Jump to ratings and reviews
Rate this book

คืนปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ

Rate this book
คืนสุดท้ายของปีเสือ ผู้ใหญ่เหลาหู่ไม่ได้ร่วมฉลองปีใหม่กับคนในหมู่บ้าน แกไม่ห้ามลูกบ้านอีกแล้ว ใครจะยิงปืนหรือจุดพลุกี่นัดก็ไม่ว่า แต่นั่นแหละ นายกทหารออกคำสั่งมาแล้วว่าห้ามยิงปืนในคืนปีใหม่

576 pages, Hardcover

Published August 1, 2020

Loading...
Loading...

About the author

จเด็จ กำจรเดช เกิดที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อมารดาได้ละทิ้งครอบครัวไปเมื่อเขาอายุเพียงสามขวบ บิดาจึงเป็นผู้เลี้ยงดูเขาและพี่ชาย ซึ่งต่อมาพี่ชายย้ายไปอยู่กับมารดา เขาจึงแทบเติบโตมาโดยลำพัง บิดาของจเด็จชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่มีโอกาสอ่านงานเขียนของลูกชายเพราะได้เสียชีวิตไปสิบปีก่อนที่เขาจะมีผลงานตีพิมพ์ จเด็จ สำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช และเขาได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยได้รับอนุปริญญา จเด็จเป็นช่างเขียนรูปและเป็นนักแต่งเพลง เขาชอบร้องเพลงเล่นกีตาร์ พร้อม ๆ กับเขียนหนังสือ ในปี 2545 เรื่องสั้นเรื่องแรก “ฉัตรเก้าชั้น” ได้รับการตีพิมพืในนิตยสารชาวกรุง ต่อมา รวมเรื่องสั้น (ฉบับ) ทำมือ “หนุมานเหยียบเมือง” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ Thailand IndyBook Award ปี 2551 และรวมเรื่องสั้นเล่มแรก แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผจญภัยได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2554 เรื่องสั้นสองเรื่องในชุดนี้ได้รับการแปลและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเขายังคงเขียนเรื่องสั้นบทกวี และนวนิยายออกมาอย่างสม่ำเสมอ
การศึกษา :

การศึกษาสูงสุด อนุปริญญาวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
รางวัลที่ได้รับ :

รางวัลรองชนะเลิศ Thailand IndyBook Award ปี 2551 จากเรื่อง “หนุมานเหยียบเมือง”
ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2554 จากรวมเรื่องสั้นเล่มแรก แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ” ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผจญภัยเรื่องสั้นสองเรื่องในชุดนี้ได้รับการแปลและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเขายังคงเขียนเรื่องสั้นบทกวี และนวนิยายออกมาอย่างสม่ำเสมอ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
10 (27%)
4 stars
9 (24%)
3 stars
10 (27%)
2 stars
3 (8%)
1 star
5 (13%)
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
Profile Image for Mook Woramon.
940 reviews204 followers
November 7, 2020
หนังสือรวมเรื่องสั้น 11 เรื่องที่ได้รางวัลซีไรต์ ปี 2563

ซื้อเล่มนี้มาตอนยังไม่ประกาศรางวัล จำชื่อคนเขียนไม่ได้ด้วยว่าเคยได้ซีไรต์ แต่ซื้อเพราะอ่านคำอุทิศให้แก่ลูกชายเค้าที่ตายไปหน้าเดียว หน้าเดียวนั่นแหละที่ทำให้ตัดสินใจซื้อหนังสือทั้งเล่ม

เป็นคำอุทิศสั้นๆแต่สะเทือนใจมาก เต็มไปด้วยความเศร้า ความคิดถึง ความระลึกถึง ความคะนึงทุกชั่วขณะ

