What do you think?


Pumpkin Head
"นายเห็นฉันเหรอ"
เบรนดอลไม่เคยเชื่อว่าผีมีจริงจนกระทั่งเขาสาดกาแฟใส่ผีตนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นในห้อง หลังจากนั้นสิ่งไม่มีชีวิตเย็นเยียบแสนอบอุ่นก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแสนสามัญของนายหัวฟักทอง
ความพิลึกพิลั่นเริ่มกลายเป็นความคุ้นชิน เหมือนกับพัมพ์กิ้นสไปซ์ลาเต้ที่เวียนมาทุกหน้าเทศกาล แม้ว่าตลอด 31 วันในเดือนตุลาคมปีนั้นจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
เบรนดอลไม่เคยเชื่อว่าผีมีจริงจนกระทั่งเขาสาดกาแฟใส่ผีตนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นในห้อง หลังจากนั้นสิ่งไม่มีชีวิตเย็นเยียบแสนอบอุ่นก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแสนสามัญของนายหัวฟักทอง
ความพิลึกพิลั่นเริ่มกลายเป็นความคุ้นชิน เหมือนกับพัมพ์กิ้นสไปซ์ลาเต้ที่เวียนมาทุกหน้าเทศกาล แม้ว่าตลอด 31 วันในเดือนตุลาคมปีนั้นจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
- GenresFiction
215 pages, Paperback
First published November 1, 2020
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 24 of 24 reviews
October 26, 2022
4.75/5 have never tried a pumpkin spice latte drink so i don’t know whether this book is like drinking the drink everyone who read this book mention or not. but what i can tell you is that reading this feels like coming back to a warm room after a long walk in the autumn rain. feels like curling under a thick blanket after spending a tiring day. feels like being hugged by your loved ones in the winter. i loved every moment of it. i picked this book up in october when halloween was coming very soon, so the vibes of it suited well with the atmosphere (or should i say the atmosphere perfectly made this book perfect for me?). recently coming back from a japan trip where i saw leaves change colors made i enjoy this book even mode. i loved the writing style so much. and though i think it could’ve been a bit longer, i still adored the ending. after searching for a long, i think i could say that the author is one of thai authors who truly are talented not just the ordinary random writers that people keep overhyping. looking forward to reading her next books.
December 4, 2021
น่ารักและอุ่นอวลไปด้วยรสชาติ Pumpkin Spice Latte แบบใส่ Syrup 1 pump — หอมกลิ่น Cinnamon หวานกำลังดี แต่ก็ขมหน่อยๆ อยู่เหมือนกัน ที่สำคัญคือรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ซุกผ้าห่มผืนหนาในอุณหภูมิสิบองศา
แนว Slice of Life เรื่อยๆ แต่ไม่เอื่อย เป็นเรื่องราวของนายหัว(สี)ฟังทองที่อยู่ๆ ก็เห็นผีในห้องที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตอันสุดน่าเบื่อของเขาไปตลอดกาล — ใครกำลังเฉาๆ แนะนำให้อ่าน น่ารักดี แต่ก็เศร้าอยู่นิดหน่อย นี่ชอบลักษณะการบรรยาย ของคุณ giftmeme ยังไงไม่รู้ มันอบอุ่นไปหมดเลย
