What do you think?


สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น
สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น ฉบับรวมเล่มนี้ นำมาจาก สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น 2 เล่ม ที่สำนักพิมพ์มติชน เคยพิมพ์ไปแล้ว ครั้งนี้พิเศษนำ 2 เล่ม นั้นมารวมเป็นเล่มเดียวกัน ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เพราะเป็นบันทึกของเจ้านายพระองค์หนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งก่อนและหลังในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ซึ่งหาอ่านไม่ได้ในเอกสารประวัติศาสตร์เล่มอื่น ๆ เพราะทำให้เห็นภาพทางฟากฝั่งเจ้านายว่าจะต้องเผชิญอะไรบ้างในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง เห็นภาพไม่วางไว้ใจกันระหว่างคณะราษฎรกับกลุ่มเจ้า
- GenresHistory
463 pages, Hardcover
First published November 1, 2000
About the author
พูนพิศมัย ดิศกุล
3 books1 followerหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล (ท่านหญิงพูน) เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประสูติแต่หม่อมเฉื่อย ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ยมาภัย) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2438 ที่วังสามยอด เชิงสะพานดำรงสถิตย์ ได้ทรงศึกษาภาษาไทยชั้นต้นกับคุณหญิงวิทยาปรีชามาตย์ (อ่อง) และข้าราชการผู้ทรงคุณวุฒิอีกบางท่าน และทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสกับครูสตรีชาวต่างประเทศเจ้าของภาษานั้น ๆ นอกจากทรงศึกษาความรู้รอบตัวจากพระบิดา และจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์แล้ว ยังทรงศึกษาวิชาสำหรับกุลสตรีจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารีด้วย
แหล่่งที่มา: Wikipedia
แหล่่งที่มา: Wikipedia
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
December 15, 2019
ทั้งลึก และ real
เป็นบันทึกความทรงจำ (memoir) ที่ทรงคุณค่าจริงๆ
บันทึกความทรงจำนี้ บันทึกความทรงจำของผู้เขียนถึงยุคสมัยที่มีการ “อภิวัฒน์สยาม พศ 2475” ซึ่งผู้เขียนนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์
เล่าปูพื้นฐานตั้งแต่ช่วงที่รัชกาลที่ 7 กำลังจะเสด็จครองราชย์ฯ, ช่วงที่เกิดการอภิวัฒน์ฯ, ช่วงกบฎบวรเดช จนปิดท้ายในตอนที่พระยาดำรงฯ สิ้นพระชนม์ในยุคจอมพล ป.
แน่นอนว่าผู้เขียนเป็น “เจ้า” ดังนั้น ผู้อ่านจะได้อ่านผ่านเลนส์ของความเป็น “เจ้า”
ซึ่งจะได้กลิ่นอายของความคิดเชิง “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ (counter revolution)” อยู่ไม่น้อย
มันสนุกที่เรื่องลึกๆ ในวัง ที่ผู้เขียนและเหล่าเชื้อพระวงศ์ประสบพบเจอ จนเล่าออกมาเหมือนเป็น gossips นี่แหละ ซึ่งขอบอกตามตรงว่าสำนวนของพระองค์ ทรงเขียนได้มันส์พะยะค่ะ
และอย่าลืมว่าเสด็จพ่อของผู้เขียนคือกรมพระยาดำรงราชาณุภาพ ผู้ซึ่งเป็นราชวงศ์พระองค์สำคัญของยุคสมัย ดังนั้น จึงมีเรื่องราว และผู้คนสำคัญๆ ร่วมสมัยรายล้อมเสมอ
อ่านด้วยใจเป็นกลาง มันจะได้อรรถรส ได้รู้มุมมองของ “เจ้า” อย่างผู้เขียนและพระยาดำรงฯ ที่มีต่อการปฏิวัติ และสถาบันกษัตริย์มาก
บันทึกนี้ เป็นหนังสือกึ่งๆ วิชาการ ที่อ่านง่าย อ่านเพลิน
แม้จะต้องเผชิญกับคำราชาศัพท์มโหฬาร ผสมผสานไปกับสำนวนที่ค่อนสมัยใหม่ ปะปนไปกับภาษาอังกฤษที่มีทับศัพท์บ้าง รวมๆ กันไป แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการอ่านนัก
เห็นบุคลิกของผู้เขียนผ่านสำนวนในบันทึกนี้
เป็นบันทึกความทรงจำ (memoir) ที่ทรงคุณค่าจริงๆ
บันทึกความทรงจำนี้ บันทึกความทรงจำของผู้เขียนถึงยุคสมัยที่มีการ “อภิวัฒน์สยาม พศ 2475” ซึ่งผู้เขียนนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์
เล่าปูพื้นฐานตั้งแต่ช่วงที่รัชกาลที่ 7 กำลังจะเสด็จครองราชย์ฯ, ช่วงที่เกิดการอภิวัฒน์ฯ, ช่วงกบฎบวรเดช จนปิดท้ายในตอนที่พระยาดำรงฯ สิ้นพระชนม์ในยุคจอมพล ป.
