Jump to ratings and reviews
Rate this book

ตามรอยอาทิตย์อุทัย: แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร

Rate this book
“หนังสือเล่มนี้ เป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์พิสดาร long history ของไทยและญี่ปุ่น ที่น่าสนใจ น่าเรียนรู้อย่างยิ่ง” (จากคำนำเสนอโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)

การพัฒนาชาติให้เป็นสมัยใหม่ของไทย แต่เดิมถูกอธิบายไว้ว่ามีอยู่เพียง 2 ช่วง คือ ตามรอยตะวันตกในสมัยล่าอาณานิคม กับตามรอยสหรัฐอเมริกาในสมัยสงครามเย็น

แต่แท้จริงแล้ว ไทยเคยมีรูปแบบการพัฒนาชาติตามรอยญี่ปุ่นช่วงเวลาสั้นๆ ในสมัยคณะราษฏร

หลังการปฏิวัติ 2475 รัฐบาลคณะราษฏรต้องการสร้างชาติไทยให้เป็นสมัยใหม่โดยไม่ดำเนินตามรัฐบาลระบอบเก่า ญี่ปุ่นมหาอำนาจใหม่ในเอเชียจึงกลายเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาชาติไทย ดังนั้น ไทยกับญี่ปุ่นจึงสานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเทคโนโลยีเพื่อร่วมกันสร้างชาติเอเชียให้ทันสมัยต้านอิทธิพลยุโรป

330 pages, Paperback

First published June 1, 2020

3 people are currently reading
41 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
10 (37%)
4 stars
12 (44%)
3 stars
3 (11%)
2 stars
2 (7%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
685 reviews47 followers
May 19, 2021
พอดูยูทูบ เล่า ปวศ ไทย ในยูทูบ แล้วมา อนส ต่อ นี่เห็นภาพ ชัดเเละ เป็นการเสพ ที่ฟินดีครับ เล่มนี้ทำให้เห็นภาพยุคเปลี่ยนผ่าน และ การเปลี่ยนแปลงประเทศแบบ เห็นภาพเลย
.
เล่มที่ 163/2021 (269)
ตามรอยอาทิตย์อุทัย : แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร
หลังการปฏิวัติ 2475 รัฐบาลคณะราษฏรต้องการสร้างชาติไทยให้เป็นสมัยใหม่โดยไม่ดำเนินตามรัฐบาลระบอบเก่า ญี่ปุ่นมหาอำนาจใหม่ในเอเชียจึงกลายเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาชาติไทย
ผู้เขียน ณัฐพล ใจจริง
.
เล่มนี้อ่านง่าย และได้เห็น แง่มุมแบบครอบคลุม ของ ความสัมพันธ์ ของ ไทย- ญี่ปุ่นในอดีต และ ทำให้เข้าใจ ปัจจุบันมากขึ้นว่า เอ้ะ ทำไม โรงงานญี่ปุ่นเยอะจัง อ๋อ มันเริ่มมาแบบนี้นี่เอง
.
แม้ว่าจะไม่ได้พูดถึง การที่ญี่ปุ่น มาทำอะไรไว้บ้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เลย แต่ช่วงเวลาก่อนหน้า นั้น หนังสือ ทำให้เห็น ภาพดีมากๆ ครับ เพราะ มีข้อมูลจากหลายแหล่ง และมีภาพประกอบเยอะมาก ซึ่ง สนุกดี
.
ก่อน ที่ จะเป็น ยุค ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี ที่อเมริกา ควบคุมบงการ ไทยแลนด์ แบบมากๆ รัฐเราสมัย คณะราษฏร ก็ยึดญี่ปุ่นเป็น แนวทาง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นไอดอล กันเลยครับ
.
ด้วยความที่มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกัน
1. เป็นคนเอเชียผิวเหลืองเหมือนกัน
2. นับถือ พุทธ เหมือนกัน
3. อยู่ไม่ไกลกันมาก
4. นิสัย แบบมีมารยาท อ่อนน้อม (ซึ่งคนญี่ปุ่นจะเป็นแนวอ่อนนอก แข็งในมากกว่าไทย)
ก้ทำให้สองประเทสนี้ ซี้กันไม่อยากใช่ไหมละครับ
.
หนังสือ ทำให้เราเห็นภาพทั้งหมด เลย ว่า ไทย เอาอะไรมาใช้บ้าง
ไทย ส่งใครไปบ้าง ในบันทึก แต่ละคน
ที่ รัฐไทยส่งไป เขาไปบันทึก สังเกตุ และ เรียนรู้อะไรบ้าง
ซึ่งโคตรเยอะ
คือไปดูแทบทุกเรื่องไม่ว่าจะ
- อุตสาหกรรม อาหาร ไปจนกระทั่ง เรือดำน้ำ
- เทคโนโลยี
- ผังเมือง
- ระบบตำรวจ
- วัฒนธรรม
.
มีหนังสือหลายเล่มที่เป็นกระแสจุดความสนใจของสังคมไทย ที่ เน้นไปยังญี่ปุ่น
.
.
9.5/10 อย่างน้อยก็เห็นอีก มุมนึง ว่า จอมพล ป. ทำอะไรไว้ให้บ้างครับ
และ เออ ญี่ปุ่นยุคนั้นเจริญ ขนาดนั้นแล้วหรือ สมแล้วละที่ตื่นตาตื่นใจกันสุดๆ
September 13, 2021
ส่วนใหญ่ เวลาที่เราพูดถึง การพัฒนาประเทศให้เป็นสมัยใหม่ (Modernization) เรามักจำได้อยู่แค่ 2 ช่วงเวลา คือ การพัฒนาตามแบบตะวันตก — อังกฤษ (Westernization) ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กับ การพัฒนาตามแบบอเมริกัน (Americanization) ในช่วงสงครามเย็น
แต่ช่องว่างระหว่าง 2 ช่วงเวลานี้ เรากลับหลงลืมกันไป คือ ช่วงเวลาตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง (2475) จนถึง สงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าเราใช้ญี่ปุ่น เป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศ (Japanization) หนังสือเล่มนี้ มาช่วยเติมเต็มประวัติศาสตร์ที่หายไปในช่วงเวลานี้
Profile Image for Shinabhat Maneerin.
52 reviews3 followers
September 8, 2020
Japan has always been a model for state development, which several Asian states, including Thailand, look up to; ever since the Meiji Restoration until nowadays.