แนว Slice of Life เรื่อยๆ แต่ไม่เอื่อย เป็นเรื่องราวของนายหัว(สี)ฟังทองที่อยู่ๆ ก็เห็นผีในห้องที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตอันสุดน่าเบื่อของเขาไปตลอดกาล — ใครกำลังเฉาๆ แนะนำให้อ่าน น่ารักดี แต่ก็เศร้าอยู่นิดหน่อย นี่ชอบลักษณะการบรรยาย ของคุณ giftmeme ยังไงไม่รู้ มันอบอุ่นไปหมดเลย
August 4, 2022
เป็นslice of lifeที่อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับการนั้งดื่มกาแฟอุ่นๆพร้อมๆกับนั้งดูซีรี่ย์บ้าๆบอๆสักเรื่องในห้องรับแขก ในกลางดึกหนาวเย็นหลังฝนโปรย กับใครสักคน
ไม่ได้รู้สึกเป็นสุขกับการอ่านหนังสือแบบนี้มาพักนึงแล้ว (อาการbook slumpedกำเริบ) แต่เล่มนี้ช่วยเราให้กลับมาสนุกกับการอ่านอีกครั้งได้ เป็นเล่มที่เราอ่านได้เรื่อยๆ อ่านได้เพลินๆ และพบว่าตัวเองเผลออมยิ้มเป็นพักๆระหว่างอ่าน กับน้ำตาซึมอยู่น้อยๆเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายจบ
ดีงาม
ไม่ได้รู้สึกเป็นสุขกับการอ่านหนังสือแบบนี้มาพักนึงแล้ว (อาการbook slumpedกำเริบ) แต่เล่มนี้ช่วยเราให้กลับมาสนุกกับการอ่านอีกครั้งได้ เป็นเล่มที่เราอ่านได้เรื่อยๆ อ่านได้เพลินๆ และพบว่าตัวเองเผลออมยิ้มเป็นพักๆระหว่างอ่าน กับน้ำตาซึมอยู่น้อยๆเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายจบ
ดีงาม
June 21, 2022
เนื้อเรื่องเรื่อยๆเหมือนอ่าน diary ความสัมพันธ์ค่อยๆเติบโต คนกับผี มุ้งมิ้ง อ่านเรื่อยบางทีก็หลับ
January 15, 2021
- slice of life ที่แทบไม่มีอะไรเลย เหมือนชีวิตปกติในทุกวัน ไม่ตื่นเต้น ออกจะเรื่อยเปื่อย และเรื่อยเปื่อยไปหน่อย ทำให้เราอ่านๆ หยุดๆ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของแนวเขียนนี้
- แต่พอกราฟเป็นเส้นตรง มันเลยดันให้ช่วงพีคดีมาก ในที่นี้คือช่วงปาร์ตี้ทั้งหลาย รู้สึกเลยว่าคนเขียนเก่ง ที่ร่างภาพงานสังสรรค์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น (โดยเฉพาะตอนท้าย) บางช่วงนี่แทบจะเห็นภาพหนังแบบ the Perks of Being a Wallflower (2012) ลอยมา
- ส่วนตัวเราชอบช่วงแรกบทที่ 1-31 ซึ่งก็ทั้งเล่ม (หืม) เพราะตัวละครยังแบบ let's make friend, not war กันอยู่ แต่พอในช่วงตอนพิเศษ pov ของตัวละครบางตัวมันดันแสดงให้เห็นถึงความอยากมากกว่านั้นออกมาตรงๆ กลายเป็น let's make love พอเลย ความมิตรภาพงามๆ โบรแมนซ์ของหล่อนพังตรงตอนพิเศษนี่ (แม้มันจะเหยียบวายตั้งแต่ช่วงท้ายแล้วน่ะนะ)
- อย่างที่บอกว่า slice of life เป็นแนวทางเช่นที่ว่า แต่มินิมัลแบบนี้แหละที่ทำผมในวัยอายุมากเช่นตอนนี้ (17) สนใจมากกว่า ติดอยู่ในใจมากกว่า นึกถึงตอนอ่านพวก umimachi diary, barakamon ที่ก็เอื่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ แต่ติดใจชะงักจนต้องแวะไปเที่ยวตามรอยโลเคชั่นทำเอ้อระเหยตามตัวละคร
- แต่เล่มนี้คงมิอาจ เพราะผีที่ผมเจอคงไม่น่ารักเหมือนคุณ K (แต่ถ้าเข้าห้องมา แล้วคุณผีนั่งอ่านโซเซกิ หรือเอคุนิอยู่ โอเค เรามาเป็นเพื่อนกันก็ได้ 5555)
- ชอบครับ!
