Mirai600 reviews128 followersFollowFollowMarch 14, 2021"บางครั้ง นักบำบัดแค่เพียงเคียงข้าง รองรับอารมณ์ด้วยใจที่เป็นกลาง ช่วยสะท้อน และสนับสนุนในสิ่งที่คนไข้ทำก็เพียงพอแล้ว เพราะบางครั้ง สิ่งเดียวที่คนไข้ต้องการคือโอกาสที่จะได้พูด ได้แสดงออก และได้รู้สึก โดยไม่มีใครมาขัดขวาง" (หน้า 83)เป็นบันทึกเรื่องราวของ "ลิซ่า" นักจิตวิทยาฝึกหัดในช่วงระหว่างที่เธอไปฝึกงาน 6 เดือนที่โรงพยาบาลบาร์เน็ต ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขึ้นชื่อว่ามีแต่เคสเด็กและวัยรุ่นโหดๆ ทั้งนั้น...เล่มนี้ถูกจัดอยู่ในหมวดวรรณกรรมเยาวชนค่ะเป็นหนังสือที่เด็กอ่านได้ แต่ถ้าผู้ใหญ่อ่านจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะเนื้อหาทั้งเล่มเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของเด็กและวัยรุ่นที่มีความเชื่อมโยงไปถึงสภาพครอบครัวและการเลี้ยงดู ซึ่งในส่วนนี้ นอกจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยาแล้ว ผู้เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะมีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาเช่นกัน ในเรื่องบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ต่างพาลูกๆ ของตัวเองมาพบจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเพื่อให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาทั้งในแง่พฤติกรรมและสภาพจิตใจของเด็กๆ เหล่านั้น ทำให้รู้ว่าการจะเป็นพ่อแม่ใครสักคน หรือการจะเลี้ยงเด็กสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย มันมีความละเอียดอ่อนและต้องเด็กๆ เหล่านั้นควรได้รับความรักและความใส่ใจอย่างสูงมากกว่าที่คิดเพื่อที่จะเข้าถึงความรู้สึกของพวกเขา และเพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขเป็นหนังสือที่ดีนะ อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ คืือผู้เขียนเค้านำเสนอเรื่องราวได้น่าสนใจมาก ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย สามารถสื่อเรื่องราวได้อย่างตรงไปตรงมา อีกทั้ง ได้เรียนรู้ว่า เวลาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเค้าเจอแต่ละเคสเค้าทำงานกันยังไง และรับมือทั้งกับเด็กและผู้ปกครองกันอย่างไร แถมตอนท้ายของแต่ละเคสก็จะมีเหมือนเป็นรายงานสรุปผลความคืบหน้าภายหลังจากเด็กๆ เหล่านั้นมาพบจิตแพทย์และนักจิตวิทยาด้วย ยิ่งทำให้เห็นถึงผลดีของการพาเด็กมาหาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเข้าไปใหญ่ ทำให้เห็นว่า แม้โรคจิตเวชจะมีความหลากหลายมาก แต่มันก็ไม่ยากเกินกว่าจะแก้ไข และไม่ใช่ว่าผู้ป่วยจิตเวชทุกคนจะเป็นคนบ้าหรือคนอ่อนแอเสมอไปด้วย :)diary favorites mangmoom-publishing ...more