จากนั้นเปิดด้วยเรื่องสั้น ‘มีเป็ดบนหลังคา’ เรื่องนี้ทำน้ำตาไหลเลย เหมือนเรื่องนี้เขียนเพื่อระบายความคิดถึงที่มีต่อลูกชาย มันก็ยากจะทำใจจริงๆ ปกติเราคาดคิดได้ว่าพ่อแม่คงตายก่อนเรา แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าลูกจะตายก่อนพ่อแม่ มันจึงเต็มไปด้วยความผิดหวัง รู้สึกผิดและเศร้าสร้อยๆ

เรื่องสั้นที่เหลือบางเรื่องเราชอบ บางเรื่องไม่เข้าใจ บางเรื่องเหลืออะไรไว้ให้ระลึกถึง เรื่องส่วนใหญ่เดินเรื่องในชนบทภาคใต้ เป็นที่ๆเราคุ้นเคย อำเภอหลายแห่งเรารู้จัก เรื่องสั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมชนบท แทรกด้วยตำนาน ไสยศาสตร์ ความเชื่อ เรื่องราวเหนือจริง บางครั้งกระแนะกระแหนการเมืองพอเป็นพิธี

แม้เราไม่ชอบบางเรื่อง แต่เราชอบเรื่องเปิดหัวกับปิดท้ายของเล่มมาก ‘ปลดแร้ว’ เป็นเรื่องปิดท้ายบอกเล่าวิถีคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับป่า ตำนานป่า การเปรียบเทียบแร้วดักสัตว์กับแร้วในใจตนเอง การก้าวผ่านปมนั้นๆ

ก็จัดเป็นเล่มคุ้มค่าที่จะอ่านอีกเล่มนึง
Profile Image for สฤณี อาชวานันทกุล.
Author 82 books1,130 followers
February 18, 2021
ผิดหวังที่ไม่มีอะไรใหม่อย่างที่คาด การที้เล่มนี้ได้รับรางวัลซีไรท์อาจแปลว่าเกณฑ์การให้รางวัลอ่อนลง หรือปีนั้นไม่มีรวมเรื่องสั้นที่แข็งแรงกว่านี้เข้าชิงรางวัล

เรื่องสั้นในเล่มผนวกการเสียดสีสังคมเข้ากับการถ่ายทอดความคิดความเชื่อ ตำนาน และประวัติศาสตร์ของภาคใต้ แต่เส้นเรื่องแต่ละเรื่องอ่านแล้วไม่ตื่นเต้น ส่วนใหญ่เดาตอนจบได้ และบางเรื่องที่เอาขนบของนิยายวิทยาศาสตร์หรือไซไฟมาใช้ก็เป็นไซไฟแบบเชยๆ สมัย 50-60 ปีที่แล้ว (เช่น หุ่นยนต์ครองโลก) ที่พล็อตไม่มีอะไรมากและตามไม่ทันนักเขียนไซไฟส่วนใหญ่ทุกวันนี้อย่างสิ้นเชิง ส่วนการจิกกัดหรือเขียนถึงเทคโนโลยี (เช่น สังคมโซเชียลมีเดีย) ก็ค่อนข้างแบนและไม่มีอะไรน่าสนใจอีกเช่นกัน

โดยสรุปชอบเล่มนี้น้อยกว่า “แดดเช้าร้อนฯ” ผลงานก่อนหน้านี้ของผู้เขียนค่อนข้างมาก ต้องบอกว่าค่อนไปทางไม่ชอบเลยด้วยซ้ำ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนผู้เขียนเอาความสามารถด้านภาษา (ที่ “เข้าฝัก” และเป็นนายของภาษาแล้ว) มาประกบกับประเด็นและขนบที่ตัวเองไม่ถนัด ไม่สนใจศึกษา หรือตามยุคสมัยไม่ทัน ทำให้โครงเรื่องส่วนใหญ่ไม่น่าสนใจ น่าเสียดายมากเพราะเป็นน้กเขียนที่เขียนเชิงพรรณนาได้เก่งมาก
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 12 books110 followers
January 26, 2021
เป็นรวมเรื่องสั้นที่เราอ่านแล้วส่วนใหญ่ไม่คลิกเลย รู้สึกว่าเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ตกแต่งด้วยวิธีการเล่าที่หวือหวาแต่ใจความก็ยังเหมือนเดิม ส่วนตัวมองว่าเนื้อหาคล้ายคลึงกับเล่มแดดเช้าฯ แต่เปลี่ยนรูปแบบวิธีเล่า ซึ่งเรามองว่าไม่ค่อยน่าสนใจแล้ว

