Wannida125 reviews49 followersFollowFollowMay 4, 2021ฉันอ่าน "รักสามัญ" จบ ในวันที่นั่งทอดน่องอยู่บนระเบียงไม้ที่ประจันหน้ากับต้นลั่นทมพอดิบพอดี และก็นั่งร้องไห้ระงมอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกเจ็บปวดอึดอัด เศร้าใจ ยังคงเหมือนตอนอ่าน "รักเอย" ไม่มีผิด ทั้งๆ ที่ ก็เป็นเรื่องราวของคนที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตของ ป้าอุ๊ คนในครอบครัว เพื่อนสนิท ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นที่ทยอยล้มหายตายจาก ทว่ายังคงในความทรงจำของป้าอุ๊ ชีวิตของพวกเขา ที่แต่ละคนก็ไม่ง่ายเลยแม้เพียงนิด ในประเทศแห่งนี้ แม้จะผ่านไปกี่สิบปีแล้วก็ตาม บางบทอ่านแล้วก็ชวนให้ไปเปิดเพลงฟังตามที่ป้าอุ๊ระลึกถึง ยิ่งตอนเล่าถึงหลานก็สัมผัสได้ถึงความน่ารักหยิกแก้มหยอกของแก แต่ทั้งหมดทั้งมวลแฝงด้วยความเศร้าและอาลัยหาอากงฉันทำใจอยู่นานกว่าจะกล้าซื้อมาอ่าน และเมื่ออ่านก็คิดว่าเล่มนี้คงไม่หนักหนาเท่ารักเอย รักเอย-อากง ที่จากไปก่อน พอต่อมา รักสามัญ ที่การจะรักษามันได้กลับยากยิ่ง ขณะเดียวกันก็เหมือนที่ในหมายเหตุบรรณาธิการที่เขียนได้น่าประทับใจว่า ป้าอุ๊ "ใช้การเขียนมาเยียวยารักษามัน" ไม่เพียงคำเขียนที่จริงใจอย่างถึงที่สุด ฉันยังรักในภาษาของป้าอุ๊ มันช่างเรียบง่าย กินใจ เป็นภาษาสามัญที่สื่อสารจากใจและจับหัวใจคน(ที่ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่) อย่างยิ่ง จาก "รักเอย" สู่ "รักสามัญ" ร่องรอยของความเจ็บปวดจากการสูญเสีย จากที่รัฐทำร้าย "รัก" ของราษฏรอย่างถึงแก่นไร้ทางสู้ ที่จนถึงทุกวันนี้ ความเจ็บปวดของครอบครัวอากงยังมีอยู่ ไม่เคยจาง แม้จะกำลังรักษามันอยู่ก็ตาม (ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีวันหายไหมด้วยซ้ำ)เพิ่งรู้ว่าวันที่ 8 เดือนนี้จะเป็นวันครบรอบ 9 ปีการจากไปของอากง ที่จากไปเมื่อ 8 พ.ค.2555ถึงวันนี้ 9 ปีที่รัฐยังคงใช้อำนาจกฎหมายเถื่อน 112 กระทำกับคนอย่างต่อเนื่อง9 ปีที่ป้าอุ๊ และหลานๆ ยังมองบนฟ้าระลึกถึงอากงอยู่เสมอ 9 ปีที่ ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ ผู้พิพากษาจำคุกอากงจนอากงเสียชีวิตในเรือนจำ เลื่อนขั้นเป็น รองอธิบดีศาลอาญา และตัดสินไม่ให้ประกันตัวแกนนำในวันนี้ 9 ปีที่ความเจ็บปวด เจ็บแค้นยังคงอยู่ และป้าอุ๊ก็หมดแรงจะกล่าวโทษใครทั้งสิ้น โทษได้เพียงฟ้าดินเท่านั้น เรื่องของความ "รักสามัญ" ของราษฏรคนหนึ่ง(และอีกหลายๆ คน) ในประเทศนี้ แต่การจะ "รักษามัน" ไว้ได้นั้น กลับยากเย็นเหลือเกินread-in-2021
