Jump to ratings and reviews
Rate this book

เหรียญทองแดงปราบพิภพ #3

เหรียญทองแดงปราบพิภพ เล่ม 3

Rate this book
การตามหากระดูกมังกรทวีความยากเข็ญขึ้นเรื่อยๆ
มิตรสหายที่พบเจอ ที่ร่วมทาง ที่เคยรู้จักต่างทยอยบอกลา
แต่เศษเสี้ยวความทรงจำของเสวียนหมิ่นกลับค่อยๆไหลทวนหวนคืน
และผูกโยงเขาเข้ากับเงาลี้ลับของราชครูผู้ยิ่งใหญ่

ใครบางคนชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วิปลาสทั้งหมดนี่
มันผู้นั้นกางเขตอาคมกว้างใหญ่ไพศาลเท่าแผ่นดิน
คิดจะไขว่คว้าหาอำนาจที่เหนือล้ำกว่าใครในใต้หล้า
และเวลาเดียวกัน
เซวียนเสียนมีเรื่องบางประการอยากไต่ถามจากเสวียนหมิ่นให้เข้าใจ
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาหวาดกลัวคำตอบ...

329 pages, Paperback

Published April 1, 2020

7 people are currently reading
72 people want to read

About the author

Mu Su Li

84 books158 followers
Associated Names:
* Mu Su Li (English)
* 木苏里 (Simplified Chinese) / 木蘇里 (Traditional Chinese)
* มู่ซูหลี่ (Thai)

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
47 (59%)
4 stars
26 (32%)
3 stars
4 (5%)
2 stars
1 (1%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 16 of 16 reviews
Profile Image for Ning.
2,489 reviews200 followers
November 14, 2020
น่าเป็นเรื่องแรกมั้ยนะ?? ที่ได้ 5 ดาวตั้งแต่ต้นจนจบ

จังหวะการเล่าเรื่องดีมาก กำลังเครียด ปล่อยมุก กำลังจะเฉื่อย ดราม่ามา ไม่มีตอนไหนให้เบื่อเลย

นอกจากเรื่องราวที่น่าสนใจแล้ว เรายังชอบ messages ที่วางไว้ในเรื่องด้วย อ่านแล้วคิดตามได้หลายอย่างเลย

สรุปว่าเป็นอีกเรื่องที่ประทับใจ ไม่ต้องยาก ไม่ต้องปีนอ่าน
อ่านเพลิน อ่านสนุก ได้ข้อคิด … ปาดาวรัวๆ
Profile Image for Or_O.
436 reviews108 followers
October 3, 2020
เป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเขินหนักมากขนาดนี้ พยายามจะไม่ยิ้ม แต่มุมปากมันขยับเองเลย ที่อ่านช้านี่ไม่ใช่อะไรนะ โออ่านวนฉากที่พระนายอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็อยู่ด้วยกันทั้งเรื่องอะ ฮ่า ๆ มันน่ารักและทำให้เขินได้ตลอด ดูจากปกจากชื่อเรื่อง โอไม่คิดเลยว่าจะหวานขนาดนี้ ใครก็ได้ช่วยที แก้มจะแตกแล้ว



นายเอกชื่อ เซวียเสียน เป็นมังกร ถูกใครบางคนเลาะเส้นเอ็นดึงกระดูกสันหลังไป บาดเจ็บสาหัสจนเหลือแค่ร่างวิญญาณ



พระเอกชื่อ เสวียนหมิ่น เป็นหลวงจีน ทั่วทั้งร่างมีกลิ่นอายบริสุทธิ์หลุดพ้นทางโลก ขณะเดียวกันก็มีความเย็นชาไม่น่าข้องแวะฉาบทั้งตัว



เซวียเสียนที่กำลังรักษาตัวนั้นทำสัญญาณกับวิญญาณชื่อเจียงซื่อหนิง โดยเซวียเสียนจะมอบร่างกระดาษที่สามารถแปลงเป็นมนุษย์ได้ให้ชั่วคราว แลกกับการที่เจียงซื่อหนิงยอมทำตามคำสั่ง และสิ่งแรกที่เซวียเสียนสั่งก็คือให้เจียงซื่อหนิงไปซื้ออาหารให้ตน เด็กรับใช้ที่ขายอาหารในร้านจำได้ว่าคุณชายเจียงที่มาซื้ออาหารคนนี้ตายไปแล้ว แต่จะไม่ขายให้ก็ไม่ได้ ต้องขายให้ทั้งความกลัว ขายไปได้หลายวัน บังเอิญเห็นเสวียนหมิ่นเดินผ่านมาพอดี จึงขอร้องให้เขาช่วยเหลือไปปราบผี

เซวียเสียนเห็นหลวงจีนยังหนุ่มโผล่มาก็ปรามาสว่าไม่น่าเก่งกาจอะไร เปลี่ยนร่างตนและเจียงซื่อหนิงเป็นตุ๊กตากระดาษรูปคนแล้วใช้อาคมลวงตาพรางตัวเป็นตะไคร่น้ำเกาะอยู่ที่พื้น สุดท้ายจึงโดนเสวียนหมิ่นใช้แผ่นทองแดงแซะเก็บไปทั้งอย่างนั้น



โดนจับแบบโง่ ๆ เซวียเสียนทั้งโมโหทั้งอับอาย จึงก่อเรื่องวุ่นวายให้เสวียนหมิ่นปวดหัวไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย



จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองเจอกันก็เป็นเช่นนี้เอง



เป็นแนวผจญภัย ปราบปีศาจ เจอผีวิญญาณ ไขความลับ โทนเรื่องไม่หนักค่ะ จะเฮฮา คอมเมดี้เป็นหลัก เซวียนเสียนต้องตามหาชิ้นส่วนกระดูกมังกรกลับคืนร่าง ส่วนเสวียนหมิ่นก็ตามหาร่องรอยของอดีตตนเอง ระหว่างนั้นทั้งคู่ได้พบกับเรื่องราวชีวิตของคน (และวิญญาณ) ที่ผ่านเข้ามา เป็นเหมือนเรื่องย่อยในเรื่องหลักน่ะค่ะ แต่มันจะไม่ได้แยกออกมาอย่างสิ้นเชิงนะคะ เรื่องหลักจะดำเนินไปพร้อมกันและเกี่ยวข้องกันหมด ซึ่งในส่วนของเรื่องย่อยนี้ จะว่าดราม่าก็ใช่ค่ะ แต่เขาจะเล่าด้วยน้ำเสียงสะท้อนใจ ทอดถอนใจ มากกว่าพยายามดึงให้เศร้า ถ้าใครเคยอ่าน (หรือดู) นัตสึเมะกับเนียนโกะเซนเซย์ โอว่าโทนออกประมาณนั้นค่ะ คือจะว่าเศร้า ก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น มันจะอุ่น ๆ ผสมกับความรู้สึกที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ในท้ายที่สุดแล้ว ได้แต่เงียบงัน พอนึกภาพออกไหมคะ โอชอบประโยคปิดท้ายของแต่ละเรื่องมากเลย ปิดได้ดีมาก ๆ