อาจเป็นเพราะโตขึ้นมากจากตอนเล่มแดดเช้าฯ เราได้อ่านเรื่องสั้นเจ๋งๆ และท้าทายความคิดมากมายที่เขียนโดยชาวต่างชาติ หันกลับมาอ่านเรื่องสั้นไทย เช่น เล่มนี้ เรารู้สึกว่ามันไม่ร่วมสมัย คล้ายยังติดอยู่ในยุคสงครามเย็นที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ เป็นการปะทะระหว่างคนกับป่า คนกับคน แต่โครงสร้างเชิงสถาบันกลับไม่กล้าแตะต้อง

จเด็จเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนเพื่อชีวิตคลื่นลูกใหม่ แต่เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว คลื่นดังกล่าวก็ดูจะราแรงและไม่ใหม่อีกต่อไป

ปล. อีกเรื่องที่ทำให้การอ่านไม่สุขใจคือรูปแบบหนังสือ ที่หนักแต่ถือลำบากเพราะออกแบบตามสไตล์สำนักพิมพ์ผจญภัย ซึ่งไม่สนไม่แคร์ความสบายของนักอ่านใดๆ
Profile Image for Lee Hua.
4 reviews3 followers
February 19, 2021
รวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุดที่คว้ารางวัลซีไรต์ไปในปี พ.ศ. 2563 ของนักเขียนซีไรต์​ที่เคยคว้ารางวัลมาแล้วจากหนังสือรวมเรื่องสั้น "แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ" ในปีพ.ศ. 2554 เป็นดับเบิ้ลซีไรต์ประเภทเรื่องสั้น ทิ้งช่วงจากเล่มแรกก็นับทศวรรษ​ได้เลย

11 เรื่องสั้นในเล่มนี้ที่รวบรวมงานเขียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2563 เป็นเรื่องราวที่อยู่บนพื้นฐานวิถีชีวิตท้องถิ่นที่หลากหลายในภาคใต้ของไทยอันเป็นถิ่นที่คุ้นเคยของนักเขียน บนความเชื่อที่แตกต่าง บนสังคมที่แปรเปลี่ยนสภาพไป ฉายภาพเล็กๆจากความเป็นปัจเจกสะท้อนไปยังภาพใหญ่ความเป็นสังคมหนึ่งที่คนเมืองอาจจะไม่คุ้นเคยหรือซ่อนอยู่ในมุมเล็กๆที่ถูกหลงลืมจางหายไปหรือต้องสังเกตสังกาพอสมควรถึงจะมองเห็นแง่มุมเหล่านั้น ท่ามกลางสรรพสัตว์ต่างๆที่ก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในหลากหลายรูปแบบมีทั้งที่เป็นความเชื่อเป็นสัญลักษณ์​บางอย่าง ทั้งเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในวิถีทำกินของผู้คน เป็นของเล่นแก้เหงาหรือเป็นสัตว์เลี้ยงทางเศรษฐกิจ​เพื่อยังชีพทำเงินก็ตามที

....................................................................

