Jump to ratings and reviews
Rate this book

伪装学渣 #2

แอบเนียนเป็นนักเรียนห่วยๆ เล่ม 2

Rate this book
พบกับความวุ่นวายของกลุ่มเด็ก (ห่วย) และเด็กแอบห่วยที่พยายามช่วงชิงอันดับบ๊วย ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง...

480 pages, Paperback

Published January 1, 2020

2 people are currently reading
75 people want to read

About the author

Mu Gua Huang

37 books26 followers
Associated Names:
* Mu Gua Huang (English)
* 木瓜黄 (Chinese)
* มู่กวาหวง (Thai)
* Mộc Qua Hoàng (Vietnamese)

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
40 (48%)
4 stars
21 (25%)
3 stars
17 (20%)
2 stars
4 (4%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 11 of 11 reviews
Profile Image for Or_O.
436 reviews108 followers
November 16, 2020
ทุกคน โอชอบเรื่องนี้มาก ตอนอ่านไปก็แบบ มันน่ารักมาก ดีมาก อ่าน ๆ ไปก็มีแต่คำนี้โผล่ออกมาตลอด เป็นเรื่องที่ใช้คำว่า “น่ารัก” ได้เปลืองมาก และโอเสียดายมาก ๆ เพราะเรื่องนี้แปลไม่ดีเลย

แปดหน้ากระดาษโน้ต (สมุดเท่าขนาดหน้าหนังสือ) คือความยาวที่โอโน้ตไว้ว่าติดขัด มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

แปลเหมือนถอดความมาเป็นท่อน ๆ ตามต้นทาง บางครั้งขาดการใช้คำเชื่อมโยง บางครั้งใช้คำเชื่อมที่ไม่ตรงความหมาย หลายครั้งเหมือนเลือกใช้คำที่ไม่เหมาะกับใจความของเรื่อง รูปแบบประโยคประหลาด เวลาอ่านต้องอ่านแบบย้อนกลับ ซึ่งนอกจากต้องเรียงประโยคให้ใหม่ในใจแล้ว บางครั้งยังดูคล้ายขยายความผิดที่ ทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปด้วย บทสนทนาบางครั้งไม่เป็นธรรมชาติ บางครั้งเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ เลยไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่ผู้เขียนบอกออกมาได้ ภาษาไทยไม่แข็งแรงด้วย

ต้องอ่านแบบหาความเชื่อมโยงเอาเอง เดาว่าผู้เขียนต้องการสื่ออะไร มีจุดที่แปลได้ชวนสับสนหลายจุด



มองไปที่ ‘หนังสือคุณภาพโดยอมรินทร์กรุ๊ป’ แล้วได้แต่เหม่อลอย



เราหลงลืมกันไปแล้วหรือเปล่า ว่าหัวใจของหนังสือคือเรื่องราวที่ผู้เขียนถ่ายทอด ทุกสำนักพิมพ์พยายามทำปกสวย ๆ แถมของพรีเมี่ยมต่าง ๆ เพิ่มปัจจัยดึงดูดกำลังซื้อของคนอ่าน กลายเป็นว่า คุณภาพงานเป็นเงื่อนไขที่โดนทิ้งไว้หลังสุด



เศร้ามากเลย



โอไม่อยากโทษไปที่คนใดคนหนึ่ง เพราะการทำหนังสือหนึ่งเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียวอยู่แล้ว



...



เอาละ กลับมาที่นิยายเรื่องนี้



‘แอบเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ’ เป็นนิยายฟีลกู๊ดค่ะ ถ่ายทอดชีวิตวัยรุ่นที่เป็นวัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง มีอารมณ์ที่พลุ่งพ่าน มีความสดใส สับสน ใช้อารมณ์เป็นหลัก เหตุผลเป็นรอง เป็นช่วงวัยที่เปราะบาง ทั้งสำหรับตัวของวัยรุ่นเอง และคนรอบข้างของพวกเขา

คำพูดของเหล่าถัง อาจารย์ประจำชั้น ม.5 ห้องสาม ที่พูดออกมาขณะจิบชาที่โปรดปราน “วัยรุ่นนี่มันดีจริง ๆ “ คือประโยคที่แทนเรื่องนี้ได้ดีที่สุด



ให้อารมณ์เหมือนซีรีส์ หนัง หรือการ์ตูนแนวมิตรภาพ อ่านแล้วรู้สึกอุ่น ๆ เย็น ๆ ตลอดทั้งเรื่อง อบอุ่น เย็นสบาย ตัวละครแทบทุกตัวน่ารัก มีแต่ความหวังดี มีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน



โอชอบวิธีเล่าของผู้เขียน เขาจะเขียนแบบตัดฉากไปสลับไปมา เป็นคล้ายฉากระลึกย้อนอดีต แต่ระยะเวลาที่ย้อนจะไม่นาน อาจจะไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ก่อนจะตัดมาปัจจุบันอีกรอบ ถ้าเป็นในหนังหรือซีรีส์ ก็จะเป็นฉากที่ตัวละครเหม่อแล้วนึกย้อนเล็ก ๆ ทำให้เป็นลูกเล่นของเรื่อง เวลาอ่านเรื่องนี้เลยทำให้นึกถึงภาพที่เคลื่อนไหวค่อนข้างมาก



