Jump to ratings and reviews
Rate this book

แสงตะวันในฟ้าสีเทา

Rate this book
'ย่าของลู่ฉงตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า ‘ฉงจื่อ’ ซึ่งแปลว่าแมลงย่าบอกว่าเพราะมันทั้งทรหดและแข็งแรง อาจจะเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกนี้ด้วยซ้ำ ตั้งแต่เด็ก แม้จะยากจน แต่ลู่ฉงไม่เคยคิดว่าตนลำบาก
เขามีย่าที่ดูแลทุกคนในบ้าน มีพ่อที่ดวงตามองไม่เห็นข้างหนึ่งและขาเป๋ มีแม่ซึ่งสติเลอะเลือน ทว่าลู่ฉงมีความสุขมาก

แต่ใครจะคิดว่าสวรรค์กลับไม่มีเมตตา เภทภัยมาเยือนดั่งผืนฟ้าถล่ม ลู่ฉงในวัยเพียงสิบหกปีต้องจากบ้าน มือหนึ่งอุ้มน้องสาวที่เพิ่งเกิด อีกมือหนึ่งจูงแม่เดินทางเข้าสู่เมืองที่ไม่รู้จัก เมืองที่คนเหยียบคนแต่ก็ยังมีความจริงใจอยู่บ้าง ในเมืองแห่งนี้เขาได้พบกับชายหนุ่มผู้สว่างไสวนุ่มนวลดุจแสงจันทร์
ทว่าลู่ฉงไม่ได้เอะใจเลยว่าอีกฝ่ายหาใช่แสงจันทร์ แต่เป็นกองเพลิง ส่วนตัวเขาก็เป็นดั่งแมลงตัวน้อยที่หลงใหลไปกับความอบอุ่น กระทั่งถูกไฟแผดเผาจนใจแหลกลาญ นี่คือลำนำชีวิตของเด็กหนุ่มผู้ซึ่งสวรรค์ไม่เคยเหลียวแล แต่ก็ยังคงอดทนไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดง่ายๆ เรื่องราวของลู่ฉงผู้ทระนง บริสุทธิ์ และแข็งแกร่งดั่งแมลง

593 pages, Paperback

Published January 1, 2020

2 people are currently reading
26 people want to read

About the author

杯莫亭

1 book1 follower
Associated Names:
* 杯莫亭 (Chinese Profile)
* เปยโม่ถิง (Thai Profile)

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
18 (64%)
4 stars
9 (32%)
3 stars
1 (3%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for Patrawan Dear.
1,467 reviews149 followers
Read
November 26, 2020
#แสงตะวันในฟ้าสีเทา

ในช่วงที่ชีวิตยุ่งวุ่นวาย หยิบเรื่องนี้มาอ่านก็ช่วยให้ใจได้สงบลง

เนื้อเรื่องกล่าวถึงชีวิตที่ต้องสู้ของผู้ชายคนหนึ่ง ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ จากเด็กจนโต พบเจอผู้คนหมุนเวียนเปลี่ยนไป ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยความเรื่อย ๆ สำนวนแปลง่าย ๆ แต่ความรู้สึกที่ได้ซึมซับ มันไม่ได้ง่าย ไม่ได้เรื่อย มันมีความทัชใจ ประคับประคองใจ อวลอยู่แทบจะทุกครั้งที่เปิดผ่านแต่ละหน้า จนต้องละเอียดอ่านทุกตัวอักษร

คิดว่านี่เป็นหนังสือที่ให้ความหวัง มากกว่าจงใจบีบอัดให้รันทดดราม่า แม้ว่าชีวิตของตัวละครหลายตัวจะเป็นไปในแนวนั้น และนั่น..ทำให้เหมือนเราไม่ต้องการจุดพีคใด ๆ ในการอ่าน แต่ในขณะเดียวกัน ก็อดเสียดายไม่ได้ที่เราไม่ได้เห็นจุดพลิกผันของบางสถานการณ์ เพียงแค่รับรู้ไปตามที่ผู้เขียนบอกกล่าวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นวายที่มีเลิฟซีนนะคะ แจ้งไว้เผื่อท่านที่ยังไม่พร้อมในการอ่านงายวาย แต่ถ้ามองข้ามไปได้ ก็อยากให้ลองค่ะ :)
Profile Image for Or_O.
436 reviews108 followers
December 4, 2020
โห...

นี่คือคำอุทานที่ออกมาเมื่อเปิดอ่านเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ



ใครยังลังเลเรื่องนี้และไม่เคยอ่านตัวอย่าง โอแนะนำให้อ่านตัวอย่างเลย สำหรับโอ ช่วงต้นเรื่องบนเขาคือช่วงที่พีกที่สุดของเรื่อง



แต่ถ้าอยากฟังโอเล่าก็ล้อมวงเข้ามาค่ะ



ลู่ฉงเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยในหมู่บ้านบนภูเขา ย่าตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า ฉงจื่อ ที่หมายถึงแมลง ย่าต้องการให้เขาทรหดและแข็งแรงเหมือนมัน เรื่องเริ่มเล่าตั้งแต่วันแรกที่ลู่ฉงไปโรงเรียน ย่าคอยย้ำให้ลู่ฉงอย่าเอาแต่ห่วงเล่นเถลไถล พ่อที่ตาข้างหนึ่งมีหนองใหญ่โตจนปิดตา ขากะเผลก เดินไม่ถนัด พูดจาได้แค่อือ ๆ อา ๆ ไม่เป็นคำ พ่อคนนั้นก็ยังยิ้มให้พร้อมยื่นเงินห้าเหมาให้ลู่ฉงไปโรงเรียน ลู่ฉงเดินทางไปเรียนหนังสืออย่างเบิกบานพร้อมกับญาติผู้พี่ ระยะเวลาที่ใช้เดินเท้าคือหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ลู่ฉงซื้ออมยิ้มกลับมาสองอัน อันหนึ่งเขากินเอง อันหนึ่งเก็บกลับมาบ้าน ถึงเวลากินข้าวเย็น ย่าบอกให้ลู่ฉงเอาข้าวไปให้แม่ ลู่ฉงยกชามข้าวเดินไปในห้องในสุด หน้าต่างของห้องตอกตะปูปิดตาย แสงสว่างหนึ่งเดียวคือช่องเล็ก ๆ เหนือศีรษะ แม่กำลังเงยหน้ามองแสงที่เหนือหัว ลู่ฉงร้องเรียกแม่ เอาอมยิ้มที่ใส่ไว้ในกระเป๋าให้เธอ เห็นเธอยอมอ้าปากรับอมยิ้ม ก็นั่งยิ้มมองเธอ แม่ยกมือลูบหัวลู่ฉง ทำให้โซ่ตรวนที่อยู่ที่ข้อมือลากพื้นเกิดเสียง