gigibobobooks45 reviews84 followersFollowFollowNovember 3, 2020หนังสือดีที่จะแนะนำให้เด็กและผู้ปกครองทำความรู้จักกับโรคในกลุ่มจิตเวช หนังสือเรียบเรียงเนื้อหาจากประสบการณ์ของผู้แต่ง ใช้ถ้อยคำกระชับและเรียบง่าย เด็กๆ สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ละตอนไม่ยาวจนเกินไป เหมาะจะนั่งอ่านพร้อมกันในครอบครัวและร่วมกันถกเนื้อหา เป็นหนังสือที่ช่วยสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสภาพจิตใจ ผลกระทบที่ตามมาหากเด็กๆ เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
ดินสอ สีไม้1,075 reviews179 followersFollowFollowJuly 4, 2022ถ่ายทอดเรื่องราวหนักหน่วงออกมาในรูปแบบที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังบวกแม้ว่าเรื่องราวในเล่มจะหนักหน่วงแต่การเล่าด้วยน้ำเสียงของวรรณกรรมเยาวชนเล่าด้วยภาษาง่ายๆ เข้าอกเข้าใจ เคียงข้าง และเป็นมิตรก็ทำให้หนังสือเล่มนี้ย่อยง่ายและยังพุ่งตรงเข้าถึงหัวใจคนอ่านได้ทันทีเป็นหนังสือที่ดีมากๆ ค่ะ2022 thai
2BPenncil26 reviewsFollowFollowFebruary 4, 2021สวัสดีค่ะทุกคนนเราเพิ่งอ่านหนังสือเรื่อง 'การเดินทางของผีเสื้อหลากสี' จบไปค่ะ วันนี้เลยอยากจะแชร์ความเห็นให้กับทุกคนค่ะ 💕🦋.หนังสือเรื่องนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับ 'ลิซ่า' จิตแพทย์สาวฝึกหัดที่ได้เข้าไปฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ลอนดอน เรื่องสั้นทั้งสิบสองเรื่องได้พูดถึงเคสของเด็กสิบสองคนที่เธอได้พบเจอและได้ช่วยเหลือ ซึ่งแต่ละคนก็ได้พบเจอความท้าทายที่แตกต่างกันไปค่ะ!.จริงๆ แล้วชอบหลายประเด็นมากจากหนังสือเล่มนี้ แต่หลักๆ แล้วมีสองข้อค่ะ ข้อหนึ่งคือการที่นักเขียนพูดถึงอาการทางจิตเวชต่างๆ ที่พบได้ทั่วไปในเด็กๆ ด้วยภาษาและการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย ซึ่งหลายอย่างก็เป็นอาการหรือเหตุการณ์ที่พบได้โดยทั่วไป ทำให้เราที่เป็นคนอ่านสามารถเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น และสามารถนำความเข้าใจนี้ไปใช้กับเด็กๆ ในชีวิตจริงได้ค่ะ.อีกข้อหนึ่งที่เรารู้สึกได้ชัดเจนเลยคือว่าหนังสือเล่มนี้เปลี่ยนความเห็นที่เรามีต่อจิตแพทย์ไปโดยสิ้นเชิง ตัวละครเอกและคุณหมอคนอื่นในเรื่องตั้งใจรักษาเด็กๆ ด้วยความเข้าใจ เราอยากให้หลายๆ คนหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพราะคนไทยหลายๆ คนยังมีความคิดว่าการเข้าพบจิตแพทย์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไปหาจิตแพทย์เท่ากับเป็นบ้า ซึ่งนั่นมันไม่ใช่เลย.อย่างที่นักเขียนได้บอกไว้ นอกจากการป่วยกายแล้วทุกคนสามารถป่วยทางใจได้เช่นกัน การไปหาจิตแพทย์ก็ไม่ต่างกับการไปหาหมอ รักษาหัวใจให้หายดีนั่นเองค่ะ 💕