ชอบการทิ้งคำ ทิ้งประโยค เป็นการเว้นระยะ วางช่องให้คิดต่อ การตัดจบแต่ละบททำได้ดี จังหวะของเรื่องดีมาก อารมณ์ของตัวละครและอารมณ์ของเรื่องดีมาก แต่โอรู้สึกว่าผู้แปลไม่เข้าใจรูปแบบวิธีคิดของผู้เขียน บวกกับเลือกใช้คำไม่ดี พลังของผู้เขียนที่ควรจะส่งมาถึงคนอ่านเลยแผ่วไปอย่างน่าเสียดาย



อีกอย่าง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนฉากเข้าพระนายได้สวยมาก เปลือยแบบไม่โป๊ เขียนแบบกึ่งเปิดกึ่งปิด ไม่ได้ตัดเข้าโคมแล้วหาย แต่ก็ไม่ได้บรรยายออกมาหมด อ่านแล้วเหมือนมองภาพงานศิลป์



ดีมาก



เสียดายมาก





เซี่ยอวี๋ นายเอก แม่ของเขาแต่งงานใหม่กับนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ชายคนนั้นมีลูกติดหนึ่งคน ชื่อจงเจี๋ย จงเจี๋ยเกลียดเซี่ยอวี๋ มักจะหาเรื่องพูดจากระทบแดกดันอยู่เป็นประจำ เซี่ยอวี๋จึงไม่ชอบใช้เวลาอยู่ที่บ้านใหม่มากนัก เขามีความผูกพันกับคนที่ถนนเฮยสุ่ยมากกว่า สมัยก่อนเขากับแม่เคยหลบเจ้าหนี้ไปอยู่ที่นั่น ที่แห่งนั้น ผู้คนพูดจาหยาบคาย สถานที่เก่าโทรม เป็นแหล่งรวมของนักเลงหัวไม้และการใช้กฎหมู่แทนกฎหมาย แต่ก็เป็นที่ถนนเฮยสุ่ยนี้เอง ที่หยิบยื่นไมตรียามทุกข์ยากให้แก่เขา เซี่ยอวี๋จึงไม่เคยลืมผู้คนที่นี่ ทุกคนเหมือนครอบครัว

ยามว่าง เซี่ยอวี๋มักไปเยี่ยม ไปช่วยงานกิจการของพวกแม่อุปถัมป์ ไปเล่น ไปพูดคุยกับโจวต้าเหลย เพื่อนสมัยเด็ก มีแชตกลุ่มไว้พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับคนที่ถนนเฮยสุ่ย

ตอนปิดภาคเรียน เซี่ยอวี๋ก็ไปที่ถนนเฮยสุ่ยเช่นเคย และได้เก็บใบปลิวชวนเข้าเล่นแอปพลิเคชันเกม ‘ราชาโจทย์ข้อสอบ’ มาโดยบังเอิญ

ตลอดช่วงปิดเทอม เซี่ยอวี๋ใช้เวลาเล่นเกมนี้เป็นส่วนใหญ่ ถึงจะบอกว่าเกม แต่จริง ๆ ก็คือการตะลุยข้อสอบ พิชิตโจทย์ปัญหา เป็นแหล่งรวมของผู้ทรงปัญญาและรักการเรียน เซี่ยอวี๋ตะลุยโจทย์จนในที่สุดก็ชิงตำแหน่งอันดับหนึ่งมากจากเจ้าของไอดี ‘ราชาโจทย์ข้อสอบ’ แต่ระยะเวลาแห่งความน่ายินดีอยู่ไม่นานนัก เจ้าของไอดีชื่อเหมือนเกมนี้ไม่ยอมแพ้ พวกเขาแข่งกันชิงอันดับหนึ่ง ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ไม่ทันรู้ผล แอปพลิเคชันนี้ก็ปิดปรับปรุง ช่วงปิดเทอมก็สิ้นสุดลงเช่นกัน

ในโรงเรียน เซี่ยอวี๋มีฉายาว่าพี่ใหญ่แห่งอาคารตะวันตก ฉายานี้ได้มาจากการที่มีข่าวว่าเขาทุจริตในการสอบเข้า บวกกับการโดดเรียนไปต่อสู้กับผู้คนนอกโรงเรียน เขาเป็นคนที่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว

ส่วนเจ้าของฉายาพี่ใหญ่แห่งอาคารตะวันออกคือเฮ่อจาว

ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าในภาคเรียนใหม่นี้ เซี่ยอวี๋กับเฮ่อจาวอยู่ห้องเดียวกัน ด้วยเหตุที่ไม่มีใครในห้องกล้านั่งติดพวกเขา หัวโจกแห่งอาคารตะวันตกและตะวันออก สองคนที่มีคะแนนเป็นอันดับห่วยที่สุดของระดับชั้น จึงต้องนั่งติดกัน