- แต่พอกราฟเป็นเส้นตรง มันเลยดันให้ช่วงพีคดีมาก ในที่นี้คือช่วงปาร์ตี้ทั้งหลาย รู้สึกเลยว่าคนเขียนเก่ง ที่ร่างภาพงานสังสรรค์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น (โดยเฉพาะตอนท้าย) บางช่วงนี่แทบจะเห็นภาพหนังแบบ the Perks of Being a Wallflower (2012) ลอยมา
- ส่วนตัวเราชอบช่วงแรกบทที่ 1-31 ซึ่งก็ทั้งเล่ม (หืม) เพราะตัวละครยังแบบ let's make friend, not war กันอยู่ แต่พอในช่วงตอนพิเศษ pov ของตัวละครบางตัวมันดันแสดงให้เห็นถึงความอยากมากกว่านั้นออกมาตรงๆ กลายเป็น let's make love พอเลย ความมิตรภาพงามๆ โบรแมนซ์ของหล่อนพังตรงตอนพิเศษนี่ (แม้มันจะเหยียบวายตั้งแต่ช่วงท้ายแล้วน่ะนะ)
- อย่างที่บอกว่า slice of life เป็นแนวทางเช่นที่ว่า แต่มินิมัลแบบนี้แหละที่ทำผมในวัยอายุมากเช่นตอนนี้ (17) สนใจมากกว่า ติดอยู่ในใจมากกว่า นึกถึงตอนอ่านพวก umimachi diary, barakamon ที่ก็เอื่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ แต่ติดใจชะงักจนต้องแวะไปเที่ยวตามรอยโลเคชั่นทำเอ้อระเหยตามตัวละคร
- แต่เล่มนี้คงมิอาจ เพราะผีที่ผมเจอคงไม่น่ารักเหมือนคุณ K (แต่ถ้าเข้าห้องมา แล้วคุณผีนั่งอ่านโซเซกิ หรือเอคุนิอยู่ โอเค เรามาเป็นเพื่อนกันก็ได้ 5555)
- ชอบครับ!
May 8, 2021
slice of life ที่ดีและทำให้น้ำตาซึม
December 28, 2020
ให้อารมณ์เหมือนกำลังจิบ pumpkin spice latte ที่ทำเอง -- จิบแรกที่สัมผัสเป็นฟองนมนุ่มละมุน กลิ่นหอมจางๆ ของซินนามอน รสขมๆ ของกาแฟที่ถูกปาก แต่บางครั้งก็ต้องเบ้หน้ากับความฉุนของเครื่องเทศที่เผลอหนักมือ รู้ตัวอีกทีก็เหลือเพียงเศษตะกอนอยู่ก้นแก้ว -- แล้วครั้งหน้าจะจิบ pumpkin spice latte ด้วยความรู้สึกแบบไหนกัน
March 2, 2021
31 วันที่คนกับผีได้พัฒนาความสัมพันธ์กัน ระหว่างทางที่เรียนรู้เรื่องของกันและกันก็ได้เติบโตขึ้นไปด้วย ตอนท้าย ๆ ทำเราร้องไห้เลย ดีมาก
November 27, 2025
4.5
ได้หยิบเรื่องนี้มาอ่านช่วงฮาโลวีนพอดี หลังอ่านจบเราชอบมากๆๆๆๆเลยยย ไม่ผิดหวังที่ได้อ่านเรื่องนี้อ่ะแงง ซึ่งที่อ่านจากคำนำ สนพ. ทำให้เรารู้ว่านักเขียนแต่งเรื่องนี้ตอนที่มีกิจกรรม Fictober เรื่องมันก็เลยมีกลิ่นอายของช่วงเดือนตุลาคมลากยาวไปจนถึงช่วงคริสต์มาสเลย อ่านไปแล้วซึมซับ mood and tone ของ autumn vibes ได้ดีสุดๆ บรรยากาศช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นๆ แถมด้วยกลิ่นหอมของ pumpkin spice latte อีก ฮือออ เราชอบมากๆเลยล่ะ!
