์ มันบ้าๆบอๆ ปรากฏว่าทุกอย่าง “มีคำอธิบาย” และ “ลึกซึ้ง” กว่าที่สื่อ นำเสนอให้เราเห็น ซึ่งสุดยอดมากๆ
40 reviews
December 30, 2019
ไม่พีคเท่าเล่มแรก(China5.0) อาจเพราะเกิดจากการเอาblogที่ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้มาเรียบเรียงและปะติดปะต่อใหม่ เลยทำให้แต่ละบทดูไม่ต่อเนื่อง เหมือนนั่งอ่านตามblogในเว็บ

ตัวเนื้อหายังคงเข้มข้น อ่านสนุกเหมือนเดิม ชอบที่ผู้เขียนมีการผูกผันเรื่องกับประเทศไทย การเล่าเรื่องอ่านเข้าใจง่าย เห็นภาพการต่อสู้ในอนาคตของ สหรัฐกับจีน
Profile Image for Znail.
152 reviews1 follower
Read
December 3, 2019
ทำให้ทราบถึงสถานการณ์ที่เป็นไปของโลกระหว่างจีนและอเมริกา รวมถึงความลึกล้ำของความคิดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อธิบายออกมาได้เข้าใจง่าย ทำเรื่องที่ซับซ้อนให้ง่ายต่อความเข้าใจ ทำให้ผมต้องตามไปอ่านบทความของผู้แต่ง เรื่อย ๆ ไปแน่นอน
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books108 followers
October 23, 2019
สงครามการค้าและความต้องการของจีนฉบับสรุปและวิเคราะห์อย่างย่นย่อ

สนุกและอ่านง่ายครับ แนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องจีน (ใครบ้างไม่สนใจ!?)
Profile Image for Sahathust Num.
405 reviews5 followers
November 17, 2019
เป็นหนังสือที่อัพเดตข้อมูล ที่มาและทิศทางความขัดแย้ง ของประเทศทั้งสอง อ่านจบแล้วสามารถมองภาพรวมเพื่อมาเติมเต็มการตัดสินใจ เตรียมตัวของธุรกิจเราได้มากๆเลย
Displaying 1 - 27 of 27 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.