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าผมไม่เคยอ่่านหนังสือของนักเขียนซีไรต์ท่านนี้มาก่อนเลย นี่เป็นการลิ้มชิมรสฝีมือปรุงแต่งเรื่องราวผ่่านตัวอักษรของเขาเป็นครั้งแรกเลย

ถ้าเราเห็นรางวัลซีไรต์แปะหน้าอาจจะคิดว่าเป็นหนังสือที่ต้องปีนบันได อ่านยาก เป็นงานโชว์ของของนักเขียนในแบบนั้น ซึ่งเอาจริงๆผมก็อ่านหนังสือที่ได้รางวัลนี้น้อยไม่มากมายนัก แต่เล่มนี้บอกได้เลยว่า ไม่ได้ใช้ภาษาที่สละสลวยฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด อ่่านได้ง่าย ลื่นไหลไปกับการเล่าเรื่องที่อาจจะไม่ได้เล่าเป็นลำดับขั้นตอน มีการกระโดดไปมาอยู่พอสมควรด้วยความที่เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวเป็นส่วนใหญ่จึงใช้วิธีนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องกระชับเหมือนเรื่องสั้นโดยทั่วไป แน่นอนมีเรื่องสั้นที่มีการเล่าเรื่องที่คล้ายๆเป็นการทดลองในการเล่าเรื่องที่คนอ่านอาจจะต้องตั้งสมาธิ ลำดับเรื่องราว ทำความเข้าใจกับสารและเนื้อเรื่องอยู่บ้่างเช่น เรื่อง "บูรงแมน" ด้วยความที่ผมไม่เคยอ่านผลงานนักเขียนมาก่อนก็เลยไม่รู้ว่าสไตล์การเล่าเรื่อง การทดลองแบบนี้เป็นเอกลักษณ์ของนักเขียนหรือเปล่า แต่ส่วนมากนักเขียนก็มักจะมีอะไรที่อยากลองเขียนตามใจตนเองบ้างแล้วดูปฏิกิริยาของคนอ่านที่ตอบรับกลับไป ชอบไม่ชอบคงไม่ใช่สาระ แต่ถือว่าได้ลองปล่อยของออกมาแล้ว และเรื่องสั้น "บูรงแมน" ก็เป็นการปล่อยของในเล่มนี้ที่อ่่านยากที่สุด แต่ก็ยังไม่ต้องปีนบันไดอ่าน คนอ่านแค่ต้องเล่นไปตามกลวิธีที่คนเขียนวางไว้ก็แค่นั้น

ธีมหลักที่พอจะบอกเป็นภาพรวมของหนังสือเล่มนี้ได้ก็คือ มันเป็นเรื่องราวของผู้คนที่ "ไปข้างหน้าไม่ถึงและถอยหลังกลับไปไม่ได้" หลายๆเรื่องสั้นในเล่มนี้เป็นเช่นนี้จริงๆ

"มีเป็ดบนหลังคา" เรื่องราวอันมาจากความทรงจำของผู้เขียนเอง ผมเคยได้ยินว่าถ้าบ้านไหน เด็กๆไปก่อนพ่อแม่จะเป็นเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดมาก ใครบางคนบอกไว้ว่า พ่อแม่อยู่เพื่อเป็นความทรงจำของลูกๆ แต่ขณะเดียวกันลูกๆก็เป็นความทรงจำของพ่อแม่เช่นเดียวกันตราบที่ใครยังมีลมหายใจอยู่ คนโบราณ​เขามักจะบอกว่า คนตายคือไปสบายแล้วก็น่าจะจริง คนเป็นต่างหากที่ต้องเรียนรู้อยู่กับชีวิตกับสิ่งที่คุ้นเคยกับจิ๊กซอว์ชีวิตที่หายไป

"นกกระยางโง่ๆ" เป็นเรื่องราวเสียดสีสังคมในยุคไซเบอร์ ต้องการแสงส่องตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามทั้งๆที่จะรู้จริงในเรื่องนั้นๆหรือไม่ก็ตามที ขอแค่คนกดไลค์เยอะๆก็พอ