ว้อท



ทำไมต้องขังแม่ ทำไมต้องใส่โซ่ตรวน เดี๋ยว



เรื่องเล่าต่อไปให้เห็นภาพในหมู่บ้านที่ลู่ฉงอยู่ชัดขึ้น ย่าของลู่ฉงเป็นแม่หมอประจำหมู่บ้าน เวลาใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะมาเรียกเธอ วิธีรักษาก็ออกแนวไสยศาสตร์ เป็นพิธีกรรมความเชื่อ เมื่อเธอทำพิธีให้ก็จะได้รับข้าวของตอบแทน พวกไข่ไก่ ข้าวสาร เนื้อสัตว์ ย่าแบ่งอาหารส่วนหนึ่งใส่ตะกร้าให้ลู่ฉงเอาไปให้ปู่หม่าที่ท้ายหมู่บ้าน ปู่หม่าอาศัยอยู่กับปู่หลี เราจะรู้จากคำพูดของเด็กคนอื่นว่าสองคนนี้เป็นคู่รักกัน แต่คนในหมู่บ้านไม่ชอบ ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว แนว ๆ ผิดผี ทำเรื่องที่ไม่ดี ถ้าไปเข้าใกล้ก็จะนำโชคร้ายมาสู่ตน มีเพียงย่าของลู่ฉงที่ไม่รังเกียจ แถมยังพยายามช่วยเหลือจุนเจือเท่าที่ทำได้ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นองค์ประกอบที่โอชอบมากของเรื่อง ครอบครัวของลู่ฉงไม่ได้ร่ำรวย มีย่าเป็นหัวเรี่ยวแรงหลักของบ้าน พ่อของลู่ฉงขาไม่ดีจึงทำงานที่ต้องใช้แรงไม่ได้ ทำได้แค่หาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงอย่างนั้นย่าก็สนับสนุนให้ลู่ฉงได้เรียน แม้ช่วงแรกหลังจากเห่อตื่นเต้นที่จะได้ไปโรงเรียนแล้วลู่ฉงไม่อยากไปเรียนแล้ว รู้สึกว่าโรงเรียนน่าเบื่อ ไปเล่นยิงนกตกปลากับเพื่อนคนอื่นในหมู่บ้านดีกว่า ย่าที่ปกติใจดีและรักลู่ฉงกลับโมโหมาก ยืนยันให้ลู่ฉงเรียนหนังสือ แม้แต่แม่ที่ไม่ค่อยพูดจาจนคนอื่นนึกว่าเป็นใบ้ยังพูดเสียงเบาหนึ่งประโยคว่าลู่ฉงต้องเรียนหนังสือ ครั้งหนึ่งลู่ฉงบังเอิญเจอคณะนักศึกษาที่หลงทางในภูเขาจึงช่วยนำทางพวกเขาไปสู่ที่หมายได้ คนหนึ่งในนั้นให้นาฬิกาตอบแทนลู่ฉง ลู่ฉงรับมาเพราะอยากให้ย่าดูเวลาสะดวก ไม่ต้องลุกลี้ลุกลนตื่นมาดูนาฬิกาเพียงเรือนเดียวที่แขวนผนังนอกห้องเพราะกลัวจะตื่นมาทำอาหารตอนเช้าให้ลู่ฉงก่อนไปเรียนไม่ทัน พอย่ารู้เข้าก็โมโหมาก ย่าสอนลู่ฉงไม่ให้เป็นคนเห็นแก่ได้ ใครให้อะไรมาก็ตอบแทนคนอื่นไปมากยิ่งกว่า



ย่าที่รักลู่ฉง ขยันขันแข็ง ทำงานอย่างหนักแม้จะอายุมากแล้ว มีน้ำใจ ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ตั้งแง่รังเกียจคน ย่าคนนี้เป็นคนเดียวกับที่จ่ายเงินซื้อแม่ของลู่ฉงมาในราคาหนึ่งพันหยวน ล่ามขังเธอไว้ในบ้าน เพื่อให้เธอคลอดหลานให้



...โห



เราจะเห็นลู่ฉงตั้งแต่เด็ก เจ็ดขวบเพิ่งเข้าเรียน ตอนเด็กไม่รู้เรื่องราวอะไร พอไปเรียน เจอคนมากขึ้น โตขึ้น ได้ยินจากปากคนอื่น ก็ค่อย ๆ รับรู้เรื่องราวของแม่ ชักรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ปกติ ไม่ถูกต้อง แต่ก็บอกไม่ถูกว่าไม่ถูกต้องนั้นไม่ถูกยังไง ยิ่งโตก็ยิ่งรู้ละว่าแม่ไม่ควรถูกขังอย่างนี้นะ ครั้งหนึ่งลู่ฉงเลยถามย่าว่าปล่อยแม่ออกมาได้ไหม ย่าก็ตอบว่า ถ้าเธอออกมาได้ หลานก็อาจจะไม่มีแม่นะ ลู่ฉงก็เลยไม่กล้าพูดเรื่องนี้อีก