เหม่อมองฟ้า81 reviews8 followersFollowFollowJanuary 14, 2021หนังสือเล่มนี้ดีจังเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกทั้งอบอุ่นและเศร้า เป็นเคสของเด็ก-วัยรุ่นนะคะ แบ่งออกเป็น 12 เคส ดำเนินเรื่องโดยนักจิตวิทยาบำบัดฝึกหัด ภายในเล่มมีภาพประกอบสีด้วยค่ะ วาดออกมาสวยงามมาก ก็จะมีเรื่องสถาบันครอบครัวที่ส่งผลถึงจิตใจเด็กเข้ามาร่วมด้วย สภาพจิตใจความรู้สึกในวัยเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญและควรให้ความใส่ใจเป็นอย่างยิ่งจริงๆ เพราะมันอาจสร้างบาดแผลลึกในใจยามเราโตขึ้น ตัวเราเองก็เคยผ่านวัยเด็กมาก่อน สมัยนั้นเรื่องของ จิตเวช-บำบัด-จิตวิทยา ไม่ได้เปิดกว้างมากนัก ทำให้คิดว่าวัยเด็กของเราได้มองข้ามอะไรไปบ้างรึเปล่านะ บางบทอ่านแล้วเข้าใจมากๆ เราว่าเป็นหนังสือที่ดีอีกเล่มหนึ่ง อ่านเเล้วเข้าใจนักจิตวิทยามากขึ้นรวมถึงเคสต่างๆในเล่ม อ่านไปต้องมีคุ้นๆกันบ้างแหละ สุดท้ายมีบอกพวกวิธีการรักษาคร่าวๆ ข้อแนะนำต่างๆ การรับมือ เป็นเกล็ดเล็กน้อยด้วยค่ะแนะนำเลย👍
Nantiny103 reviews16 followersFollowFollowApril 17, 2021หัวใจแหลกสลายไปพร้อมกับตอนเด็กหญิงสองบ้าน ที่รู้ว่าพ่อทรยศแม่ไม่��อ แต่ยังหลอกลวงเธอด้วย อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงโควทนึงของโทมัส มันน์"ความเป็นจริงที่ร้ายกาจ ก็ยังดีกว่าคำหลอกลวงที่มีคุณ"บางทีเด็กๆนั้นควรได้รู้ว่า คนเป็นพ่อ-แม่ที่มองว่าเป็นทุกอย่างให้เราได้นั้น ก็แค่คนธรรมดาคนนึง ที่ทำผิดพลาดได้เหมือนกัน กับอีกเคสคือตอนเด็กหญิงไม่เป็นไร รายนี้หนักสุด แหลกสลายไม่มีชิ้นดี เป็นตอนสุดท้ายในเล่ม
Nan 19 reviewsFollowFollowApril 9, 2022หนังสือบอกเล่าเรื่องราวการฝึกของนักจิตวิทยาฝึกหัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในลอนดอน ในเรื่องมีเคสทั้งหมด 12 เคส ในแต่ละเคส ผู้เขียนค่อย ๆ เล่าพื้นเพของตัวละคร อาการที่เป็น จนมาถึงฉากการเข้าพบจิตแพทย์และนักจิตวิทยา การดำเนินเรื่องในแต่ละเคสค่อนข้างคล้ายกัน แต่สนุกและทำให้อยากเอาใจช่วยตัวละครให้ก้าวผ่านปัญหานั้นไปด้วย คือแม้เราจะรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดอ่านหน้าถัดไป เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่อบอุ่นหัวใจและทำให้เข้าใจในความหลากหลาย เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างได้มากขึ้น สำนวนการเขียนอ่านง่ายมาก เหมาะสำหรับเด็กๆ และผู้ใหญ่ คิดว่าถ้าเด็ก ๆ อ่านจะดีมาก จะได้เข้าใจถึงอาการทางจิตเวช เผื่อว่าพวกเค้าเจอคนที่มีอาการแบบนี้ จะได้เข้าใจและไม่ไปบูลลี่
Tanan234 reviews48 followersFollowFollowJanuary 22, 2021(ขี้เกียจพิมพ์ใหม่ ขออภัยที่ลอกเนื้อหามาจากเพจถุงกล้วยแขก)๑)ผู้เขียนคือ คุณเมริษา ยอดมณฑป เป็นนักจิตวิทยาเจ้าของเพจ @ตามใจนักจิตวิทยา ผมได้ยินชื่อครั้งแรกตอนอ่านหนังสือ #แม่ที่มีอยู่จริง (เล่มนี้ถุงกล้วยแขกรีวิวเหมือนไม่ได้รีวิวไว้ตามนี้ => https://bit.ly/2FYHFSz )๒)หนังสือเล่าถึงประสบการณ์ของ ลิซ่า นักจิตวิทยาฝึกหัด ที่ได้เจอเคสผู้ป่วยอาการต่าง ๆ สมัยที่เธอฝึกงาน ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดทั้งหมดเป็นเด็กในวัยและอาการที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งหมด 12 เคส๓) สำนวนการเขียน วิธีการเล่าเรื่องแบบวรรณกรรมเยาวชนทำออกมาได้ดี (พูดตรง ๆ คือทำได้ดีกว่านิยายบางเล่มด้วยซ้ำ) มีโครงเรื่อง มีจังหวะในการเล่าเรื่องดี จนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเล่มแรกของผู้เขียน รู้สึกได้เลยว่าตั้งใจทำจริง ๆ ในแง่นิยาย ถึงโครงเรื่องของทุกตอนจะมีโครงสร้างรูปแบบเดียวกัน แต่ก็อ่านเอาสนุกแบบหนังสือรวมเรื่องสั้นได้ หรือจะอ่านเอาสาระให้ผู้อ่านรู้จักโรคจิตเวชชนิดต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน (เข้าใจว่าผู้เขียนต้องการให้เป็นแบบหลังมากกว่า) ซึ่งไม่ว่าทางไหน หนังสือเล่มนี้ก็ทำได้น่าสนใจมาก๔) เด็กทั้ง 12 คนในเรื่องมีอาการป่วยดังนี้เด็กที่มีหลายบุคลิกเพราะโดนพ่อทำร้ายสมัยเด็กเด็กที่มีอาการวิตกกังวลเมื่อต้องเข้าสังคม ไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้าเด็กที่จู่ ๆ โพล่งคำหยาบเสียงดังขึ้นมาโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เด็กที่ร้องไห้อาละวาดแบบลูกคุณหนูเด็กที่เป็นโรคออทิสติกแบบที่มีความสามารถสูงเด็กที่น้อยใจเรื่องแม่รักลูกไม่เท่ากันเด็กที่สมาธิสั้น อยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้เด็กที่มีปัญหาครอบครัวจากการถูกพ่อทำร้าย และโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียนเด็กที่พ่อแม่อยู่ในช่วงหย่าร้าง และต้องเลือกว่าจะอยู่กับใครเด็กที่มีความบกพร่องด้านภาษา การอ่านสะกดคำเด็กที่เป็นเพศทางเลือก เด็กที่จิตใจได้รับการกระทบกระเทือน มีแนวโน้มเป็นเด็กซึมเศร้าแต่ละคนจะได้รับการวินิจฉัย และมีวิธีรักษาแตกต่างกันออกไป รวมถึงยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ปกครองด้วย ทั้งหมดสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากในเล่ม๕)ขอสานต่อเจตนารมณ์ของผู้เขียนอีกครั้งว่า การไปหาหมอจิตเวชไม่ได้หมายความว่าเด็กเป็นบ้า ป่วยกายพาไปหาหมอได้ ป่วยใจก็พาไปหาหมอได้เหมือนกันเป็นเรื่องปกติ วิทยาการสมัยใหม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องมาประสาททะเลาะกับลูก ๖)อันการเลี้ยงเด็กนั้น หากขมวดให้เหลือแค่ข้อเดียวคงเป็น "อยู่กับเขาอย่างแท้จริง" (ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผิดถูกอย่างไรช่วยแก้ด้วยครับ) ไม่ต้องอะไรมาก แค่อยู่กับเขาทั้งตัวและใจ มองเขา ฟังดู เล่นกับเขา เป็นเพื่อนคุยกับเขา ผมว่ามันแค่นี้จริง ๆ ซึ่งจากในเล่ม หลักการของนักจิตวิทยาคงขมวดให้สั้นที่สุดได้แบบนี้ฟังดูเหมือนง่าย แต่ในปัจจุบันหลายครั้งที่ตัวพ่อแม่เองก็ไม่ได้พร้อมทั้งกายและใจแบบนั้น เช่นพ่อแม่ไม่มีเวลา ทำงานทั้งคู่ ติดมือถือ ติดสังสรรค์ หรือตัวอยู่กับลูกแต่ใจคิดเรื่องงาน ปัจจัยแวดล้อมมันเอื้อให้ห่างจากหลักการเลี้ยงลูกจริง