สฤณี อาชวานันทกุลAuthor 82 books1,123 followersFollowFollowDecember 28, 2020หนังสือเล่มที่สองของ รสมาลิน ตั้งนพกุล หรือ ‘ป้าอุ๊’ หลังจากที่เขียน รักเอย อนุสรณ์งานฌาปนกิจศพ ‘อากง’ คนรักค่อนชีวิตของเธอที่เสียชีวิตในคุก ผู้ต้องโทษ 20 ปี จากคดีมาตรา 112 อันลือลั่นที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยป้าอุ๊อธิบายหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หน้าแรกๆ ว่า “ฉันเขียนหนังสือมาให้คุณอ่าน คุณจะเรียกมันว่าอะไรก็สุดแล้วแต่ ในยามที่คุณรู้สึกเซ็ง เมื่อหยิบมาอ่านแล้วบางทีคุณอาจหายเซ็งขึ้นมาก็ได้ อาจจะรู้สึกดีขึ้นว่ามีคนที่เซ็ง เซ็ง เซ็ง กว่าคุณเยอะ เอ้อ ก็เซ็งกับชีวิตน่ะค่ะ ก็มันไม่มีอะไรเหลืออยู่อีกแล้วนอกจากความว่างเปล่าในชีวิตที่เหลือ ก็เลยต้องเขียนมา อย่างน้อยก็ทำให้มันมีเหลือบ้างก็ยังดี และจะได้ระงับความฟุ้งซ่านที่สับสน เพราะฉะนั้น นี่คือการเรียบเรียงชีวิตที่ได้เห็นและเป็นมาจนถึงทุกวันนี้ เขียนเล่าออกมาแบบบ้านๆ เท่านั้น”ป้าอุ๊จะรู้ไหมว่า การ ‘เขียนเล่าออกมาแบบบ้านๆ’ นั่นแหละ ที่สร้างความประทับใจให้กับคนอ่าน เพราะป้าอุ๊อาจเพียรเขียนแต่ละตอนในเล่มออกมาเพราะความเซ็ง แต่ตัวหนังสือของป้าอุ๊โดยเฉพาะตอนที่บรรยายถึงหลานรักทั้งหก เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนและญาติมิตรทั้งหลาย ล้วนอบอวลไปด้วยความรัก ความจริงใจ และความห่วงหาอาทร สะท้อนสายสัมพันธ์ที่คอยมอบโมงยามพิเศษให้กับชีวิตคนธรรมดา ตกค้างในความทรงจำของป้าอุ๊ รอเธอเรียบเรียงออกมาในภาษาบ้านๆ ที่จับใจคนอ่านหนังสือมีทฤษฎีส่วนตัวมานานว่า หนังสือทุกเล่มที่เขียนโดยใครก็ตามที่เขียนเพราะ “ต้องเขียนออกมา ไม่เขียนไม่ได้” ย่อมเป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่านเสมอ"รักสามัญ" ของป้าอุ๊เล่มนี้ก็เช่นกันmy-2020-top-ten-thai
Wasin Waeosri204 reviewsFollowFollowSeptember 11, 2023หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณรสมาลิน ตั้งนพกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อป้าอุ๊ ภรรยาของอากง (อำพล ตั้งนพกุล)เนื้อหาเป็นบันทึกที่ป้าอุ๊เขียนถึงคนรอบตัว ญาติพี่น้อง คนสนิทและเพื่อนของป้าอุ๊ด้วยความอาลัยรัก บอกเล่าความเป็นอยู่ของสามัญชนที่ต้องสู้ชีวิตตามแต่วาระของแต่ละคน มีทั้งเป็นบันทึกแนว Diary ผสมเพลงผสมบทกลอน คละเคล้ากันไปในแต่ละบทสำนวนการเขียนง่ายๆ แต่สวยงาม ตรงไปตรงมาแต่ทรงพลัง หลายตอนอ่านแล้วน้ำตาซึมตามถึงแม้จะไม่ได้รู้จักป้าหรือครอบครัวป้าเป็นการส่วนตัวก็ตาม
Benchaphorn Thammathorn131 reviews41 followersFollowFollowJuly 17, 2021อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่ารสมาลินอ่านหนังสือมามาก (ถึงแม้ว่าในชีวิตอดีตของเค้าจะไม่ได้มีหนังสือมากมายเท่าไหร่) เพราะความงดงามของการเขียนมันดีมาก อ่านแล้วรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด ความสุข ที่อยู่ในตัวอักษรเหล่านั้น ได้เห็นความผูกพันที่รสมาลินมีกับคนรอบๆตัว ถึงแม้เล่มนี้จะไม่ได้พูดถึงความรักที่มีต่ออากงเป็นหลัก แต่ก็สัมผัสได้มากๆว่าเค้าก็ยังเศร้าจากการจากไปของอากง ฉันอยากให้ความรักของฉันมีความผูกพันแบบที่รสมาลินมีให้กับอากง (ขอไม่เอาพาร์ทที่อากงเจ้าชู้ เพราะฉันคงไม่รอ และไม่เข้มแข็งได้เท่าเธอเป็นแน่) นอกจากนั้นยังขอชื่นชมการเลี้ยงหลาน นี่ได้แต่คิดว่าเค้าเลี้ยงมาดีแบบนี้ หลานต้องโตไปเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแน่ ถ้าเค้าได้มีโอกาสที่ดีนะ อ่านจบแล้วก็รู้สึกว่าอยากให้ประเทศเรามันออกจากจุดนี้ได้ซักที ไม่อยากให้ใครต้องมาทนทุกข์กับการจากไปของคนที่รักด้วยกฏหมายนี้อีกแล้ว
