What do you think?


การศึกษาของกระป๋องมีฝัน
ในระบบการศึกษาที่มุ่งสอนให้เด็กทุกคนต้องคิดต้องทำทุกอย่างเหมือนๆกัน จนราวกับเป็นโรงงานผลิตนักเรียนกระป๋องเพื่อป้อนแรงงานเข้าสู่ในระบบอุตสาหกรรม
"การศึกษาของกระป๋องมีฝัน" คือเรื่องราวของนักเรียนกระป๋องคนหนึ่งที่มีความฝันจะเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่ต้องล้มลุกคลุกคลานสะบักสะบอมอยู่ในระบบดังกล่าวอย่างเจ็บปวด สนุกสนาน
แสบสัน และเร้าใจ จนนำไปสู่การเติบโตผ่านบทเรียนอันล้ำค่ามากมายในชีวิต
"การศึกษาของกระป๋องมีฝัน" คือเรื่องราวของนักเรียนกระป๋องคนหนึ่งที่มีความฝันจะเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่ต้องล้มลุกคลุกคลานสะบักสะบอมอยู่ในระบบดังกล่าวอย่างเจ็บปวด สนุกสนาน
แสบสัน และเร้าใจ จนนำไปสู่การเติบโตผ่านบทเรียนอันล้ำค่ามากมายในชีวิต
320 pages, Paperback
Published May 1, 2020
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 18 of 18 reviews
September 7, 2021
ผมว่าผมรีเลทกับมันมากในทุกบททุกตอนเลย
คิดว่าเราทุกคนคงเป็นกระป๋องมีฝันไม่ว่าในเเง่ใดเเง่หนึ่งหรือในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ช่วงที่เรายังหาเป้าหมาย หรือไม่รู้ว่าควรเดินไปในเส้นทางไหนดี ไม่ว่าเพราะเราไม่รู้ตัวเราเองจริงๆหรือเพราะสังคมรอบข้างไม่เคยบอกว่าเราต้องรู้หรอก เเค่ทำตามระบบที่ถูกวางเอาไว้เท่านั้นก็เพียงพอเเล้ว เมื่อถึงเวลาต้องเลือกจริงๆ เราจึงเคว้งคว้างเเละรู้สึกไร้ตัวตนมากๆ
ผมว่าหนังสือเล่มนี้ตอบโจทก์ของตัวมันเองเเล้ว ในเเง่ที่อยากให้เราได้มองย้อนกลับไปคิดถึงระบบที่หล่อหลอมเราขึ้นมา ระบบที่เราเรียกว่าระบบการศึกษา ว่ามันเป็นระบบที่มีปัญหามากมายเเค่ไหน มันให้การศึกษาอะไรเเก่เรา เเละมันต้องการ "ผลิต" คนเเบบไหนออกมาในสังคมทุกวันนี้ อาจถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนระบบนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมกันคนละไม้คนละมือ เเม้เราจะเปลี่ยนมันด้วยมือของเราได้เเค่ 1 เปอเซนต์เเต่หากทำกันคนละไม้คนละมือ จาก 1 ย่อมไปถึง 100 ได้ โดยไม่ใช่เเค่ความฝันลมๆเเล้ง
หวังว่าทุกคนจะได้เจอความหมายในการใช้ชีวิตจากระบบที่พรากความหมายจากเราไปในทุกๆวัน ความหมายเหมือนกับน้ำมันที่ทำให้เครื่องจักรชีวิตของเรายังมีกำลังเดินต่อไปได้ ตอนนี้หากยังหาไม่เจอไม่เป็นไร ขอให้ไม่ล้มเลิกที่จะหา ซักวันนึงเราจะเจอเอง
ปล.ถ้าใครจบ มธ จะยิ่งอินเข้าไปอีกนะครับบอกเลย
คิดว่าเราทุกคนคงเป็นกระป๋องมีฝันไม่ว่าในเเง่ใดเเง่หนึ่งหรือในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ช่วงที่เรายังหาเป้าหมาย หรือไม่รู้ว่าควรเดินไปในเส้นทางไหนดี ไม่ว่าเพราะเราไม่รู้ตัวเราเองจริงๆหรือเพราะสังคมรอบข้างไม่เคยบอกว่าเราต้องรู้หรอก เเค่ทำตามระบบที่ถูกวางเอาไว้เท่านั้นก็เพียงพอเเล้ว เมื่อถึงเวลาต้องเลือกจริงๆ เราจึงเคว้งคว้างเเละรู้สึกไร้ตัวตนมากๆ
ผมว่าหนังสือเล่มนี้ตอบโจทก์ของตัวมันเองเเล้ว ในเเง่ที่อยากให้เราได้มองย้อนกลับไปคิดถึงระบบที่หล่อหลอมเราขึ้นมา ระบบที่เราเรียกว่าระบบการศึกษา ว่ามันเป็นระบบที่มีปัญหามากมายเเค่ไหน มันให้การศึกษาอะไรเเก่เรา เเละมันต้องการ "ผลิต" คนเเบบไหนออกมาในสังคมทุกวันนี้ อาจถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนระบบนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมกันคนละไม้คนละมือ เเม้เราจะเปลี่ยนมันด้วยมือของเราได้เเค่ 1 เปอเซนต์เเต่หากทำกันคนละไม้คนละมือ จาก 1 ย่อมไปถึง 100 ได้ โดยไม่ใช่เเค่ความฝันลมๆเเล้ง
หวังว่าทุกคนจะได้เจอความหมายในการใช้ชีวิตจากระบบที่พรากความหมายจากเราไปในทุกๆวัน ความหมายเหมือนกับน้ำมันที่ทำให้เครื่องจักรชีวิตของเรายังมีกำลังเดินต่อไปได้ ตอนนี้หากยังหาไม่เจอไม่เป็นไร ขอให้ไม่ล้มเลิกที่จะหา ซักวันนึงเราจะเจอเอง
ปล.ถ้าใครจบ มธ จะยิ่งอินเข้าไปอีกนะครับบอกเลย
June 16, 2020
ในฐานะเด็กสาย Compliance กับระบบการศึกษาไทย หนังสือเล่มนี้เหมือนได้ถอดบทเรียนชีวิตตัวเองในฐานะผู้ถูกกระทำและผู้กระทำเมื่อโตมาเป็นรุ่นพี่ในรั้วมหาวิทยาลัย