เหมือนเขาเขียนให้เราเห็นแต่ละด้านของคน อย่างย่าของลู่ฉงเนี่ย ด้านหนึ่งเป็นคนดีมาก สอนหลานดี แต่ในอีกแง่หนึ่ง ซื้อมนุษย์ กักขังเขาไว้ ให้เขาอยู่เป็นเครื่องผลิตหลานให้ พ่อของลู่ฉงก็เหมือนกัน เขาเป็นพ่อที่รักลู่ฉงมาก ทำงานเท่าที่ทำได้ ตอนลู่ฉงขอให้ย่าปล่อยแม่ เขาก็พยักหน้าส่งเสียงอืออาเห็นด้วยกับลู่ฉง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ที่เขาทำให้ลู่ฉงเกิดมาจากความไม่ยินยอมพร้อมใจของฝ่ายหญิง เขาก็ไม่มีความเป็นมนุษย์เลย



เราจะเห็นภาพความใสซื่อ ความช่วยเหลือเกื้อกูลใกล้ชิดสนิทสนมของคนชนบท ตัดกับความโหดร้าย มืดหม่น ความแห้งแล้งของจิตใจ



เห็นภาพมั้ย



แบบ โห ไม่รู้จะพูดยังไงเลย



แล้วลู่ฉงก็เป็นเด็กที่อยู่ตรงกลาง นั่นก็ย่ากับพ่อ นี่ก็แม่ เขาต่อสู้กับความขัดแย้งในใจและความรู้สึกผิดมาตลอด



จนเรียนถึงชั้นมัธยมปลาย ตอนนั้นน้องสาวของลู่ฉงเพิ่งอายุได้หนึ่งขวบ ก็มีเหตุให้ลู่ฉงต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ต้องพาแม่และน้องสาวออกจากหมู่บ้าน คนเขียนเขาก็เล่าว่า ลู่ฉงรู้สึกไม่ค่อยสนิทกับน้องสาวนัก หน้ายังไม่ค่อยอยากมองเลย เพราะมองไ���ก็เหมือนเตือนให้นึกถึงตัวเอง เป็นผลผลิตของการกระทำอันเลวร้าย ส่วนแม่ของลู่ฉงตอนนั้นก็เหมือนไม่คนที่ไม่มีสติอยู่กับตัวแล้ว แทบไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างเลย ลู่ฉงที่เพิ่งอายุสิบกว่าปี ต้องมารับผิดชอบน้องสาวที่ยั���เล็กมาก กับแม่ที่แทบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เป็นภาระที่หนักมากสำหรับเขา แต่ไม่ทำก็ไม่ได้



ลู่ฉงเอาเงินเก็บที่มีทั้งหมดพาแม่กับน้องเดินทางเข้าเมืองไปหางานทำ งานที่ทำได้และเหมาะกับเขาที่สุดตอนนั้นก็คืองานที่ใช้แรงงาน ได้เงินรายวันทันที อีกทั้งลู่ฉงเป็นคนที่มีเรี่ยวแรงมากตั้งแต่เด็ก เขาจึงไม่เกี่ยงงานอยู่แล้ว ขอให้มีงานก็มีเงิน แต่ปัญหาก็คือแม่กับน้อง เขาต้องทิ้งแม่ให้อยู่ที่พัก ส่วนตัวเองก็ต้องกระเตงน้องไปทำงานด้วย เพราะแม่ดูน้องที่ยังเล็กไม่ได้ ลู่ฉงเจอคนมากมาย มีทั้งคนดีคนเลว ในตอนที่อับจนหนทาง ก็มักจะเจอคนดีที่ให้การช่วยเหลือ ส่วนหนึ่งเพราะลู่ฉงไม่ย่อท้อ แถมเขาเป็นคนขยันขันแข็ง ฉลาดเฉลียว มีน้ำใจ คนที่รู้จึงมักยื่นมือเข้าช่วยเหลือยามยาก



ถึงอย่างนั้น ลู่ฉงก็ไม่ชอบติดหนี้น้ำใจใคร เขาจะดิ้นต่อสู้ด้วยตัวเองจนถึงที่สุด จนมีวันหนึ่ง ตอนที่เขาทำงานช่วยขนของ ก็ไปเจอคุณชายเจ้าของบ้านคนหนึ่งเข้า คุณชายคนนี้เป็นคนเดียวกับที่ให้นาฬิกาลู่ฉงตอบแทนที่เขาช่วยนำทางในภูเขาเมื่อหลายปีก่อน คุณชายคนนี้ชื่อหลินชวนไป่ มีพี่ชายชื่อหลินจิ่น สองพี่น้องถูกใจลู่ฉงทั้งคู่



หลินชวนไป่มีนิสัยเป็นคุณชายน้อยของบ้านที่ร่ำรวย รักสนุก มีความใสซื่อบริสุทธิ์และมองโลกในแง่ดี ด้วยความที่เป็นน้องเล็ก มีพ่อตามใจ มีพี่ชายช่วยสะสางปัญหา ทำให้เขาไม่ค่อยรู้จักความทุกข์ยากลำบาก หลินชวนไป่ชอบลู่ฉงเพราะรู้สึกว่าเขาเก่งมาก อยากชวนไปเที่ยวเล่นด้วยกัน แรก ๆ ลู่ฉงก็ปฏิเสธไป ต่อมาเจอหลินชวนไป่ตื๊อมากเข้าก็เลยตกลง ให้หลินชวนไป่มารอเขาทำงานเสร็จ หลินชวนไป่เห็นลู่ฉงทำงานแบกหามของที่ท่าเรือ ของหนักมาก แบกหามติดกันไม่หยุด ข้าวที่กินแค่พอให้หายหิว กลิ่นเหงื่อกับความสกปรกผสมปนเปในอากาศ จบมื้อนั้นลู่ฉงก็พูดว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นเพื่อนกันได้ หลินชวนไป่จะพูดก็พูดไม่ออกเลยจากไปแบบห่อเหี่ยว



