top.510 reviews116 followersFollowFollowReadDecember 25, 2020ประมาณ 80% คือไม่รู้เรื่องบอกตรง เหมือนอ่าน textbooks คือฉันประเมินคำว่าทฤษฎีผิดไปแล้ว ชัชอะทฤษฎีจริงๆ เล่มนี้ ยกโยงหลักปรัชญาแนวคิดหลายอย่างจากนักคิด นักวิชาการมากมาย มาอธิบายทุกแง่มุมของความรัก และเนื่องจากบทหนึ่งๆ นำเสนอประเด็นหนึ่ง และประเด็นนั้นจะแตกแขนงและถูกอ้างอิงจากหลายแหล่งมาก จนบางทีถ้าไม่โฟกัสกับประเด็นหลักอาจลืมได้ว่าตอนต้นเค้าพูดถึงเรื่องอะไรตั้งใจไว้ว่า จะเอาไว้อ่านทำเก๋ เพื่อให้คำปรึกษาเพื่อนฝูงแบบปัญญาชน แต่เอางี้ดีกว่า เอาให้เพื่อนอ่าน ให้เพื่อนมาสรุปให้ฉันฟังตอนเศร้า (สรุปนะ ห้ามอ่าน!) เผื่อความงงงวยจะช่วยให้ฉันหายจากความทุกข์ได้บ้างปล. เกลียดเชิงอรรถที่ใช้ฟอนท์เล็กและดันไม่มีหัว ถ้าฉันเป็นเจแปนนิสจะฉาบเทอ!
Chontiwat Udomsiripat223 reviews5 followersFollowFollowMay 20, 2024in theories - ชวนอ่านปรัชญาความรักเล่มบางผ่านมุมมองของกิตติพล สรัคคานนท์ หนังสือเล่มนี้เป็นรวมบทความ 16 บทความ ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาความรักขึ้นชื่อว่าปรัชญา/ทฤษฎีความรัก ผมเชื่อว่าใครหลายคนย่อมเคยเป็นโค้ชให้เพื่อน/พี่/น้องของคุณ เกี่ยวกับการแนะนำพวกเขาว่าทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จในความรัก แต่พอตนเองลงสนามปฏิบัติจริง ผลลัพท์คือมีสมหวังไม่ก็พังไปเลย กล่าวให้ชัดคือในภาคทฤษฎีคุณคือนักรักที่เก่งกาจ แต่พอภาคสนามเเล้ว คุณก็ไร้ความสามารถเสียอย่างนั้นอาการดังกล่าวข้างต้น ไม่ใช่แค่เราที่ต้องเจอ เหล่านักปรัชญาทั้งหลายก็ต้องเจอเหมือนกัน จะมากจะน้อยก็แล้วแต่คน อย่าง มารี-อองรี แบ็ล (Marie-Henri Beyle) ได้พยายามค้นคว้าว่า ความรักนั้นก่อตัวขึ้นในใจเราเมื่อใด เขาเขียนเรื่องนี้ไว้ใน On Love ภายหลังที่ถูกสุภาพสตรีปฏิเสธรัก เพื่อที่จะตอบคำถามว่า ทำไมเธอถึงไม่รักเขา หรือสลายวอย ชิเช็ก (Slavoj Žižek) เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราสามารถให้เหตุผลได้ว่า เรารักคนคนหนึ่งเพราะอะไร นั่นก็แปลว่าเราอาจไม่ได้รักใครคนนั้นจริง ๆ” ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ไม่มีผิดไม่มีถูกเมื่อนักปรัชญาเหล่านี้ได้ตั้งคำถามแล้วหาคำตอบให้เราอ่าน ตั้งแต่ความรักเกิดขึ้นเมื่อใดยันจุดสิ้นสุดของความรัก ทำให้เกิดหายนะทางความรักตามมา ไปจนถึงการจัดการความทรงจำ แล้วหนังสือเล่มนี้ก็ได้รวบรัดเป็นรวมบทความให้เราอ่าน เเน่นอนว่าการอ่านปรัชญานั้นเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ถือว่าเป็นเรื่องปกติของการอ่านปรัชญาเลย สุดท้ายนี้ ผมขอยก qoute นี้ขึ้นประกอบปรัชญาความรักทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติครับ“ในความรัก ‘ฉัน’ กลายเป็นผู้อื่น วลีนี้ได้นำพาเราไปสู่บทกวีหรือภาพลวงตาอย่างบ้าคลั่ง น้อมนำไปสู่ภาวะอันไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ปัจเจกไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่แบ่งแยกไม่ได้อีกต่อไป และยินยอมให้ตัวเขานั้นหลงเข้าไปในผู้อื่น ในความรักที่มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ กลายเป็นเรื่องปกติ และสมยอมอย่างเต็มใจ” - p. 104 — เห็นมั้ย ความรักอ่ะ รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง ถ้ามัวแต่มอง จะได้จับจองหัวใจเธอได้อย่างไร … ; )2024