ลายเส้นกระชากอารมณ์มาก แถมแต่ละบทยังแสบสันท้าทายอำนาจนิยมในระบบการศึกษา แนะนำมากๆ ครับ
ลายเส้นกระชากอารมณ์มาก แถมแต่ละบทยังแสบสันท้าทายอำนาจนิยมในระบบการศึกษา แนะนำมากๆ ครับ
April 10, 2025
★★★★★ มาสเตอร์พีซอีกละะะะะ
การ์ตูนของสะอาดนี่มันละเมียดละไมกับหัวใจคนอ่านดีจริงๆ มันเป็นเรื่องราวของชีวิตคนที่จริงๆแล้วก็เศร้าชิบหาย แต่ใส่รสชาติและประเด็นลงไปให้รู้สึกว่ามันกลมกล่อม ครบเครื่อง
แม้แต่เรื่องนี้เอง ที่จริงๆก็มองว่าเป็นอัตชีวประวัติ(?)ของสะอาดหรอ 555 แต่เขาเลือกที่จะนำเสนอ มองผ่านเลนส์ของระบบการศึกษาไทย เพราะจะมีอาชีพไหนย้อนแย้งกับระบบการศึกษาไทยไปกว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูน 555 เส้นทางของสะอาดไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คุ้นเคย เราเชื่อว่าทุกคนที่อ่านจะรู้สึกรีเลทได้ กับระบบการศึกษาแบบโฟนี่ ต๊ะติ๊งโหน่งแบบไทยๆ เราเห็นตัวเองอยู่ในนั้น เป็นเด็กที่โดนฝึกมาให้ออกมาเป็นพิมพ์เดียวๆกันเหมือนปลากระป๋อง ใช้ชีวิตอยู่กับความไม่รู้ตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าใช้ชีวิตเพราะกลัวตกกระป๋อง กังวลกับการไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่สังคมขีดเส้นไว้
สิ่งที่สะอาดทำ แล้วรู้สึกว่าลายเส้นชัด คือการใส่ประเด็นการเมือง ปัญหาสังคมเข้าไปด้วยให้เราได้คิดตาม ในเล่มนี้ก็มีการพูดถึงปัญหาสื่อขยะที่ผลิตแรงงานออกมาอย่างไร้คุณภาพ (เพราะระบบมันเน่าหนอน) พูดถึงระบบการศึกษานอกโรงเรียน และชีวิตของเด็กๆชนเผ่าไร้สัญชาติ เป็นเรื่องน่าเศร้าแต่สะอาดเข้าไปแตะ พาเราเข้าไปดูได้อย่างง่ายๆ ฟีลเพื่อนกันเล่าให้ฟัง
สะอาดคงใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเขียนการ์ตูนเล่มนี้ เพราะมันคือชีวิตที่มีการลองผิดลองถูกมาสิบๆปี เราอ่านรวดเดียวจบไวมาก 5555 แต่รู้สึกคุ้มค่าดีจัง มันมีหลายเรื่องราวอยู่ในนั้น มันทำให้นึกถึงวัยเด็กตั้งแต่วันที่แม่พาไปโรงเรียนวันแรก 🥺 ผ่านชีวิตมัธยมสุดโหดมาได้ก็ค่อยมาค้นพบแรงบันดาลใจและความสนุก ได้พบกับชีวิตจริงช่วงมหาลัย ...
อยากอ่านต่อเลยอีกสักร้อยเล่ม ได้มั้ย 5555
การ์ตูนของสะอาดนี่มันละเมียดละไมกับหัวใจคนอ่านดีจริงๆ มันเป็นเรื่องราวของชีวิตคนที่จริงๆแล้วก็เศร้าชิบหาย แต่ใส่รสชาติและประเด็นลงไปให้รู้สึกว่ามันกลมกล่อม ครบเครื่อง
แม้แต่เรื่องนี้เอง ที่จริงๆก็มองว่าเป็นอัตชีวประวัติ(?)ของสะอาดหรอ 555 แต่เขาเลือกที่จะนำเสนอ มองผ่านเลนส์ของระบบการศึกษาไทย เพราะจะมีอาชีพไหนย้อนแย้งกับระบบการศึกษาไทยไปกว่าอาชีพนักเขียนการ์ตูน 555 เส้นทางของสะอาดไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คุ้นเคย เราเชื่อว่าทุกคนที่อ่านจะรู้สึกรีเลทได้ กับระบบการศึกษาแบบโฟนี่ ต๊ะติ๊งโหน่งแบบไทยๆ เราเห็นตัวเองอยู่ในนั้น เป็นเด็กที่โดนฝึกมาให้ออกมาเป็นพิมพ์เดียวๆกันเหมือนปลากระป๋อง ใช้ชีวิตอยู่กับความไม่รู้ตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าใช้ชีวิตเพราะกลัวตกกระป๋อง กังวลกับการไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่สังคมขีดเส้นไว้
สิ่งที่สะอาดทำ แล้วรู้สึกว่าลายเส้นชัด คือการใส่ประเด็นการเมือง ปัญหาสังคมเข้าไปด้วยให้เราได้คิดตาม ในเล่มนี้ก็มีการพูดถึงปัญหาสื่อขยะที่ผลิตแรงงานออกมาอย่างไร้คุณภาพ (เพราะระบบมันเน่าหนอน) พูดถึงระบบการศึกษานอกโรงเรียน และชีวิตของเด็กๆชนเผ่าไร้สัญชาติ เป็นเรื่องน่าเศร้าแต่สะอาดเข้าไปแตะ พาเราเข้าไปดูได้อย่างง่ายๆ ฟีลเพื่อนกันเล่าให้ฟัง
สะอาดคงใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเขียนการ์ตูนเล่มนี้ เพราะมันคือชีวิตที่มีการลองผิดลองถูกมาสิบๆปี เราอ่านรวดเดียวจบไวมาก 5555 แต่รู้สึกคุ้มค่าดีจัง มันมีหลายเรื่องราวอยู่ในนั้น มันทำให้นึกถึงวัยเด็กตั้งแต่วันที่แม่พาไปโรงเรียนวันแรก 🥺 ผ่านชีวิตมัธยมสุดโหดมาได้ก็ค่อยมาค้นพบแรงบันดาลใจและความสนุก ได้พบกับชีวิตจริงช่วงมหาลัย ...