Even though, unfortunately, the disastrous Second World War had disrupted the promising progress of a reformed Thailand during the 1930s which took Japan as a model to develop and modernize the state, plunged Thailand back into the Western influence, branding the era of following Japan's example during the 1930s and WW2 to be ultra-nationalistic and warmongering in nature, which almost made Thailand lost the WW2, Japan is still considered to be a model among Asian states in present days.

Thailand can definitely learn much more from Japan to develop itself further to become a developed country, the lessons during the 1930s are still relevant and must be inclusively taken into a thorough consideration.
Profile Image for Nattawat Supachawarote.
37 reviews2 followers
February 13, 2021
หลังจากทำการปฏิวัติสำเร็จในปี 2475 คณะราษฎรก็พยายามหาแนวทางในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ก้าวทันความเจริญของนานาอารยประเทศ

อังกฤษ และฝรั่งเศสแม้จะมีสัมพันธ์อันยาวนานกับสยาม แต่ด้วยความที่ได้ประโยชน์ต่างตอบแทนจากระบอบเก่า ซึ่งประโยชน์ที่สยามได้รับส่วนใหญ่มักจะตกอยู่กับชนชั้นนำเท่านั้น คณะราษฎรจึงไม่ค่อยไว้วางใจที่จะเดินหน้าสานสัมพันธ์ต่อ

ขณะนั้นญี่ปุ่นกลับโดดเด่นขึ้นมาในเวทีโลกจากการปฏิวัติเมจิ และก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ของเอเชีย ทำให้ผู้นำระบอบใหม่ของสยามหันมาให้ความสนใจประเทศจากแดนอาทิตย์อุทัยนี้ เนื่องจากญี่ปุ่นมีอะไรคล้ายคลึงสยามหลายอย่าง ผนวกกับยังไม่เคยมีเรื่องให้ต้องบาดหมางใจกันมาก่อน

Japanization นี่เองเป็นสาเหตุให้สยามเริ่มตีตัวออกห่างจากอังกฤษ และฝรั่งเศส และพัฒนาความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นลำดับ จนถึงขนาดเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่สอง (อย่างไรก็ตามปรีดี พนมยงค์ เป็นแกนนำในคณะราษฎรคนเดียวที่ดูจะไม่ได้ชื่นชอบญี่ปุ่น)

-----

การพัฒนาชาติตามแบบญี่ปุ่น ยังเป็นที่มาของนโยบาย 'สร้างชาติ' ที่ทำให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกมองเป็นผู้นำสายอำนาจนิยมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม 'ตามรอยอาทิตย์อุทัย' นำเสนอหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งจากกระบวนการ 'สร้างชาติ' ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในสองประเด็น

ประเด็นแรก ความเป็น 'ชาตินิยม' ตามญี่ปุ่นนั้นเริ่มก่อตัวมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพระยาพหลฯ ดังนั้นความคลั่งญี่ปุ่นไม่ใช่ความคิดของจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นความเห็นชอบร่วมกันของคณะราษฎร และสังคมในยุคสมัยนั้น