แน่นอนว่าผู้เขียนเป็น “เจ้า” ดังนั้น ผู้อ่านจะได้อ่านผ่านเลนส์ของความเป็น “เจ้า”
ซึ่งจะได้กลิ่นอายของความคิดเชิง “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ (counter revolution)” อยู่ไม่น้อย
มันสนุกที่เรื่องลึกๆ ในวัง ที่ผู้เขียนและเหล่าเชื้อพระวงศ์ประสบพบเจอ จนเล่าออกมาเหมือนเป็น gossips นี่แหละ ซึ่งขอบอกตามตรงว่าสำนวนของพระองค์ ทรงเขียนได้มันส์พะยะค่ะ
และอย่าลืมว่าเสด็จพ่อของผู้เขียนคือกรมพระยาดำรงราชาณุภาพ ผู้ซึ่งเป็นราชวงศ์พระองค์สำคัญของยุคสมัย ดังนั้น จึงมีเรื่องราว และผู้คนสำคัญๆ ร่วมสมัยรายล้อมเสมอ
อ่านด้วยใจเป็นกลาง มันจะได้อรรถรส ได้รู้มุมมองของ “เจ้า” อย่างผู้เขียนและพระยาดำรงฯ ที่มีต่อการปฏิวัติ และสถาบันกษัตริย์มาก
บันทึกนี้ เป็นหนังสือกึ่งๆ วิชาการ ที่อ่านง่าย อ่านเพลิน
แม้จะต้องเผชิญกับคำราชาศัพท์มโหฬาร ผสมผสานไปกับสำนวนที่ค่อนสมัยใหม่ ปะปนไปกับภาษาอังกฤษที่มีทับศัพท์บ้าง รวมๆ กันไป แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการอ่านนัก
เห็นบุคลิกของผู้เขียนผ่านสำนวนในบันทึกนี้
December 31, 2020
เนื้อหาดึงมาจากบันทึกของ ม.จ. พูนพิศมัย ดิศกุล ลูกสาวของกรมพระยาดำรงฯ และยังมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับร.7 และเป็นเพื่อนเล่นกัน เนื้อหาทั้งหมดจะผสมกันไปทั้งเรื่องที่มีเอกสารยืนยัน เรื่องที่ผู้เขียนพบเจอเอง รวมทั้งเรื่องที่ผู้เขียนได้ยินได้ฟังมา
โดยเนื้อหาจะเน้นในช่วงตั้งแต่ก่อนที่ร.7จะครองราช จนถึงช่วงสวรรคต ซึ่งจะมีเรื่องซุบซิบนินทามากเป็นพิเศษ แต่ก็ทำให้เราได้เห็นชื่อ และเอกสารที่น่าสนใจหลายๆชิ้น
โดยเนื้อหาจะเน้นในช่วงตั้งแต่ก่อนที่ร.7จะครองราช จนถึงช่วงสวรรคต ซึ่งจะมีเรื่องซุบซิบนินทามากเป็นพิเศษ แต่ก็ทำให้เราได้เห็นชื่อ และเอกสารที่น่าสนใจหลายๆชิ้น
October 7, 2015
เป็นอีกหนึ่งบันทึกเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองในมุมมองที่เราไม่เคยคุ้น
เป็นการเปิดโลกทัศน์อีกด้านหนึ่งของผู้อ่าน
มีข้อน่าเสียดายอยู่นิดเดียวตรงที่
การตัดทอนชื่อและพระนามของผู้ที่เกี่ยวข้อในเหตุการณ์ต่างๆ
ทำให้อรรถรสของเนื้อหาลดไปจริงๆ
เป็นการเปิดโลกทัศน์อีกด้านหนึ่งของผู้อ่าน
มีข้อน่าเสียดายอยู่นิดเดียวตรงที่
การตัดทอนชื่อและพระนามของผู้ที่เกี่ยวข้อในเหตุการณ์ต่างๆ
ทำให้อรรถรสของเนื้อหาลดไปจริงๆ
July 20, 2022
หนังสือเล่มนี้จะเป็นจักรวาลคู่ขนานกับ”อยากลืมกลับจำ”ซึ่งซื้อพร้อมกันกับเล่มนี้ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงก่อนและหลังพ.ศ.2475ผ่านบันทึกของม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาตร์บ้านเมืองสมัยนั้นแบบอ่านได้เพลินๆ
March 21, 2026
เล่าในมุมมองฝั่งศักดินาที่สูญเสียอำนาจ(แต่อ่านแล้วก็ไม่ได้ทำให้สงสารเจ้านะ) ถึงเล่มนี้จะค่อนข้างเน้นการเมือง แต่การเม้าก็ไม่เคยละทิ้ง เม้าตั้งแต่พ่อตาแม่ยายร.7ยันคณะราษฎร์ มีเซนเซอร์(หนัก) แต่ก็เดาได้จาก keyword หมดว่าใครบ้าง
March 12, 2022
อ้างอิงประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มองในฐานะฝ่ายที่สูญเสียอำนาจ
