What do you think?


มนุษย์ซึมเศร้ากับเรื่องเล่าสีขาวดำ
เช้าวันหนึ่งผมสะดุ้งตื่นขึ้นในความมืดห้องนอนสี่เหลี่ยมคับแคบ ผมแยกไม่ได้ว่านี่จริงหรือฝัน เหงื่อชุ่มโชกเปียกแฉะอยู่กลางแผ่นหลัง ผมรู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่ในห้องขังที่ไม่มีทางออก ดินแดนคุมขังอันเปรียบเสมือนโลกทั้งใบกุญแจเพื่อหนีหายสิ้นสลายไปหมดแล้ว ผมจ้องมองเข้าไปในความลึกซึ้งที่ดำมืดเปล่า มีแรงดึงดูดขนาดมหาศาลกำลังกวักมือเรียกผมจากปลายทางอาจจะยังพอเยียวยาให้หายได้ นั่นคือคำรำพึงรำพันสุดท้ายที่ผมพร่ำพรายบอกกับตัวเอง
- GenresHealth
224 pages, Paperback
Published April 1, 2020
About the author
นายพินต้า
17 books7 followersAssociated Names:
* กิตติศักดิ์ คงคา
* ลงทุนศาสตร์
* นายพินต้า
* กิตติศักดิ์ คงคา
* ลงทุนศาสตร์
* นายพินต้า
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
May 27, 2020
"เราจะดูแลคนอื่นได้ เราต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อนนะ"
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ซึมเศร้าคนนึง ที่พยายามต่อสู้กับโรคซึมเศร้า โดยเล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่รับรู้ถึงความผิดปกติของตัวเองไปตลอดจนกระบวนการรักษาจนหายดี แถมยังชวนเพื่อนๆ รอบตัวที่มีอาการน่าสงสัยไปรักษาด้วย
เป็นหนังสือแนวเล่าเรื่องของการเป็นโรคซึมเศร้าจากตัวผู้ป่วยเองค่ะ เป็นทั้งการเล่าเรื่องของตัวเองและเรื่องของเพื่อนที่ป่วยเช่นเดียวกัน ออกแนวแชร์ประสบการณ์ และเป็นหนังสือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการรักษาและการเตรียมตัว(และเตรียมใจ)เข้าสู่กระบวนการเยียวยานั้นๆ
ครึ่งเล่มแรก โทนเรื่องเริ่มต้นมาอย่างเศร้าเลยค่ะ เข้าใจความรู้สึกดำดิ่งผ่านตัวอักษรเลย แต่พอเข้าสู่ช่วงการรักษา ได้เจอกับคุณหมอแล้ว โทนเรื่องค่อยๆ ดีขึ้น อ่านแล้วไม่ได้รู้สึกหดหู่เหมือนช่วงแรกๆ ส่วนครึ่งเล่มหลัง จะเป็นเรื่องภายหลังจากที่ผู้เขียนหายป่วยแล้ว แต่พบพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเพื่อนรอบตัวของตัวเอง เลยชักชวนเพื่อนไปพบหมอท่านเดียวกับที่ตัวเองเคยรักษา ก่อนจะปิดท้ายด้วยช่วงถามตอบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและการเตรียมตัวเพื่อรักษาค่ะ
เราว่า ผู้เขียนเป็นคนที่โชคดีมากที่เจอคุณหมอที่ใจดีและเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยอย่างแท้จริง และตัวผู้เขียนเองก็เป็นคนที่จิตใจงดงามมาก ที่พอชีวิตตัวเองก้าวผ่านโลกที่มืดมนมาได้ แต่ก็ยังพยายามช่วยเหลือคนอื่นที่ยังหาทางออกไม่ได้ให้หลุดออกมาจากหลุมดำนั้น เหมือนคนที่เคยเดินทางผ่านจุดลำบากมาแล้ว แต่ยังไม่ก้าวไปไหน ยังวนเวียนอยู่ในเส้นทางเดิม เพื่อรอบอกทางให้คนข้างหลังที่ยังหลงทางอยู่
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ซึมเศร้าคนนึง ที่พยายามต่อสู้กับโรคซึมเศร้า โดยเล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่รับรู้ถึงความผิดปกติของตัวเองไปตลอดจนกระบวนการรักษาจนหายดี แถมยังชวนเพื่อนๆ รอบตัวที่มีอาการน่าสงสัยไปรักษาด้วย