ช่วงแรกเซวียเสียนจะอยู่ในสภาพของตุ๊กตากระดาษรูปคนค่ะ ตุ๊กตานี้เขาเป็นคนทำขึ้นเองเพื่อให้ตัวเองสามารถเคลื่อนไหวได้ง่าย เพราะหลังจากที่โดนกระชากกระดูกสันหลังไป เขาบาดเจ็บสาหัส ใช้เวลาพักฟื้นจนพอขยับช่วงตัวบนได้ แต่ช่วงล่างยังเป็นอัมพาตอยู่ อย่างน้อยตุ๊กตากระดาษก็เบา แถมยังสามารถอาศัยลมหนุนเป็นกำลังให้พอร่อนไปไหนมาไหนได้บ้าง พอโดนเสวียนหมิ่นจับไป เซวียเสียนก็อาศัยอยู่ในถุงผ้าข้างเอวของเสวียนหมิ่นค่ะ ขอให้ทุกคนนึกภาพตุ๊กตากระดาษหน้าตาพิลึกโผล่หัวมาดูนั่นนี่ ไม่ก็ใช้สองแขนกระดาษตะกายเกาะร่างเสวียนหมิ่นชมความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน แล้วก็มักจะโดนเสวียนหมิ่นใช้นิ้วกดหัวตุ๊กตาดันกลับเข้าไปในถุงผ้า นี่แค่ช่วงแรกนะคะ ต่อไปเซวียเสียนยังเปลี่ยนไปอีกหลายสภาพเลย เหมือนลืมตามาอีกที ปีศาจร้ายนี้ก็เปลี่ยนร่างไปอีกแล้ว



ตลกมาก ปล่อยมุกกันตลอด นิสัยของเซวียเสียนจะชอบทำอะไรตามใจชอบ พูดจาใหญ่โต เย้าแหย่ให้คนโมโหเล่น มังกรเป็นสัตว์เทพใช่มั้ยคะ กำเนิดจากฟ้าดิน มีพลังมหาศาล ไม่เคยต้องเกรงกลัวใคร รักศักดิ์ศรีเป็นที่หนึ่ง ถึงมาอยู่ในสภาพอนาถอย่างนี้ก็ยังคงมีนิสัยแบบเดิมอยู่ค่ะ แต่มักโดนผู้เขียนกลั่นแกล้งอยู่เรื่อย ให้เขามักแพ้ทางเสวียนหมิ่น



ส่วนเสวียนหมิ่นจะตรงข้ามกับเซวียเสียนเลย พูดน้อย พูดอะไรทำอะไรก็จะจริงจังไปหมด เคร่งขรึมเย็นชา ไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องนอกจากเซวียเสียน เก่ง มีความสามารถรอบตัวสูง มักทำให้คนเชื่อถือและให้ความรู้สึกว่าสามารถพึ่งพาได้ยามคับขัน



สองคนนี้เก่งมากค่ะ ฉลาด ความสามารถสูง ความรู้รอบตัวเยอะ อ่านสถานการณ์เก่ง แต่ในช่วงแรก ๆ จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง ของเซวียเสียนคือร่างกายเขายังไม่ฟื้นสภาพ ของเสวียนหมิ่นคือความทรงจำที่ไม่ครบถ้วน กับความสามารถบางส่วนยังโดนผนึกไว้ เมื่อเวลาผ่านไป ได้ชิ้นส่วนของตนกลับมา ก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูกำลัง จึงจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ



หลายคนอาจสงสัยว่าเหรียญทองแดงปราบพิภพตามชื่อเรื่องคืออะไร เหรียญทองแดงที่ว่าเป็นเหรียญที่นักบวชจะร้อยเป็นพวงห้อยไว้ที่เอวค่ะ คล้ายอาวุธประจำตัว เวลาใช้ก็จะใช้เลือดของตนปาดเข้ากับเหรียญทองแดง เรียกพลังขึ้นมาปราบผีปราบปีศาจ นอกเหนือจากการใช้ยันต์



การผจญภัยในเรื่องก็สนุกค่ะ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของบรรยากาศลี้ลับชวนผวานิด ๆ หลอนนิด ๆ น่ากลัวหน่อย ๆ ลวงหลอกให้สับสนว่าอะไรจริงอะไรเท็จ มีการไขปริศนาของเรื่องราวและตัวละคร นำเสนอความเป็นไป ชีวิต แก่นของผู้คน มีการออกท่าใช้พลังสู้หลากหลาย ตัวเอกที่เก่งมาก ๆ แบบนี้น่าจะผ่านด่านอันตรายง่าย ๆ ใช่มั้ยคะ แต่ไม่ใช่ค่ะ บางทียากด้วยข้อจำกัด บางทีเพราะพวกเขาเคารพกฎกติกาบางอย่างจึงไม่สามารถทำอะไรตรงไปตรงมาได้ บางทีก็พลาดเพราะความประมาท หรือโดนหลอกบ้าง ทำให้การผจญภัยไม่ง่ายเลย



การผจญภัยไม่ได้มีแค่สองคนนี้นะคะ ยิ่งเจอเรื่องราวมากขึ้น ยิ่งได้ตัวช่วยเพิ่ม กลายเป็นคณะเดินทางที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญ คณะนี้ไม่มีใครปกติสักคน เป็นคณะที่บันเทิงชวนหัวมาก ตลกกลั่นแกล้งกันมาก ๆ



โอประทับใจทั้งเสวียนหมิ่นและเซวียนเสียนเลย เป็นพระนายที่โอปลื้มมาก เห็นพัฒนาการชัดเจน จากตอนแรกที่ต่างฝ่ายต่างไม่แน่ใจในตัวตนของอีกคน เซวียนเสียนระแวงเสวียนหมิ่น คิดว่าเขาเป็นคนที่อ่านยาก รับมือยาก ส่วนเสวียนหมิ่นก็คิดว่าเซวียนเสียนเป็นตัวช่างก่อเรื่อง จนผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกันมา จึงได้เห็นนิสัยของอีกฝ่ายมากขึ้น ���ห็นมุมดี ๆ ของอีกฝ่าย



เห็นเซวียนเสียนซุกซนชอบสร้างปัญหาอย่างนี้ เขาก็มีโหมดจริงจังนะคะ อันที่จริง โอว่าเขาเป็นคนช่างสังเกตและละเอียดอ่อนคนหนึ่งเลยค่ะ รู้ว่าเวลาไหนเล่นได้ เวลาไหนไม่ควรเล่น เป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างมากกว่าที่ชอบแสดงออก ยิ่งถ้าเป็นคนสำคัญ เขายิ่งใส่ใจมาก อ่อนโยน มีเหตุมีผล ใจคอกว้างขวางด้วย มีมุมน่ารักเยอะค่ะ ยิ่งเวลาโดนคนเขียนแกล้ง จะมีมุมหลุด ๆ เหวอ ๆ โผล่มาเรื่อย