สำหรับตัวเนื้อเรื่องจะเริ่มเล่าตั้งแต่ Oct 1st ไปตลอดจนถึงสิ้นเดือนตุลาฯเลย
และตัวเอกของเราก็คือ "เบรนดอล" ชายหนุ่มผมส้มแดงที่ได้กลับห้องมาแล้วเจอกับชายที่ไหนก็ไม่รู้ นั่งเล่นกับแมวอ้วนตัวส้มของเขาอยู่บนโซฟา เขาก็เลยโวยวายๆไปว่าโจรมั้ยเนี่ย เข้ามาทำอะไร ออกไปจากห้องฉันนะ แต่ว่าผู้ชายคนนั้นตอบเขากลับไปว่า ผมไม่ใช่โจรนะ... แต่ว่าผมเป็นผี... โมเม้นนั้นเบรนดอลก็คงเงิบหน่อยๆล่ะ เลยเอากาแฟที่ถืออยู่ในมือสาดใส่ชายคนนั้นไปที ผลที่ได้ก็คือโซฟาเปียก :p
ซึ่งระหว่างทางที่อ่านเราได้แต่ยิ้มอ่ะ เคมีมันได้มากกก มันโคตรจะอบอุ่นและมีความสุขมากๆเลยล่ะ แถมมีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด แต่เราก็พอจะเดาได้นั่นแหล่ะว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผีมันจะจบลงยังไงน่ะนะ แถมในเล่มก็มีประโยคที่เราอ่านไปแล้วชอบอยู่หลายประโยคเลย
สรุป เป็นเล่มที่คิดว่าถ้าตุลาฯปีหน้าวนมาอีกเมื่อไหร่ ฉันจะต้องคิดถึงนายหัวฟักทอง คุณผี แล้วก็เจ้าแมวส้มแน่นอน แล้วก็คงได้หยิบมาอ่านอีกรอบแน่ๆ :)
ได้หยิบเรื่องนี้มาอ่านช่วงฮาโลวีนพอดี หลังอ่านจบเราชอบมากๆๆๆๆเลยยย ไม่ผิดหวังที่ได้อ่านเรื่องนี้อ่ะแงง ซึ่งที่อ่านจากคำนำ สนพ. ทำให้เรารู้ว่านักเขียนแต่งเรื่องนี้ตอนที่มีกิจกรรม Fictober เรื่องมันก็เลยมีกลิ่นอายของช่วงเดือนตุลาคมลากยาวไปจนถึงช่วงคริสต์มาสเลย อ่านไปแล้วซึมซับ mood and tone ของ autumn vibes ได้ดีสุดๆ บรรยากาศช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นๆ แถมด้วยกลิ่นหอมของ pumpkin spice latte อีก ฮือออ เราชอบมากๆเลยล่ะ!
สำหรับตัวเนื้อเรื่องจะเริ่มเล่าตั้งแต่ Oct 1st ไปตลอดจนถึงสิ้นเดือนตุลาฯเลย
และตัวเอกของเราก็คือ "เบรนดอล" ชายหนุ่มผมส้มแดงที่ได้กลับห้องมาแล้วเจอกับชายที่ไหนก็ไม่รู้ นั่งเล่นกับแมวอ้วนตัวส้มของเขาอยู่บนโซฟา เขาก็เลยโวยวายๆไปว่าโจรมั้ยเนี่ย เข้ามาทำอะไร ออกไปจากห้องฉันนะ แต่ว่าผู้ชายคนนั้นตอบเขากลับไปว่า ผมไม่ใช่โจรนะ... แต่ว่าผมเป็นผี... โมเม้นนั้นเบรนดอลก็คงเงิบหน่อยๆล่ะ เลยเอากาแฟที่ถืออยู่ในมือสาดใส่ชายคนนั้นไปที ผลที่ได้ก็คือโซฟาเปียก :p
ซึ่งระหว่างทางที่อ่านเราได้แต่ยิ้มอ่ะ เคมีมันได้มากกก มันโคตรจะอบอุ่นและมีความสุขมากๆเลยล่ะ แถมมีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด แต่เราก็พอจะเดาได้นั่นแหล่ะว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผีมันจะจบลงยังไงน่ะนะ แถมในเล่มก็มีประโยคที่เราอ่านไปแล้วชอบอยู่หลายประโยคเลย
