Jump to ratings and reviews
Rate this book

Nocturne เพลงรักอนธการ

Rate this book
ความหนาวเหน็บอาจทำให้กลางคืนเงียบงันกว่าปกติ

มวลอากาศนิ่งกว่าปกติ

และเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เบาแผ่วราวกระซิบนั้น

อาจกรีดบาดความสงัดและความนิ่งแห่งราตรี

จนเฉือนความฝันของเธอจนฉีกขาด

.. ฉันควรจะบันทึกคำราตรีสวัสดิ์บนฝาประตูไหม

บันทึกไว้เป็นกึ่งคำอำลาและกึ่งเป็นคำยืนยันว่าฉันมีตัวตนอยู่จริง มิใช่เพียงความฝัน

ฉันมาอย่างอาคันตุกะแปลกหน้า

และจากไปอย่างอาคันตุกะแปลกหน้า

ฉันมาโดยที่มีเธอเป็นความฝัน

และฉันจะจากไปโดยให้ตัวเองเป็นความฝัน

160 pages, Paperback

Published July 1, 2020

4 people are currently reading
8 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (11%)
4 stars
1 (11%)
3 stars
6 (66%)
2 stars
1 (11%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for top..
510 reviews116 followers
October 11, 2020
ถ้าถามว่าเล่มนี้ 'เพ้อ' หรือไม่ ตอบได้เลยว่ามาก แต่เป็นความเพ้อ-และฝันในรูปแบบที่คนเราอาจต้องการจากเรื่องแต่ง เพื่อนำมันมาชุบชูหัวใจให้ชุ่มฉ่ำจากความจริงของชีวิต เป็นความเพ้อฝันในแบบที่เราจะพยักหน้าให้เวลาเห็น quote ประเภท "ถ้าโลกนี้มีแต่ข้อเท็จจริง ไร้ความฝันเฟื่อง ชีวิตมนุษย์คงแห้งเหี่ยวอับเฉา และเราอาจไม่มีเหตุผลให้มีความรักหรือหลงใหลในความหวานชื่น"

ก่อนอ่านเราคิดมาตลอดว่าชื่อหนังสือคล้ายกับชื่อเล่มของคุณแดนอรัญ แสงทอง 'เพลงรักคนพเนจร' ซึ่งเป็นความเรียงกึ่งๆ จะบทกวีด้วยภาษาที่คุณเขาใช้ แต่เล่มนั้นยังให้ภาพของความห่างไกลชีวิตปัจจุบันของตัวเราเองหน่อย เพราะด้วยโลเคชั่นป่าเขาท้องทุ่ง การตกหลุมรักและห่างไกลจนแทบจะทนความคิดถึงไม่ไหวของผู้เขียน ซึ่งตัวกระผมเองแทบจะไม่มีอะไรแบบนั้นเลยมั้ง

สำหรับเล่มนี้ พูดถึงชีวิตของชายหนุ่ม (ซึ่งดูๆ ไปก็คงจะผู้เขียนเองนั่นล่ะ) ที่ยังมีรักหลงเหลือ ตามหาเศษเสี้ยวความรักครั้งเก่าจากทั้งบทเพลง บทละคร บทกวี เทพนิยาย เรื่องเล่าตำนานเก่าแก่โบราณของกรีกต่างๆ เปรียบได้กับการเดินทางแสนไกลเพื่อทำความรู้จักกับจิตใจของตนเอง แวะพักริมทะเลสาบในสวิตเพื่อระลึกถึงความหลังเยาว์วัย ทานอาหารเช้าในลอนดอน เที่ยวเล่นในลาสเวกัสกับเหล่าเทพปกรณัม และมีทะเลระยอง หัวหิน คืนที่ดาวเต็มฟ้า ณ เขาชนไก่ ฯลฯ ของเราด้วย

ตัวอักษรประกอบเป็นประโยค/วลีล่องลอยจนหลายครั้งแทบจะหมุนคว้างหรือก็หล่นร่วงจมจ่อมอยู่กับความเหงาอ้างว้าง ผู้เขียนบรรยายและอ้างอิงเรื่องราวจากหนังสือจำนวนมากที่ถือว่าเป็นที่รู้จัก (ในหมู่คนอ่านหนังสือเยอะ) ซึ่งจุดนี้ทำให้บางครั้งตัวงานมันก็คัดเลือกคนอ่านไปด้วยในแง่หนึ่ง เพราะถึงแม้บางจุดจะมีเชิงอรรถท้ายเล่มให้ว่าเกี่ยวกับอะไรหรือมาจากเล่มไหน แต่หลายจุดก็ไม่มี (เพราะเกินขอบเขตการอธิบายในหนึ่งจบ) ซึ่งไอ่บางจุดที่ไม่มีนั้นมันค่อนข้างจะเป็น personal ของงาน แสดงอารมณ์ขัน และไอเดียที่ต่อยอด/ดัดแปลงบางส่วนจากงานชิ้นนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ไม่เคยอ่านหรืออ่านแค่อรรถาธิบายคงเก็บความนัยของจุดนั้นวรรคนั้นได้ไม่หมด และนั่นหมายรวมถึงกระผมด้วย (ก็แหม บางจุดมันแทบจะย่อยเรื่องทั้งหมดไว้ในประโยคเดียวอยู่แล้วน่ะ / อ้างอิงจากงานของโซเซกิที่เคยอ่าน - ความฝันหนึ่งในสิบราตรี)

