Chontiwat Udomsiripat223 reviews5 followersFollowFollowOctober 24, 2025เหมือนบอดใบ้ไพร่ฟ้ามาสุดทาง -- บอกก่อนเลยว่าหนังสือเล่มนี้คือกวีนิพนธ์เล่มแรกที่ผมตั้งใจอ่านเลย โดยปกติแล้วผมไม่สนใจกวีนิพนธ์มากนักเพราะกลัวว่าอ่านแล้วจะไม่เข้าใจ มีความกังวลว่ากวีนิพนธ์เหล่านี้จะออกรสน่ารำคาญเหมือนอ่านกลอนไทยโบราณอะไรเทือก ๆ นั้น แต่เล่มนี้ไม่เลย รสชาติต่างออกไป ตรงไปตรงมา ถ้าเปรียบกับการต่อยมวย คือหมัดชกตรงเข้าที่เบ้าตาขวาของคู่ต่อสู้อานนท์ นำภา เป็นนักกฎหมายที่มีความเป็นศิลปินสูง นอกจากความสามารถในการว่าความในคดีการเมืองแล้ว การเขียนกวีเพื่อสะท้อนสังคมยังเป็นความสามารถพิเศษที่หาคนมาทำได้ -- งานในพาร์ทนักกฎหมาย อานนท์ นำภา เป็นทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ว่าความให้จำเลยในคดีการเมือง ในช่วงหลังการสังหารหมู่คนเสื้อเเดงเมื่อปี 2010 โดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทนายอานนท์ทำงานหนักและเห็นหยาดเลือดและน้ำตาของพี่น้องคนเสื้อแดงอย่างมาก ความคับข้องใจในกระบวนการยุติธรรมและอาการ 'ตาสว่าง' จึงนำมาสู่การเขียนกวีเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง และตีแผ่ปัญหาความเสื่อมทรามของหลักนิติรัฐเสรีประชาธิปไตยในประเทศไทยผ่านบทกวีที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และมีคุณค่าทางจิตใจสูง สิ่งสำคัญเลยคือ พอผมอ่านจบแล้ว มันทำให้ผมกระจ่างชัดอีกครั้งหนึ่งว่า คนเสื้อแดงไม่ใช่คนที่แบกตระกูลชินวัตร คนเสื้อแดงคือคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย ดังนั้น อุดมการณ์ที่แท้จริงของคนเสื้อแดงคือ เสรีนิยมประชาธิปไตย และ/หรือรัฐสวัสดิการประชาธิปไตย ไม่ใช่ตระกูลชินวัตรแต่อย่างใดอีกมุมหนึ่ง งานว่าความของทนายอานนท์คือการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน อีกมุมหนึ่ง กวีของทนายอานนท์คือการเรียกร้องเสรีประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐที่แข็งแรงให้กับประเทศไทย โดยในปี 2025 เราเห็นนักกฎหมายหลายคนผันตัวไปรับใช้เผด็จการ บิดผันหลักกฎหมายและทำลายหลักนิติรัฐโดยไม่รู้ตัวนานแค่ไหนแล้วที่ทนายอานนท์อยู่ในเรือนจำ พวกเราทุกคนคิดถึงคุณนะ พวกเราไม่ลืมคุณนะ
百牡丹55 reviews10 followersFollowFollowJanuary 11, 2026เป็นหนังสือกวีนิพนธ์เล่มแรกที่ตั้งใจอ่าน และอ่านจบภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่กลับทำให้เราร้องไห้ออกมา ไม่ว่าจะเพราะด้วยความหดหู่จากสิ่งที่เหล่าคนเสื้อแดงและนักโทษคดีการเมืองต้องเผชิญ หรือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างโสมมในประเทศของเราในตอนนี้ ทนายอานนท์ นำภานอกจากจะเป็นทนายแล้วเขาก็ยังมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียน ต้องยอมรับเลยว่าภาษาที่เขาใช้เขียนในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตรงกับวรรณศิลป์อันแสนไพเราะ แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอย่างแท้จริงของเขา ตอนที่อ่านอยู่เรารู้สึกอึดอัดไปหมด เต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ที่อยากจะระเบิดออกมา สัมผัสได้ว่าทนายอานนท์ก็รู้สึกเช่นนี้เหมือนกันและอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ผ่านมาหลายปีแล้วแต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นประเทศโสมมเช่นนี้เหมือนแต่ก่อนไม่มีผิด และผ่านไปหลายปีแล้วที่ทนายอานนท์ นำภาและเพื่อนๆ นักโทษคดีการเมืองหลายคนยังถูกขังไว้เพียงเพราะต้องการอนาคตที่ดีกว่านี้ให้กับตนเองและคนที่ตนรัก ได้โปรดอย่าลืมพวกเขา อย่าลืมทุกคนที่ต่อสู้กับความอยุติธรรมในประเทศเฮงซวยนี่ และขอทุกคนได้โปรดอย่าหยุดต่อสู้ แม้ว่าเส้นทางมันจะดูมืดมิดเพียงใด แต่อย่าหมดหวัง ได้โปรดอย่าหมดหวัง thai-books-and-literature thai-history