ส่วนคนที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ คือหลินจิ่น หลินจิ่นเป็นคุณชายร่ำรวยก็จริง แต่หลินจิ่นเป็นพี่ชายคนโต พ่อคาดหวังให้เขารับช่วงต่อจากงานที่ทำ ทำให้เขาเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบ ถึงจะเล่นสนุกอะไรก็ต้องมีขอบเขต ต้องรู้จักแยกแยะ หลินจิ่นถูกใจลู่ฉงเพราะพลังชีวิตที่ดูไม่หมดไม่สิ้นนั้น หลังจากได้พบเจอ มีโอกาสได้พูดคุยกันหลายครั้ง หลินจิ่นก็ใช้เส้นสายฝากลู่ฉงให้เข้าทำงานในร้านอาหารของเพื่อน ร้านนั้นเป็นร้านที่มีระดับ เงินเดือนที่จ่ายให้พนักงานจึงสูง แต่หลินจิ่นไม่ได้บอกลู่ฉงว่าเขาตนใช้เส้น แค่บอกว่าที่นี่รับสมัครพนักงาน ให้ลู่ฉงไปสมัคร ใบสมัครก็ให้เลขาของเพื่อนแต่งตามใจตนเพื่อให้ลู่ฉงเข้าเกณฑ์ สุดท้ายลู่ฉงก็ทำงานที่นั่น



แต่งานที่ท่าเรือลู่ฉงก็ไม่ได้ทิ้ง เช้าเขาไปขนของที่ท่า ค่ำก็ทำงานที่ร้านอาหาร ตอนแรกหลินจิ่นนึกว่าลู่ฉงจะมาทำงานที่ร้านอาหารอย่างเดียว พอรู้เรื่องนี้ก็พูดไม่ออกเลย แต่สถานการณ์ลู่ฉงไม่ทำให้เขาเหลือทางเลือกอะไรนัก เขาต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้เขาเป็นคนเดียวที่หาเงินเข้าบ้านได้ แม่ไม่สบาย น้องก็ต้องใช้เงิน ลู่ฉงไม่มีสิทธิ์พัก ไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะป่วย



พอหลินจิ่นได้อยู่กับลู่ฉงมากเข้าก็เริ่มเข้าใจนิสัยลู่ฉงมากขึ้น รู้ว่าเขาไม่ชอบรับของของใครเปล่า ๆ เวลาจะให้หรือหยิบยื่นโอกาสอะไรให้ลู่ฉงก็จะให้แบบตรงไปตรงมาไม่ได้ รู้ว่าลู่ฉงชอบหนังสือ ก็พาลู่ฉงไปห้องสมุด สอนลู่ฉงใช้คอมพิวเตอร์ ลู่ฉงอยากเดินเขาก็พาไปเดินเขา ลู่ฉงรู้สึกดีกับหลินจิ่นมากขึ้น สุดท้ายจึงตกลงใจคบกัน



ซึ่งบอกตามตรง โอไม่ชอบหลินจิ่นเลย เพราะมีความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ผู้เขียนซ่อนระหว่างบรรทัดว่าหลินจิ่นมองลู่ฉงที่แง่ที่เขาแปลกใหม่ อยากลองอยากรู้ อยากเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายว่าจะเป็นยังไง กึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง



ถามว่าหลินจิ่นดีกับลู่ฉงไหม ดีมากค่ะ เขาปฏิบัติกับลู่ฉงอย่างดี และมาจากใจจริง แต่ก็เราก็จะรู้จากบางประโยค จากบางมุมมอง จากสัญลักษณ์บางอย่างที่ผู้เขียนแทรกมาว่า นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่หลินจิ่นมี



คนหนึ่งทุ่มเทความรักให้หมดหน้าตัก แต่อีกคนไม่ใช่



ความรักไม่เท่ากันตั้งแต่แรก



สุดท้ายก็ต้องจบไป



โอทางหนึ่งน้ำตาไหล เจ็บใจแทนลู่ฉง เราเห็นเขาตั้งแต่ยังเล็ก เห็นมาตลอดว่าเขาเจออะไรมาบ้าง ยากลำบากขนาดไหน อยากให้เขาเจอแต่เรื่องดี ๆ เจอคนดีเข้ามา เขาไม่ควรเจอเรื่องร้ายอะไรอีก แต่มาโดนทำอย่างนี้ โอโกรธหลินจิ่นมาก ทางหนึ่งจึงดีใจ เลิกไปเลย เปลี่ยนพระเอก ด่วน ๆ



คำขอไม่สัมฤทธิผลค่ะ หลินจิ่นนั่นแหละพระเอก



...เฮอะ / เหล่ตา



สิบปีผ่านไป ไวยิ่งกว่าขี่จรวด



สองคนนี้ก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนนี้หลินจิ่นรู้ละว่าลู่ฉงเป็นคนสำคัญ แต่การจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ง่ายแล้ว ลู่ฉงก็ไม่ใช่คนที่เจ็บแล้วไม่จำ งานยากไม่น้อยค่ะ