อยากอ่านต่อเลยอีกสักร้อยเล่ม ได้มั้ย 5555
March 16, 2021
ผมเข้าใจว่าการ์ตูนเล่มนี้ช่วยขยายให้เห็นประเด็นเรื่องค่านิยมและวัฒนธรรมทางการศึกษาของไทย ผ่าน journey ส่วนตัว แน่นอนว่าประสบการณ์ของผู้เขียนไม่สามารถนำมาขยายจนเหมารวมทั้งหมดของระบบการศึกษา แต่ก็พอบอกได้ว่าการศึกษาภาครัฐในระบบปกติมันคล้ายคลึงกับโรงงานกระป๋องที่มี “กระป๋องมาตรฐาน” เป็น prototype
ซึ่งไอ้ prototype เนี่ยมันก็ไม่ได้มาจากจินตนาการหรอก แต่มันมาจากค่านิยมของสังคม
ปัญหาเรื่องนี้ถูกพูดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ผู้เขียนเป็นเด็ก จนคนรุ่นผู้เขียนเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ มีปากมีเสียงได้ แต่ก็น่าตั้งคำถามว่าทำไมมันถึงยังไม่เปลี่ยน หรือจริงๆ แล้วมันตอบโจทย์ในระดับ mass ที่ต้องการคน average มา feed ระบบ
อีกประเด็นนึงที่ผมรู้สึกตลกคือเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ระหว่างเรียนสื่อสารมวลชน ทั้งศักดิ์ศรี จิตวิญญาณ เสรีภาพ ไปจนถึงความเป็นมืออาชีพที่ผู้เขียนถ่ายทอดให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยได้หล่อหลอมก่อนจะส่งออกบุคลากรมาเข้าสู่ระบบ มันกลับมลายสิ้น ทั้งๆ ที่คนรุ่นผู้เขียน ก็จบมาเป็นสื่อฯ กันหมดแล้ว แต่น้ำดีกลับกลายเป็นกลืนหายไปกับน้ำเสียซะแล้ว
มันน่าเจ็บปวด เพราะคนรุ่นเราที่จบการศึกษามาแล้ว ยังทำตัวเป็น “น็อต” ตัวนึง (ตามอุปมาของผู้เขียน) ในระบบที่เน่าเฟะ และสิ่งที่ทำได้นอกจาก “เล่นหมากรุกในคุก” (ตามอุปมาของผู้เขียนอีกแล้ว) ก็คือฝากความหวังเอาไว้กับคนรุ่นหลังเท่านั้น
เสียดาย ผมไม่อยากให้ journey ของผู้เขียน จบอยู่แค่ในหน้ากระดาษนะ
ซึ่งไอ้ prototype เนี่ยมันก็ไม่ได้มาจากจินตนาการหรอก แต่มันมาจากค่านิยมของสังคม
ปัญหาเรื่องนี้ถูกพูดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ผู้เขียนเป็นเด็ก จนคนรุ่นผู้เขียนเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ มีปากมีเสียงได้ แต่ก็น่าตั้งคำถามว่าทำไมมันถึงยังไม่เปลี่ยน หรือจริงๆ แล้วมันตอบโจทย์ในระดับ mass ที่ต้องการคน average มา feed ระบบ
อีกประเด็นนึงที่ผมรู้สึกตลกคือเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ระหว่างเรียนสื่อสารมวลชน ทั้งศักดิ์ศรี จิตวิญญาณ เสรีภาพ ไปจนถึงความเป็นมืออาชีพที่ผู้เขียนถ่ายทอดให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยได้หล่อหลอมก่อนจะส่งออกบุคลากรมาเข้าสู่ระบบ มันกลับมลายสิ้น ทั้งๆ ที่คนรุ่นผู้เขียน ก็จบมาเป็นสื่อฯ กันหมดแล้ว แต่น้ำดีกลับกลายเป็นกลืนหายไปกับน้ำเสียซะแล้ว
มันน่าเจ็บปวด เพราะคนรุ่นเราที่จบการศึกษามาแล้ว ยังทำตัวเป็น “น็อต” ตัวนึง (ตามอุปมาของผู้เขียน) ในระบบที่เน่าเฟะ และสิ่งที่ทำได้นอกจาก “เล่นหมากรุกในคุก” (ตามอุปมาของผู้เขียนอีกแล้ว) ก็คือฝากความหวังเอาไว้กับคนรุ่นหลังเท่านั้น
เสียดาย ผมไม่อยากให้ journey ของผู้เขียน จบอยู่แค่ในหน้ากระดาษนะ
May 31, 2020
เป็นผลงานที่อ่านแล้วรู้สึกได้ว่าผู้เขียนมีเจตนาดีที่จะเขียนตอบแทนสังคม แต่อิมแพคที่มันมีต่อเรายังไม่เพียงพอ เป็นผลงานที่เรายังรู้สึกเฉยๆ ถ้าเทียบกับผลงานก่อนหน้าของสะอาด
October 6, 2020
อ่านแล้วตาบวม T_T
June 3, 2020
ที่รัก คุณเคยถามตัวเองไหมว่าคุณอยากเติบโตขึ้นไปเป็นแบบไหน?
.
.
.
ฉันเคยถามตัวเองอยู่บ้างเหมือนกันตอนเด็กๆ ก่อนจะพบว่ามันเป็นคำถามที่ใหญ่เกินตัว อย่างมากที่สุดที่พอจะตอบตัวเองได้แบบแกนๆ คือการไม่เติบโตไปเป็นคนแบบที่ตัวเองจะเกลียด แม้จะยังไม่แน่ใจนักว่าในเวลานั้น “แบบ” ที่ตัวเองเกลียดมีคำจำกัดความยังไง สิ่งที่กำลังเกลียดมันมาจากความเกลียดจากก้นบึ้งหัวใจจริงๆ หรือเป็นแค่ความไม่เข้าใจและอ่อนโลกอย่างที่ใครหลายคนปรามาสไว้ วันหนึ่งฉันอาจจะรักในสิ่งที่ตัวเองเคยเกลียดจนเผลอคิดไปว่าฉันกำลังเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้วไหม ฉันจะกลายเป็น “แบบ” ที่ใครสักคนตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่เจริญรอยตามเด็ดขาดไหม มันยากจนไม่อยากถามอีก ไม่รู้เลย…
.