ตอนเปิดเทอม อาจารย์ประจำชั้นม. 5 ห้องสาม เป็นอาจารย์ผู้หญิง ชื่อสวีเสีย อาจารย์คนนี้ไม่ชอบนักเรียนที่ไม่ได้ความอย่างเฮ่อจาวหรือเซี่ยอวี๋นัก ตอนรู้ว่าต้องเป็นอาจารย์ประจำชั้นห้องนี้ก็ไม่ยินดีตั้งแต่แรก พอเฮ่อจาวโดนกล่าวหาว่าเป็นคนไปทำร้ายนักเรียนห้องอื่น ซึ่งนักเรียนคนนั้นเป็นคนที่ผลการเรียนดี อาจารย์ปักใจเชื่อเลยว่าเป็นเรื่องจริงเพราะใจมีอคติตั้งแต่แรก แต่ถึงจะถามยังไงเฮ่อจาวก็ไม่ยอมรับ ภายหลัง (ด้วยความร่วมมือของเซี่ยอวี๋) เรื่องแดงออกมาว่านักเรียนที่ผลการเรียนดีคนนั้นต่างหากที่เป็นฝ่ายกุเรื่องกล่าวหาเฮ่อจาวเพราะเคยมีเรื่องกันมาก่อน เฮ่อจาวเป็นผู้บริสุทธิ์ เรื่องถัดจากนั้นคือนักเรียนในห้องร่วมกันลงชื่อขอเปลี่ยนอาจารย์ประจำชั้น และอาจารย์ที่มาใหม่ ก็คือ เหล่าถัง



เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพื่อน ๆ ในห้องเริ่มรู้จักนิสัยของพี่ใหญ่อย่างเฮ่อจาวมากขึ้น เฮ่อจาวกับเซี่ยอวี๋ก็สนิทกันมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างรู้สีกว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนดีกว่าที่คิด



ความจริงแล้วทั้งเฮ่อจาวและเซี่ยอวี๋เป็นคนมีน้ำใจ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ เฮ่อจาวติดจะทำอะไรก็ดูเป็นเล่นไปเสียทั้งหมด ส่วนเซี่ยอวี๋นั้นเป็นคนพูดจาไม่รัก���าน้ำใจใคร หน้าตาก็ไม่ค่อยยิ้ม และไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเท่าไร ภาพลักษณ์เลยไม่ดีทั้งคู่









ผู้เขียนค่อย ๆ เล่าเรื่องราวของเซี่ยอวี๋กับเฮ่อจาวในชั้นม. 5 ห้องสาม โดยใช้โทนเรื่องคอมเมดี้เป็นหลัก



จากนักเรียนหัวโจกผู้โด่งดังที่ทุกคนในห้องกลัว เมื่อเพื่อน ๆ รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ร้ายหรืออันตรายเหมือนในข่าวลือ จึงเริ่มกล้าเข้าไปทำความสนิทสนม และกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด



แก๊งเพื่อน ๆ ในห้องตัวหลัก ๆ ก็จะมี



สวี่ฉิงฉิง หญิงสาวผู้มักมีหัวใจกล้าแกร่งห้าวหาญ เพื่อน ๆ จึงเรียกเธอว่า พี่ชายฉิง เก่งวิชาภาษาอังกฤษ

วั่นต๋า เจ้ากรมข่าวประจำห้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซุบซิบข่าวสารทุกอย่างเขารู้หมด แต่จริงไม่จริงนั้นอีกเรื่อง สนิทกับบรรดาอาจารย์ เพราะชอบเอาหูไปแนบห้องพักครู หรือไม่ก็ทำเป็นไปถามข้อสงสัยในการเรียน ทั้ง ๆ ที่ความจริงต้องการเนียนสืบข่าว

หลิวฉุนเฮ่า หัวหน้าห้องผู้ประกาศตั้งแต่คาบแรกในวันเปิดภาคเรียนว่าไม่ต้องการเป็นหัวหน้าห้องอีกเพราะเคยเป็นมาแล้วในชั้น ม.4 แต่เนื่องจากไม่มีใครยอมทำหน้าที่นี้ เขาจึงต้องเป็นหัวหน้าห้องชั่วคราว ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครมารับช่วงต่อ

หลัวเหวินเฉียง หัวหน้ากีฬา เนื่องจากใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับการเล่นกีฬา จึงกินเก่งมาก ถือเป็นอันตรายต่อการกินเลี้ยงอย่างยิ่ง

เซว์สีเซิง หัวหน้าวิชาการของห้อง รักการเรียนมาก ในหัวมีแต่เรื่องเรียน มุ่งมั่นที่จะทำให้คะแนนเฉลี่ยของห้องดีขึ้น จึงพยายามยัดความรู้ใส่หัวเพื่อนในห้องให้มากที่สุด เป้าหมายสำคัญคือเฉิงฮ่าวกับเซี่ยอวี๋ เพราะทั้งคู่เป็นสองคนผู้กระตือรือร้นที่จะฉุดคะแนนเฉลี่ยของห้องอย่างร้ายกาจ เซว์สีเซิงจะเปลี่ยนชื่อตัวเองในกลุ่มแชตของห้องเป็นสูตรในบทเรียนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เพื่อนในห้องผ่านตาและเข้าสมองบ้าง



ส่วนคนที่ไม่อยู่ในห้องสาม แต่ทำตัวประหนึ่งเป็นสมาชิกห้องสามคือ เสิ่นเจี๋ย เสิ่นเจี๋ยรู้จักกับเฮ่อจาวมาก่อน ให้ความนับถือพี่ใหญ่คนนี้มาก มักมาเยี่ยมเยือนและสิงอยู่ห้องสามประจำ เสิ่นเจี๋ยมักถูกใช้เป็นข้ออ้างเวลาเฮ่อจาวมาสาย