เป็นหนังสือแนวเล่าเรื่องของการเป็นโรคซึมเศร้าจากตัวผู้ป่วยเองค่ะ เป็นทั้งการเล่าเรื่องของตัวเองและเรื่องของเพื่อนที่ป่วยเช่นเดียวกัน ออกแนวแชร์ประสบการณ์ และเป็นหนังสือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการรักษาและการเตรียมตัว(และเตรียมใจ)เข้าสู่กระบวนการเยียวยานั้นๆ
ครึ่งเล่มแรก โทนเรื่องเริ่มต้นมาอย่างเศร้าเลยค่ะ เข้าใจความรู้สึกดำดิ่งผ่านตัวอักษรเลย แต่พอเข้าสู่ช่วงการรักษา ได้เจอกับคุณหมอแล้ว โทนเรื่องค่อยๆ ดีขึ้น อ่านแล้วไม่ได้รู้สึกหดหู่เหมือนช่วงแรกๆ ส่วนครึ่งเล่มหลัง จะเป็นเรื่องภายหลังจากที่ผู้เขียนหายป่วยแล้ว แต่พบพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเพื่อนรอบตัวของตัวเอง เลยชักชวนเพื่อนไปพบหมอท่านเดียวกับที่ตัวเองเคยรักษา ก่อนจะปิดท้ายด้วยช่วงถามตอบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและการเตรียมตัวเพื่อรักษาค่ะ
เราว่า ผู้เขียนเป็นคนที่โชคดีมากที่เจอคุณหมอที่ใจดีและเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยอย่างแท้จริง และตัวผู้เขียนเองก็เป็นคนที่จิตใจงดงามมาก ที่พอชีวิตตัวเองก้าวผ่านโลกที่มืดมนมาได้ แต่ก็ยังพยายามช่วยเหลือคนอื่นที่ยังหาทางออกไม่ได้ให้หลุดออกมาจากหลุมดำนั้น เหมือนคนที่เคยเดินทางผ่านจุดลำบากมาแล้ว แต่ยังไม่ก้าวไปไหน ยังวนเวียนอยู่ในเส้นทางเดิม เพื่อรอบอกทางให้คนข้างหลังที่ยังหลงทางอยู่
November 22, 2022
เล่มนี้ผู้แต่งเล่าตั้งแต่วินาทีที่เขาไปหาจิตแพทย์และพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เขียนตั้งแต่อาการเริ่มแรก ช่วงที่เริ่มรักษา ช่วงที่ไม่อยากรักษา ไปจนถึงช่วงที่เขาหายดี หลังจากนั้นเขาก็เริ่มให้คำปรึกษาคนรอบข้างและแนะนำให้ไปหาจิตแพทย์จนหายดีเหมือนกัน ถ้าใครที่พบเจอปัญหาด้านอาการซึมเศร้าหรือเผชิญความเครียดมากๆอยู่ เล่มนี้ถือว่าเป็นแนวทางในการเข้าใจตัวเองและอาการของโรคซึมเศร้า เพื่อที่จะสามารถ handle กับปัญหาทางด้านจิตใจของเราได้ดีเลยค่ะ
This entire review has been hidden because of spoilers.
April 9, 2022
ได้เข้าใจโรคมากขึ้น โรคซึมเศร้าของคนไทยที่เป็นโรคนี้กันทั้งที่ได้รับการวินิจฉัยและน่าจะเป็นแบบแฝงอีกเยอะ พบจุดร่วมส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้เป็นกัน คือ สังคม วัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่เร้าอย่างมาก เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “หนี้สิน” ของครอบครัว ลูกที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบของพ่อแม่ที่สร้างให้ ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองคาดหวัง ปัญหาเหล่านี้เป็นตัวเร้าให้เป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น
October 14, 2020
https://www.theobservingmind.co/book/...