ๆ แต่ถ้าลูกสำคัญที่สุดจริง เรื่องพวกนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน๗)ในฐานะแอดมินมีลูกเล็ก (7ขวบ กับ 5 ขวบ) หนังสือเล่มนี้ถือว่าควรมีติดบ้าน นอกจากเอาไว้รับมือกับลูกของตัวเองแล้ว ยังสามารถใช้ประสบการณ์ในหนังสือแนะนำคนรอบข้างที่มีลูกเล็กได้ด้วย เป็นเล่มที่แปลกใหม่และขอแนะนำสำหรับคนลูกเล็กครับ๗) ระหว่างที่อ่านเล่มนี้อยู่ มีความรู้สึกว่า ถ้าคนที่เชี่ยวชาญในสายงานของตัวเอง หันมาเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของตนแบบนี้บ้าง เราจะมีอะไรสนุก ๆ ให้อ่านอีกเยอะเลย สนพ.น่าจะลองเอาไอเดียไปต่อยอดดู #สนับสนุนให้คนเก่งในสาขาอาชีพเขียนหนังสือ
Mymoon Thg29 reviews3 followersFollowFollowDecember 31, 2020นึกถึงตอนตัวเองฝึกงานเลย ต้องเข้าใจ ยอมรับ และรับฟัง พาร์ทที่พี่น้องฝาแฝดคือ ร้องไห้น้ำตานองเลย การได้รับการยอมรับจากคนรอบตัวที่สำคัญ ไม่ดูถูกนี่มันที่สุดเลย
Drn.Reading66 reviews8 followersFollowFollowMarch 2, 2021- การเดินทางของผีเสื้อหลากสี Becoming A Butterfly - การเดินทางของผีเสื้อหลากสี คือหนังสือวรรณกรรมเยาวชนที่บันทึกเรื่องราวของนักจิตวิทยาฝึกหัด ที่ต้องรับมือกับ 12 เคสหนัก ก่อนจะเติบโตไปเป็นนักจิตวิทยาเต็มตัว เป็นหนังสือที่ทำให้เราเข้าใจบทบาทหน้าที่ของจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และทีมสหวิชาชีพมากขึ้น เราดีใจมากๆ เลยที่ในที่สุดก็มีหนังสือเล่มนี้ออกมา ทำให้คนทั่วไปเข้าใจโรคทางจิตเวชมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราอาจจะคิดว่า โรคทางจิตเวช ก็คือมีแค่โรคจิต หรือคนที่มีโรคทางใจ ก็คือคนบ้า เลยหวังว่าหนังสือเล่มนี้คงจะช่วยลดการตีตราและลดการเหมารวมทุกคนที่มีโรคทางใจว่าเป็นคนบ้า รวมทั้งสร้างทัศนคติที่ดีต่อการมาพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ในทางที่ดีขึ้น เพราะการที่เรามาพบนักจิตวิทยาหรือมาพบจิตแพทย์นั้น ไม่ได้แปลว่��เราบ้า หรืออ่อนแอ คนเราต่างมีวันที่แย่กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นในวันที่ในหัวฟุ้งๆ ยังหาทางออกกับชีวิตไม่ได้ หรือแค่ไม่สบายใจ ก็สามารถมาพบนักจิตฯ หรือคุณหมอก็ได้ เพราะเราเชื่อว่าคนที่กล้าจะการเผชิญหน้ากับปัญหานั่นไม่ใช่คนที่อ่อนแอ แต่กล้าหาญมากต่างหาก และอีกอย่างหน้าที่ของนักจิตวิทยาไม่ใช่แค่ส่งพลังบวกให้ผู้รับบริการอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้เขาได้เกิดการทบทวนตัวเอง ได้เรียนรู้ตัวเอง เข้าใจตัวเอง และตัดสินใจเลือกทางเดินต่อไปได้ด้วยตัวเอง แม้มันอาจจะเป็นการบวนการที่ซับซ้อนและอาจจะต้องเจ็บปวดรวดร้าวบ้างในระหว่างทาง แต่ท้ายที่สุดแล้วกระบวนการภายในที่ผู้รับบริการจะได้รับจากการมาเจอนักจิตฯ มันล้ำค่ามากนะ เหมือนดอกไม้ที่ต้องรอคอยการผลิบานจากภายใน มันอาจจะต้องใช้เวลา แต่มันคุ่มค่าเสมอ เป็นหนังสือที่อยากแนะนำให้คนที่ทำงานใกล้ชิดเด็กๆ เพื่อนๆ คนรอบตัว หรือรวมทั้งพ่อ แม่ ผู้ปกครองได้อ่านมากๆ หวังมากว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ใครหลายๆ คนเข้าใจ การทำงานของนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และทีมสหวิชาชีพ เข้าใจความเจ็บป่วยทางใจ และเข้าใจเด็กๆ มากขึ้น