แนะนำอาจารย์เด่น ๆ หน่อยดีกว่า



ถังเซิน หรือเหล่าถัง อาจารย์ประจำชั้นคนใหม่ เหล่าถังสอนวิชาภาษาจีน มีความสามารถพิเศษในการพูดเชื่อมโยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าหากันได้ สามารถพูดยืดยาวได้โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย นักเรียนจะกลัวมากเวลาเหล่าถังเรียกไปพบ เพราะหมายความว่าต้องนั่งฟังอย่างนั้นอีกนาน เหล่าถังไม่ได้ให้ความสำคัญกับคะแนนนัก แต่มักเน้นย้ำให้ทุกคนทำให้เต็มที่ อ่านโจทย์ให้รอบคอบ และก็ไม่อยากให้นักเรียนทุ่มกับการเรียนมากจนทำให้เครียดเกินไป อยากให้นักเรียนใช้ชีวิตแบบสมดุล ไม่หนักไป หรือหย่อนไป



อาจารย์ฝ่ายปกครองเจียง หรือหมาบ้า ขยันตรวจตราเหล่านักเรียนที่มาสาย หนีเรียน หรือใช้ชั่วโมงเรียนผิดวัตถุประสงค์ หลัง ๆ พัฒนามาเป็นเสียงตามสายคอยปลุกเหล่าเด็กหอให้ตื่นแต่เช้าพร้อมรับวันใหม่เพื่ออนาคตที่สดใส เป็นเพื่อนสนิทกับถังเซิน



อู่เจิ้ง หรือเหล่าอู่ สอนวิชาคณิตศาสตร์ มีทักษะปาชอล์กที่แม่นยำ อยากให้นักเรียนพัฒนาความสามารถ บางครั้งจึงสอดแทรกเนื้อหาที่เกินกว่าบทเรียนไปในคาบด้วย





เพื่อน ๆ จะเรียกเฮ่อจาวกับเซี่ยอวี๋ว่า พี่จาว พี่อวี๋ พูดจาก็จะสุภาพด้วย เป็นการให้เกียรติผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง



แต่สองผู้ยิ่งใหญ่นี้นิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง



เซี่ยอวี๋ไม่ค่อยพูดจา หงุดหงิดง่าย วิธีระบายความหงุดหงิดที่ดีที่สุดคือกำปั้น (แถมหมัดหนักซะด้วย) มีบรรยากาศแห่งความไม่น่าใกล้ชิดแผ่อยู่รอบตัว มีฉายาว่านักฆ่าผู้เย็นชา



ส่วนเฮ่อจาวนั้นยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี ดูเข้าถึงง่าย ขี้โม หลงตัวเองอย่างหน้าไม่อาย แถมยังแถเก่ง เขาสามารถพูดเหลวไหลได้เป็นคุ้งเป็นแคว แถมไม่ละอายที่จะบอกด้วยว่าเรื่องเมื่อกี้ที่พูดนั้นมันโกหกทั้งเพ





คนจะไม่กลัวเฮ่อจาวเท่าเซี่ยอวี๋ แต่ก็มีบางครั้งที่จะรู้สึกถึงความอันตรายที่แฝงอยู่ในตัวเฮ่อจาว



เวลาเรียน ส่วนใหญ่แล้วเฮ่อจาวจะนั่งเล่นเกมในมือถือ ส่วนเซี่ยอวี๋จะหลับ ช่วงแรก ๆ ทั้งคู่ยังไม่สนิทกัน ก็จะเป็นเฮ่อจาวที่คอยหาเรื่องให้เซี่ยอวี๋โดนลงโทษไปพร้อมตัวเอง อารมณ์ประมาณว่า อยากไม่เตือนเวลาอาจารย์มาใช่ไหม ได้ งั้นมาโดนลงโทษเป็นเพื่อนกันซะโดยดี หลัง ๆ เซี่ยอวี๋เลยต้องเตือน ต้องใส่ใจเฮ่อจาวโดยปริยาย ไม่งั้นแทนที่จะได้นอนดี ๆ ก็ต้องมาโดนลากไปยืนนอกห้องเป็นเพื่อนเฮ่อจาว



แต่อย่าคิดว่าคู่นี้สนิทกันแล้วด้วยดี ด้วยนิสัยของคนคู่นี้ คนหนึ่งนั้นช่างกวนโมโห อีกคนก็ต่อมหงุดหงิดระเบิดง่าย ต่อยตีกันประจำจนเพื่อนชินตา



ผู้เขียนเขียนเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์ดีมากเลย ไม่ว่าจะกับเพื่อน กับครอบครัว หรือกับคนรัก มันมีความละเอียดอ่อนในความรู้สึก พวกเขาใส่ใจกัน และจะไม่เข้าไปแตะประเด็นอ่อนไหวของกันและกัน



ถึงเรื่องนี้จะพูดถึงความละเอียดอ่อน และอารมณ์ มีน้ำเสียงแสดงความจริงจัง ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตวัยรุ่นออกมา แต่โทนเรื่องหลักคือคอมเมดี้ค่ะ เน้นฮาเป็นหลัก มีฉากตลก ๆ เยอะค่ะ