.
.
ที่รัก คุณชอบเป็นนักเรียนไหม คุณรู้หรือเปล่าว่าฉันรักการเป็นนักเรียนมากแค่ไหน?
ทั้งนักเรียนสัพเพเหระแบบที่ใจต้องการจะเป็นไปตลอดชีวิต ทั้งนักเรียนหุ่นกระป๋องแบบที่ระบบการศึกษาต้องการให้เป็นมาตลอดนั่นแหละ เหลือเชื่อไหม? ฟังดูไม่เท่จนน่าเศร้า เชื่อไหมว่าในความทรงจำเลวร้ายและสนุกสนานมากมายของการเป็นนักเรียน ฉันยังไม่เคยเลิกเป็นนักเรียนเลยสักวันหนึ่ง เป็นนักเรียนที่เรียนรู้จะอยู่กับกติกา หาช่องว่างของโอกาสมากมายเพื่อออกไปซุกซนและเล่าเรียนบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ในภาพเลือนรางของความทรงจำก้อนใหญ่ ฉันพอตอบตัวเองได้ว่าฉันประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเป็นนักเรียน หลายสิ่งที่หลงลืมไปไม่ถูกนับว่ามีราคาสำคัญ…
.
.
.
ที่รัก ถ้าหนังสือเล่มนี้ถูกเรียกว่าการ์ตูนที่เล่าเรื่องราวของการเรียนและการเป็นนักเรียน ฉันว่าก็ไม่เกินจริงถ้าฉันจะเคลมว่ามันก็คือเรื่องราวของฉัน และฉันคิดว่ามันก็เป็นเรื่องราวของคุณด้วยเหมือนกัน
มันคือเรื่องราวของพวกเราที่ซ้อนทับอยู่ในเรื่องราวของเขา เอาเข้าจริงก็อาจเรียกได้ว่าการ์ตูนเล่มนี้เป็นบทบันทึกช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดของเขา ของนักเขียนการ์ตูนคนนึง ช่วงชีวิตตั้งแต่ก้าวแรกในโรงเรียนจนกระทั่งก้าวสุดท้ายก่อนย่างเท้าออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อออกเดินทางไปสู่โรงเรียนที่ใหญ่กว่า
.
.
.
มันเป็นภาพซ้ำเดิมที่เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเล็กๆ ของคุณ ของเขา ของฉัน ภาพครึ่งชีวิตของคุณในบ้านหลังที่สอง ภาพของความหวาดกลัวและระบบระเบียบที่บีบคั้นคุณอย่างไร้หัวใจ ทำลายประกายสดใสในแววตาคุณหลายต่อหลายครั้ง ภาพความตื่นตาตื่นใจและความรู้สึกเหมือนได้ยืนบนยอดเขาในฐานะผู้ค้นพบสิ่งใหม่ ภาพของความลำพองใจของการเป็นผู้กุมชัยชนะ ภาพของความเจ็บปวดของการเป็นผู้พ่ายแพ้และจำนน ภาพของคุณที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคำตอบของคำถามที่ท้าทายจิตใจ
.
.
.
ที่รัก ตลกไหมถ้าจะบอกว่าตอนที่ฉันชอบที่สุดในหนังสือคือตอนเดียวกับที่ฉันเกลียดที่สุดในหนังสือเลย
สำหรับฉัน ไม่มีอะไรน่าเกลียดเท่าความหวาดกลัวที่ทำให้เราสับสนและลังเลที่จะเลือกในสิ่งที่เคยแน่ใจว่าจะเลือกหรอก บางช่วงตอนของหนังสือพาฉันกลับไปพบประสบการณ์แบบนั้น ประสบการณ์ทางความรู้สึกที่คอยหลีกเลี่ยงและไม่อยากจดจำ ช่วงเวลาที่คุณไม่มั่นใจอีกต่อไปว่าคุณควรเลือกในสิ่งที่คุณอยากเลือกไหม เมื่อโรงงานกระป๋องนี้เฆี่ยนตีเราให้หลาบจำแล้วไม่รู้ต่อกี่ครั้งว่าการเลือกในสิ่งที่ท้าทาย qc ของโรงงานจะนำมาซึ่งผลลัพธ์แบบไหน
.
.
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าระบบการศึกษาหรือสังคมที่แวดล้อมกระทำต่อเราไว้เลวร้ายยังไง
แต่เป็นตอนที่เราสับสนทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ตอนที่เราต้องเลือกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนความเลวร้ายนั้นต่อไปไหม เราจะยืนอยู่ตรงไหนในวงจรอุบาทว์นี่ จะอยู่เป็นขึ้นอีกนิด เลือกหลับตาข้างหนึ่งแล้วก้าวเท้าข้ามคราบน้ำตาและความเจ็บปวดของใครไหม หรือจะเลือกเส้นทางที่เจ็บปวดเหลือเกินแต่เราจะยังคงภาคภูมิใจในตัวเองได้ต่อไป
.
.
.
ที่รัก ไม่ว่าคุณจะชอบเป็นนักเรียนไหม ตอนนี้เราก็ยังคงเป็นนักเรียน
ยังคงถูกท้าทายด้วยข้อสอบแสนยากในโรงเรียนที่ใหญ่กว่า ในข้อสอบที่กาลงไปแล้วไม่ได้ให้ผลลัพธ์แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่อาจเปลี่ยนชีวิตใครต่อใครไปอีกมากมาย ยังต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ทุกวันจนไม่แน่ใจว่าควรยอมแพ้ไปซะดีไหมเพื่อให้หายใจได้คล่องคอและท้องอิ่มกว่านี้ จนลืมไปว่ายังมีบทเรียนอีกมากมายที่ระบบไม่อนุญาตให้คุณได้เข้าไปสัมผัส ครุ่นคิด จนลืมไปว่ามีคำถามอีกหลายข้อที่ยังไร้คำตอบมาคลี่คลาย จนลืมไปแล้วว่าการ “เรียน” ตลอดชีวิตของเราค่อยๆ เปลี่ยนเราให้เป็นผู้ใหญ่แบบไหน ใช่แบบที่เราคิดฝันอยากจะเป็นจริงๆ หรือไม่ เรากลายเป็นน็อตอีกตัวหนึ่งที่ขับเคลื่อนระบบซึ่งทำร้ายทุกคนจากบนลงล่างไปแล้วหรือยัง เราพ่ายแพ้ไปแล้วหรือยัง และเราจะยอมจำนนจริงๆ หรือยัง
.