สรุป เป็นเล่มที่คิดว่าถ้าตุลาฯปีหน้าวนมาอีกเมื่อไหร่ ฉันจะต้องคิดถึงนายหัวฟักทอง คุณผี แล้วก็เจ้าแมวส้มแน่นอน แล้วก็คงได้หยิบมาอ่านอีกรอบแน่ๆ :)
October 31, 2025
อ้ากกกกก เห็นเรื่องนี้มาตั้งแต่ day 1 ในทวิตเตอร์ จนกระทั่งออกมาเป็นรูปเล่ม แต่ก็ไม่ได้ซื้ิอมาสักที จนงานหนังสือปีนี้ที่เห็นว่ามีวางขายเลยไปซื้อมา
กลิ่นนมเนยที่ฉันรัก การบรรยายที่ฉันรัก บรรยากาศที่ฉันรัก (แม้ว่าช่วงท้ายๆ จะแอบหวังว่าจะจบแบบมีปาฏิหารย์อะไรสักอย่าง ตามประสาสุขนิยม) ถ้ามีติดนิดหน่อยคงเป็นตรงบางประโยคที่อ่านแล้วงงๆ ต้องอ่านทวนถึงจะนึกออกว่าจริงๆ หมายความว่าอะไร แต่ทั้งหลายทั้งปวง ก็ชอบนั่นแหละ อ่านแล้ว 1.อยากมีความรัก 2.อยากเขียนอะไรสักอย่าง (พูดก็พูด เรื่องนี้และวิธีการบรรยาย มันเหมือนพาเรากลับไปช่วงมัธยม-ต้นมหาลัย ที่เป็นแฟนเกิร์ล และอ่านงานสำนวนแนวนี้เยอะ —ตอนนี้ก็ยังเป็น แต่ไปอ่านใน ao3 มากกว่าล่ะมั้ง— คือ นึกถึงนักเขียน/ชาวทวิตเต้อหลายๆ คนช่วงนั้น ที่ admire มากๆ (แบบเงียบๆ เขินๆ อยู่ในมุม) และนึกถึงตัวเองตอนเด็กกว่านี้ ที่คงมองโลก และมีเอนเนอจี้ในอีกแบบ)
side note: พอเคยเห็นมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น เลยแมชได้เกือบหมดว่าใครมาจากใคร แอบสนุกดี เหมือนอีสเต้อเอ้ก
กลิ่นนมเนยที่ฉันรัก การบรรยายที่ฉันรัก บรรยากาศที่ฉันรัก (แม้ว่าช่วงท้ายๆ จะแอบหวังว่าจะจบแบบมีปาฏิหารย์อะไรสักอย่าง ตามประสาสุขนิยม) ถ้ามีติดนิดหน่อยคงเป็นตรงบางประโยคที่อ่านแล้วงงๆ ต้องอ่านทวนถึงจะนึกออกว่าจริงๆ หมายความว่าอะไร แต่ทั้งหลายทั้งปวง ก็ชอบนั่นแหละ อ่านแล้ว 1.อยากมีความรัก 2.อยากเขียนอะไรสักอย่าง (พูดก็พูด เรื่องนี้และวิธีการบรรยาย มันเหมือนพาเรากลับไปช่วงมัธยม-ต้นมหาลัย ที่เป็นแฟนเกิร์ล และอ่านงานสำนวนแนวนี้เยอะ —ตอนนี้ก็ยังเป็น แต่ไปอ่านใน ao3 มากกว่าล่ะมั้ง— คือ นึกถึงนักเขียน/ชาวทวิตเต้อหลายๆ คนช่วงนั้น ที่ admire มากๆ (แบบเงียบๆ เขินๆ อยู่ในมุม) และนึกถึงตัวเองตอนเด็กกว่านี้ ที่คงมองโลก และมีเอนเนอจี้ในอีกแบบ)
side note: พอเคยเห็นมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น เลยแมชได้เกือบหมดว่าใครมาจากใคร แอบสนุกดี เหมือนอีสเต้อเอ้ก
This entire review has been hidden because of spoilers.