อย่างที่บอกไว้ว่าโอไม่ได้ชอบหลินจิ่น แต่พอเขากลับมา โอก็ไม่ได้เกลียด กลับยอมรับได้ด้วย ด้วยองค์ประกอบที่ผู้เขียนใส่มา มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน มันมีเรื่องราวมากมายที่แทรกอยู่ในนั้น อย่างพ่อแม่ของหลินจิ่นกับหลินชวนไป่ สมัยนั้น ชวนไป่ถามพ่อทุกวัน เมื่อไรพ่อจะมีเมียน้อย เพราะแม่วัน ๆ ก็เอาแต่ออกไปสนุกสนานเฮฮานอกบ้าน ไม่ใส่ใจลูกไม่สนสามี พ่อก็ดุ ๆ บอกว่าลูกไม่เข้าใจหรอก สิบปีให้หลัง จากแม่ที่ตะลอน ๆ ออกนอกบ้าน กลับเปลี่ยนนิสัย ไปไหนมาไหนกับพ่อตลอด คนเขียนไม่ได้เขียนบอกเหตุผล แต่มันสื่อถึงว่า นิสัยบางอย่างของคนเรามันเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเวลาผ่านไป ตอนหลังที่หลินจิ่นกลับมาดีกับลู่ฉงแล้ว หลินจิ่นจึงยอมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เขาบอกว่า เขาเองก็มีนิสัยเห็นแก่ตัวเหมือนแม่ โอว่าไม่เชิงว่าหลินจิ่นเห็นแก่ตัว แต่มันมีบริบทและสถานการณ์ที่นำให้เขาไปในทางนั้น เขาเป็นลูกชายคนโต ที่ถูกบังคับให้รับผิดชอบตั้งแต่เด็ก จะมามัวเอาแต่ใจ ทำอะไรตามใจชอบแบบชวนไป่ไม่ได้ แล้วระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา หลินจิ่นก็ไม่ได้ใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระ เขาทำงานอย่างหนักเพื่อรับช่วงธุรกิจของที่บ้าน ในขณะที่ชวนไป่มีนิสัยน่าคบหามากกว่า แต่ในแง่หนึ่ง ชวนไป่ไม่ใช่คนที่รับผิดชอบ ออกจะทำอะไรตามใจชอบ โตขนาดนี้แล้ว หลายเรื่องยังมีพี่ชายคอยตามโอ๋เลย มันเลยบอกไม่ได้ว่าที่หลินจิ่นทำหรือเลือกนั้นผิดทั้งหมด



อ่านแล้วจะรักลู่ฉง เขาเป็นเด็กดีตั้งแต่ยังเด็ก สมัยอยู่กับย่าก็ไม่กล้าเล่นเถลไถลเพราะกลัวกลับไปช่วยย่าไม่ทัน พอมีมรสุมชีวิตเข้ามาก็ไม่ย่อท้อ ถึงจะเหนื่อย จะหนัก แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นก้าวเดิน มีเลือดนักสู้อยู่ในตัว เป็นคนฉลาดและเข้าใจโลก แต่ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็ไม่ได้เขียนให้เขาเหนือ ฉลาด หรือเก่งเกิน ลู่ฉงมีมุมเด็ก ๆ มีอารมณ์เข้าข้างตัวเอง มีช่วงวัยที่อ่อนต่อโลก มันพอเหมาะพอเจาะน่ะค่ะ



ส่วนหลินจิ่น เขาเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเลยค่ะ มีรัก มีโลภ มีเห็นแก่ตัว แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นคนจิตใจดี ไม่รังเกียจว่าลู่ฉงจน ปฏิบัติกับลู่ฉงปกติ กับลู่ฉง เขาก็ให้ใจไม่น้อย เพียงแต่เขาก็มีนิสัยของคุณชายที่ร่ำรวย ยังมีความหยิ่งทะนงในตัวเอง คิดเข้าข้างตัวเองว่า คนแบบลู่ฉงไม่ได้มีเพียงคนเดียว หรือต่อให้ตอนนี้เจ็บปวด แต่เวลาก็ช่วยได้เอง (ซึ่งคิดผิดเว้ย สะใจ / ตบโต๊ะ) ในช่วงหลัง ผู้เขียนจะเผยมุมเพิ่มเติมที่ช่วงต้น ๆ ไม่ได้เล่าว่า ที่จริงแล้วหลินจิ่นก็วางตำแหน่งให้ลู่ฉงไม่เหมือนคนอื่นมาตั้งแต่ต้น



ในเรื่องมันจะมีความสัมพันธ์ของคู่อื่นให้เราเห็นภาพด้วย ไม่ใช่ว่ามีเพียงความรักแล้วจะอยู่ด้วยกันเสมอ บางคู่รักกัน แต่กลับใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่ได้ บางคู่ไม่มีทะเบียน แต่กลับเพียงมองตาก็เข้าใจ บางคู่มองจากมุมไหนก็ไม่เข้ากัน แต่กลับมีเพียงความตายมาแยกจาก



มันมีองค์ประกอบอีกมากมาย สุดท้าย ก็เป็นเรื่องของคนสองคน



มีประโยคหนึ่งที่ผู้เขียนเขียนบ่อย อาจจะไม่เป๊ะนะ หลุมจะเหมาะกับหัวไช้เท้าหรือไม่ มีแต่หัวไช้เท้าที่รู้



ลู่ฉงมีคนที่ดีด้วยไม่น้อย แต่คนที่เขาสนิทสนมจริง ๆ นั้นนับนิ้วได้ ซึ่งคนเหล่านั้นล้วนอยู่ด้วยในช่วงที่เขาลำบากหมด ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้ทำได้ดีมาก ลู่ฉงเป็นคนที่ทุ่มเทให้คนที่ตนให้ใจจริง ๆ แล้วคนเหล่านั้นก็ดีกับลู่ฉงหมดเลย



คนที่อยากเอ่ยถึงคือจางฉือ จางฉือเป็นเพื่อนที่ทำงานในร้านเดียวกับลู่ฉงสมัยที่ลู่ฉงยังคบกับหลินจิ่น จางฉือเป็นเกย์เหมือนกัน เรื่องหลินจิ่นเขาก็ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น พอเลิกกันจางฉือเลยยิ่งเกลียดหลินจิ่น แล้วจางฉือนี่แนว ๆ ปากจัด ขี้เกียจ รักสบาย นิสัยต่างกับลู่ฉงอย่างสิ้นเชิง แต่เวลาลู่ฉงลำบาก จางฉือก็ช่วยเหลือไม่ห่วงตัวเองเลย แถมไว้ใจลู่ฉงมาก ยกการตัดสินใจสำคัญ ๆ ให้ลู่ฉงหมด พอตอนหลังหลินจิ่นกลับมาขอคืนดี จางฉือเลยทั้งบ่นกระปอดกระแปด ทั้งทำตัวขวางสุดฤทธิ์ แต่พอจวนตัวก็ให้พื้นที่ลู่ฉงตัดสินใจนะ ไม่ได้ก้าวก่าย โอชอบจางฉือ นางน่ารัก นางเป็นตัวแทนคนอ่านในการบ่นพระเอก ที่ตลกอีกอย่างคือ เหมือนว่าคนที่ลู่ฉงสนิทด้วยจะนิสัยเข้ากันไม่ได้ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เพราะมีลู่ฉงเป็นตัวเชื่อมเลยต้องมาอยู่รวมกัน