RS9 reviews6 followersFollowFollowDecember 28, 2020ในจักรวาลคู่ขนาน คุณรสมาลินอาจจะเป็นนักคิด นักเขียน หรือแม้กระทั่งนักดนตรีชื่อดัง เพราะเป็นคนที่ช่างสังเกต มีพรสวรรค์และความอดทน มีความตั้งใจ ในส่วนของงานเขียนก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเรียบง่าย แต่กินใจและซื่อตรง ทั้งยังสอดแทรกอารมณ์ขัน แต่เพราะจักรวาลคู่ขนานอาจจะไม่มีอยู่จริง เราในฐานะนักอ่านอาจจะทำได้เพียงแค่ให้กำลังใจ สนับสนุนผลงาน และช่วยสวดภาวนาให้คุณรสมาลินมีความสุข มีกำลังใจ มีความเข้มแข็ง และขอให้อย่าได้พบเจอกับความอยุติธรรมใดๆในชีวิตนี้อีกเลย
Nuinoh4 reviewsFollowFollowDecember 29, 2020เรื่องรักสามัญจากคนสามัญธรรมดา กระทั่งตัวละครในเล่มก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนธรรมดาไม่ใช่เทวดาจากไหน เพราะชื่อหนังสือบอกเราอยู่แล้วว่าสามัญ เลยไม่จำเป็นต้องตีความอะไรมาก เล่มนี้อ่านง่ายและไม่ฟูมฟายเท่า "รักเอย" ของผู้เขียนคนเดียวกัน อาจจะด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปเกือบทศวรรษแล้ว แม้จะมีร่องรอยของความรักและคิดถึงของป้าอุ๊ถึง “อากง” คนรักที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ก็ไม่บีบคั้นเค้นอารมณ์เท่าอย่างที่แกว่าไว้ในคำนำผู้เขียนนั่นแหละว่า ถ้า “เซ็ง” กับชีวิตนักก็อ่านเรื่องที่แกเขียนจากความ “เซ็งกว่า” แก้เซ็งไปก็แล้วกันถ้าจะหาความตื่นเต้นจากหนังสือเล่มนี้ก็คงไม่มี เพราะมันเป็นเพียงเรื่องเล่าของผู้หญิงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวที่มีชีวิตสุดแสนจะราบเรียบที่เกิดแล้วเติบโต จนได้รักและถูกรัก มีจุดที่ต้องเผชิญกับเรื่องที่ไม่คาดฝัน จนผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ และเลือกใช้เวลาและชีวิตในบั้นปลายที่ “ว่างเปล่า” ให้ผ่านพ้นไปกับลูกหลาน เพื่อนฝูงที่ยังหลงเหลืออยู่ และเรื่องราวในแต่ละวันก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เราคงไม่รู้ว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร และหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรเอาไว้ มีแต่เพียงความธรรมดาที่ทิ้งเอาไว้ผ่านตัวอักษรให้เราได้ครุ่นคิดหรือตื้นเขินที่สุดก็เพียงแค่อ่านให้จบไปดังความสามัญของชื่อหนังสือหรือชีวิตมนุษย์คนหนึ่งก็เท่านั้น
Palm Poramet2 reviews1 followerFollowFollowJanuary 2, 2021An ordinary yet extraordinary memoir. Her words simply convey us and let us get to know her and her circle of friends and families little by little. Overall, it’s full of emotions every time you flip this book page by page.