อย่างตอนสอบวัดผลรายเดือน ห้องสอบถูกจัดตามอันดับที่สอบได้ในแต่ละวิชา กลุ่มเก่งก็จะสอบรวมกับกลุ่มเก่ง กลุ่มบ๊วยก็รวมกับกลุ่มบ๊วย (เขาว่าเพื่อผลทางจิตใจน่ะ คนที่เก่งอยู่แล้ว เห็นเพื่อนพยายาม ก็ไม่อยากยอมแพ้แล้วหลุดจากห้องเก่ง หรือคนที่ไม่เก่ง ก็จะได้พยายามเพื่อที่จะเก่งมากขึ้น) ซึ่งแน่นอนว่าเซี่ยอวี๋กับเฮ่อจาวอยู่ห้องสอบที่รวมกลุ่มอันดับรั้งท้ายของระดับชั้น ก่อนสอบกลุ่มบ๊วยก็รวมตัวกันไปชื่นชมอันดับแรก (นั่งโต๊ะแรก) ของห้องสอบรวมบ๊วย นายได้คะแนนเท่าไรอะ โห เก่งมาก คะแนนระดับนี้เราไม่เคยเห็นมาก่อน (จริง ๆ คือคนนั้นคะแนนไม่ถึงครึ่งของคะแนนเต็ม แต่มันดีสุดของห้องแล้วไง) คนนั้นก็ยืดเลย แล้วมีคำอธิบายโผล่มาอีกว่า เขาไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อน ชนิดที่ว่าคราวหน้า จะพยายามสอบให้ได้อยู่ห้องบ๊วยนี้เอง ... แบบ ฮามาก แล้วพวกนั้นก็สุมหัวกันหาวิธีส่งโพย เราจะส่งต่อ ๆ กันมาอย่างนี้นะ เวียนอย่างนี้นะ อะไรอย่างนี้ เซี่ยอวี๋กับเฮ่อจาวนั่งโต๊ะติดกัน (ก็อันดับหนึ่งและสองนับจากท้ายนั่นแหละ) เซี่ยอวี๋ไม่อยากได้โพย และก็ไม่อยากส่งต่อเพราะเฮ่อจาวพูดจากวนโมโห แต่เฮ่อจาวบอกประมาณว่านายจะทำลายความหวังของพวกเขา (ที่ยังไม่ได้โพย) ที่เหลือไม่ได้นะ สุดท้ายเซี่ยอวี๋ก็ยอมส่งให้ (โดยการเขวี้ยงไปตอนอาจารย์คุมสอบหันหลัง แบบหน้าบึ้ง ๆ ) เฮ่อจาวก็ยิ้ม โมเมนต์ช่วงสอบนี่มีอะไรน่ารัก ๆ เยอะค่ะ อาจารย์คุมสอบที่จริงจังก็จะระวังมากหน่อย แต่อาจารย์คุมสอบส่วนมากจะคิดประมาณว่า ถึงห้องนี้จะลอกกัน ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่าง เพราะทุกคนคะแนนแย่เหมือนกันหมด ส่งโพยกันอย่างขมีขมัน จนหลายครั้ง ไม่ใช่โพยคำตอบ แต่เป็นข้อความชวนคุยกันซะงั้น อ่าน ๆ แล้วฮาดี เจ้าพวกนี้นี่มันจริง ๆ



ฉากในเรื่องนี้มีแข่งกีฬา สอบ งานโรงเรียน ทัศนศึกษา กิจกรรมที่ในโรงเรียนควรมี ก็มีหมดเลยค่ะ อ้อ ทั้งเซี่ยอวี๋และเฮ่อจาวอยู่หอนะคะ ก็จะมีฉากในหอด้วย สองคนนี้อยู่ห้องตรงข้ามกัน

มีเหล่าเพื่อน ๆ (และอาจารย์) มาป่วน เพิ่มสีสัน เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้ยิ่งน่ารักเลย



เล่าเรื่องผีที่หอ โดดเรียน ท้าตีท้าต่อย กินเลี้ยง ลอกข้อสอบ ลุ้นผลสอบ เล่นเกม ร้องคาราโอเกะ คร่ำเคร่งกับการเตรียมสอ��เข้า รู้สึกไม่แน่ใจกับอนาคต ผิดหวังในตัวเอง ดึงเรื่องภายในครอบครัวของตัวเอกสองตัวเข้ามาด้วย เป็นวัยรุ่น วัยเรียน วัยป่วนที่แท้จริง





ความรักของทั้งคู่ไม่ใช่รักแรกพบ ไม่ใช่แค่ถูกใจหน้าตา ไม่ใช่ว่ามีปฏิกิริยาทางเคมีเกิดขึ้นระหว่างกัน แต่เหมือนอีกฝ่ายสามารถทะลุเข้ามาในจิตใจของอีกคนได้ สามารถเข้าใจความเป็นตัวเขา

ทุกครั้งที่เฮ่อจาวสับสน คำพูดของเซี่ยอวี๋จะเหมือนมากระแทกใจ มาเปิดมุมมอง ทำให้ภาพที่เคยพร่ามัวแจ่มชัดขึ้น

ส่วนในใจของเซี่ยอวี๋ การแสดงออกของเฮ่อจาวนั้นชัดเจน ซื่อตรง เฮ่อจาวบุกฝ่าเกราะป้องกันของเซี่ยอวี๋อย่างไม่กลัวเกรง

โอคิดว่าสิ่งที่แรกที่ทำให้ทั้งคู่ประทับใจกันและกันคือหัวใจที่อ่อนโยน



จากที่เซี่ยอวี๋ไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยวกับใคร พอโดนเฮ่อจาวลากเข้ามาร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ จึงสนิทกับเพื่อนในห้องมากขึ้น เพื่อนยังแอบคุยกันเลยว่า รู้สึกว่าเซี่ยอวี๋ดูอ่อนโยนขึ้นนะ (ฉายานักฆ่าผู้เย็นชาของเซี่ยอวี๋นี้ไม่ได้มาเล่น ๆ นะเออ) เฮ่อจาวให้ความสำคัญกับเซี่ยอวี๋มาก มีอะไรก็นึกถึงก่อนเสมอ เซี่ยอวี๋เองก็รับรู้ตรงจุดนี้