June 21, 2025
I saw how each character tried to cope with death—whether it happened to them directly or not. Their conversations and actions made it feel as though we were discussing existentialism, literally.
But, then, the world itself filled with a witch, owl post, tarot cards, and poetry…. I was unsure what to trust—
until the night of October 31st arrived.
And dang, that winter was so cold, not even a hot pumpkin spice latte could keep the chill out.
Hopelessly bleak.
However, the narration is very beautiful.
But, then, the world itself filled with a witch, owl post, tarot cards, and poetry…. I was unsure what to trust—
until the night of October 31st arrived.
And dang, that winter was so cold, not even a hot pumpkin spice latte could keep the chill out.
Hopelessly bleak.
However, the narration is very beautiful.
March 17, 2024
Bittersweet.
(รีวิวจากความทรงจำ) จำได้จบดี แต่มันยุบยิบในใจ เหมือนเป็นของขวัญในวันฮาโลวีนให้ความรู้สึกยินดีตอนได้รับแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความลี้ลับของเดือนตุลาคมและวันฮาโลวีน หนังสือเล่าถึงมุมมองความตายที่น่าสนใจ ไม่ได้ตัดสินว่าเราคือขาวหรือดำ แต่บอกว่าเรามีที่อยู่ มีอีกชีวิตให้ใช้ เป็นจุดจบที่เป็นจุดเริ่มต้น เป็นความตายที่เปลี่ยนชีวิตคนเป็น
(รีวิวจากความทรงจำ) จำได้จบดี แต่มันยุบยิบในใจ เหมือนเป็นของขวัญในวันฮาโลวีนให้ความรู้สึกยินดีตอนได้รับแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความลี้ลับของเดือนตุลาคมและวันฮาโลวีน หนังสือเล่าถึงมุมมองความตายที่น่าสนใจ ไม่ได้ตัดสินว่าเราคือขาวหรือดำ แต่บอกว่าเรามีที่อยู่ มีอีกชีวิตให้ใช้ เป็นจุดจบที่เป็นจุดเริ่มต้น เป็นความตายที่เปลี่ยนชีวิตคนเป็น
This entire review has been hidden because of spoilers.
June 2, 2023
ไม่หวือหวาเรียบง่าย แต่ซึมในใจ slice of lifeที่ดีอ่านได้เรื่อยๆวางไม่ลง อ่านด้วยรอยยิ้มเล็กๆ รับพลังความสดใสของเบนแม้จะขมแต่ก็หอมอร่อย เหมือนพัมกิ้นสไปซ์ลาเต้ ปล.ชอบมู้ดเรื่องมากๆคือมันชัดมาก โลเคชั่นนิวยอร์คช่วงเดือนตุลาฮาโลวีน ถ้าได้อ่านช่วงหนาวๆฟังเพลงน่าจะโดนใจเข้าไปอีก
October 30, 2024
นายหัวฟักทองทำให้รู้สึกว่าชีวิตเราก็มีความหมายสักอย่างเหมือนกันนี่หว่า ไม่ได้พีคไปจากที่คิด แต่ก็คงทิ้งร่อยรอยความอบอุ่นไว้กับเดือนตุลาแน่ๆ we fell in love in October anyway haha(don’t forget to turn on this song while reading!)
June 1, 2021
อ่านเพลิน สำนวนเหมือนหนังสือแปลค่ะ อ่านไปก็จะเดาภาษาต้นฉบับ ทั้งที่ไม่มี555555555 ความตายใกล้ตัวจัง เส้นบางมากก ละพอย้อนไปเรื่องของเบนมันเหมือนเศร้าๆ มากเลยยยย
March 18, 2022
สนุก อบอุ่นหัวใจจจ
October 24, 2022
A slice of life comes with pumpkin spice. From now on, my October is Brendol’s and Kyle’s.