"ข่าวว่านกจะมา" เป็นการตั้งคำถามที่สุดคลาสสิค บ้านคืออะไร สะท้อนภาพเล็กภาพใหญ่สนุกสนานดี เล่าเรื่องผ่านประวัติศาสตร์​ที่สอดแทรกมาได้เป็นอย่างดี หลายดินแดนในโลกนี้ผ่านประวัติศาสตร์​มาจนกลมกลืนจนยากจะบอกได้ว่านี่คือบ้านของใคร แม้แต่นกนางแอ่นเองก็มีบ้านในแบบของมัน เป็นเรื่องที่ผมชอบมากทั้งวิธีการเล่าเรื่องและประเด็นที่ชวนคิดมากในเมื่อยุคนี้ผู้คนเปราะบางแตกหักกันได้มากขึ้น ทั้งยังผู้คนอพยพถิ่นฐานหรือถูกทำให้กลายเป็นคนของท้องถิ่นนั้นๆด้วยดินแดนที่ถูกแบ่งแยกและครอบครองอันเนื่องมาจากผลพวงของภาวะสงคราม

"ประแป้งไหมคะ" เรื่องนี้เป็นไซไฟเต็มตัวแตกต่างชัดเจนจากเรื่องสั้นบางเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นแต่ส่วนมากจะออกแนวเรื่องเหนือจริงซะมากกว่า ใช้กฏหุ่นยนต์​ของอาซิมอฟมาเสียดสีมนุษย์แทน ในยุคที่หุ่นยนต์​ครองเมืองให้บรรยากาศอึมครึมดูดาร์คแบบในหนัง I Robot สะท้อนภาพว่ายังไงก็ยากที่มนุษย์จะเท่าเทียมกันได้ตราบใดที่ยังมีมนุษย์ที่ยังอยู่ต่ำกว่ามนุษย์กันอยู่อีกในสังคมไหนๆก็ตาม เป็นเรื่องสั้นที่อ่านได้สนุก

"อยู่ข้างล่างขว้างได้ขว้างเอา" บรรยากาศของเรื่องคล้าย Planet Of The Apes สอดแทรกประเด็นความหลากหลายทางเผ่าพันธุ์​เชื้ิอชาติโดยใช้สัญลักษณ์​ผ่านวานร โลกในยุคนี้กลมกลืนข้ามเชื้อชาติระดับชั้นกันไปมาแล้วแต่ก็ยังมีการแบ่งแยกเรื่องราวเหล่านี้อยู่ดี

"สัปเหร่อรุ่นสอง" เป็นเรื่องสั้นในรูปแบบทดลองการเล่าเรื่อง เนื้อเรื่องออกแนวทีเล่นทีจริง บางครั้งก็เหมือนนักเขียนจะพูดคุยกับคนอ่่าน (ไม่รู้จริงๆนักเขียนเป็นคนเหงาไหม เหมือนอยากคุยกับคนอ่าน เรื่องอื่นๆก็มีสอดแทรกบ้าง 55)

"บูรงแมน" อีกหนึ่งเรื่องสั้นที่เหมือนงานทดลอง แต่มีกลวิัีธีเล่าเรื่องที่สลับซับซ้อนกว่า เรื่องราวที่เล่นกับความเชื่อที่ผ่านการหลอกลวงแต่งเสริมเติมแต่งไม่ต่างจากการกำกับภาพยนตร์​ ข้ามผ่านกาลเวลา สลับฉากไปมา

"คืนปีเสือ" เรื่องสั้นที่สอดแทรกการเมือง เสียดสี สะท้อนภาพคำสั่งการปกครองจากบนลงล่าง สะท้อนภาพผู้คนในท้องถิ่นที่ถูกขับผลักดันออกจากดินแดนบ้านเกิด เป็นเรื่องสั้นที่ชวนคิดมากทั้งฝั่งที่เป็นคนปกครองบ้านเมืองและฝั่งคนท้องถิ่นผู้ถูกกระทำ เรื่องสั้นไม่ได้ให้คำตอบในจุดนี้ แต่ผมคิดเองว่า อดีตไม่ย้อนถอยหลังกลับไปได้แล้ว ถ้าอยากจะเดินหน้าก็ต้องหาจุดกึ่งกลางที่ฝ่ายปกครองก็สามารถตอบโจทย์ภาพใหญ่เรื่องความมั่นคงบริหารบ้านเมืองได้ ขณะเดียวกันคนท้องถิ่นก็อาจจะต้องลืมอดีตเพื่อให้เดินหน้าไปถึงกับยุคสมัยของสังคมที่เปลี่ยนไปแล้วไม่หวนคืนเช่นกัน เรื่องนี้สมเป็นเรื่องเด่นที่นำไปตั้งชื่อเรื่อง