.
.
ที่รัก หนังสือเล่มนี้อาจไม่ช่วยให้คุณสอบผ่านในบทเรียนจากโรงเรียนที่โหดร้ายและยากแสนยากแบบนี้หรอก คุณไม่ต้องอ่านเพื่อหาคำตอบก็ได้ ลองอ่านมันเพื่อทบทวนและถามคำถามใหม่ๆ กับตัวเองดู – คำถามที่ไม่กล้าถามตัวเองหรือคำถามที่นานมาแล้วเคยถามเอาไว้ หรือคำถามที่เหมือนจะง่ายแต่ยาก… คุณอยากเติบโตต่อไปเป็นคนแบบไหนกัน
.
.
.
ฉันเคยถามตัวเองอยู่บ้างเหมือนกันตอนเด็กๆ ก่อนจะพบว่ามันเป็นคำถามที่ใหญ่เกินตัว อย่างมากที่สุดที่พอจะตอบตัวเองได้แบบแกนๆ คือการไม่เติบโตไปเป็นคนแบบที่ตัวเองจะเกลียด แม้จะยังไม่แน่ใจนักว่าในเวลานั้น “แบบ” ที่ตัวเองเกลียดมีคำจำกัดความยังไง สิ่งที่กำลังเกลียดมันมาจากความเกลียดจากก้นบึ้งหัวใจจริงๆ หรือเป็นแค่ความไม่เข้าใจและอ่อนโลกอย่างที่ใครหลายคนปรามาสไว้ วันหนึ่งฉันอาจจะรักในสิ่งที่ตัวเองเคยเกลียดจนเผลอคิดไปว่าฉันกำลังเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้วไหม ฉันจะกลายเป็น “แบบ” ที่ใครสักคนตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่เจริญรอยตามเด็ดขาดไหม มันยากจนไม่อยากถามอีก ไม่รู้เลย…
.
.
.
ที่รัก คุณชอบเป็นนักเรียนไหม คุณรู้หรือเปล่าว่าฉันรักการเป็นนักเรียนมากแค่ไหน?
ทั้งนักเรียนสัพเพเหระแบบที่ใจต้องการจะเป็นไปตลอดชีวิต ทั้งนักเรียนหุ่นกระป๋องแบบที่ระบบการศึกษาต้องการให้เป็นมาตลอดนั่นแหละ เหลือเชื่อไหม? ฟังดูไม่เท่จนน่าเศร้า เชื่อไหมว่าในความทรงจำเลวร้ายและสนุกสนานมากมายของการเป็นนักเรียน ฉันยังไม่เคยเลิกเป็นนักเรียนเลยสักวันหนึ่ง เป็นนักเรียนที่เรียนรู้จะอยู่กับกติกา หาช่องว่างของโอกาสมากมายเพื่อออกไปซุกซนและเล่าเรียนบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ในภาพเลือนรางของความทรงจำก้อนใหญ่ ฉันพอตอบตัวเองได้ว่าฉันประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเป็นนักเรียน หลายสิ่งที่หลงลืมไปไม่ถูกนับว่ามีราคาสำคัญ…
.
.
.
ที่รัก ถ้าหนังสือเล่มนี้ถูกเรียกว่าการ์ตูนที่เล่าเรื่องราวของการเรียนและการเป็นนักเรียน ฉันว่าก็ไม่เกินจริงถ้าฉันจะเคลมว่ามันก็คือเรื่องราวของฉัน และฉันคิดว่ามันก็เป็นเรื่องราวของคุณด้วยเหมือนกัน
มันคือเรื่องราวของพวกเราที่ซ้อนทับอยู่ในเรื่องราวของเขา เอาเข้าจริงก็อาจเรียกได้ว่าการ์ตูนเล่มนี้เป็นบทบันทึกช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดของเขา ของนักเขียนการ์ตูนคนนึง ช่วงชีวิตตั้งแต่ก้าวแรกในโรงเรียนจนกระทั่งก้าวสุดท้ายก่อนย่างเท้าออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อออกเดินทางไปสู่โรงเรียนที่ใหญ่กว่า
.
.
.
มันเป็นภาพซ้ำเดิมที่เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเล็กๆ ของคุณ ของเขา ของฉัน ภาพครึ่งชีวิตของคุณในบ้านหลังที่สอง ภาพของความหวาดกลัวและระบบระเบียบที่บีบคั้นคุณอย่างไร้หัวใจ ทำลายประกายสดใสในแววตาคุณหลายต่อหลายครั้ง ภาพความตื่นตาตื่นใจและความรู้สึกเหมือนได้ยืนบนยอดเขาในฐานะผู้ค้นพบสิ่งใหม่ ภาพของความลำพองใจของการเป็นผู้กุมชัยชนะ ภาพของความเจ็บปวดของการเป็นผู้พ่ายแพ้และจำนน ภาพของคุณที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคำตอบของคำถามที่ท้าทายจิตใจ
.
.
.
ที่รัก ตลกไหมถ้าจะบอกว่าตอนที่ฉันชอบที่สุดในหนังสือคือตอนเดียวกับที่ฉันเกลียดที่สุดในหนังสือเลย
สำหรับฉัน ไม่มีอะไรน่าเกลียดเท่าความหวาดกลัวที่ทำให้เราสับสนและลังเลที่จะเลือกในสิ่งที่เคยแน่ใจว่าจะเลือกหรอก บางช่วงตอนของหนังสือพาฉันกลับไปพบประสบการณ์แบบนั้น ประสบการณ์ทางความรู้สึกที่คอยหลีกเลี่ยงและไม่อยากจดจำ ช่วงเวลาที่คุณไม่มั่นใจอีกต่อไปว่าคุณควรเลือกในสิ่งที่คุณอยากเลือกไหม เมื่อโรงงานกระป๋องนี้เฆี่ยนตีเราให้หลาบจำแล้วไม่รู้ต่อกี่ครั้งว่าการเลือกในสิ่งที่ท้าทาย qc ของโรงงานจะนำมาซึ่งผลลัพธ์แบบไหน
.