เสวียนหมิ่นมีบุคลิกเย็นชาเข้าถึงยาก แต่เขาไม่ใช่พระเอกแนวเย็นชาเลยค่ะ คนละเรื่องเลย เสวียนหมิ่นเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง นิ่งมาก พูดน้อย เลยมักโดนเซวียนเสียนเย้าแหย่บ่อย ๆ ปกติแล้วเสวียนหมิ่นก็จะทำหน้านิ่ง ๆ ไม่สนใจอะไรมาก แต่เวลาอยู่กับเซวียนเสียน เราจะเห็นการยอมอ่อนให้ ยอมตามใจนิด ๆ ตลอด เป็นตั้งแต่แรกเลย เขาจะไม่แสดงออกแบบชัดเจนตรงไปตรงมา จะเห็นจุดเล็ก ๆ หรือเหตุการณ์สั้น ๆ คนที่นิ่งมาก พอทำอะไรที่แปลกไป แสดงออกอะไรสักอย่างที่ไม่เหมือนปกติ มันชวนกรี๊ดมาก โอเขินทุกฉากที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเลย และอาการตามใจนี้มากขึ้นเรื่อยตามระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ยิ่งรู้จักกันมาก เสวียนหมิ่นยิ่งยอมเซวียนเสียนมากจริง ๆ แต่มันไม่ได้เป็นการตามใจแบบโอ๋นะคะ เขาก็ดุเมื่อถึงเวลาต้องดุ ปราม (แปะยันต์สงบนิ่ง) เมื่อจำเป็น มีฉากนึง เซวียนเสียนก่อเรื่องวุ่นวายจนตัวเองเกือบแย่ เสวียนหมิ่นจึงดุ เซวียนเสียนก็ตอบว่า ก็ได้ ไม่ซนแล้ว โห แบบ น่ารัก เขินมาก สำหรับโอนะ เสวียนหมิ่นเป็นพระเอกที่ดีงามมาก ใส่ใจ คอยมองตลอดว่าเซวียนเสียนมีปัญหาอะไร เขาจะช่วยทันที ไว้วางใจได้ พูดน้อยแต่หนักแน่น เป็นคนที่คุณจะรู้สึกว่าเขาไม่มีทางโกหกเรา จุดนี้เซวียนเสียนก็รู้ดี แต่ด้วยความที่เขามีปมบางอย่างในใจ เสวียนหมิ่นจึงมักจะย้ำกับเซวียนเสียนตลอดว่าถ้ามีอะไรจะบอกอย่างตรงไปตรงมา จะไม่โกหกแน่นอน โอว่าเป็นพระเอกที่ให้ความอุ่นมาก ๆ อ่อนโยนมาก ๆ ทั้งที่หน้านิ่งๆ พูดน้อยแบบนี้



เป็นคู่ที่เห็นความสัมพันธ์ที่มันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ชัดเจน จากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายให้ใหญ่ขึ้น มากขึ้น แล้วเขาใส่ใจกันมากจริง ๆ ค่ะ โอชอบที่ผู้เขียนเขียนปฏิกิริยาเล็ก ๆ อย่างการสัมผัส การตอบโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายถาม การหันไปมองตาเมื่อรู้สึกอยากขอความเห็น หรือความช่วยเหลือ มันแสดงถึงความเข้าใจ ปั่นป่วนใจ รวมถึงความใส่ใจ เขียนน้อย ได้มาก หวานได้แม้ไม่มีคำพูดหวาน ๆ หรือมีการแสดงออกแบบคู่รัก (หมายถึงช่วงแรกน่ะ ช่วงหลัง ๆ จะมากขึ้นทุก ๆ อย่าง โอถึงบอกไงว่าเรื่องนี้เขาค่อย ๆ ก้าว ค่อย ๆ พัฒนา)



โอชอบที่เขาเขียนให้ทั้งคู่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร พยายามพิจารณาทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง อย่างเซวียนเสียน เขาก็จะบอกว่า ในชีวิตของมังกรของเขาไม่ชอบพึ่งพาใคร ไม่อยากติดหนี้ค้างบุญคุณใคร ชอบทำอะไรอย่างอิสระด้วยตัวคนเดียว แต่พอตอนนี้มีเสวียนหมิ่นคอยช่วยเหลือ กลับไม่ได้รู้สึกเลวร้ายอะไร จนถึงรู้สึกดีด้วยซ้ำที่คอยมีคนสนับสนุนช่วยเหลือ แบ่งเบาเรื่องที่หนักอึ้งไป หรือมีอยู่ช่วงที่เซวียนเสียนคิดว่าอยู่กับเสวียนหมิ่นก็ไม่เลวเลย จนอยากชวนให้มาอยู่ด้วยกัน ส่วนเสวียนหมิ่น เราจะไม่เห็นความคิดเขาชัด ๆ จะเห็นผ่านการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับการกระทำมากกว่า



เซวียนเสียนเรียกเสวียนหมิ่นว่า “ลาโง่” ทั้งเรื่องเลยค่ะ มาจากคำเรียกหลวงจีนที่ไม่สุภาพ (ลาหัวล้าน) เรียกชื่อจริงไม่กี่ครั้งเอง แตน้ำเสียงไม่ได้ก่นด่าอะไร หลัง ๆ นี่เหมือนพวกคู่รักที่ตั้งชื่อเรียกให้กันไปอย่างนั้น



โอว่าต้องมีคนถามเรื่องสถานะของเสวียนหมิ่นที่เป็นหลวงจีนหรือพระ อันที่จริงเสวียนหมิ่นวางตัวดีทั้งเรื่องเลยค่ะ นิ่ง สุขุม ใจเย็น แสดงออกน้อยมากเลย (แต่โอเขินหนักทุกครั้ง) แต่ก็ธรรมดา มันจะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ชักนำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ชัดเจนมากขึ้น (ที่มาเสียก็เพราะเซวียนเสียนเป็นสาเหตุหลักเลยค่ะ) ส่วนสถานะที่ว่าจะเฉลยในตอนท้าย เซวียนเสียนถึงกับร้องว่า นี่มันพระเก๊นี่ แต่จะเพราะอะไรนั้น ไปอ่านเอาเองดีกว่าค่ะ





ด้านความรักเต็มทุกอย่าง ดีงามมากจริง ๆ ทั้งนิสัยพระนาย การแสดงออก ความใส่ใจ ความทุ่มเท ความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีดราม่าให้น้ำตารื้นเหมือนกัน ว่าจะไม่ร้องแล้วก็อดไม่ได้



เป็นเรื่องที่ได้หลายอารมณ์มาก ตลก ลุ้นระทึก ซึ้ง สะท้อนใจ อบอุ่นหัวใจ ชื่นหัวใจ ทั้งตัวเรื่องของพระนาย และของตัวละครประกอบ ทุกเรื่องดีมากเลย ประทับใจค่ะ

5 ดาว





โอแวะไปอ่านรีวิวใน Goodreads เมื่อเขียนบรรทัดบนจบ มีหลายคนบอกว่าหวานน้อย จริงดิ?! สำหรับโอที่เขินตั้งแต่ต้นจนจบ มันหวานมากจริง ๆ นะ! ภายใต้ความเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันมีค่ะ! มันมีบางอย่างซ่อนไว้ในใจ~ แล้วโมเมนต์อะไรน่ารัก ๆ นี่มีตลอด เพราะคู่นี้อยู่ด้วยกันทั้งเรื่องเลย และโอว่าหลายฉากอ่านแล้วเซ็กซี่มาก ๆ ชวนเขินมาก ๆ โอ๊ย จะบ้าอีกแล้ว นี่อ่านจบแล้วยังอยากวกไปอ่านใหม่อีกรอบ



เข้าไปอ่านตัวอย่างได้ที่นี่นะคะ https://bit.ly/34iY6BP



โดยรวมงานดีเลยค่ะ ปกสวย รูปเล่มดี (และราคาแรงด้วย ฮือ ๆ) มีคำผิดนิดหน่อยในเล่ม 2 กับพวกสำนวนภาษาแปลก ๆ ที่ไม่ตรงความหมายในประโยค ไม่มากค่ะ แล้วส่วนหนึ่ง โอคิดว่ามาจากสำนวนพวกนิยายกำลังภายในด้วย (หรือเปล่า?) โอยกมาไว้เขียนในเพจกับในบล็อกนะคะนะคะ
Profile Image for Uminaka16.
421 reviews45 followers
November 6, 2020
เหรียญทองแดงปราบพิภพ เรื่องนี้เป็นนิยายแนวแฟนตาซีจีนโบราณ โลกที่มีภูตผีวิญญาณ มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ อาคม มนตร์คาถา ค่ายกล มีหลวงจีน และมีมังกร...