Dynamics ของหนังสือเล่มนี้ เปิดด้วยโลกเทาหม่นปนดำของนายพินต้าก่อนรับการรักษา จนกลายเป็นโลกขาวปนเทา
เริ่มต้นหนังสือ หลักๆจะเป็นการบรรยายถึงความรู้สึกต่างๆที่อัดอั้นในในของนายพินต้า เป็นบทรำพึงรำพันของความรู้สึกมืดดำต่างๆ ซึ่งบรรยายได้ค่อนข้างเห็นภาพความสิ้นหวัง หดหู่ หม่นหมอง ได้อย่างเห็นภาพ ให้ผู้อ่านได้ “ดื่มด่ำความดำดิ่ง” ของตัวเอกในเล่มได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ หลังจากนั้นก็จะเป็นส่วนที่บรรยายพรรรณาความรํู้สึกห้วงคำนึงนึกคิดได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ ก่อน ระหว่าง และหลังจากหายโรคนี้แล้ว
ในช่วงหลังของหนังสือ จะเน้นไปบรรยายเรื่องราวชีวิตของเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้า เป็น Case-based Study ที่ยกเรื่องราวของต่างคนต่างกรรมต่างวาระ ต่างปัจจัยภายนอก ทำให้เห็นภาพ dynamic ของโรคซึมเศร้า และความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ต้องรักษาสารเคมีในสมอง ไปควบคู่กับสิ่งแวดล้อม อย่างเคร่งครัดไปด้วยกัน
ส่วนน้อยของหนังสือเล่มนี้ จะเป็นการถามตอบประเด็นสำคัญต่างๆของโรคซึมเศร้า ให้ข้อมูลพื้นฐานของโรค ขั้นตอนการรักษาต่างๆ เป็นการสรุปข้อมูลควบคู่กับไปประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ซึ่งทำได้ดีมาก เพราะนายพินต้าเป็นนักเขียนเล่าเรื่องที่โคตรเก่งอยู่แล้ว
นี่จึงเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่น่าสนใจ ในโลกแห่งความซึมเศร้า อันคราคร่ำไปด้วยคนเศร้าซึม เป็นอีกหนึ่งเล่ม ที่บอกเล่าประสบการณ์จากผู้ประสบภัย อย่างตรงไปตรงมา
Dynamics ของหนังสือเล่มนี้ เปิดด้วยโลกเทาหม่นปนดำของนายพินต้าก่อนรับการรักษา จนกลายเป็นโลกขาวปนเทา
เริ่มต้นหนังสือ หลักๆจะเป็นการบรรยายถึงความรู้สึกต่างๆที่อัดอั้นในในของนายพินต้า เป็นบทรำพึงรำพันของความรู้สึกมืดดำต่างๆ ซึ่งบรรยายได้ค่อนข้างเห็นภาพความสิ้นหวัง หดหู่ หม่นหมอง ได้อย่างเห็นภาพ ให้ผู้อ่านได้ “ดื่มด่ำความดำดิ่ง” ของตัวเอกในเล่มได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ หลังจากนั้นก็จะเป็นส่วนที่บรรยายพรรรณาความรํู้สึกห้วงคำนึงนึกคิดได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ ก่อน ระหว่าง และหลังจากหายโรคนี้แล้ว
ในช่วงหลังของหนังสือ จะเน้นไปบรรยายเรื่องราวชีวิตของเพื่อนที่เป็นโรคซึมเศร้า เป็น Case-based Study ที่ยกเรื่องราวของต่างคนต่างกรรมต่างวาระ ต่างปัจจัยภายนอก ทำให้เห็นภาพ dynamic ของโรคซึมเศร้า และความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ต้องรักษาสารเคมีในสมอง ไปควบคู่กับสิ่งแวดล้อม อย่างเคร่งครัดไปด้วยกัน