.
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าระบบการศึกษาหรือสังคมที่แวดล้อมกระทำต่อเราไว้เลวร้ายยังไง
แต่เป็นตอนที่เราสับสนทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ตอนที่เราต้องเลือกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนความเลวร้ายนั้นต่อไปไหม เราจะยืนอยู่ตรงไหนในวงจรอุบาทว์นี่ จะอยู่เป็นขึ้นอีกนิด เลือกหลับตาข้างหนึ่งแล้วก้าวเท้าข้ามคราบน้ำตาและความเจ็บปวดของใครไหม หรือจะเลือกเส้นทางที่เจ็บปวดเหลือเกินแต่เราจะยังคงภาคภูมิใจในตัวเองได้ต่อไป
.
.
.
ที่รัก ไม่ว่าคุณจะชอบเป็นนักเรียนไหม ตอนนี้เราก็ยังคงเป็นนักเรียน
ยังคงถูกท้าทายด้วยข้อสอบแสนยากในโรงเรียนที่ใหญ่กว่า ในข้อสอบที่กาลงไปแล้วไม่ได้ให้ผลลัพธ์แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่อาจเปลี่ยนชีวิตใครต่อใครไปอีกมากมาย ยังต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ทุกวันจนไม่แน่ใจว่าควรยอมแพ้ไปซะดีไหมเพื่อให้หายใจได้คล่องคอและท้องอิ่มกว่านี้ จนลืมไปว่ายังมีบทเรียนอีกมากมายที่ระบบไม่อนุญาตให้คุณได้เข้าไปสัมผัส ครุ่นคิด จนลืมไปว่ามีคำถามอีกหลายข้อที่ยังไร้คำตอบมาคลี่คลาย จนลืมไปแล้วว่าการ “เรียน” ตลอดชีวิตของเราค่อยๆ เปลี่ยนเราให้เป็นผู้ใหญ่แบบไหน ใช่แบบที่เราคิดฝันอยากจะเป็นจริงๆ หรือไม่ เรากลายเป็นน็อตอีกตัวหนึ่งที่ขับเคลื่อนระบบซึ่งทำร้ายทุกคนจากบนลงล่างไปแล้วหรือยัง เราพ่ายแพ้ไปแล้วหรือยัง และเราจะยอมจำนนจริงๆ หรือยัง
.
.
.
ที่รัก หนังสือเล่มนี้อาจไม่ช่วยให้คุณสอบผ่านในบทเรียนจากโรงเรียนที่โหดร้ายและยากแสนยากแบบนี้หรอก คุณไม่ต้องอ่านเพื่อหาคำตอบก็ได้ ลองอ่านมันเพื่อทบทวนและถามคำถามใหม่ๆ กับตัวเองดู – คำถามที่ไม่กล้าถามตัวเองหรือคำถามที่นานมาแล้วเคยถามเอาไว้ หรือคำถามที่เหมือนจะง่ายแต่ยาก… คุณอยากเติบโตต่อไปเป็นคนแบบไหนกัน
October 10, 2020
รู้สึกแอบแย่เหมือนกันที่เมื่อก่อนเราไม่เคยตั้งคำถามกับระบบการศึกษาอะไรเท่าไหร่
ก็ทำตามเขาไป และทำได้
แต่สะอาดตั้งคำถามมาตั้งนาน และวันนี้เขาได้ทำให้คนอื่นเห็นคำถามที่เขาตั้งขึ้นมา และอาจจะฉุกให้เราเริ่มตั้งคำถามกับระบบการศึกษาในอดีตที่ผ่านมาและปัจจุบันมากขึ้น
“ถ้าเกิดวันนึงคุณจำเป็นต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่คุณไม่โอเคกับมัน หากคุณตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว จนมั่นใจว่าระบบเหล่านั้นมันไม่ถูกต้องเป็นธรรม อย่าไปเป็นน็อตอีกตัวนึงที่ทำให้ระบบเหล่านั้นมันเคลื่อนไปได้”
การ์ตูนไม่ได้ต้องให้แค่ความสนุก การ์ตูนเล่มนี้มีคุณค่าเท่ากับหนังสือดีๆหลายเล่มเลย
ก็ทำตามเขาไป และทำได้
แต่สะอาดตั้งคำถามมาตั้งนาน และวันนี้เขาได้ทำให้คนอื่นเห็นคำถามที่เขาตั้งขึ้นมา และอาจจะฉุกให้เราเริ่มตั้งคำถามกับระบบการศึกษาในอดีตที่ผ่านมาและปัจจุบันมากขึ้น
“ถ้าเกิดวันนึงคุณจำเป็นต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่คุณไม่โอเคกับมัน หากคุณตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว จนมั่นใจว่าระบบเหล่านั้นมันไม่ถูกต้องเป็นธรรม อย่าไปเป็นน็อตอีกตัวนึงที่ทำให้ระบบเหล่านั้นมันเคลื่อนไปได้”
การ์ตูนไม่ได้ต้องให้แค่ความสนุก การ์ตูนเล่มนี้มีคุณค่าเท่ากับหนังสือดีๆหลายเล่มเลย
July 31, 2022
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมอยากจะแนะนำให้ผู้คนทุกคนที่อยู่ในแวดวงการศึกษาได้อ่าน และได้ลองตั้งคำถามกับเนื้อหาของมันดู
เอาจริงๆผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่เพิ่มหนังสือการ์ตูนไว้ในgoodread แต่ว่าเล่มนี้ผมตัดสินใจที่จะเพิ่มเข้าไปในลิสต์ เพราะผมคิดว่ามันช่างทรงคุณค่าที่ได้อ่านเหลือเกิน
ถ้าหากเราอ่านหนังสือเล่มนี้ และใจกว้างมากพอที่จะมองภาพให้ใหญ่กว่าตัวเรา เราจะเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างมากมายของประเทศนี้เต็มไปหมดเลย รวมถึงตั้งคำถามถึงระบบการศึกษาทั้งระบบ ทั้งระบบเลยว่านี่เราทำอะไรกันอยู่ เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงวัยเยาว์ วัยรุ่น ไปกับการทำอะไร เราโดนปลูกฝังอะไรมาบ้าง ความกลัว ความโง่ ความไม่มั่นใจ แล้วเราควรจะส่งต่ออะไรให้กับคนรุ่นใหม่ๆกัน