"เป็นหมาป่า" เล่าเรื่องแบบนิยายซ้อนนิยาย เป็นเรื่องของนักฆ่าที่เกี่ยวพันกับการเมือง มีการเล่าเรื่องที่แปลกๆหน่อยกึ่งๆงานทดลอง ให้แง่คิดว่าท่ามกลางสงครามจริงๆหรือสงครามการเมืองที่ห้ำหั่นกัน การเจรจาเป็นอุดมคติยากที่จะเกิดขึ้นได้จริง ในเมื่อเราต่างก็เป็นหมาป่าพร้อมจะจมเขี้ยวฝ่ายตรงข้ามกัน

"จระเข้ตาขุน" เรื่องที่สั้นและเก่าที่สุดในเล่มนี้ ให้แง่คิดว่าอย่าตัดสินใครไปล่วงหน้าก่อนและการเอาตัวรอดในชีวิตที่เปรียบเสมือนว่ายน้ำในแม่น้ำสายธารของชีวิตที่แต่ละคนแตกต่างกันไป เหมือนประโยคที่ว่า "สิ่งที่น่ากลัวกว่าทะเล ก็คือทะเลซึ่งเราไม่รู้จัก"

"ปลดแร้ว" ใครชอบเรื่องราวผจญภัยในป่าไปกับขั้นตอนการเก็บน้ำผึ้งวิถีชีวิตชาวบ้าน ผ่านตัวละครที่มีสีสัน บรรยากาศลึกลับใส่ตำนาน เหนือจริงผสมแฟนตาซี ตัวละครมีคนที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เป็นเรื่องสั้นที่อ่านสนุก อดีตและความทรงจำกับเพื่อนๆมักหอมหวานเหมือนรสน้ำผึ้ง แต่ยุคสมัยก็ผันผ่านรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน บางทีก็เลยทำให้ผู้คนติดแร้วเป็นอย่างที่ผมเอ่ยเอามาจากเรื่องนี้นั่นแหละว่า

"ไปข้างหน้าไม่ถึงและถอยหลังกลับไปไม่ได้"

สรุปว่า คืนปีเสือฯเป็นรวมเรื่องสั้นที่อยู่ในเกณฑ์​มาตรฐาน​ที่ดี บางเรื่องเล่าเรื่องได้สนุก บางเรื่องประเด็นชวนคิดหรือบางทีเฉลยก็คลายปมตีแผ่ให้เห็นภาพบางอย่างที่ชวนคิดในแบบงานวรรณกรรม​ แม้บางเรื่องจะไม่โดดเด่น อ่านไม่สนุกบ้่างก็ตาม แต่ถ้่าถือว่ามันเป็นงานวรรณกรรม​มันก็ผ่่านแล้วในแง่ที่ทำให้คนอ่านต้องคิดตามและที่สำคัญมันเป็นหนังสือที่อ่านง่ายย้อนกลับไปสมัยซีไรต์ยังอ่านง่ายและเข้าถึงง่ายกันอยู่ ถ้าจะดีขึ้นไปนอกจากประเด็นชวนคิดตอกย้ำแล้ว ถ้ามีเรื่องที่ซาบซึ้งกินใจมากกว่านี้ซึ่งผมไม่รู้ว่าหนังสือรางวัลและวรรณกรรม​พยายามหลีกเลี่ยงจุดนี้ไปเพราะมันจะดูแมสขี้นหรือเปล่า แต่จุดนี้ล่ะที่จะจับใจนักอ่านโดยทั่วไป การมีเรื่องเล่าที่ทำให้ตกตะกอนทางความคิดนั้นถือว่าดีมากแล้ว แต่ถ้าเพิ่มเติมให้มีเรื่องราวที่หลงเหลือในหัวใจชวนให้นึกถึง หนังสือรางวัลก็น่าจะยืนหยัดยาวนานจนข้ามพ้นกาลเวลาติดตรึงใจไปกับคนอ่านตลอดไปได้
Profile Image for Whale Read.
414 reviews32 followers
July 19, 2022
รู้สึกว่าหลายเรื่องเอาโครงสร้าง - เนื้อเรื่องมาจากเล่ม แดดเช้า แต่มาเรียบเรียงวิธีการเล่าใหม่
ไม่แน่ใจว่าทำไมผู้เขียนทำแบบนั้น แต่คิดอีกอย่างก็อาจจะเป็นการเขียนแนวทดลอง ที่ผู้เขียนอยากท้าทายตนเองหลังจากได้ฟีดแบคไปจากเล่มแรก เพราะส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะตันจนคิดโครงเรื่องใหม่ ๆ ไม่ออก