ตอนแรก ๆ เฮ่อจาวเรียกเซี่ยอวี๋ว่า “เด็กน้อย” ในเชิงล้อ ต่อมาน้ำเสียงก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นปนความเอ็นดู ต่อมาเริ่มมีคำพ่วงท้าย “เด็กน้อยของฉัน” ยิ่งพอเป็นแฟนกัน กลายเป็น “เด็กน้อยของฉันน่ารักที่สุด” มันมีความเอ็นดู ความประทับใจ ปนกับความอยากอวดคละเคล้ากันไปหมด แล้วเขาเรียกแบบออกมาจากใจเลยว่ารู้สึกอย่างนี้จริง ๆ

ส่วนเซี่ยอวี๋ ส่วนใหญ่จะเรียกเฮ่อจาวด้วยคำด่าสารพัด เจ้าโง่บ้าง พี่แรดบ้าง แต่บทจะเรียกชื่อ “เฮ่อจาว” “พี่ชาย” “พี่” ดาเมจทะลุหน้าหนังสือมาเลย เล่นเอาเฮ่อจาวน็อกสนิท เห็นน้องนิ่ง ๆ อย่างนี้ น้องยั่วเก่งใช่เล่นนะคะ



เลยกลายเป็นว่า แค่คำว่า “เด็กน้อย” หรือ “พี่” ก็สามารถดึงความรู้สึกหวาน ๆ ออกมาได้เลย



อ้อ ที่เขาเรียกกันอย่างนี้ เพราะเฮ่อจาวอายุมากกว่าเซี่ยอวี๋ เนื่องจากซ้ำชั้นตอน ม.3 ค่ะ



บุคลิกของทั้งคู่เป็นเด็กผู้ชายเลยค่ะ เป็นธรรมชาติมาก



เห็นเซี่ยอวี๋อย่างนี้ น้องไม่ใช่คนที่ปากไม่ตรงกับใจนะคะ ไม่ใช่หนุ่มซึนเลย ตรงกันข้าม น้องเป็นคนที่แสดงออกชัดเจน เมื่อเซี่ยอวี๋รู้เฮ่อจาวรู้สึกอย่างไรกับตนเอง และรู้ว่าตัวเองไม่ได้คิดแค่กับเฮ่อจาวแค่เพื่อน เซี่ยอวี๋ก็ไม่ได้ลังเลที่จะลุยไปกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ น้องสามารถเรียกเฮ่อจาวว่าแฟนได้เต็มปากเต็มคำ และไม่กลัวที่จะแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ พูดจาน่ารัก ๆ แสดงถึงความใส่ใจ เพื่อเอาใจเฮ่อจาว แล้วน้องทำได้ธรรมชาติมาก

น่ารักมากเลย มีแต่คำว่าน่ารัก น่ารัก น่ารัก เต็มไปหมด



โอคิดว่าความสัมพันธ์ที่อยู่บนพื้นฐานของการใส่ใจกันและกันแบบนี้มันดีมากเลย



ถึงเฮ่อจาวจะชอบเล่นเหลวไหล หรือเซี่ยอวี๋จะดูไม่สนใจใครหรืออะไร แต่จริง ๆ แล้ว พวกเขาเป็นคนจริงจังทั้งคู่ค่ะ เราจะสามารถเห็นได้จากการตัดสินใจและการกระทำหลาย ๆ อย่างในเรื่องเลย



กับความสัมพันธ์ครั้งนี้ เซี่ยอวี๋ก็ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ความอยากริลอง หรือเป็นแค่การคบหากันเล่น ๆ ซึ่งเฮ่อจาวก็บอกชัดว่า เขาจริงจัง



ทั้งเฮ่อจาวและเซี่ยอวี๋ไม่ได้ปิดบังความสัมพันธ์กับใคร เพียงแต่ก็ไม่ได้อยากเปิดเผย เมื่อเพื่อนสนิทถาม เฮ่อจาวก็บอกชัดว่า เซี่ยอวี๋เป็นแฟน เซี่ยอวี๋เองก็คิดอย่างเดียวกัน



ก่อนหน้านี้ เพื่อน ๆ ในห้องชินกับการไปไหนมาไหนหรือจับมือถือแขนกันของพี่ใหญ่ในห้องเป็นปกติอยู่แล้ว คนที่ไม่รู้ก็เห็นเป็นเรื่องปกติ คนที่สนิทหน่อยก็พอมองออกถึงอะไรบางอย่าง ยิ่งมีเหตุการณ์ยืนยันให้มั่นใจ เพื่อนแต่ละคนเลยไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก แต่ด้วยความกลัวพี่ใหญ่ทั้งคู่ลำบากใจ เพื่อนเลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ แถมยังช่วยกันปิดบังคนอื่นที่สงสัยไว้ด้วย แม้จะออกแนวแถ ๆ แบบไม่เนียนก็ตาม ตลกมาก แต่โอชอบที่พวกเขาห่วงใยความรู้สึกเพื่อน ส่วนพี่ใหญ่ทั้งคู่นั้น ก็ยังคงหามุมสวีตได้ไม่เกรงใจเพื่อนตลอด