May 14, 2023
4.8
ดีใจมากที่รู้จัก เดี๋ยวจะกลับมาอ่านใหม่เดือนตุลา
โคตรอบอุ่น แต่ตอนจบน้ำตาไหล🥹
ดีใจมากที่รู้จัก เดี๋ยวจะกลับมาอ่านใหม่เดือนตุลา
โคตรอบอุ่น แต่ตอนจบน้ำตาไหล🥹
December 31, 2023
Fav book of the year
June 21, 2025
Slice of life อบอุ่นหัวใจที่ต้องหยิบมาอ่านซ้ำๆทุกเดือนตุลา รักนายหัวฟักทองจังเลยน้าาาา
March 29, 2026
ไม่รู้ว่าห่างหายจากการอ่านหนังสือไปนานเท่าไหร่ แต่นี่เป็นเล่มแรกที่หยิบมาอ่านหลังจากอยู่ในกองดองมานาน(+พึ่งมีเวลาว่าง)
พออ่านจบแล้วคือคิดว่าสงสัยต้องกลับมาอ่านเล่มนี้อีกในเดือนตุลาของทุกปีเป็นแน่ สภาพของเราหลังอ่านเรื่องนี้วันเดียวจบ คือนอนไม่หลับ ตื่นมาก็ร้องไห้(ไม่แน่ใจเพราะว่าไม่ได้อ่านอะไรมานานรึเปล่าถึงอินมากขนาดนี้) รู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน เฝ้ารอการมาถึงของเดือนตุลา เพื่อที่จะได้อ่านอีกครั้ง(คงเป็นช่วงที่perfectที่สุด สำหรับอ่านเล่มนี้แล้วหละมั้ง)
ถึงเบรนดอล ดีใจจริง ๆ ที่มีความสุขนะ ถึงแม้เดือนตุลาของปีนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณและเราไม่มีวันลืมก็ตาม อย่างน้อยมันก็เคยเกิดขึ้นจริง
ถึงไคล์(เบน) คุณจะมีชีวิตนิรันดร์อยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คนไปตลอดแน่นอน
ขอบคุณนักเขียนและตัวละครทุกตัว ที่ทำให้เรื่องนี้อยู่ในใจของเราตลอดไป และหวนนึกถึงมันทุกคราเมื่อเดือนตุลามาถึง
พออ่านจบแล้วคือคิดว่าสงสัยต้องกลับมาอ่านเล่มนี้อีกในเดือนตุลาของทุกปีเป็นแน่ สภาพของเราหลังอ่านเรื่องนี้วันเดียวจบ คือนอนไม่หลับ ตื่นมาก็ร้องไห้(ไม่แน่ใจเพราะว่าไม่ได้อ่านอะไรมานานรึเปล่าถึงอินมากขนาดนี้) รู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน เฝ้ารอการมาถึงของเดือนตุลา เพื่อที่จะได้อ่านอีกครั้ง(คงเป็นช่วงที่perfectที่สุด สำหรับอ่านเล่มนี้แล้วหละมั้ง)
ถึงเบรนดอล ดีใจจริง ๆ ที่มีความสุขนะ ถึงแม้เดือนตุลาของปีนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณและเราไม่มีวันลืมก็ตาม อย่างน้อยมันก็เคยเกิดขึ้นจริง
ถึงไคล์(เบน) คุณจะมีชีวิตนิรันดร์อยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คนไปตลอดแน่นอน
ขอบคุณนักเขียนและตัวละครทุกตัว ที่ทำให้เรื่องนี้อยู่ในใจของเราตลอดไป และหวนนึกถึงมันทุกคราเมื่อเดือนตุลามาถึง
January 3, 2022
สนุกและอบอุ่นมาก
แอบเศร้าโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ บรรยายกับเรียงเรื่องราวได้ดีมาก
แอบเศร้าโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ บรรยายกับเรียงเรื่องราวได้ดีมาก
October 19, 2025
this book just earned a spot next to over the garden wall in my annual october rituals
Displaying 1 - 24 of 24 reviews
