เซวียเสียน เป็นมังกรซึ่งเป็นสัตว์เทพที่เกิดขึ้นจากฟ้าดิน มีอายุขัยยาวนานเป็นพันๆ ปี ปกติก็มีหน้าที่โปรยฝน เรียกฟ้าผ่า ดูแลสภาพอากาศของโลก แต่ถึงจะมีอายุยืนยาวแต่ก็มีวันที่เป็นคราวเคราะห์ มีทั้งเคราะห์เล็กและเคราะห์ใหญ่ วันหนึ่งราวครึ่งปีก่อน ในวันที่เซวียเสียนประสบเคราะห์ใหญ่ ถูกสายฟ้าฟาดใส่จนบาดเจ็บ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เซวียเสียนถูกใครบางคนเลาะเส้นเอ็นและกระดูกสันหลังบางส่วนไป ทำให้กลายเป็นอัมพาตท่อนล่าง ตั้งแต่เอวลงไปไม่มีความรู้สึก ไม่สามารถบังคับได้ หลังจากรู้สึกตัว เซวียเสียนก็ออกตามหากระดูกของตัวเอง แต่ก็ไม่มีเงื่อนงำใดๆ เซวียเสียนเดินทางไปยังเมืองหนิงหยาง เมืองที่เมื่อก่อนนี้ยามที่ประสบเคราะห์ หมอสกุลเจียงผู้หนึ่งได้ช่วยเหลือเขาไว้ แต่กลับมาคราวนี้กลับพบว่า ร้านหมอสกุลเจียงกลายเป็นซากไฟไหม้ ไม่มีคนเป็นเหลืออยู่อีก มีเพียงวิญญาณตนหนึ่งที่ยังยึ��ติดอยู่ที่นั่น เขาคือ เจียงซื่อหนิง บุตรชายของหมอสกุลเจียงคนนั้น เซวียเสียนเดินทางโดยการเข้าไปอยู่ในร่างตุ๊กตากระดาษแล้วอาศัยสายลมคอยเกาะติดคนอื่นไปเรื่อยๆ เมื่อพบกับเจียงซื่อหนิงก็เลยตัดกระดาษทำตุ๊กตาเสกร่างให้เขาอาศัยเช่นกัน

เสวียนหมิ่น หลวงจีนหน้าตาเยาว์วัย ใบหน้าเย็นชา พูดน้อยถึงน้อยที่สุด ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ทางสีหน้า เดินทางผ่านมาที่เมืองหนิงหยาง เด็กร้านอาหารผู้หนึ่งได้มาขอร้องให้เสวียนหมิ่นไปสะกดวิญญาณที่อดีตร้านหมอสกุลเจียงเนื่องจากเขาเห็นร่างที่เหมือนไม่ใช่มนุษย์เข้าไปที่นั่น เสวียนหมิ่นไปที่ร้านหมอสกุลเจียงแล้วแล้วเอาแผ่นทองแดนมาแซะตุ๊กตากระดาษสองตััวขึ้นมาจากขี้ตะไคร่ที่พื้นและจับโยนใส่ถุงผ้าข้างเอว ตั้งใจจะปราบในภายหลัง แต่เขากลับพบว่า หนึ่งในตุ๊กตากระดาษสองตัวนั้นช่างมีนิสัยซุกซนวุ่นวายเป็นที่สุด ถูกจับก็ไม่ได้สลดหรือสงบนิ่งเลยแม้แต่น้อย กลับยังโวยวายบ่นนู่นบ่นนี่ไม่หยุด และที่สำคัญก็คือไม่กลัวเขาเลย ซึ่งก็ถูกแล้ว เพราะเซวียเสียนเป็นมังกรที่นิสัยทะนงโอหัง ปกติก็ไม่เคยต้องกลัวใคร พอถูกจับมาก็ยังออกฤทธิ์ออกเดชไม่หยุด เสวียนหมิ่นคิดว่าเจ้าปีศาจนี่ช่างประหลาดเสียจริง แล้วก็เกิดความสนใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

จากน้้นเรื่องราวการเดินทางของหนึ่งพระ หนึ่งมังกร หนึ่งผี ก็เริ่มต้นขึ้น เสวียนหมิ่นนั้นความจำเสื่อม แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาก็เจอกระดาษที่เขียนเอาไว้ว่า "หาคน" ซึ่งไม่รู้ว่าคนที่ต้องหาคือใคร ส่วนเซวียเสียนก็มีเป้าหมายคือการตามหากระดูกมังกร คนทั้งกลุ่มเริ่มต้นจากการเดินทางไปหานักทำนายตาบอดคนหนึ่ง พอได้เงื่อนงำก็สืบต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งระหว่างที่เดินทางไป เซวียเสียนเริ่มได้กระดูกตัวเองคืนมาทีละชิ้น ในขณะที่ความทรงจำของเสวียนหมิ่นก็ค่อยๆ กลับมาทีละส่วน ซึ่งสุดท้ายแล้ว เมื่อความทรงจำกลับคืนมาทั้งหมด สิ่งที่รอพวกเขาอยู่คืออะไร อันนี้ไม่เฉลย ต้องไปอ่านเอาเองค่ะ

มาพูดถึงสิ่งที่เราชอบในเรื่องนี้กันเลยดีกว่า อันดับแรกที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือคาแรกเตอร์ของพระ-นาย ที่แตกต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งขี้เล่นแสนซน คนหนึ่งนิ่งราวกับท่อนไม้ แต่พอมาอยู่ด้วยกันแล้วกลับเข้ากันได้ดีเหลือเชื่อ เราเชื่อว่าไม่ว่าใครมาอ่านเรื่องนี้ก็ต้องชอบเซวียเสียน เจ้ามังกรที่ดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนอยู่ในร่างตุ๊กตากระดาษ ตอนอยู่ในไข่มุกทองคำ หรือตอนหดร่างเป็นมังกือน้อยพันข้อมือเสวียนหมิ่นไว้ นักเขียนบรรยายพฤติกรรมของเซวียเสียนได้น่ารักน่าชังที่สุดค่ะ //อยากจิ้ม// ทั้งตอนที่ตุ๊กตากระดาษไปแปะบนไข่มุกทองคำแล้วกลิ้งไปกลิ้งมา หรือตอนมังกรน้อยพยายามงับนิ้วเสวียนหมิ่นยามที่ถูกขัดใจ หรือตอนที่เป็นมังกรตัวใหญ่แล้วไปพันรอบตัวเสวียนหมิ่นเพื่อระบายความร้อนในร่าง มันน่ารักทุกตรงเลยค่ะ เสวียนหมิ่นคือดาวข่มเซวียเสียนอย่างแท้จริง ไม่ว่าน้องจะอาละวาดยังไง ไต้ซือท่านเอาอยู่ น้องก็จะแบบ เออ ไม่ได้ยอมหรอกนะ แต่ขี้เกียจแล้ว อะไรงี้ 5555