เนื่องจากจำกัดตัวอักษร อ่านต่อในบล็อกนะคะ มาสัมผัสรีวิวที่ยาวที่สุดและใช้เวลานานที่สุดของโอกันค่ะ ฮือ ๆ https://bit.ly/3lBUyC3
Profile Image for addie.
899 reviews59 followers
September 9, 2021
(3.75/5) เล่มนี้เล่าต่อจากเล่มแรกตอนที่ทั้งสองคนเป็นแฟนกันแล้ว ตอนแรกเฮ่อจาวกับเซี่ยอวี๋ต่างก็เป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะสอบไม่ติดมหาลัย แต่ในที่สุดราชาโจทย์ข้อสอบกับ X (ชื่อในเกมทำโจทย์) ก็ได้มาเจอกันทำให้ทั้งคู่ค้นพบว่าเห้ย จริงๆแล้วมันก็แกล้งห่วยนี่หว่า เนื้อเรื่องน่ารักมากๆ ชอบความเรียบๆเรื่อยๆแต่ก็ทำให้ต้องยิ้มตาม ทำให้คิดถึงวัยมัธยมสุดๆ แม้ว่าจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยระหว่างมัธยมไทยกับจีน แม้จะไม่ค่อยมีอะไรแต่เขียนออกมาเป็นเรื่อง coming of age ที่มีอะไรให้อดคิดตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอคติของครู การศึกษา ครอบครัว เสียดายคือแปลไม่ดีและตอนจบจบเร็วไปหน่อย น่าจะขมวดปมที่ทิ้งไว้มากกว่านี้ หลายๆตัวละครอย่างเพื่อนของเซี่ยอวี๋กับครอบครัวพ่อใหม่ยังไม่ได้ถูกคลี่คลายเลย หรือบางทีอาจจะแก้ปมไปแล้วแต่อ่านไม่รู้เรื่องเพราะแปลแย่มากๆๆ
Profile Image for Ning.
2,489 reviews200 followers
November 2, 2020
คิดว่าคงตั้งใจจะทำให้เป็นนิยายตลกอย่างเดียว ไม่เน้นดราม่า
เลยทำให้เขียนแบบข้ามจุดนี้ไปเลย น่าเสียดายมาก ทั้งที่ขยี้ได้แท้ๆ ปมมันได้มาก
ขัดใจสุดๆ

สรุปว่าเป็นนิยายเบาๆ แต่ไม่ถึงกับไร้สาระ
เรื่องส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงเรียน แต่ก็มีส่วนของครอบครัวเข้ามาด้วย
ชอบตรงที่พยายามสื่อถึงคำว่าอคติ ภาพลักษณ์เด็กหลังห้อง
ครูที่ดี ครูที่แย่ แม้จะไม่ได้เน้นเป็นหลัก แต่ก็ทำให้เนื้อเรื่องไม่เบาจนเกินไป

อ่านได้เพลินๆดีค่ะ
Profile Image for หลังอ่านของน้ำฝน.
699 reviews13 followers
March 27, 2022
เล่มนี้บรรยากาศคล้ายกับเล่มแรก แต่ในมุมที่โตขึ้น ตัวละครมีพัฒนาการมากขึ้น นายเอกจากที่เย็นชาและไม่เอาใครก็เริ่มเปิดใจและมีคนเข้าหา ปมที่ต่างฝ่ายต่างปิดบังแอ๊บเป็นเด็กเรียนแย่ก็คลายที่เล่มนี้ แล้วก็เลิกแอ๊บห่วยด้วยเหตุผลของศักดิศรีระหว่างห้องเรียน ขำดี

เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบอ่านชีวิตรักวัยเรียน จากชั้นมัธยมจนเรียนจบ ผ่านประสบการณ์ชีวิตและก้าวผ่านปมในใจ ซึ่งก็เน้นไปในชีวิตวัยเรียนกับมิตรภาพของนักเรียนจริงๆ ปมต่างๆไม่เน้นเลย อ่านง่าย ไม่คิดเยอะ

ถ้าอ่านเอาบรรยากาศเก่าๆตอนเรียนก็ได้อยู่

หลังอ่านเพิ่มเติม : https://wp.me/p6yYEv-GX
142 reviews
July 2, 2022
In addition to the previous review written, I would also like to add on more about the lead's relationship. It was REAL sweet of how one doted on the other, how he would gladly get 'beaten up' by the other guy to let him unleash his anger and feel better and how the other one would not actually go all out, but just some friendly hits in order to not harm his boyfriend. fr every single time they start fighting butterflies goes everywhere in my stomach and unlike most novels, these are actually the sweet moments in the book. Other than this ofc, the writer was very creative to make moments like two aces in basketball be 'sweet' on court by displaying their cooperation, competing of who would get first/last in the standard. Basically all their sweet moments were layered in between the normalcy of a classroom (yes it was in the details)

it was a very fiery duology (tho the published ver. really cut off alot of sweet scenes so I had to read them online, SO GLAD I DID THAT THO). i really dont know how to desc this duology anymore so imma just leave it here that this would be the book you should read whenever you feel down in schooling lives or when you really just need a few badasses to make you feel better
Profile Image for Mint.
140 reviews15 followers
May 16, 2023
น่ารักเหมือนเดิม ชอบเล่มนี้มากกว่านิดนึง ชอบตอนเปิดตัวกันว่าจริงแล้วต่างคนต่างก็ไม่ได้เป็นนักเรียนห่วยมาก บรรยากาศเพื่อนๆ มอปลาย เอยใด น่ารักมาก อ่านแล้วอบอุ่น