December 27, 2021
เป็นบันทึกความทรงจำม.จ. พูนพิศมัยจากช่วงหลังของยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และจบลงที่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยสำนวนการเขียนของผู้เขียนนั้นอ่านง่ายมากและอ่านสนุก ถ้าในภาษายุคนี้ก็เรียกว่า “เล่าเรื่องได้แซ่บมาก” เสียดายก็แต่การเซ็นเซอร์ชื่อบุคคลต่างๆที่ถูกพาดพิงในหลายๆจุดที่ทำให้การอ่านสะดุดไปเยอะเหมือนกัน
เรามองว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าในแง่ทำให้เราสามารถเข้าใจมุมมองของชนชั้นปกครองบางส่วน(specifically กรมพระยาดำรงราชานุภาพและผู้เขียน) ทำให้เห็นภาพค่านิยม moral values การมองโลก และความคิดทางการเมืองของชนชั้นสูงไทย(บางส่วน)นี้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการเมืองไทยยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ส่วนตัวแล้วเราไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อจะตัดสินขาวดำ แต่เพื่อทำความเข้าใจมุมมองที่เป็นที่มาของการกระทำและความคิดของคนกลุ่มต่างๆในยุคสมัยนั้น เพื่อพยายามทำความเข้าใจรากความขัดแย้งของการแบ่งขั้วที่ยังส่งผลกระทบสือเนื่องต่อมาในสังคมไทยทุกววันนี้
เรามองว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าในแง่ทำให้เราสามารถเข้าใจมุมมองของชนชั้นปกครองบางส่วน(specifically กรมพระยาดำรงราชานุภาพและผู้เขียน) ทำให้เห็นภาพค่านิยม moral values การมองโลก และความคิดทางการเมืองของชนชั้นสูงไทย(บางส่วน)นี้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการเมืองไทยยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ส่วนตัวแล้วเราไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อจะตัดสินขาวดำ แต่เพื่อทำความเข้าใจมุมมองที่เป็นที่มาของการกระทำและความคิดของคนกลุ่มต่างๆในยุคสมัยนั้น เพื่อพยายามทำความเข้าใจรากความขัดแย้งของการแบ่งขั้วที่ยังส่งผลกระทบสือเนื่องต่อมาในสังคมไทยทุกววันนี้
April 16, 2019
เป็นการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อย่าง first hand narrator ในยุคที่บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวความรู้สึกความเห็นของชนชั้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในอีกแง่มุมนึงจากผู้ที่อยู่ในฐานะวงในชั้นสูงที่ท่านเมตตาแบ่งปันให้ผู้อ่านได้รับรู้ หนังสือเล่มนี้ต่างจากแบบเรียนประวัติศาสตร์เล่มอื่นใดที่ทำการรวบรวมข้อมูลหลักฐานจากแหล่งต่างๆโดยบุคคลที่สาม เป็นเหมือนบันทึกจากความทรงจำที่ท่านหญิงถ่ายทอดได้อย่างไม่มีที่ติแม้ว่าจะมีความไม่ลื่นไหลในการอ่านไปบ้างจากการเขียนแบบเก่า และการถอดคำภาษาต่างประเทศ แต่การที่ท่านหญิงถ่ายทอดเนื้อหาครบถ้วน กินใจ ตรงไปตรงมา ไม่มีปิดบังอย่างนี้ ทำให้ภาพประวัติศาสตร์การเมืองยุคนั้นสมบูรณ์มากขึ้น หากไม่ใช่คนชั้นสูงเขียนเราคงจะไม่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ และคงยังเข้าใจอะไรผิดๆแบบคิดไปเองอยู่
Displaying 1 - 8 of 8 reviews