ส่วนเสวียนหมิ่น ถึงจะพูดน้อย เก็บความรู้สึกเก่ง แต่ตามใจเซวียเสียนตลอดเลย ถึงจะโดนน้องแกล้งจนอึ้งพูดไม่ออกอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ลงโทษน้องเลยค่ะ ออกแนวเอือมระอาซะมากกว่า เราชอบเวลาเซวียเสียนเมิน หลบหน้า หรือเกเร แล้วพอเปลี่ยนใจกลับมา เสวียนหมิ่นจะพูดแค่ว่า "ไม่ซนแล้ว?" "ไม่หลบหน้าแล้ว?" ให้น้องไปไม่ถูกทุกที //น่าร้ากกกก// แต่บางทีหลวงพี่ท่านก็ดุนิดๆ แต่ทั้งหมดก็เพื่องานไม่ก็เพื่อตัวน้องค่ะ เรียกว่าเสวียนหมิ่นจากที่ตอนแรกเก็บน้องมาเพราะคิดจะปราบ ก็กลายเป็นเหมือนพี่เลี้ยงดูแลเด็กไปซะงั้น หลวงพี่ไม่ค่อยพูด แต่ดูแลดีประหนึ่งญาติมิตร ไม่เชื่อไปลองอ่านดูค่า

ความรักของคู่นี้ก็เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตร่วมกัน ดูแลช่วยเหลือกันนี่แหละ จากคนแปลกหน้ากลายเป็นความผูกพัน ถึงเซวียเสียนจะเรียกเสวียนหมิ่นว่า "ลาโง่" //ตอนแรกก็หมายความแบบนั้นจริงแหละ// พอตอนหลังรู้สึกดีด้วย แต่ก็เปลี่ยนคำเรียกไม่ทันแล้ว น่ารักตรงที่ตอนหลังเซวียเสียนไปเจอไต้ซืออีกคนก็เรียกลาโง่ไม่ได้แล้ว เพราะชื่อ "ลาโง่" กลายเป็นคำเรียกเฉพาะสำหรับเรียกเสวียนหมิ่นเท่านั้น //กุมใจ// เนื้อเรื่องจะบรรยายผ่านเซวียเสียนเป็นหลัก ดังนั้น เซวียเสียนคิดอะไรเราจะร่วมรับรู้ทั้งหมด แล้วน้องก็เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมาซะด้วย อ่านตั้งแต่ต้นจนจบเราจะเห็นเลยว่าความคิดน้องค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย ค่อยๆ รู้สึกดีทีละนิดๆ ส่วนฝั่งเสวียนหมิ่นนั้น เขาคือ Mystery Box ค่ะทุกคน เขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น มีคิดบ้างนิดหน่อย เซวียเสวียนไม่รู้ คนอ่านก็ไม่รู้ เสวียนหมิ่นเป็นแนวแสดงออกผ่านการกระทำ ดังนั้น เราคนอ่านก็ต้องนั่งเดาใจเขาค่ะ เอ๊ะ เขารักน้องมังกรรึยังน้อ แต่ความคลุมเครือนี้เป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้นะคะ อารมณ์อึดอัดๆ อยากรู้แต่ไม่อยากถาม อ่านแล้วลุ้นไปด้วยเลย

ในการตามหากระดูกแต่ละท่อนก็เหมือนแบ่งเป็นแต่ละภาคย่อยๆ มีตัวละครที่ผ่านมาในบทนี้และผ่านไป และมีตัวละครที่ตอนหลังกลายมาเป็นแก๊งค์ร่วมเดินทางกับพระเอกนายเอก มีการทำลายค่ายกล การสะกดวิญญาณ การส่งวิญญาณสู่สุคติ ฉากบรรยายค่ายกลค่อนข้างละเอียด ซึ่งเราขอสารภาพว่าบางช่วงก็จินตนาการภาพไม่ออกค่ะ บวกกับสำนวนที่อ่านค่อนข้างยาก ใช้สำนวนแบบประหยัดคำ เช่น เขาเกลื่อนสีหน้า //กลบเกลื่อน// บ้านเก่าคร่ำหลังนั้น //คร่ำคร่า// คือไม่ใช้คำซ้อนเลย ตัดเรียบ และมีการใช้คำที่ไม่คุ้นเคยเยอะค่ะ ขนาดเราค่อนข้างมีคลังคำศัพท์ในหัวเยอะยังเจอบางคำไม่คุ้นเลย ก็เลยใช้เวลาอ่านนานมากกว่าปกติ ฉากการผจญภัยก็สนุกดี มีงงๆ บ้าง ส่วนฉากพระ-นายคุยกันนี่ดีทุกฉากเลย

อีกอย่างที่ชอบมากก็คือการบรรยายความรู้สึกแบบที่ไม่บอกตรงๆ ว่า ชอบ รัก เสียใจ เศร้า แต่บรรยายผ่านสภาพดินฟ้าอากาศ ยิ่งฉากไคลแมกซ์นี่ทำเราน้ำตารื้นค่ะ ความเศร้าในระดับฟ้าถล่มดินทลาย อ่านไป อ่านไป รู้สึกตัวอีกทีคือเกือบสะอื้นแล้ว ถ้าเราจำไม่ผิด เรื่องสุดท้ายที่เราอ่านแล้วน้ำตารื้นก็เจ้ารอยอินทร์นู่นเลยค่ะ นานมาก ความรู้สึกรักก็เหมือนกัน อ่านจนจบเรื่องตัวละครไม่มีบอกรักกันเลย คิดถึงก็ไม่มี มีแต่คิดในใจนิดหน่อย แต่การกระทำ การมองตาก็รู้ใจ การตามใจ เอาอกเอาใจ การกระเซ้าเย้าแหย่ มันบอกคนทั้งโลกแล้วว่าพวกเขารักกันค่ะทู้กคนนน //มองบน//

สรุปก็คือเรื่องนี้มันดีมากๆ สำหรับคนที่ชอบสายอารมณ์ มาเลยค่ะ ดีสุดๆ โทนเรื่องซีเรียสสลับกับตลกโบ๊ะบ๊ะ การผจญภัยก็สนุกดี มีคติสอนใจ (ถ้าหาเจอ) ภาษาสวย อ่านยากนิดหน่อยแต่ไม่เป็นอุปสรรค คำผิดประปราย ใครอ่านแล้วไม่เอ็นดูน้องมังกรแสดงว่าคุณใจแข็งมาก เพราะน้องดุ๊กดิ๊กน่ารักมากค่ะ

สำหรับเล่มพิเศษ เป็นเรื่องหลังจากเหตุการณ์ในเล่มหลัก ไม่ต้องอ่านก็ได้ แต่ถ้าอ่านก็จะมีเปิดเผยปมอดีตเล็กๆ นิดหน่อยค่ะ