การเล่ายังคงมีเอกลักษณ์ของการเล่าย้อนความ + เล่าสลับจากมุมมองตัวละครอื่น ๆ ทำให้ผู้อ่านงง และต้องจับหลักให้มั่น ๆ มีสติสูงมากในการอ่านและระลึกเอาว่า นี่กูอยู่ตรงไหนของไทม์ไลน์ในเนื้อเรื่อง

ชอบที่สุดอาจจะเป็นเรื่องสุดท้าย คือเรืองนักตีผึ้ง
ชอบเพราะอะไร อาจจะเพราะอ่านรู้เรื่องที่สุดแล้วมั้ง แล้วก้มีตัวละครที่น่าจ��จำอย่างไอแมนคับคับ 555555
Profile Image for Wuttipol✨.
294 reviews76 followers
August 15, 2022
เขียนไซไฟยังไงให้ไม่ว้าว
Profile Image for Amuno.
52 reviews2 followers
May 18, 2025
ชอบสำนวน จังหวะและการเล่าเรื่องของคุณจเด็จมาก อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้น มีอรรถรสในตัวเอง การเดินเรื่องมีเอกลักษณ์อยู่แล้วเปรียบได้กับลายเซ็นต์ของนักเขียนท่านนี้ ช่วงหลังๆ มานี้เราไม่ค่อยได้อ่านงานซีไรต์ แต่ตอนอ่านมะละกาไม่มีทะเลแล้วรู้สึกชอบ เลยหาเล่มนี้มาอ่าน
เรื่องที่ชอบที่สุดคือคนตีผึ้ง ตอนอ่านนี่ รู้สึกไม่อยากให้จบเลย เพราะความสนุกของเรื่องนี้
แต่ที่ไม่ชอบเลยคือตัวรูปเล่มของสำนักพิมพ์ หน้าแคบมาก ทำให้เล่มหนาโดยไม่จำเป็น ตอนอ่านลำบากมากๆ เลย
Profile Image for Manaphon J..
10 reviews1 follower
June 30, 2025
มีวิธีการพูดถึงผู้หญิงที่ประหลาดมาก ๆ ไม่รู้สิ มันคือมุมมองชายแท้เหรอ แต่รู้สึกไม่ค่อย comfortable กับวิธีเล่าถึงผู้หญิงในเรื่องนี้เท่าไหร่ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ถือว่ายังดี อาจจะไม่ได้แปลกใหม่แตกต่างจากเล่มก่อนมากนักแต่ก็ยังสนุกในหลายเรื่อง เก๋อยู่
10 reviews33 followers
February 25, 2021
ถือว่าดีตามมาตรฐานนักเขียนเค้าแหละ ชอบเรื่องเกี่ยวกับนกมากที่สุด ชอบบรรยากาศเมืองเก่าที่บรรยายมา ราคา 520 บาท สำหรับเราถือว่าไม่เสียดายเงินเลย
Displaying 1 - 9 of 9 reviews