ถ้าจะให้พูดสำหรับผมผมอาจจะไม่ใช่นักเรียนกระป๋อง แต่เป็นนักเรียนกะทิล่ะมั้งครับ555
"ถ้าเกินวันนึง คุณจำเป็นต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่คุณไม่
โอเคกับมัน หากคุณตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว จนมันใจแล้วว่าระบบเหล่านั้นมันไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม
อย่าไปเป็นน็อตอีกตัวนึง ที่ทำให้ระบบเหล่านั้นขับเคลื่อนไปได้"
ขอบคุณที่อ่านครับ
เอาจริงๆผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่เพิ่มหนังสือการ์ตูนไว้ในgoodread แต่ว่าเล่มนี้ผมตัดสินใจที่จะเพิ่มเข้าไปในลิสต์ เพราะผมคิดว่ามันช่างทรงคุณค่าที่ได้อ่านเหลือเกิน
ถ้าหากเราอ่านหนังสือเล่มนี้ และใจกว้างมากพอที่จะมองภาพให้ใหญ่กว่าตัวเรา เราจะเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างมากมายของประเทศนี้เต็มไปหมดเลย รวมถึงตั้งคำถามถึงระบบการศึกษาทั้งระบบ ทั้งระบบเลยว่านี่เราทำอะไรกันอยู่ เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงวัยเยาว์ วัยรุ่น ไปกับการทำอะไร เราโดนปลูกฝังอะไรมาบ้าง ความกลัว ความโง่ ความไม่มั่นใจ แล้วเราควรจะส่งต่ออะไรให้กับคนรุ่นใหม่ๆกัน
ถ้าจะให้พูดสำหรับผมผมอาจจะไม่ใช่นักเรียนกระป๋อง แต่เป็นนักเรียนกะทิล่ะมั้งครับ555
"ถ้าเกินวันนึง คุณจำเป็นต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่คุณไม่
โอเคกับมัน หากคุณตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว จนมันใจแล้วว่าระบบเหล่านั้นมันไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม
อย่าไปเป็นน็อตอีกตัวนึง ที่ทำให้ระบบเหล่านั้นขับเคลื่อนไปได้"
ขอบคุณที่อ่านครับ
December 12, 2022
‘การศึกษาของกระป๋องมีฝัน’ คือการ์ตูนที่ทำให้เราหันกลับมาทบทวนถึงชีวิตวัยเรียนของตัวเองอีกครั้ง และพบกับความจริงซ้ำๆ ว่าเราก็เป็นนักเรียนกระป๋องคนหนึ่งที่อยู่ในแม่พิมพ์เด็กดีเดียวกันหมดทั้งประเทศ ต้องเรียบร้อย แต่งกายถูกต้อง ผมตัดสั้น เรียนให้เก่ง แล้วจะได้เปรียบ เป็นที่รักของครู
แต่ไม่เคยตั้งคำถามเลยว่าทำไมเราต้องเป็น/ทำอย่างนั้น จำเป็นแค่ไหนที่ต้องท่องเป็นนกขุนทองแต่แทบไม่รู้อะไรเลย จำเป็นแค่ไหนกับการอยู่ในกรอบระเบียบราวกับทหารทั้งที่ไม่ได้ช่วยให้รู้อะไรมากขึ้น หนังสือว่าด้วยเรื่องราวของตัวละคร ‘ภูมิ’ ตั้งแต่วัยประถมถึงมหา’ลัย น่าจะรีเลตกับคนจำนวนมากแน่นอน
นอกจากพูดถึงระบบการศึกษาไทยที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงโอกาสทางการศึกษาที่เด็กไร้สัญชาติไม่เคยเอื้อมถึง ไหนจะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่แฝงอยู่ตามรายทางอีก ยังไม่นับประเด็นการเมืองและสังคมอื่นๆ ที่นำเสนอร่วมมาด้วย
แต่ไม่เคยตั้งคำถามเลยว่าทำไมเราต้องเป็น/ทำอย่างนั้น จำเป็นแค่ไหนที่ต้องท่องเป็นนกขุนทองแต่แทบไม่รู้อะไรเลย จำเป็นแค่ไหนกับการอยู่ในกรอบระเบียบราวกับทหารทั้งที่ไม่ได้ช่วยให้รู้อะไรมากขึ้น หนังสือว่าด้วยเรื่องราวของตัวละคร ‘ภูมิ’ ตั้งแต่วัยประถมถึงมหา’ลัย น่าจะรีเลตกับคนจำนวนมากแน่นอน
นอกจากพูดถึงระบบการศึกษาไทยที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงโอกาสทางการศึกษาที่เด็กไร้สัญชาติไม่เคยเอื้อมถึง ไหนจะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่แฝงอยู่ตามรายทางอีก ยังไม่นับประเด็นการเมืองและสังคมอื่นๆ ที่นำเสนอร่วมมาด้วย
April 12, 2021
บทของหนังสื่อที่ต้องการสื่อ เป็นไปตามในสิ่งที่มุมมองของบุคคลและอีกหลายคนคิดถึง ที่การศึกษามีรูปแบบเดียวกันมีทิศทางและมาตรฐานเดียวกัน และชี้ให้เห็นค่านิยมช่วงการศึกษาของสังคมในแต่ละยุคสมัยที่อ่านแล้ว “เออจริงด้วย ใช่เลย” ทั้งนี้เป็นการสื่อในมุมมองของผู้เขียนที่อยากจะเป็น อยากจะให้เป็น แต่ซึ่งความเป็นจริงโครงสร้างการศึกษา นโยบายการดูแลต่อจำนวนประชากรมันซับซ้อนและต้องอาศัยความยืดหยุ่นในการแก้ไข ถ้าดูมุมมองในสมัยเด็กจะเห็นว่า ความเป็นกระป๋องของการศึกษามันในระดับเริ่มต้น คือการ Normalization พิ้นฐานความรู้ในการดำรงชีพ เพื่อให้ต่อยอดหรือพัฒนาความเป็นตัวตนและความชำนาญในอนาคต เพียงแต่โลกมันหมุนเร็วจนบางทีระดับอุดมศึกษาปรับตัวไม่ทันเช่นกัน อ่านแล้วก็พลางนึกถึงสมัยเด็ก สนุกดีเหมือนกัน
March 15, 2021