ส่วนน้อยของหนังสือเล่มนี้ จะเป็นการถามตอบประเด็นสำคัญต่างๆของโรคซึมเศร้า ให้ข้อมูลพื้นฐานของโรค ขั้นตอนการรักษาต่างๆ เป็นการสรุปข้อมูลควบคู่กับไปประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ซึ่งทำได้ดีมาก เพราะนายพินต้าเป็นนักเขียนเล่าเรื่องที่โคตรเก่งอยู่แล้ว
นี่จึงเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่น่าสนใจ ในโลกแห่งความซึมเศร้า อันคราคร่ำไปด้วยคนเศร้าซึม เป็นอีกหนึ่งเล่ม ที่บอกเล่าประสบการณ์จากผู้ประสบภัย อย่างตรงไปตรงมา
February 21, 2023
เป็นหนังสือที่มีศิลปะ ขอเกริ่นก่อนว่า ผมเป็นคนไม่ Emotional เท่าไรนัก (ชอบใช้ชีวิตตามหลักเหตุผล) แต่เล่มนี้ในบทแรกๆ เขียนได้ดีถึงอารมณ์ของคนเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้ผมเข้าใจความคิดของคนเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นมาบ้าง และเนื่องจากแฟนผมเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมรู้สึกว่าผมเข้าใจในตัวเธอไม่ดีเท่าที่ควร (นึกถึงแฟนของหวาน) ผมคอยบอกแฟนผมว่าคนเราต้องเข้มแข็งสิ ต้องสู้ต่อไปสิ เจอปัญหาแค่นี้อย่าท้อ แต่หลังจากอ่านเล่มนี้จบ ผมรู้สึกว่าผมเข้าใจในตัวของแฟนได้ดียิ่งขึ้น รู้สึกว่าก่อนหน้านี้เราทำตัวผิดไป เราควรคอยช่วยเหลือเค้า เป็นที่พึ่งให้เค้าได้มากกว่านี้ รวมถึงแฟนผมมีปัญหาเรื่องการกินยาไม่สม่ำเสมอเนื่องจาก S/E ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้ให้คำตอบเบื้องต้นไว้อย่างดีถึงการแก้ปัญหาและทำให้รู้ว่าการรักษาโรคซึมเศร้าเป็นการรักษาอันยาวนาน ซึ่งผมคิดว่าเราจำเป็นต้องช่วยอยู่เคียงข้างเค้าให้เค้าผ่านพ้นไปได้ ขอบคุณสำหรับหนังสือเล่มนี้มากครับ (ตอนแรกว่าจะอ่านเพื่อรีวิวเอาคอร์สการเงินเฉยๆ แต่พออ่านไปอ่านมา แม่งก็สนุกดีหวะ ไม่ได้อ่านหนังสือแนวนี้มานานมากแล้ว ขอบคุณมากครับ 5555)
June 3, 2020
เรายังต้องเดินทางค้นหาความสุข ระหว่างทางรักษาเราอยากรู้ประสบการณ์ของผู้ที่ต้องอยู่กับหมาดำเหมือนเรา สำหรับเรื่องนี้มันเป็นกำลังใจให้เราอีกทางนึง ให้มีความเชื่อกับเราบ้างว่าเราจะรักษาหาย กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิม
July 15, 2020
สะท้อนมุมมองผู้เป็นซึมเศร้าได้ดี แต่ยังไม่ลึกซึ้ง
October 5, 2021
เป็นหนังสือบอกเล่าเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน อ่านแล้วทำให้ได้ประสบการณ์และเข้าใจโรคนี้มากยิ่งขึ้น แนะนำเลยครับ ดีจริงๆ
May 20, 2022
3/5 อ่านจบทำให้เข้าใจโรคซึมเศร้ามากขึ้น และสิ่งที่ได้จากหนังสือนี้คือ ถ้าป่วยต้องไปหาหมอนะ
Displaying 1 - 9 of 9 reviews