Pawarut Jongsirirag699 reviews139 followersFollowFollowFebruary 1, 2024ผมว่าทุกคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์ที่เพื่อนมาถามเราถึงปัญหาหัวใจ ชั้นชอบคนนั้นแต่ไม่รู้จะจีบยังไง หรือ ทะเลาะกับแฟน ควรทำไงดี ซึ่งเราก็จะให้คำตอบได้บ้าง หรืออย่างมากก็รับฟังเเล้วผงกหัวหงึก เพราะกลัวตอบไปเเล้วอาหารหมาจะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ คำตอบที่เราจะตอบออกไป (หากคิดจะตอบอะนะ) ส่วนมากแล้วมักขึ้นอยู่กับว่าเรามองความรักว่าเป็นอย่างไร จากมุมมองนี้เองจะเป็นตัวกำหนดคำตอบของเราต่อปัญหาที่ถูกถามมา ซึ่งแต่ละคนก็มักจะมีนิยามความหมายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ มุมมองความคิดหรือการตกผลึกบางย่างกับตัวเองหากพูดในอีกแบบหนึ่ง ในความรัก เราทุกคนต่างเป็นนักทฤษฎีหนังสือเล่มนี้ที่เป็นการรวมบทความของ พี่โย กิตติพล สรัคคานนท์ ที่เขียนให้กับ Momentum ในช่วงปี 2562-2563 ที่บอกเล่าถึงมมุมองความรักผ่านสายตาของนักปรัชญาหลากหลายคน ที่ทำให้เราได้กลับมาทบทวนนิยามความหมาย หรือเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความรัก และทำให้เห็นว่าความรักมันซับซ้อนมากกว่าแค่ ฉันรักเธอสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่สามารถจะเข้าใจเนื้อหาได้หมดทั้งเล่มนะครับ ด้วยเนื้อหาเป็นปรัชญา แม้จะเล่าเเบบ pop history เเล้ว แต่ด้วยเนื้อหาและจำนวนหน้าของแต่ละตอนที่ไม่ได้มากมายอะไร การอธิบายทุกอย่างให้เคลียร์คงเป็นไปไม่ได้ ส่วนมากแล้วเป็นการนำเสนอถึงความคิดอ่านของนักปรัชญาแต่ละคนแบบรวบรัดเอาความ เพื่อทำให้เห็นว่าในเรื่องความรักนั้นมีมุมมองที่หลากหลาย ทั้งสาเหตุที่เราจะรัก ความรักที่มีหลายประเภท และการผิดหวังจากความรักก็ไม่ใช่เเค่เรื่องปกหัก ร้องไห้แดกเหล้าแค่นั้นเสมอไป เพราะอะไรเมื่อผิดหวังจากความรักเราจึงเจ็บปวดมากกว่าการผิดหวังแบบอื่น ซึ่งหัวข้อเหล่านี้ถูกบอกเหล่า ตีความผ่านกาลเวลาของนักคิดนักปรัชญามาตลอดหลายร้อยปี และยังคงอยู่ในสนามของการคิดจนถึงปัจจุบันแม้เนื้อหาอาจดูหนักไปหน่อย แต่ผมคิดว่าแม้เราจะไม่ได้เข้าใจมันไปเสียทั้งหมด แต่การได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ก็กระตุ้นความสนใจและเปิดโลกของเราได้เป็นอย่างดีแล้วละครับ ซึ่งหากสนใจต่อความคิดใดเป็นการเฉพาะก็สามารถไปหาอ่านต่อได้ เพราะในแต่ละบทความก็อ้างอิงไม่ใช่แค่ชื่อนักปรัชญาแต่ยังรวมถึงผลงานของพวกเขาเพื่อสามารถศึกษาลงลึกต่อไปได้อีกด้วยในท้ายที่สุดแล้วแม้จะอ่านทฤษฎีของความรักมามากมายเพียงใด เราทุกคนก็ยังคงเป็นนักทฤษฏีด้านความรักเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน เพราะความรักไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งแต่เติบโต เปลี่ยนแปลงไปตามอายุและประสบการณ์ของเรา เหมือนกับต้นไม้ที่งอกเงยอยู่ภายในร่างกาย รดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย พร้อมถูกตัดแต่งกิ่งก้านตามแต่ที่มนุษย์อย่างเราต้องการ หวังว่าทุกท่านจะได้ทฤษฎีบางอย่างกลับไปหลังจากได้อ่านเล่มนี้ครับnon-fiction