มีหลายจุดที่อ่านเจอประโยคและลายเส้นเหล่านั้นแล้ว อยากจะซุกหน้าร้องไห้โฮ เหมือนได้เจอเพื่อน มิตรสหาย บอกว่าเราไม่ได้เจอสิ่งเหล่า หรือตั้งคำถามกับการศึกษาอยู่คนเดียว
เล่มนี้ท้าทายระบบอำนาจนิยมในการศึกษาในทุกจุด
อยากจะขอบคุณที่เขียนให้อ่าน มันจุดพลัง จุดประกาย และทำให้อยากใช้ชีวิตตามสิ่งที่เชื่อต่อไป
เล่มนี้ท้าทายระบบอำนาจนิยมในการศึกษาในทุกจุด
อยากจะขอบคุณที่เขียนให้อ่าน มันจุดพลัง จุดประกาย และทำให้อยากใช้ชีวิตตามสิ่งที่เชื่อต่อไป
June 25, 2025
"ขอความสงบทางใจ
ให้ยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ความกล้าหาญ
พอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราเปลี่ยนได้
และปัญญาที่จะแยกทั้งสองสิ่งออกจากกัน"
— ไรน์โฮลด์ นีบัวร์
"God, grant me the serenity to accept the things I cannot change,
the courage to change the things I can,
and the wisdom to know the difference."
— Serenity Prayer, Reinhold Niebuhr
ให้ยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ความกล้าหาญ
พอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราเปลี่ยนได้
และปัญญาที่จะแยกทั้งสองสิ่งออกจากกัน"
— ไรน์โฮลด์ นีบัวร์
"God, grant me the serenity to accept the things I cannot change,
the courage to change the things I can,
and the wisdom to know the difference."
— Serenity Prayer, Reinhold Niebuhr
August 9, 2020
I was expecting to love this book and the author, once again, doesn’t disappoint. This book hits REALLY close to home (though I’ll need to give it a 4 stars since I think the impact is not as great as the last book)
August 29, 2020
เป็นหนังสือที่ทำให้ได้ตระหนักว่าที่ผ่านมา เราโดนทำร้ายมากแค่ไหนและเราได้ทอดทิ้งตัวเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ความหมายของชีวิตที่เคยมองผ่านสายตาตอนเรายังเด็ก เราจำมันได้บ้างไหม
ขอบคุณผู้เขียนจากใจ
ปล.บางอย่างอาจไม่อินกับเด็กสมัยใหม่ แต่เราเข้าใจดี
ขอบคุณผู้เขียนจากใจ
ปล.บางอย่างอาจไม่อินกับเด็กสมัยใหม่ แต่เราเข้าใจดี
This entire review has been hidden because of spoilers.
November 22, 2020
ขอบันทึกประโยคหนึ่งจากในหนังสือเล่มนี้ไว้ เพราะอ่านแล้วประทับใจมาก
"หากคุณตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว จนมั่นใจว่าระบบเหล่านั้นมันไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม... อย่าไปเป็นน็อตอีกตัวนึงที่ทำให้ระบบเหล่านั้นขับเคลื่อนไปได้"
"หากคุณตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว จนมั่นใจว่าระบบเหล่านั้นมันไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรม... อย่าไปเป็นน็อตอีกตัวนึงที่ทำให้ระบบเหล่านั้นขับเคลื่อนไปได้"
October 9, 2022
โดนมากๆ
อ่านไปหัวเราะไป สลับกับน้ำตาไหลไปด้วย
อ่านไปหัวเราะไป สลับกับน้ำตาไหลไปด้วย
July 11, 2020
ถึงเนื้อหาจะเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทย
แต่พออ่านจบแล้ว
เรากลับได้รับพลังบวกกลับมาแบบล้นมากๆ
.
สารภาพเลยว่า ในบทที่ 1 - 3
(ความกลัว - ความเป็นเลิศ - ความคิด)
เราอ่านแล้วเราร้องไห้...
เพราะเราก็เป็นเหมือนอีกหลายๆ คน
ที่ไม่ได้เติบโตมาเป็นสุดยอดนักเรียนตัวอย่าง
ไม่ได้เป็นนักเรียนกระป๋อง ตราเด็กสมบูรณ์แบบ
แถมยังเคยมีความฝัน
ว่าอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนเหมือนกันอีก 55
.
เป็นอีกเล่ม ที่อยากแนะนำให้หลายๆ คนได้อ่าน
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ก็อาจมีน้ำตาซึมเบาๆ
แต่พออ่านจบแล้ว
เรากลับได้รับพลังบวกกลับมาแบบล้นมากๆ
.
สารภาพเลยว่า ในบทที่ 1 - 3
(ความกลัว - ความเป็นเลิศ - ความคิด)
เราอ่านแล้วเราร้องไห้...
เพราะเราก็เป็นเหมือนอีกหลายๆ คน
ที่ไม่ได้เติบโตมาเป็นสุดยอดนักเรียนตัวอย่าง
ไม่ได้เป็นนักเรียนกระป๋อง ตราเด็กสมบูรณ์แบบ
แถมยังเคยมีความฝัน
ว่าอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนเหมือนกันอีก 55
.
เป็นอีกเล่ม ที่อยากแนะนำให้หลายๆ คนได้อ่าน
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ก็อาจมีน้ำตาซึมเบาๆ
Displaying 1 - 18 of 18 reviews

