Amzinas Leer4 reviews3 followersFollowFollowJune 12, 2021มีการนำเสนอเคสในโรคหลากหลายที่ไม่เคยเห็นจากสื่อหลัก เคสที่เลือกมามีบทสรุปในเชิงบวก คิดว่าคุณเมริษาน่าจะเลือกขึ้นมาให้เหมาะกับประเภท มีหลาย quote ที่ชอบแต่ไอเดียหลักที่รักจิตวิทยาพยายามทำคือให้เด็กทุกคนมีความเป็นตัวเอง เป็นสิ่งที่ตัวเองมีความสุข ถึงตอนที่อ่านอยู่นี้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่คิดว่า concept นี้อาจยังช่วยเตือนความคิดให้พิจารณาตัวเองในปัจจุบันได้เหมือนกัน
เมื่อฉันรีวิวหนังสือ148 reviews83 followersFollowFollowMarch 28, 2021เนื้อเรื่องอ่านง่าย ภาพประกอยสวย อ่านแล้วได้ความรู้เรื่องโรคทางวิตเวชมากขึ้น ถ้าเนื้อเรื่องในแต่ละบทมีความยาวมากขึ้น และตัวอักษรใหญ่กว่านี้หน่อยจะดีมากๆ
bluebae166 reviews25 followersFollowFollowMay 30, 2023เปิดโอกาสให้เขาได้พูดได้รู้สึก ใช้หัวใจในการรับฟัง และไม่ตัดสินเรื่องราวนั้นจากมุมมองของตนเอง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเป็นหนังสือที่อ่านและเขียนด้วยภาษาที่ไม่ใช้ศัพท์เฉพาะทาง ทำให้ทำความเข้าใจได้ง่าย มีข้อแนะนำเพิ่มเติมที่เราสามารถปฏิบัติต่อคนไข้เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาซึ่งควรทำควบคู่กันกับการไปพบจิตแพทย์เพื่อรับมือให้ถูกทาง และเพื่อบรรเทาอาการทางจิตเวช การไปพบจิตแพทย์นั้นเป็นเรื่องแสนจะธรรมดาสามัญเหมือนการเดินไปหาหมอ มันไม่ผิดแปลกอะไรหรอกนะ(+) เราร้องไห้ตั้งแต่เรื่องเด็กชายมังกรจนไปถึงเด็กหญิงไม่เป็นไร นอกจากเรื่องนี้จะได้บำบัดเด็กและวัยรุ่นเหล่านี้ หนังสือเล่มนี้ยังช่วยโอบกอดและปลอบประโลมเราอีกด้วยแหละat-the-library
Book Beforebed_287 reviews9 followersFollowFollowApril 14, 2023'ลิซ่า' นักจิตวิทยาฝึกหัด ที่มาฝึกที่โรงพยาบาลบาร์เน็ต เคสที่เธอได้รับมอบหมายจะเป็นเคสเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหา แต่ละเคสจะเป็นบทสั้น ๆ เล่าที่มาที่ไป สาเหตุที่ทำให้เด็กมีอาการ และวิธีการที่ลิซ่าใช้ในการบำบัด รูปแบบการเขียนจะไม่ได้มาแบบวิชาการจ๋า แต่จะถ่ายทอดออกมาในลักษณะของวรรณกรรม เรื่องสั้น ที่ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อ แถมยังได้ความรู้อีกด้วย และในท้ายตอน จะมีสรุปเป็นโน๊ตรายงานสรุป อธิบายภาพรวมของเคสเอาไว้will-buy
Sakura2 reviews1 followerFollowFollowMarch 9, 2021อบอุ่นหัวใจตั้งแต่ตัวอักษรแรกไปจนถึงตัวสุดท้าย เข้าใจเด็กน้อยเข้าใจตัวเองที่เคยเป็นเด็ก