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวก็ยังคิดว่าเป็นชิ้นงานที่ดีมากชิ้นหนึ่งอยู่ ด้วยความที่มันอ้างถึงบทกวีและหนังสือเล่มอื่นๆ เยอะมากนี่แหละ ทำให้เรารู้ว่านักเขียนเองก็เป็นนักอ่านที่หลงใหลงานประเภทเดียวกัน และยังเป็นคนลึกซึ้ง ประเภทเห็นกลอนบทหนึ่งแล้วจะเฝ้าครุ่นคิดเป็นวันๆ ถึงการประกอบสร้างของมัน ที่มา ประวัติชีวิตผู้แต่ง เหตุผลที่แต่ง การเลือกใช้คำ การเว้นวรรค การประสานสัมผัส ความหมายโดยตรง ความซ้อนโดยนัย ก่อนจะหาความสอดคล้องกับชีวิตตน ทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตนที่สะท้อนผ่านการแสดงความสนใจในผลงานที่กำลังอ่านชิ้นนั้น (และแน่นอนว่า บางทีเขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ บางครั้งเราก็ไม่ต้องการเหตุผลมาประกอบว่าทำไมถึงรัก)

และอีกอย่าง การอ่านเล่มนี้ทำให้นึกถึงอีกสองเล่ม เล่มนึงเคยอ่าน อีกเล่มไม่ เล่มแรกได้แก่ 'เดินทางระหว่างหู' ของคุณโตมร พูดถึงการเดินทางในยุโรปที่คลอเคล้าด้วยเรื่องเล่าและเสียงดนตรีคลาสสิคกับอารมณ์ขำขันสไตล์ผู้เขียน ซึ่งส่วนตัวยังชอบงานแปลของเค้ามากกว่า และถ้ามันจะมีบางส่วนที่เราเองไม่ชอบในเล่มเพลงรักฯ นี้อยู่บ้าง ก็เพราะบางช่วงของมันทำให้นึกถึงงานของคุณโตมรชิ้นนี้

ส่วนอีกเล่ม คือผลงานเรื่องสั้น-กึ่งความเรียงปกดำ พูดถึงชีวิตของนักเดินทางสาวในแต่ละเมืองใหญ่ๆ เล่มนี้เรายังไม่ได้อ่านและจำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่ดันจำรีวิวได้ 555 ใครสักคนบอก เหมือนผู้เขียนเดินทางแต่กาย ใจนั้นไม่เปลี่ยนที่ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ยังคงหมกมุ่นครุ่นคิดแต่กับปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข มีเพียงโลเคชั่นที่มาคั่นจังหวะเท่านั้นเอง

อ่าน (รีวิว) แล้วก็เออ เล่มนี้ยังมีองค์ประกอบอื่นมาคั่นละนะ นี่ล่ะข้อได้เปรียบของงานเล่มนี้

"นอคเทิร์น" เป็นชื่อเรียกดนตรีที่มักใช้ขับกล่อมยามค่ำคืน ช่วงเวลาที่มนุษย์ส่วนใหญ่หลับใหลท่องเที่ยวในความฝัน แต่ขณะเดียวกันมนุษย์บางส่วนก็ยังคงไม่หลับ ปล่อยความคิดออกเดินทาง ในท่วงทำนองของเสียงดนตรีที่ดังแว่ว หนังสือที่เคยอ่าน บทกวีนับพัน การพลัดหลงในห้วงคะนึง เหม่อมองดวงจันทร์และเฝ้ารอการมาถึงของอะไรสักอย่าง

บางที หนังสือเล่มนี้อาจกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาอ่อนโยนเช่นนั้นเอง

ปล. บางจุดนึกถึงเกมส์คอมพิวเตอร์ แต่เกมส์ส่วนใหญ่ต่างก็ใช้ชิ้นส่วนของตำนานมาอแดปอยู่แล้ว คงเป็นความด้อยประสบการณ์ของเราเองที่ไม่ได้ศึกษาตำนานมาก่อน

ปล. 2 หนังสืออ่านไม่ยากหรอก เพียงแต่ต้องอาศัยจังหวะนิดนึง ถ้าผ่านช่วงแรกอันหนืดเนือยไปได้ ช่วงหลังคือฉิว / ว่าแต่กลับมาซื้อและอ่านงานของ p.s. ในรอบสามปีเลยนะเนี่ย
Displaying 1 of 1 review

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.