Mirai590 reviews127 followersFollowFollowNovember 21, 2020เป็นหนังสืออธิบายความเป็นความรักผ่านประวัติศาสตร์ สังคม ทฤษฎี และปรัชญาค่ะเป็นหนังสือหนังสือน่าสนใจอยู่ระดับนึงเลยนะ เราเองก็เพิ่งเคยอ่านหนังสือแนวนี้เป็นครั้งแรก เป็นหนังสือที่ค่อนข้างจริงจัง มีความวิชาการและปรัชญาสูงมาก แบ่งแต่ละประเ��็นเป็นตอนสั้นๆ ตั้งชื่อแต่ละประเด็นได้น่าสนใจน่าค้นหาดีแต่ขอยอมรับว่าอ่านยาก ต้องค่อยๆ อ่านและทำความเข้าใจ บางทฤษฎีหรือแนวคิดในเล่มที่เราเคยเรียนเคยผ่านมาตาแล้ว จะรู้สึกว่าเข้าใจประเด็นที่ผู้เขียนสื่อง่ายขึ้น แต่ทฤษฎีไหนแนวคิดไหนที่เราไม่คุ้นหรือไม่รู้จักนี่กว่าจะอ่านผ่านแต่ละย่อหน้านี่ลำบากเหลือเกิน 5555 มันต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ ซ้ำร้ายหน่อยคือต้องรีเสิร์ชเลยทีเดียวไม่งั้นจะงงและก้าวต่อไปในประเด็นอื่นไม่ได้ 5555ถามว่าอ่านเล่มนี้แล้วรู้จักสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" เพิ่มมากขึ้นมั้ย รู้จักเพิ่มมากขึ้นค่ะ อาจจะไม่ใช่ในแง่กลไกการทำงานของความรักที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์เหมือนหนังสือแนว non-fiction ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความรักเชิงจิตวิทยา แต่เพราะเล่มนี้คือการเรียนรู้ความรักผ่านทฤษฎีและปรัชญา พวกเราจะเห็นการตีความความรักที่เปลี่ยนไปตามบริบทประวัติศาสตร์และสังคมมากกว่า เหมือนความรักเป็นบุคคลๆ หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่มีหน้าที่และบทบาทแตกต่างกันไปแล้วแต่ละยุคสมัยสรุปคือ เป็นหนังสือที่ให้ทั้งความรู้และพาเราไปรู้จักกับความรักในอีกมิติแต่ก็อ่านยากอยู่ ต้องค่อยๆ อ่านและทำความเข้าใจในแต่ละทฤษฎีและแนวคิดdocumentary salmonbooks-publishing
Pongsak Sarapukdee284 reviews24 followersFollowFollowJanuary 2, 2022เป็นการมองเรื่องความรักที่ในแง่มุมต่าง ๆ และในหลายยุค เช่น การแต่งงานในยุคกลางเป็นแค่เครื่องมือของการรักษาสถานภาพทางสังคมเท่านั้น รักที่มีอิสระต่างหากคือรักอันสูงส่ง
MonoNoAware266 reviews36 followersFollowFollowApril 2, 2024ไม่เหมาะกับคนมีความรัก ไม่เหมาะกับคนอกหัก เพราะมันคือทฤษฎีและปรัชญาล้วนๆ ล้วนๆ แบบล้วนๆ ถ้านึกไม่ออก ให้ลองคิดว่าเป็นงานของอาจารย์ธเนศ วงศ์ยานนาวา ก็น่าจะพอเดาเนื้อหาได้non-fiction
Pat2 reviewsFollowFollowDecember 13, 2020สนุกและมีเอกลักษณ์ดี ปกติหนังสือที่พูดเรื่องความรักจะเลี่ยนๆนิดนึง แต่อันนี้ไม่ค่อยนะ ชอบๆๆ มีความเป็นปรัชญาสูงมากๆ ต้องอ่านแบบใจเย็นๆไม่งั้นจะงง 5555 เป็นหนังสือเกี่ยวกับความรักที่มีความเป็นวิชาการสูงมากกกกกก มันดีตรงที่เราได้มองสภาวะอารมณ์แบบค่อนข้างเป็นกลางดีอะ คิดตามสนุกมาก นักปรัชญาคนนี้ว่าแบบนี้ แต่อีกคนว่าแบบนั้น เป็นหนังสือปรัชญาแบบเบาสมอง สรุปๆมาให้แล้ว แต่ถ้าไม่อินกับปรัชญาขอให้ข้ามไปแล้วกัน 55555555
Patsiri Pian8 reviewsFollowFollowOctober 30, 2020เนื้อหาฉาบฉวย ไม่ลงลึก เป็น bibliography มากกว่าหนังสือ