ความนิยมญี่ปุ่นนี้ถูกย้ำจากการที่เนื้อหาส่วนใหญ่ถูกอุทิศให้กับบันทึกการเดินทางไปเยือนและเรียนรู้งานที่ญี่ปุ่นของคณะบุคคลต่างๆ ในสังคม (ส่วนใหญ่เกิดในสมัยรัฐบาลพระยาพหลฯ, 2476-2481) ไม่ว่าจะเป็นแกนนำคณะราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการ และปัญญาชนแขนงต่างๆ

รายงานที่มีกลับมาทั้งหมดล้วนแต่บรรยายถึงความเจริญงอกงามของญี่ปุ่นจนไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม จะเลือกเดินตามแบบฉบับญี่ปุ่น

ประเด็นที่สอง การพยายามสร้างค่านิยมที่ดูไร้เหตุผลจนเหมือนบ้าอำนาจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม แท้จริงก็มีวัตถุประสงค์ของมันเอง (ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากญี่ปุ่นนั่นแหละ) โดยมีเป้าหมายร่วมคือการสร้างประชากรคุณภาพ ที่เห็นประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ช่วงนั้นจึงมีการพยายามสร้างค่านิยมต่างๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน การพูดการจา การแต่งกาย (ชุดนักเรียนที่กำลังมีกระแสต่อต้านก็เกิดในยุคนี้) และอื่นๆ อีกล้านแปด

นอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพคนแล้ว ต้องยอมรับว่าสยามมีการพัฒนาในส่วนอื่นอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ (หลัก 'กอุพากรรม' ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม) การศึกษา และการทหาร (สองอันหลังนี่ถือเป็นความหวังดี ที่กลายเป็นปัญหากับชาติบ้านเมืองมาจนทุกวันนี้)

-----

อย่าถามหาความบันเทิงจากเล่มนี้ เนื้อหาไม่ว้าว อ่านแล้วง่วง รายละเอียดบางอย่างก็ใส่มาเยอะเกิน (หลายย่อหน้าคือรายชื่อคณะผู้เดินทางไปดูงานทั้งหมด หรือรายชื่อโรงงานที่คณะเดินทางไปเ���ี่ยมชมทั้งหมด)

เป็นหนังสือที่เหมาะกับการนำมาอ้างอิงมากกว่า โดยเฉพาะการ defend ความดีให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม (ช่วงนั้น)
4 reviews
September 27, 2025
อ่านสนุกสำหรับคนสนใจประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ไทย แต่เป็นหนังสือที่เหมาะกับการเป็นหนังสืออ้างอิงมากกว่า แต่่ที่น่าเสียดายคือเราไม่ทราบว่าอาจารย์เทียบเสียงภาษาญี่ปุ่นเป็นตัวอักษรละตินยังไง เพราะผิดแผกไปจากการเทียบเสียงในปัจจุบัน ถ้าเป็นคนที่อยากต่อยอดหาข้อมูลต่อเป็นภาษาญี่ปุ่นอาจทำได้ยาก
Profile Image for Chontiwat Udomsiripat.
223 reviews5 followers
April 22, 2024
ตามรอยอาทิตย์อุทัย ตามรอยญี่ปุ่นไงชาติไทยเจริญ

หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราทราบถึงการสร้างชาติไทยในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ครั้งที่ 1 ว่าตอนนั้น รัฐบาลไทยเลือกที่จะเดินตามมหาอำนาจฝ่ายใด รัฐบาลไทยเลือกที่จะไม่ตามยุโรปเพราะมีปัญหาอิหลักอิเหลื่อกันมานานริมสองฝั่งแม่น้ำโขง ด้วยอุดมการณ์ชาตินิยมที่แพร่หลายไปทั่วโลก รัฐบาลสยามจึงเลือกเดินตามประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นมหาอำนาจหน้าใหม่ในขณะนั้น และด้วยความเป็น “คนเอเชีย” เหมือนกัน ทำให้รัฐบาลไทยไม่รีรอที่จะคบค้าสมาคมกับญี่ปุ่น

การดำเนินนโยบายตามประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อ การไปดูงานของคณะรัฐมนตรี การปรับปรุงหน่วยงานราชการ ตำรวจ ทหาร ให้สอดคล้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องยอมรับเลยว่า ก่อนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นคือมีทรัพยากรและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะเป็นแบบให้เมืองไทยได้จริง ๆ

ในตอนนั้น ประเทศไทยเราอยากจะเจริญเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่นเลยนะ แล้วตอนนี้ละ รัฐบาลไทย ไม่ไหวก็พอ
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.