Teerasak102 reviews1 followerFollowFollowAugust 13, 2023หนังสือเล่มบางอ่านง่ายมีภาพประกอบอธิบายแบบสรุปใจความ ทำให้อ่านง่ายยิ่งขึ้น ชอบที่มีการให้กรณีศึกษาด้วย ทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้นเหมาะแก่การแบ่งปันกับทีมงานระดับหัวหน้าที่อาจจะไม่ค่อยรักการอ่านเพราะสั้นกระชับ หรือใช้ภาพที่หนังสือสรุปให้ก็น่าจะเข้าใจได้ในหน้าเดียวมี Framework model ใหม่หนึ่งอย่างที่ได้เรียนรู้จากเล่มนี้ และจะนำไปใช้
Bordin16 reviews1 followerFollowFollowJanuary 4, 2021 เคยได้ยินเรื่องการ coaching มานานแล้ว ซึ่งในตอนแรกคืดว่าคือเรื่องการสอนงาน แจ่พอเห็นชื่อหนังสือเล่มนี้ก็เลยสงสัยว่าการ coaching มันช่วยกระตุ้นทีมอย่างไร เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงความสำคัญของการโค้ช ทั้งด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การบริหารงานในองค์กร ทักษะที่จำเป็นในการโค้ช เข่นการสื่อสาร การกระตุ้นทีมงาน การถาม การฟัง การกล่าวชม การดึงศักยภาพของทีมงาน การตั้งเป้าหมาย รวมทั้งยกตัวอย่างกรณีศึกษาของการโค้ชเป็นตัวอย่างด้วย หลังจากอ่านจบเข้าใจมากขึ้นครับว่าการโค้ชไม่ใช้การสอนงาน แต่เป็นการสื่อสารและกระตุ้นทีมงาน ดึงศักยภาพทีมงาน ด้วยการถามคำถามที่ช่วยให้ทีมการคิดและหาคำตามและลงมือทำด้วยตนเอง และทำให้ทีมมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
Tuitui Liw157 reviews7 followersFollowFollowMay 4, 2022เขียนโดย Homma Masato ผู้อำนวยการสมาคม Learnology ที่ว่ากันว่าเป็นศาสตร์ที่เหนือกว่าศึกษาสาสตร์ไปอีกขั้นเพราะ “หัวหน้า” ไม่ใช่คนที่แค่คอยดึงคนในทีมไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนที่เชื่อมวงจรสื่อสารของสมาชิกในทีม เหมือนกระแสไฟฟ้าที่ที่ทำให้โทรทัศน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงาน หากไม่มีตัวนำไฟฟ้านี้ พวกมันก็จะเป็นของที่เอาไว้ตั้งเฉยๆแต่ใช้งานจริงไม่ได้หน้าที่ของหัวหน้า คือการมีเป้าหมายร่วมกับสมาชิกในทีม สังเกตสมาชิกในทีมและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาเพื่อพัฒนาต่อ สร้างผลงานรวมๆแล้วคือ ต้องหาทางทำให้ทีมทำงานได้หัวหน้าในอุดมคติของลูกน้องทั่วโลกคือ แจ่มใสและคิดแง่บวกเสมอ แม้เจอเรื่องลำบากก็ไม่หนี ใช้สมองซีกซ้ายและขวาอย่างสมดุลกัน ไม่เอาแต่พูดอย่างเดียว ลงมือทำด้วย มีความทะเยอทะยาน ไม่หยุดอยู่กับที่ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ “การโค้ช” จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ “หัวหน้า” ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หัวหน้าที่ไม่ได้ฝึกการโค้ช จะมองว่าตัวเองเหมือนหัวรถจักร และสมาชิกในทีมเป็นเหมือนตู้สินค้าที่เป็นภาระ แต่หัวหน้าที่โค้ชอย่างเชี่ยวชาญจะเปรียบเสมือนรถไฟความเร็วสูงที่ขับเคลื่อนทั้งขบวนได้อย่างรวดเร็วการที่จะกระตุ้นให้สมาชิกในทีมมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (Unity) คือการสื่อสารด้วยมุมมองว่า “มาทำกันเถอะ” (Let’s)สิ่งที่หัวหน้าต้องยึดถือในการโค้ช คือ เชื่อมั่นในศักยภาพ ยอมรับข้อดีและไว้วางใจให้ทำงาน และต้องระลึกเสมอว่าคนเราแตกต่างกัน เราไม่อาจใช้วิธีการเดียวกันกับคนทุกคนได้ จึงต้องคอยปรับวิธีและเนื้อหาการโค้ชเป็นรายบุคคลเราสามารถขัดเกลาทักษะการโค้ชได้ ด้วยการจดบันทึกเพื่อติดตามพัฒนาการของสมาชิกและมองเห็นว่าควรจะทำอะไรต่อไป จัดประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ หรือแม้แต่การเข้ารับการโค้ชจากมืออาชีพประโยคที่กินใจของเล่มนี้ อยู่หน้าท้ายๆก่อนจบ บอกไว้ว่า “ในโลกของการโค้ช ไม่ว่าใครก็เหมือนเพชรดิบที่หากได้รับการเจียระไนก็จะส่องประกายอย่างงดงาม”ซึ่งนั่นหมายความว่า เราทุกคนยังมีโอกาสเจิดจรัสได้มากกว่านี้อีก หากได้รับการโค้ชอย่างถูกวิธีThis entire review has been hidden because of spoilers.
Nuttawat Kalapat685 reviews47 followersFollowFollowSeptember 27, 2021กลางๆนะ ส่วนใหญ่ ที่เขาว่ามาในเล่ม จริงๆแล้วคิดว่า ใครก็ช่าง พอทำงานไปสักพัก น่าจะสังเกตุพฤติกรรมการทำงานและคิดได้เองบ้างเหมือนในเล่ม