Khattiya Homthong63 reviews7 followersFollowFollowDecember 26, 2020อ่านเพลินดีจริงๆ เป็นทฤษฎีรักในเชิงปรัชญา ผสมประวัติศาสตร์ อ่านแล้วได้มุมมองใหม่ๆ
Makmild806 reviews218 followersFollowFollowFebruary 10, 2025เสียดายนิดหน่อยที่มันไม่ลึกเท่าที่คิดไว้ ในฟามรักฯ นี้ จะยกนักปรัชญาตามยุคต่างๆ มาอธิบายความรักไว้ ซึ่งความรักจะว่าเป็นเรื่องของคนสองคนก็ใช่ แต่การประกอบร่างสร้างตนของมนุษย์ก่อนจะรักกันคือ เศรษฐศาสตร์ การเมือง และสังคม บรรยากาศที่รายล้อมในแต่ละยุคกลายมาเป็นทฤษฎีตามแต่ละสมัย โดยในแต่ละบทที่ได้อ่านก็ได้ฟีลนี้อยู่แต่น้อย ต้องอาศัยจากที่อ่านๆ เล่มอื่นมาประกอบเอาจึงจะได้ความเข้าใจองค์รวมของพัฒนาการความรักของแต่ละยุคสมัย จะว่ารักเหมือนๆ กันก็ใช่ แต่จะว่าไม่เหมือนก็ใช่ เพราะคุณค่าในแต่ละช่วงก็ไม่เหมือนกัน เลยเสียดายที่เล่มนี้มันป๊อปไปหน่อย หมายถึง อ่านสั้นกระชับ เหมาะกับการเป็นบทความออนไลน์ (ก็เป็นบทความออนไลน์มาก่อน) พอมาเป็นเล่มเลยอยากได้ความต่อเนื่องแบบเรียงไทม์ไลน์ และอยากให้มีปรัชญาตะวันออกด้วย เลยเป็นความเสียดาย เพราะตัวเนื้อหาก็สนุกและร่วมสมัย แม้จะอ่านยากไปหน่อยในบางบท โดยรวมแล้วก็สนุกดีค่ะ อ่านเพลินๆ แค่เสียดาย อยากอีกนิดเดียวก็จะให้อารมณ์คล้ายๆ a little history แล้วเชียว
Nalin Looknam29 reviewsFollowFollowFebruary 9, 2023หากจะบอกว่า รัก เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีแรง หรือมีความปราถนาในการเปลี่ยนตัวเอง ก็คงต้องบอกได้ว่า รักเป็น passion ที่มีผลต่อชีวิตของคนจำนวนไม่น้อย และในทางเดียวกัน หากจะบอกว่ารักนั้นทุกข์ สร้างความทุกข์ทรมานให้ให้เจ็บซ้ำปางตายได้ ก็อาจจะกล่าวได้ว่ารักถือเป็นยาพิษชั้นดี ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ผ่านกระบวนการคิด จากชุดคิดประสบการณ์ สังคม ความเชื่อ ศาสนา เพื่อเข้าใจและอธิบายคำว่ารัก แต่ท้ายที่สุดแล้วอาจจะกล่าวได้ว่า รัก คนที่มีรักเท่านั้นหรือเรียกว่ามันได้เกิดขึ้นกับผู้นั้น จะสัมผัสได้ซึ่งรักเป็นความผกผันไม่แน่นอน สุข ทุกข์ คนที่มีรักเช่นนั้นที่สัมผัสได้
MT639 reviews82 followersFollowFollowJanuary 5, 2021#เล่มสุดท้ายของปี2020- ชอบสุดๆ ชอบทีมันเป้นหนังสือสำหรับคนที่สนใจหรืออยากเริ่มอ่านงานnon-fictionสายวิชาการหรือสายปรัชญา คือถ้าคุณอ่านไหวก็สามารถไปอ่านนสที่อ่านยากขึ้นมาแบบนสจากIlluminations Editions หรืออ.ธเนศได้
bam2gr41 reviews3 followersFollowFollowReadNovember 18, 2020อินโทรมาก ๆ สำหรับคนจะอ่านเอาทฤษฎี และแอบรู้สึกว่าจะยากเกินสำหรับคนอ่านทั่วไป
Isabella Nut44 reviewsFollowFollowJanuary 10, 2022แอบอ่านยากเพราะเนื้อหาถูกอ้างอิงเสียเยอะจนไม่อาจลงลึกเจาะจงเป็นเรื่องๆไปได้ โดยรวมไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงทฤษฎีมากเท่าไหร่นัก
Thursday,nightmare175 reviews8 followersFollowFollowJanuary 28, 2025It’s one of the most fun to read ever! It’s the first book for the first time in forever after I stopped reading in a big while.