งงบางปมนิดนึง ที่เปิดไว้แล้วไม่ได้เฉลย ครอบครัวใหม่คุณนายกู้คือยังไง เพื่อนคนที่สามในแก๊งถนนเฮยสุ่ยของเซี่ยอวี๋คือยังไง ฯลฯ ตอนจบแบบ สวยงามดี แต่รู้สึกไม่ค่อยครบ

แปลแย่เหมือนเดิม อยากให้แปลใหม่ต้องไปเรียกร้องที่ไหนยังไงอะ เสียดายของ

อยากอ่านซ้ำอีกแต่คงไม่อ่านแล้ว แปลแย่อะไรแบบนี้อะ จริงๆจะให้ 5 ดาวแล้วแต่เจอแปลแย่เข้าไป ให้ 3 ดาวพอ อ่านแล้วเสียอารมณ์
Profile Image for yb ☊.
16 reviews
July 10, 2023
ดีตามฉบับมู่กวาหวง เสียดายหลายประเด็นที่คิดว่ายังขยี้ต่อได้ ก็ไม่ได้สานต่อ แต่ก็เข้าใจได้ด้วยเนเจ้อของเรื่องนี้ กับอีกอย่างคือ sexual tension ระหว่างตัวละคร แอบรู้สึกว่าชอบมาแบบไม่ทันตั้งตัวไปหน่อย แล้วเราอาจจะไม่ชอบการถ่ายทอดเซ็กส์ในรูปแบบนี้เท่าไหร่ด้วย ส่วนตัวชอบความหวนนึกถึง ความเยาว์วัยที่จับต้องได้เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งจากมุมมองของอาจารย์มากๆ เป็นเล่มจบของความโชติช่วงในวัยมัธยมที่โอเค ความสดใหม่ในวัยสิบแปด ความผันเปลี่ยน ไม่แน่นอน ลื่นไหล กระโจน ทะยาน ทุกสิ่งที่เคยพูดถึงในนิยายมาตลอด ตอนจบก็มัดรวบออกมาได้ดีเลย
Profile Image for Seiya Kawakami.
13 reviews1 follower
May 20, 2024
ตอนพระนายเฉลยว่าตัวเองเป็นเด็กเทพคือตลกกก
แต่ยังงงว่าสาเหตุที่ทำให้นายเอกแกล้งเนียนเป็นนักเรียนห่วยคืออะไรกันแน่ (เอาตรงๆอ่านท่อนนี้ไม่รู้เรื่องเลย แปลแย่มาก)
ช่วงตอนพิเศษก็น่ารักดี
เนื้อเรื่องดีแต่ว่าสำนักพิมพ์ทำพังมากแปลแย่เว้นวรรคเว้นบรรทัดแปลกมากอ่านแล้วหงุดหงิดและเสียอรรถรสในการอ่านสุดๆ
Profile Image for Bunnyb.
590 reviews19 followers
February 21, 2022
อ่านจบแล้ววว.. ใครชอบอ่านชีวิตนักเรียนมัธยมปลาย
น่าจะชอบเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับการเรียน การสอบ
ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนๆ ในห้อง กิจกรรมใน รร.
เรื่องในครอบครัวมีไม่เยอะ

ที่แปลกกว่าเรื่องอื่นก็คิอ ตัวเอกดันแย่งกันเป็นบ๊วย
เนียนตามชื่อนิยาย แต่เล่มนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว
ในเล่มแรก เฮ่อจาวเจออคติจาก อ.สวี
และ รร.เปลี่ยน อ.ประจำห้องให้ใหม่เป็น อ.ถัง
ประทับใจเหล่าถังมาก เป็น อ. ด้วยจิตวิญญาณจริงๆ
ทุ่มเทเพื่อนักเรียน อยากให้เด็กมีอนาคตดี
แต่ก็พยายามไม่กดดันมาก อ.เจียงก็น่ารักมากเหมือนกัน

ด้านความสัมพันธ์ เซี่ยอวี๋กับเฮ่อจาวเค้าเคลียร์กันมา
ตั้งแต่เล่มแรกแล้ว แต่ใครคาดหวังความฟิน
คงหาไม่ค่อยเจอ ^^" จะมีแบบประเภทจับมือกัน
ลูบหัวกันมากหน่อย บางวันก็ต่อยกัน 55
แต่เค้าก็รักกันนะ

สรุป เรื่องนี้อ่านได้เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงขนาดวางไม่ลง
อ้อ.. ตอนเขียนถึงเล่ม 1 บอกว่าเซี่ยอวี๋ไม่ค่อยเล่นกีฬา
เล่มนี้เล่นค่ะ เก่งด้วย.. ^0^
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for firstjul.
59 reviews4 followers
November 11, 2024
ชอบมากจนไม่รู้จะพิมพ์อะไรเลยค่ะ เรียบเรียงไม่ถูก ฮือ อยากให้มีตอนพิเศษสักล้านตอน ต้องการสิ่งน่ารักมาเยียวยาหัวใจมากๆๆๆๆๆๆๆไหๆๆๆฟๆๆ
Displaying 1 - 11 of 11 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.