สำหรับคำผิดก็มีประปรายค่ะ อย่าง มหาสุมทร หน้า 71 หรือ เซวียนเสียน (หน้าไหนจำไม่ได้) หรือการใช้อักษรต่ำกับไม้จัตวา เช่น สกุลชวี๋ เม๋ย
Profile Image for Kamons.
1,289 reviews69 followers
June 28, 2020
ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในนิยายที่ชอบที่สุดในใจของปีนี้ไปอย่างสวยงามสำหรับ ‘เหรียญทองแดงปราบพิภพ’ ในแง่เนื้อหาอาจจะไม่ได้เข้มข้น ข้อมูลแน่นอะไรมาก ออกจะติดเบาๆ สบายๆ อ่านง่ายด้วยซ้ำ แต่ที่ทำให้ชอบมากๆ คือจังหวะของนิยายเล่มนี้ที่ดี มากๆ บทจะตลกขึ้นมา ก็ตบมุกหน้าตายมากๆ ตอนอ่านหลุดขำแบบหัวเราะออกเสียงไปไม่น้อย กลั้นขำอีกเยอะแยะ คือเป็นความตลกที่จังหวะซิทคอมโบ๊ะบ๊ะพอดีแบบไม่คิดว่าจะอ่านเจอในเรื่องนี้ แต่ไอ้ที่ตลกก็ตลกไปใครจะไปคิดแค่พลิกไปอีกหน้าสองหน้าก็โดนอัดด้วยประโยคธรรมดาแต่แค่อ่านก็น้ำตารื้น สามเล่มที่ผ่านมาสารภาพว่าน้ำตาหยดไปหลายแหมะ บ้าเอ้ย! ทั้งๆ ที่เรื่องก็ไม่ได้ดราม่า เศร้าอะไรเลย เขียนสนุกด้วย แต่ที่ร้องเพราะมันซึ้ง!!! เราว่าคนเขียนจับจังหวะเก่ง ปล่อยของไม่มาก แต่จังหวะมันดี

เรื่องราวของมังกรตนหนึ่งที่ถูกถลกกระดูกเอ็นมังกร เลยเหลือแต่พลังวิญญาณนิดๆ หน่อยๆ พอที่จะสิงในร่างกระดาษได้แค่นั้น แถมยังเป็นร่างกระดาษที่ขาเป็นอัมพาตด้วย ได้เจอกับไต้ซือหัวล้านนุ่งขาวที่สูญเสียความทรงจำ ตอนฉากเจอกันก็ตลก พระ-นายเจอกัน เพราะท่านไต้ซือใช้แผ่นทองแดงแซะออกมาจากตะไคร่น้ำ สุดท้ายเลยได้ร่วมผจญภัยตามหากระดูกของตัวเอง ในเรื่องพบเจอคนไม่มาก แต่กลายเป็นสหายร่วมเดินทางที่ดี

เสียดายที่สุดคือรู้เรื่องนี้ช้าไปซื้อบ็อกซ์ไม่ทัน ภาคพิเศษเลยไม่ได้อ่านเลย
Profile Image for Bunnyb.
590 reviews19 followers
February 21, 2022
ชอบมากกกก เคยอ่านเรื่องอื่นที่พระเอกเป็นมังกรมาก่อน แต่ไม่ติดใจเท่าไหร่
แต่เล่มนี้ประทับใจมาก โดยเฉพาะเรื่องความเสียสละ ความรักแบบรักจริงๆ
ยอมสละทุกอย่างได้เพื่อคนที่ตัวเองรัก ฮือออ เล่ม 3 นี่แบบว่าอ่านแล้วอ่านอีกเลยค่ะ

เซวียเสียน เป็นมังกรดำ ที่ถูกหักหลังจนพิการ เดินไม่ได้ แต่เล่มนี้เค้ากลับมาเดินได้แล้ว
เสวียนหมิ่น เป็นมนุษย์ (เฉลยตำแหน่งตอนท้ายเป็นไปตามที่เดาไว้ อลังการค่ะ) ที่นิ่งมาก
พูดน้อยมาก แต่การแสดงออกของเค้านี่เห็นเลยว่าแคร์เซวียเสียนมาก
ยิ่งพออาจารย์มาเจอกับเซวียเสียนตอนท้ายเรื่องนี้ คำพูด+ความคิดของอาจารย์บอกชัดเลยว่า
ลูกศิษย์ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้นี้นี้....555 ตามใจของจริง เอาใจของจริงมาเต็ม

อินกับการบรรยายความรักของเซวียเสียนกับเสียนหมิ่นตอนท้ายเรื่องจริงๆ
อ่านแล้วซึ้งมาก สองคนนี้เค้ารัก เติมเต็มกันและกันของแท้เลยค่ะ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Boboisreading.
33 reviews1 follower
December 13, 2021
เล่ม 3 คือฟินมากกก ยิ้มแก้มแตก ทุกอย่างลงตัวมากจริงๆ เฉลยปมได้อย่างไม่สะดุดเลย ถึงแม้จะเป็นปมที่ไม่ซับซ้อนและเดาได้ง่ายแต่บรรยายและเฉลยทีละนิดแบบดีมากเลย เป็นอีกเรื่องที่เรายกขึ้นหิ้งในปีนี้ ภาษาไหล เข้าใจง่าย อ่านเพลิน ไม่มีตอนไหนที่รู้สึกเบื่อเลย จังหวะดีมากๆ เลิ้ปป
Profile Image for Faelyn.
246 reviews2 followers
March 26, 2021
ปมคลายหมดแล้ว ที่มาที่ไป เคลียร์หมดไม่มีอะไรค้างคา ชอบสำนวนคนเขียน คาร์แรคเตอร์ตัวละครทุกคนมีหลายมิติดี พระเอกของเราเห็นนิ่งๆอย่างนั้นที่จริงขี้หึงใช่ย่อย
Profile Image for Cherry Sawanya Munkongsujarit.
392 reviews24 followers
August 1, 2020
โปรยปกเล่ม 3 :
การตามหากระดูกมังกรทวีความยากเข็ญขึ้นเรื่อยๆ
มิตรสหายที่พบเจอ ที่ร่วมทาง ที่เคยรู้จักต่างทยอยบอกลา
แต่เศษเสี้ยวความทรงจำของเสวียนหมิ่นกลับค่อยๆ ไหลทวนหวนคืน
และผูกโยงเขาเข้ากับเงาลี้ลับของราชครูผู้ยิ่งใหญ่

ใครบางคนชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วิปลาสทั้งหมดนี่
มันผู้นั้นกางเขตอาคมกว้างใหญ่ไพศาลเท่าแผ่นดิน
คิดจะไขว่คว้าหาอำนาจที่เหนือล้ำกว่าใครในใต้หล้า
และเวลาเดียวกัน
เซวียเสียนมีเรื่องบางประการอยากไต่ถามจากเสวียนหมิ่นให้เข้าใจ
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาหวาดกลัวคำตอบ...

เล่ม 3 :
พอวิญญาณทหารไปถึงกลับทำใจไม่ได้ต้องการเฝ้าอยู่ต่อไปและได้พูดถึงวิธีต่อชะตาชาติหน้าที่เคยได้ยินจากเฒ่าชวี๋ จึงไปถามเฒ่าชวี๋ถึงยาวิเศษที่ที่สามารถยืดชีวิต หรือไม่ก็เปลี่ยนโชคหรือเคราะห์ เฒ่าชวี๋ก็บอกว่ามีตำนานเล่า ถิ่นกำเนิดอยู่ที่ไป่ฉงต้ง (ถ้าร้อยแมลง) และบอกทางเพราะบรรพบุรุษเป็นหมอผี คนทั่วไปไม่รู้จัก
ขณะเดียวกันผู้พยากรณ์ สำนักไท่ฉางก็ทำนายอีกครั้งและได้ผลลัพธ์ว่าคนที่ตามหาตายแล้ว และยังทำนายถึงคนที่คล้ายราชครูตอนนี้ก็อยู่ที่หมู่บ้านข้างหน้านี้เอง แล้วทั้งหมดก็ได้พบเซวียเสียนและเสวียนหมิ่น นี่คือราชครูแน่นอน เสวียนหมิ่นบังตัวเซวียเสียนเอาไว้ แล้วถามมีธุระใดหรือ ผู้พยากรณ์และผู้อำนวยพรที่เพิ่งได้รับจดหมายตอบกลับว่าให้ดูตามสถานการณ์จึงบอกว่าทักคนผิด
งานเลี้ยงวันเกิดของเจียงซื่อจิ้งผ่านไป เซวียเสียนได้เห็นรอบข้อมือของฟางเฉิงและเจียงซื่อจิ้ง ทำให้คิดถึงวิญญาณเร่ร่อนเมื่อหกสิบปีก่อนที่ให้เชือกเพื่อไปผูกเพื่อตามหาภรรยาคนนั้น ในที่สุดก็ได้เจอกัน

บทที่ 5 ไม่เสียใจ
ได้เวลาส่งวิญญาณเจียงซื่อหนิง เจียงซื่อหนิงจากไปโดยไม่ลาเจียงซื่อจิ้ง เมื่อทำพิธีเสร็จเซวียเสียนก็พาทั้งหมดออกตามหากระดูกมังกรที่เหลือ ที่สือโถวจางถามลักษณะภูเขามาจากเด็กเก็บสมุนไพร เมื่อถึงการดึงกระดูกมังกรยิ่งยากแต่ครั้งนี้เซวียเสียนกลับมีความเคยชินที่จะให้เสวียนหมิ่นช่วยเหลืออยู่ด้านข้าง ถึงกับเว้นที่เอาไว้ให้เลยทีเดียว พอดึงกระดูกขึ้นมาถึงเห็นว่าเป็นเขตอาคมซ้อนเขตอาคมที่ใหญ่กว่า เซวียเสียนและเสวียนหมิ่นตามคนต่อไป และไปเจอร้านพักศพ จากในร้านพักศพก็ยังพบเขตอาคมส่งตัว ทั้งสองก็สำรวจกันต่อ มาถึงถ้ำซึ่งก็คือถ้าร้อยแมลงที่ตามหานั้นเอง ทั้งสองช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี รู้ใจกันที่สุด ในที่สุดก็เข้าถึงส่วนลึกสุดของถ้ำและได้เห็นภาษาโบราณเสวียนหมิ่นก็อ่านออก ในนั้นเขียนถึงแมงมุมสองชนิดชนิดหนึ่งคือแมงมุมถงโซ่วและอีกชนิดที่เสวียนหมิ่นไม่ได้เล่าให้เซวียเสียนฟัง ทั้งยังมีเขตอาคมทำให้มองเห็นความตาย เนื่องจากเซวียเสียนใช้เหรียญทองแดงของเสวียนหมิ่นทำให้เห็นส่วนหนึ่งที่เสวียนหมิ่นมองเห็น ทั้งสองจับแมงมุมถงโซ่วที่กัดเซวียเสียนได้ เซวียเสียนไม่ทันสังเกตว่าเสวียนหมิ่นทำอะไรบ้าง หลังออกจากถ้ำก็พบคนที่ตามหา หลังจากผู้ใช้อาคมต่อสู้ด้วยศพ และเห็นเสวียนหมิ่นก็เรียกเสวียนหมิ่นว่าราชครู ทั้งตอนนั้นเหรียญทองแดงก็ปลดผนึกอีกเหรียญความทรงจำบางตอนของเสวียนหมิ่นที่ไม่ปะติดปะต่อก็กลับมาเป็นตอนที่ตัวเองกำลังทำนายเคราะห์สายฟ้าของมังกร ทำให้เซวียเสียนเสียใจอย่างยิ่ง
ตอนนั้นเองราชครูจู่หงที่ใช้แมงมุมถงโซ่วกับเสวียนหมิ่น ที่เกิดความโลภกำลังจะทำพิธีเขตอาคมปฐพีฝังกระดูก กระดูกที่สามารถใช้ได้นับนิ้วได้หนึ่งคือกระดูกมังกร อีกหนึ่งคือกระดูกพุทธะ เซวียเสียนที่ถูกมารครอบงำหลังจากผิดหวังอย่างแรงคิดจะทำลายทุกสิ่งเมื่อรู้ว่าจู่หงเป็นคนที่ตัดเอ็น เลาะกระดูกตัวเอง ส่วนเสวียนหมิ่นที่รู้สึกอยู่ตลอดว่าเซวียเสียนเป็นคนที่ตัวเองตามหา ก็��ยายามแก้ไขช่วยเหลือเซวียเสียนโดยเอากระดูกมังกรคืนมาและกระชากกระดูกพุทธะของตัวเองไปแทน คนที่มีบทบาทในการทำลายเขตอาคมอีกคนคือผู้พยากรณ์ที่ทำลายพิธีทันเวลา เสวียนหมิ่นสูญเสียกระดูกพุทธะ แต่ก็ยังเอาแมงมุมอู๋หมิงเพื่อรับเคราะห์แทนเซวียเสียนไว้อีกด้วย กว่าเซวียเสียนจะได้สติคิดได้ก็เอาแมงมุมถงโซ่วตัวแม่มากัดเสวียนหมิ่น นกประหลาดก็เอาเหรียญทองแดงที่มีพลังวิญญาณของเสวียนหมิ่นมาให้

บทที่ 6 กลับฝั่ง
เซวียเสียนเริ่มมีกำลังใจหาทางรอด ในที่สุดก็เห็นบันทึกของถงเติง ราชครูคนแรกที่เป็นคนคิดค้นแมงมุมถงโซ่วและได้บันทึกตัวอักษรไว้ในหอไม้ไผ่ของเสวียนหมิ่น เซวียเสียนเมื่อรู้ความเป็นมายิ่งต้องหาทางให้เสวียนหมิ่นฟื้นขึ้นมา
ในที่สุดก็หาวิญญาณของเสวียนหมิ่นเจอที่เป็นคนก็ไม่ใช่คน ผีก็ไม่ใช่ผีไม่มีใครมองเห็นแต่เซวียเสียนกลับมองเห็นและจับได้ด้วย ที่อยู่กับถงเติงอาจารย์ตัวเองในชาติก่อน ขนาดถงเติงยังแปลกใจกับการตามใจไม่มีที่สิ้นสุดที่เสวียนหมิ่นมีให้กับเซวียเสียน ถงเติงถึงกับแปลกใจกับลูกศิษย์ที่เย็นชาเก็บตัวอยู่ในไหจะมีด้านนี้ด้วย ทั้งสามคนที่ล้วนมีนิสัยไปมาตามลำพัง เมื่ออยู่ร่วมกันกลับครึกครื้นได้ ยิ่งพอมีนกดำประหลาดแสนรู้อีกตัวด้วย
ตอนนี้ทั้งสองเปิดใจ และใจตรงกันเรื่องอื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง มีแมงมุมถงโซ่วร่วมชะตาก็ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกร้อยปีพันปี กับนกดำประหลาดอีกตัวที่จำประจบใครก็ไม่ได้สักคน และแล้วชะตาบ้านเมืองก็อยู่เป็นสุขไปร้อยปี