Krit Visetketgarn4 reviews2 followersFollowFollowOctober 8, 2020ประทับใจมากๆกับเล่มนี้ เหมือนพาเราทัศนศึกษาไปในยุคตั้งแต่เพลโต สปิโนซา เฮเกล ปอล ซาร์ท หรือแม้แต่ยุคสมัยใหม่อย่างเรื่องความเหงาในโซเชียลเน็ตเวิร์ค .เอาจริง "ความรัก" มันอยู่ในทุกมิตินะ จะมองเป็นด้านปรัชญา ศาสนา การเมืองฝ่ายต่างๆ หรือด้านสังคมที่เราอยู่ร่วมกัน ผ่านค่านิยมของแต่ละยุคสมัย .เราชอบในหลายประเด็นด้วยกัน เช่น ความรักกับทุนนิยม การสร้าง Romanticized อย่างมีนัยยะสำคัญทั้งการเมือง และวัฒนธรรมโลกตะวันตก หรือหลัก Transference (การแทนที่ - ความรู้สึกจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ กลายเป็นความรัก?) หรือ ความรักคือการทำลายความเป็นตัวตนของเรา เพราะเราจะเป็นอีกคนทันทีเมื่อมีคู่รัก.แน่นอนว่าเราไม่ได้เข้าใจความรักมากขึ้น ว่าจะนิยามมันอย่างไร เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง ประสบการณ์ส่วนตัว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นปัจเจกมากๆ แต่การมอง"ภาพรวม"ของความรักในหลายมิติ เชิงประวัติศาสตร์ ศิลปะ ทุนนิยม ประชาธิปไตย คริตส์ศาสนา ทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของมัน .หรือความรักไม่จำเป็นต้องเข้าใจ แต่ให้รู้สึกก็พอThis entire review has been hidden because of spoilers.2020
h.10 reviewsFollowFollowMay 9, 2021หนังสือยกเรื่องทฤษฎีมาพูดค่อนข้างดีค่ะ ในแง่การยกตัวอย่างและจัดประเภท ตามสารบัญ เป็นการเอารวบรวมหลักจิตวิทยา ทฤษฎีมาจัดประเภทตามประเด็นต่าง ๆ ค่ะส่วนตัวว่าอ่านยากระดับนึง เพราะเป็นทฤษฎีส่วนใหญ่ การยกคำ หรือศัพท์ทางจิตวิทยามาค่อนข้างเยอะ บางทีอ่านไปแล้วก็รู้สึกหลุดค่ะ ว่าบทนี้ต้องการจะสื่ออะไร ประเด็นคือเรื่องไหน การยกทฤษฎีนี้มาต้องการสื่ออะไร ส่วนนี้ผู้เขียนอาจยังตีความได้ไม่ค่อยชัดเจน ส่วนบทแรก ๆ ดีค่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ยังจำได้ว่าอยู่ประเด็นไหนโดยรวมโอเคค่ะ เหมาะกับคนที่สงสัย หรืออยากจัดประเภทความรัก หนังสือเล่มนี่จับประเด็นมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ สามารถนำมาเป็นหลักในการศึกษาต่อได้ค่ะ2021
Natchanon Siriek1 reviewFollowFollowDecember 29, 2025ยกให้เปนเล่มที่อ่านยากที่สุดแห่งปีเลยไอบ้าเอ้ย ปรัชญาเน้น ๆ ในมุมของคนที่ไม่เคยอ่านแนวนี้ แล้วก็ไม่ได้ศึกษาปรัชญา เหมือนอ่านตำราอะไรสักอย่าง พูดถึงเรื่อง concept ต่าง ๆ มีความเป็นนามธรรมสูงมาก ๆ ก็เป็นอีกแนวที่น่าสนใจดี แต่ตอนอ่านก็ต้องทานอ่านเยอะหน่อย กว่าจะจบเล่มนี้ได้ ไม่ใช่ไม่ดี แต่อ่านยากเกิ้น
foliemar4 reviewsFollowFollowJune 26, 2022confusing use of language and there are so many things that aren't involved with the chapters are written in yet packed with philosophy knowledge about love