ผู้อ่านจะเห็นความซับซ้อนของตัวละครในเรื่อง เขาเขียนตัวละครได้ลึกมาก และมีความขัดแย้งในตัวสูง เราไม่สามารถมองเพียงการกระทำด้านเดียวแล้วนำมาตัดสินชีวิตคนทั้งชีวิตได้









องค์ประกอบและรายละเอียดของเรื่องดีมาก มีคนมากมายที่ต่างมีเรื่องราวผ่านเข้ามาในชีวิตของลู่ฉง พวกเขาเป็นคนที่ไม่ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม ตรงกันข้าม เต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ขอเพียงไม่ยอมแพ้ ไม่จมอยู่กับอุปสรรคและปัญหา ขอเพียงก้าวเดินต่อไป ก็จะเจอความสุขได้ ย่อมมีโอกาสจากความพยายามเสมอ เหมือนมีแสงตะวันในฟ้าที่ทึมเทา



มีช่วงที่ผู้เขียนเขียนข้ามไปแบบเร็ว ๆ เหมือนกัน ซึ่งถามว่าโออยากอ่าน อยากรู้ไหม ก็อยากรู้ค่ะ แต่ถ้ามองจากจุดที่ว่ามันทำให้โทนเรื่องเสียไหม ทำให้จุดมุ่งหมายของผู้เขียนเปลี่ยนไหม ตอบว่าไม่ เพราะฉะนั้นจุดนี้โอจึงมองว่าไม่ใช่ข้อเสียของเรื่องแต่ประการใด



เรื่องมันหนักนะ น้ำตาเอ่อหลายครั้งเลย แต่มันไม่ได้ทึบทั้งเรื่อง มันจะมีช่วงน่ารักของตัวละครแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าหนัก ค่อนข้างมีบรรยากาศของความสุขและสงบด้วยซ้ำ เขาทำให้เราเห็นค่าของชีวิต เขาทำให้เราไม่สิ้นความหวัง



เป็นเรื่องราวชีวิตของลู่ฉงและผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขา โทนเรื่องเรียล มีคำพูดและข้อคิดดี ๆ เยอะมาก ตัวละครน่ารัก สนุก ประทับใจ อ่านแบบติดพันไม่มีช่วงเบื่อเลย มีแต่สิ่งชอบเต็มไปหมด โอไม่สามารถเขียนทุกอย่างจากในหนังสือออกมาได้หมด และถ้าขาดวิธีวางองค์ประกอบอย่างเหมาะสมของผู้เขียนมันจะดึงเรื่องออกมาได้ไม่เท่าเขา จึงอยากให้ทุกคนได้อ่านเองค่ะ



5 ดาว



กราบขอบพระคุณที่แนะนำโอมา

อ่าน Blog https://bit.ly/33Fi0Ht
Profile Image for หลังอ่านของน้ำฝน.
699 reviews13 followers
February 4, 2022
เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้จบเลยจริงๆ อยากให้จำนวนหน้างอกเพิ่มอีกเรื่อยๆ เพราะงานดี สำนวนได้ สามารถหยิบจับข้อคิดในเรื่องไปได้เยอะมาก อ่านเพลิน ไม่รู้จะเอาอะไรมาติ ทุกอย่างลงตัว ดจีย์!

หลังอ่านเพิ่มเติม → https://wp.me/p6yYEv-He
Profile Image for Rada Chalapipat.
645 reviews64 followers
December 26, 2020
ปกติจะชอบอ่านนิยายวายจีนแปลแนวแฟนตาซีหรือย้อนยุคมากที่สุด ส่วนแนวปัจจุบันที่ถูกใจจะมีไม่มากนัก ปีนี้ยกให้ #แสงตะวันในฟ้าสีเทา เป็นเรื่องที่ประทับใจที่สุดทั้งพล็อต ตัวละคร แบ็คกราวด์และโทนอารมณ์ที่มีความร่วมสมัย เข้าใจครรลองของชีวิตจนนึกสงสัยว่าคนแต่งอายุเท่าไหร่? เผชิญอะไรมาบ้าง?

หมู่บ้านลู่...บ้านเกิดของนายเอกคือสภาพชาวเขาที่ยังมีความเชื่อท้องถิ่น ย่าลู่เป็นคนปูพื้นฐานนิสัยของนายเอกให้ซื่อตรง ประหยัดกับตัวเองแต่ไม่ตระหนี่กับคนที่ใส่ใจ รู้จักตอบแทนบุญคุณคนอื่นให้มากกว่าที่เขาเคยช่วยเหลือเรา เรื่องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กในวันที่ย่าบังคับให้นายเอกต้องไปร.ร. แต่ช่วงชีวิตที่สดใสของ #ลู่ฉง ก็เริ่มดราม่าขึ้นเมื่อแม่ลู่ที่ถูกจับมาขายให้ผลิตลูกจนกลายเป็นคนสติไม่ดีฆ่าย่าและสามีตัวเอง ทำให้ลู่ฉงที่ยังไม่ทันจบม.ปลายตัดสินใจพาแม่และน้องสาววัยเพิ่งหัดพูดหนีตำรวจเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่