thitiworada23 reviews5 followersFollowFollowJanuary 24, 2021ตัวอักษรในหนังสือถ่ายทอดรักสามัญตามชื่อ เรื่องราวในนั้นสะท้อนกับเราอย่างซื่อตรงว่าชีวิตสามัญล้วนสำคัญและมีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น2021
Anness111 reviews46 followersFollowFollowSeptember 4, 2022เรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของป้าอุ๊ แฟนอากงที่เขียนออกมาเพื่อเยียวยาจิตใจหลังสูญเสียความรักของชีวิตไป แม้ไม่เคยรู้จักเพื่อนสนิท คนในครอบครัว และหลานๆ ของป้าอุ๊เลยก็ตาม ทว่าการได้อ่านเรื่องเล่าของคนสามัญที่อาจเดินสวนกันผ่านภาษาเรียบง่ายซื่อตรงนี้ก็พอที่จะทำให้เราหลั่งน้ำตา และอยากสวมกอดเขา
Amy3 reviews19 followersFollowFollowMarch 9, 2021ไม่รู้จะเขียนออกมาให้ไม่เว่อวังได้อย่างไร เพราะนี่คือสิ่งที่รู้สึกจริง รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อ่าน เป็นเล่มที่ดีที่สุดที่อ่านมาในปีนี้เล่มนี้เป็นหนังสือที่เราอยากอ่านมานานมากโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่มาที่ไปของหนังสือเลย เอาเป็นว่าคือเคยเห็นในเฟสแล้วด้วยอะไรสักอย่างหนึ่ง ทำให้เราคิดว่าชั้นต้องอ่านงานของคนนี้ให้ได้ ชั้นต้องชอบแน่ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าป้าอุ๊เป็นใครด้วยซ้ำ เพิ่งรู้ตอนอ่านคำนำอะ (ก็คือ ป้าอุ๊ เป็นภรรยาของ ‘อากง’ ที่ถูกตัดสินว่าผิด ม. 112 จำคุก 20 ปี แล้วเสียชีวิตในคุก) รักสามัญเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น (หรือจดหมาย?) ที่ป้าอุ๊ในวัย 70 ปี เขียนถึงคนที่ผ่านมาในชีวิตทั้งคนที่จากไป และคนที่ยังอยู่ รวมถึงสถานที่และความทรงจำ ในภาษาที่แสนจะเรียบและธรรมดามันกลับทำให้เราแตกสลายได้มากๆเอาจริงๆก็คือแค่คำนำใจมันก็สะเทือนไปหมดละ ตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย มันเห็นชีวิต เห็นความลำบาก เห็นความไม่เท่าเทียมที่มันอยู่ในสังคมเราเต็มไปหมดอ่ะ หากจะถามว่ามันคือเรื่องราวของใคร มันก็คือเรื่องราวของเราและคนรู้จักของเรา ที่เจ็บปวดคือเรารู้สึกว่ามันเป็น Background ของคนรอบตัวเราทั้งนั้นอ่ะ คือมันทั้งดูใกล้ตัวมากและเจ็บปวดมากเช่นกัน ซึ่งมันดูเป็นละครน้ำเน่าในบางที แต่มันคือเรื่องจริงไง จนมันกลายเป็นเรื่องที่เราคุ้นชินจนบางทีเฉยชากับสิ่งเหล่านี้ แต่พอมาอ่านในเวลานี้ที่ Awareness ต่อความไม่เท่าเทียมและความอยุติธรรมในสังคมมีค่อนข้างมาก มันเลยถาโถมสุดๆ แตกสลายมากๆป้าอุ๊จะมีอีกเล่มคือ รักเอย ที่เป็นหนังสืออนุสรณ์งานศพของ ‘อากง’ ... ไม่รู้ฉันจะต้องแตกสลายอีกเท่าไหร่favorites