หลังอ่านเล่ม 3 :
ในที่สุดเรื่องราวซับซ้อนมากมาย ก็คลี่คลายว่าสุดท้ายลาสบอสคือใคร ที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด เพราะความโลภเพียงคำเดียวเท่านั้น ไม่อยากแก่ ไม่อยากตาย และเสวียนหมิ่นที่พยายามแก้ไขทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อให้เซวียเสียน มังกรของตนอยู่ดีมีสุข หนึ่งขาวหนึ่งดำ แต่เป็นอะไรที่เข้ากันอย่างยิ่ง อ่านจบแล้วอิ่มเอมใจ สนุกมากเลยค่ะ มีความสุข ความซึ้ง ความเศร้าแฝงอยู่แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีจริงๆค่ะ

This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Jiji Jidapa.
397 reviews4 followers
July 25, 2022
4.5 ดาว รวม 3 เล่ม

เรื่องราวของกลุ่มคนที่กว่าครึ่งไม่ใช่คนธรรมดาทั้งผีขี้กลัว ทั้งมังกรขี้โวยวาย พวงด้วยหลวงจีนที่จำอดีตตัวเองไม่ได้ มารวมตัวกันแบบงงๆ ตามหากระดูกเอ็นมังกรพร้อมกับผจญภัยทำเควสย่อยไปด้วย

เนื้อเรื่องกล่มกล่อม พล็อตไม่ได้เดายาก ออกจะตรงไปตรงมาจนอีกนิดเดียวจะทื่อเกินไปด้วยซ้ำ แต่มีครบทุกรสชาติ ทั้งขำ ตื่นเต้น ลุ้น และเศร้า ที่ชอบเป็นพิเศษคือความอารมณ์ที่ติดพันมาจากเควสย่อยแต่ละเควส การจากลา ความรักและการเสียสละ บรรยายเรื่อยๆ ไม่เน้นให้ดราม่า แต่กินใจค่ะ

ความสัมพันธ์สองตัวเอกไม่ได้ออกแนวกุ๊กกิ๊กเลย แต่กลับทำให้ยิ้มได้ตลอด บุคลิกตัวละครเอกน่ารักน่าเอาใจช่วย มังกรท่าเยอะกับหลวงจีนน้ำแข็งเค้าสมกันดีค่ะ ตัวละครสมทบก็ดี มีบทบาทของตัวเอง ข้อติมีอยู่บ้างตรงที่เนื้อเรื่องเล่าได้แบบตรงไปหน่อย ไม่ค่อยมีลูกเล่น รวบรัดไปนิดนึง ถ้าขยายความขัดแย้งกับขยี้ปมอีกนิดน่าจะไปได้สุดกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องนี้ชอบมากค่ะ
Profile Image for Tkpslc..
456 reviews12 followers
September 19, 2021
ชอบเล่มนี้น้อยลงมาจากเล่ม 2 คือชอบเล่มแรกสุด

ไม่รู้เพราะว่ามันเป็นเล่มจบรึเปล่า เราถึงได้งอแงไม่อยากให้จบ รู้สึกว่าทุกอย่างมันจบง่ายไป เราอยากอ่านเรื่องยากๆกว่านี้อีกนิด แต่คนเขียนคงอยากเขียนแนวสัจธรรมชีวิตในโลกใบนี้มากกว่า โดยรวมทั้งเรื่องเราก็ยังชอบเรื่องนี้อยู่ดี คุ้มค่าเวลาที่เสียไป ประทับใจค่ะ.

"ความเป็นความตายและโชคเคราะห์มิใช่ของเล่น ในเมื่อมอบออกไปแล้ว ต่อให้ทะเลตะวันออกแห้งหายกลายเป็นแผ่นดิน กระดูกขาวผุสลายกลายธาตุหมดสิ้น ก็ไม่ตัดพ้อและไม่เสียใจ"
3 reviews
March 1, 2022
สนุกมาก โดยส่วนตัวแล้วชอบมากๆ
ชอบคาแรคเตอร์ของตัวละคร จังหวะของเรื่องราว
ความตลกร้าย ตลกฝืด ตลกประชดประชันของมังกรน้อย
ความสัมพันธ์ของตัวละครเอย ปมต่างๆ มีความบีบคั้น ประชดประชัน แต่ก็ตลกเป็นระยะๆ
พาร์ทความรักคือไม่ค่อยหวานแต่ซาบซึ้งตรึงใจมากๆสำหรับเรา
ถ้าชอบแนวเทพเซียน/ยุทธภพ/ผจญภัย ก็น่าจะชอบ แนะนำให้อ่านเป็นอย่างยิ่งค่ะ
Profile Image for Annie Ann.
44 reviews
August 4, 2023
อ่านจบแล้ว เป็นอะไร หุบยิ้มไม่ได้เลย พระนายรักกันมาก ไม่รู้เริ่มตั้งแต่ตอนไหน อ่านไปอ่านมานี่เค้าเรียกว่ารักกันแล้ว 55555555555 เรื่องเต็มไปด้วยสีสัน ตื่นเต้น สำหรับเราแล้วการค่อย ๆ รักจนขาดกันไม่ได้นีมันโรแมนติกมาก บทจะบู๊ก็สมความเป็นยอดวิชากับมังกร บทจะรักก็ปานจะกลิน บนโศกก็เรียกน้ำตา มันดีมากจริงๆ
Profile Image for Giyongchy  .
623 reviews19 followers
September 8, 2020
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจ เนื่อเรื่องย่อยง่าย พอเดาได้ แต่ความสนุกจะอยู่ที่ความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัว การผจญภัย มุขตลก ความปากร้ายของนายเอก รวมๆ แล้วคือดี ใครชอบความโรแมนติกอาจจะผิดหวังหน่อยเพราะฉากหวานๆ น้อยมาก 555
Profile Image for G..
160 reviews39 followers
June 7, 2022
ดีงามเสมอต้นเสมอปลาย ตอนแรกแอบอคติที่พระเอกเป็นพระ เลยไม่อยากอ่าน
แต่พอมาได้อ่านจริงๆ คือประทับใจมาก พระเอกดีมาก เสียสละตัวเองเพื่อนายเอกขนาดนี้
ที่จริงเนื้อเรื่องมันก็จบสมบูรณ์แบบที่เล่มนี้แล้วนะคะ อาจจะไม่จำเป็นต้องไปขวนขวายหาเล่มพิเศษที่แพงโคดๆๆๆๆมาอ่านก็ได้
Displaying 1 - 16 of 16 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.