นายเอกจะเป็นตัวละครหลักที่ทำให้เราได้เห็นชีวิตชนชั้นแรงงานที่อดทน มองโลกแง่บวก เป็นผู้นำครอบครัวที่ยึดคติว่า "ยิ่งสวรรค์กลั่นแกล้งมากเท่าไหร่ เขาจะมีชีวิตให้ดียิ่งขึ้น" เค้าทำให้เราเห็นว่าในโลกแย่ๆหากเรายิ้มและแสดงความจริงใจออกไปก่อน อาจโชคดีได้รับน้ำใจจากคนที่คาดไม่ถึง แล้วคนที่อยู่กับนายเอกช่วงที่ตกต่ำที่สุดต่างมีบทบาทสำคัญในเวลาต่อมา มันทำให้เรื่องนี้มีความน่าติดตามในแง่การตีแผ่สังคมในหลายๆด้าน เช่น ยุคการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ราคาที่ดินพุ่งสูงเมื่อเกิดการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาเมืองใหม่ แรงงานแบกหามที่เคยทำรายได้ดีและได้เงินสดเร็วที่สุดค่อยๆเปลี่ยนไปเมื่อมีการใช้เครื่องจักร ความแตกต่างของชนชั้นที่พระเอกและเพื่อนฝูงคือตัวแทนการใช้ชีวิตของชนชั้นสูง ซึ่งมีทั้งเศรษฐีใหม่ สกุลเก่าดั้งเดิม หรือลูกหลานสายราชการ ช่วงเวลาวัยรุ่นของนายเอกนับว่าดีขึ้นอีกนิดเมื่อได้เจอเพื่อนแท้บางคนและได้พบรักแรก

ดราม่าสั้นๆ แต่มีหลายฉากตามช่วงชีวิต บางฉากเกี่ยวข้องกับคนรอบข้างนายเอก แต่ในความหดหู่สิ้นหวังเราได้เห็นความพยายามต่อสู้ ความกลัว ความเศร้าหรือ��ารยอมรับเข้าใจที่หลากหลาย ช่วงเศร้าสุดน่าจะเป็นการแจ้งข่าวร้ายและความรู้สึกผิดของคนเป็นลูกที่กว่าจะหาเงินพาแม่ไปร.พ.ได้ก็เป็นระยะสุดท้าย เราชอบคำพูดปลอบใจของคุณน้าหน้าบึ้งที่กลายเป็นคนสำคัญที่ทำให้นายเอกผ่านจุดนี้ไปได้ แล้วคุณน้าก็กลับมาทำให้เราได้เห็นชีวิตบ้านพักคนชราเมื่อไม่ยอมไปอยู่กับนายเอกเพราะตาบอด ...เค้าขอให้ถ่ายรูปให้ปีละครั้งเผื่อเตรียมใช้เป็นรูปหน้างานศพ

พระเอกมีบทรองและมีความสำคัญน้อยยิ่งกว่าน้องสาวและเหล่ามิตรแท้ยามยากของนายเอก พี่น้องตระกูลหลินเค้าเป็นเศรษฐีแบบก้าวกระโดดในรุ่นพ่อ แม่ที่จบแค่ประถมเอาแต่ใช้ชีวิตอวดรวย เราชอบคำสอนของพ่อพระเอกที่มาน้อยแต่โดนใจ เช่น ถ้าคิดแต่จะทำตามใจตนเองสังคมหรือคนรอบข้างจะวุ่นวาย หรือการสนับสนุนพระเอกให้ลองเสนอความคิดเห็นในโครงการต่างๆตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จุดนึงที่มักจะเห็นในสังคมชั้นสูงของนิยายจีนคือ ไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อตั้งใจกลับมาพัฒนาประเทศ บางครอบครัวยังนิยมคลุมถุงชนเพื่อต่อยอดธุรกิจ น้อยครอบครัวที่จะยอมรับรักร่วมเพศหรือรักต่างชนชั้น ซึ่งจะเห็นได้จากชีวิตของคนรอบข้างพระเอก

ความรักของพระนายครึ่งแรกในช่วง puppy love จบลงแบบกระทันหันเพราะพระเอกในวัย 22 ปีย่อมเห็นอนาคตตัวเองสำคัญกว่า นายเอกที่รักหมดใจไม่เคยเรียกร้องอะไรยังถูกซ้ำเติมอีกหลายชอ็ตที่จะทำให้พระเอกในอีกสิบกว่าปีต่อมาต้องรู้สึกสำนึกผิดและอดทนในการจีบคนรักเก่าอยู่นาน ครึ่งเล่มหลังเลยเป็นมุมมองความรักและการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ช่วงปลายที่ต่างคนต่างก็เปลี่ยนไป ยิ่งอ่านยิ่งชอบข้อคิดที่เค้าแทรกมาเป็นระะ เช่น ชีวิตคนเราก็เหมือนโรงเตี๊ยม ผู้คนผ่านมาพบกันแล้วก็จากไป สุดท้ายก็ต้องตายไม่ต่างกัน , ช่วงเวลาที่จะพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวอาจจะมีไม่กี่ปี หากละเลยเวลาความผูกพันเหล่านั้นไปแล้วคิดจะมาชดเชยภายหลัง อาจจะไม่ทันการณ์, คนมีความรู้มีโอกาสเลือก แต่คนการศึกษาน้อยอาจต้องรอโอกาสเป็นผู้เลือก, ความรักและการอยู่ด้วยกันได้อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ไม่ต้องยกสำนวนหรือมีพรรณนาโวหารมากมาย ไม่ต้องเศร้าสุดกู่หรือรักสุดขีด มีNCพอให้กระชุ่มกระชวย แต่เรากลับชอบการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแบบนี้มาก
Profile Image for Jiji Jidapa.
407 reviews4 followers
May 18, 2021
เนื้อเรื่องเป็นดราม่าที่ค่อนข้างหนักแต่คนเขียนเขียนเล่าไปเรื่อยๆ แบบไม่ได้พยายามบีบคั้นอะไรมาก ซึ่งเราชอบมากโดยเฉพาะหลังจากอ่านงานที่พยายามจะดราม่าจนอึดอัดจนเราไม่อิน ในขณะที่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกไม่จงใจเรียกความดราม่า แต่กลับให้อารมณ์จี๊ดๆ หน่วงๆ จนถึงน้ำตารื้นในบางฉากได้

เนื้อเรื่องเริ่มเล่าชีวิตของตัวเอกตั้งแต่เล็กจนโต อารมณ์เป็นแบบเล่าไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีจุดพีคของเรื่องอยู่ เนื้อเรื่องครึ่งหลังอาจจะดูวนๆ ไปบ้างเมื่อเทียบกับครึ่งแรก แต่ไม่ได้รู้สึกว่ายืดเยื้ออะไร ชอบการถ่ายทอดชอบการเปรียบเปรยและแนวคิดหลายๆ อย่างที่สอดแทรกเข้ามา ประทับใจมากค่ะเรื่องนี้
Profile Image for Giyongchy  .
629 reviews19 followers
August 9, 2021
เป็นนิยายที่อ่านเกือบ 600 หน้าแล้วเหมือนได้เติบโตไปพร้อมกับลู่ฉง นายเอก ไม่เคยอ่านนิยายที่มีเนื้อหาดราม่าค่อนข้างหนักขนาดนี้มาก่อน ชีวิตของนายเอกนี่โครตยากแต่เป็นคนที่เหมือนพระเอกบอกอ่ะ เหมือนพุ่มไม้ในทะเลทราย เหมาะกับคนที่ชวงนี้ชีวิตดาวน์ๆ แล้วอ่านนะ มันมากกว่านิยายวายๆ ทั่วไปคือได้ทั้งข้อคิดและกำลังใจเยอะเลย ไม่ใช่มีแต่เราที่ลำบากอาจจะมีคนบนโลกนี้ที่ลำบากกว่าเราเยอะแยะ ความสัมพันธ์ของตัวละครดีมาก ครอบครัว พี่น้อง ความรัก เพื่อน เป็นนิยายปัจจุบันวายที่ดีสุดที่ได้อ่านในปีนี้เลย ขออวยหน่อย
Profile Image for JeeP.
3 reviews
October 2, 2021
เป็นเรื่องราวที่รู้สึกถึงชีวิตได้เยอะมาก มีมุมมองหลายมุมมองให้มองเห็น เนื้อเรื่องบรรยายอากาศดูอึมครึมแต่ไม่ได้หมายความว่ามันหดหู่นะ เนื้อเรื่องเรื่อยๆ ชวนให้อยากติดตามอยู่ตลอดเวลา เป็นการเล่าจังหวะการใช้ชีวิตของตลคได้ดีมากๆ อ่านจบแล้วยังอึมครึมอยู่ แต่ในความอึมครึมก็ยังมีความรู้สึกดีด้วย คิดว่าชื่อเรื่องครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือมากๆ
Profile Image for JillV.
218 reviews
July 19, 2023
เป็นนิยายดราม่าที่นำเสนอความดราม่าแบบไม่ละครเกินไป คืออ่านแล้วรู้สึกว่าความดราม่าในเรื่องมันสมจริง (ไม่เหมือนบางทีเวลาอ่านนิยายจีนดราม่าๆ แล้วเราจะรู้สึกเหมือนดูละครอยู่) เป็นนิยายวายที่ไม่เน้นความโรมานซ์ อ่านแล้วอินไปกับเรื่องราวชีวิตของลู่ฉงมากกว่าเลิฟไลน์ในเล่มอีก ชอบช่วงครึ่งแรกมากกว่า ครึ่งหลังรู้สึกมันดร็อปๆ ไปหน่อย
Profile Image for Namtan K..
74 reviews3 followers
November 24, 2021
สนุกมาก แบบมากๆๆๆๆๆๆๆ ไปอยู่ไหนมา ทำไมพึ่งมาเจอ อ่านแบบวางไม่ลง รู้อีกทีคือครึ่งเล่มแล้ว เนื้อเรื่องบางช่วงจะตัดข้ามแบบสั้นๆ ถือว่าปรานีคนอ่านอย่างแท้จริง ไม่งั้นอาจจะมีน้ำตาร่วงแน่ๆ หนังสือค่อนข้างหนา เกือบ 600 หน้า แต่รู้สึกว่ายังไม่พอ อยากให้มีต่อ ไม่อยากให้จบเลย
Profile Image for the right book at the right time.
30 reviews
August 3, 2025
5/5
ไม่รู้จะรีวิวยังไงดี เพราะมันชอบไปหมด ชอบทุกอย่างของเรื่องนี้ ไม่มีข้อที่ต้องการติเลยสักข้อ!!
เป็นนิยายที่ธีเรื่องไม่ได้สดใส ไม่ได้ฟิลกู้ด การเล่าเรื่องไม่ได้หวือหวาอะไร แต่เป็นการเล่าเรื่องๆที่ทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้
ส่วนตัวรู้สึกว่าบรรยากาศในเรื่องนี้ทำให้นึกถึงเรื่อง out of tune + เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนักมากๆ
ที่สำคัญการเล่าเรื่องของผู้แต่ง "เปยโม่ถิง" ก็คล้ายกับ "อูเจ๋อ" คนแต่ง 2 เรื่องบนนี้มากเช่นกัน
เรื่องนี้ครึ่งเล่มแรกกับครึ่งเล่มหลังแบ่งพาร์ทกันอย่างชัดเจน แต่ไม่ทำให้เสียอรรถรสเลย สนุกไปคนละแบบ
ขอยกให้เป็นนิยายที่ชอบที่สุดอีกเรื่องนึงของปีนี้เลย
รู้งี้ไม่น่าดองไว้นานขนาดนี้เลยจริงๆ
Displaying 1 - 10 of 10 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.