สฤณี อาชวานันทกุลAuthor 82 books1,123 followersFollowFollowJanuary 26, 2021ผลงานชิ้นเอกของนักเขียนไทยร่วมสมัยในดวงใจ ผู้ที่คิดว่ากล่าวได้อย่างเต็มปากว่า นำเอาภาษา ตำนาน ความเชื่อ ความรู้สึกนึกคิด ประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งทางการเมือง อุดมการณ์ ความเหลื่อมล้ำ การถูกกดทับหลากหลายรูปแบบจาก "อำนาจ" ทุกรูปแบบและทุกระดับ ทั้งที่ซ่อนเร้นและโจ่งแจ้ง และเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตกาลนานโพ้นของภูมิภาคอีสาน มาร้อยเรียงเป็นวรรณกรรมได้อย่างสง่างามและวางไม่ลงตลอดเล่ม ถึงแม้หลายตอนจะต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูงในการอ่าน (และแอบขัดใจที่สำนักพิมพ์เลือกใช้ _ตัวเอน_ สำหรับสำนวนอีสานในเล่ม ทำให้ประสบการณ์การอ่านสะดุดเป็นระยะๆ) หนังสือเล่มนี้ดูผิวเผินเป็นเรื่องราวของสองพี่น้องตระกูล "วงศ์คำดี" ตระกูลเก่าแก่แห่งจังหวัดไม่ระบุในภาคอีสาน พี่ชายกับน้องสาวที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ตั้งแต่อุดมการณ์ ความคิดความเชื่อ ความสนใจ และนิสัยใจคอ พี่ชายทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนการงานการเงินมั่นคง ตามใจแม่จอมบงการ ความคิดทางการเมืองออกไปทางขวาสมัยนิยม มีภรรยาเพียบพร้อมทุกอย่างแต่ก็มีชู้และต้องต่อสู้กับความรู้สึกผิดสลับกับเอาแต่ใจตัวเอง ส่วนน้องสาวเป็นตัวของตัวเองกว่าพี่ชาย สนใจแนวคิดคอมมิวนิสต์ ติดจะฝันหวาน ประกาศว่าจะคบผู้ชายมากหน้าหลายตาโดยไม่สนคำครหาของคนรอบข้าง ตั้งใจแต่เนิ่นๆ ว่าจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง ออกนอกอิทธิพลของครอบครัว ขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่สุดท้ายก็หนีเงื้อมเงาของตระกูลไปไม่พ้น ไม่มีตัวละครตัวไหนดีไร้ที่ติหรือเลวบริสุทธิ์ ภาคที่สนุกที่สุดของหนังสือสำหรับตัวเองคือภาคสองตอนกลางเล่ม ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ตระกูลวงศ์คำดี แต่จริงๆ คือนำประวัติศาสตร์อีสานทั้งที่อยู่ในตำราและอยู่ในตำนานมาจินตนาการใหม่ สอดแทรกและร้อยเรียงเหตุการณ์ทางการเมืองเข้ากับตำนานพื้นบ้านอย่างลงตัวและน่าตื่นตาตื่นใจมาก ความที่ภาคสองสุดยอดมาก ทำให้พอมาถึงภาคสุดท้ายรู้สึกผิดหวังนิดๆ เหมือนเจอ anticlimax เพราะคำอธิบายความล้มเหลวของโครงการน้องสาว และความสำเร็จของโครงการพี่ชาย กลับไม่ "ลึก" อย่างที่อยากรู้ อาจเป็นเพราะผู้เขียนเน้นเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างตัวละคร มากกว่าการสาธยายความสัมพันธ์เชิงอำนาจในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ ควรอ่านสำหรับทุกคนที่สนใจวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ การเมือง ความเหลื่อมล้ำ การผูกขาด และเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบไทยๆ มีประเด็นมากมายให้ขบคิดไปอีกนาน
Nuttawat Kalapat686 reviews47 followersFollowFollowSeptember 20, 2021มันคือมหากาพย์ชีวิตคนไทยที่สะท้อนหลายแง่มุมภาคสามแผ่วจริงด้วยแต่ก็แผ่วไม่มากจนถึงขั้นเบื่อนะภาษาได้อารมณ์มากแบบมากๆๆๆโดยเฉพาะฉาก18+ คนในเรื่องเยอะเหมือนกันแต่ก็เจ๋งมากที่จำได้หมดสมคำร่ำลือครับ
Bannarot88 reviews5 followersFollowFollowMay 23, 20234 --- เป็นเล่มที่ทั้งหนาและหนัก ไม่เฉพาะแค่ความยาวของเรื่องแต่กับคอนเทนต์และเมสเสจที่ต้องการเล่าก็หนัก แพรวพราวไปด้วยลูกเล่นทางกลวิธี แม้เรื่องจะยาวแต่ก็ทิ้งนั่นทิ้งนี่ให้เราคิดขบและอยากติดตามเรื่องต่อไปให้จนจบเพื่อหาคำตอบกับปมที่ทิ้งไว้รายทางภู กระดาษ เป็นนักเขียนที่เราเคยได้ยินชื่อมาตลอด หลังจาก 'เนรเทศ' ซึ่งเป็นเรื่องที่ครองใจหลายคน (เราเองก็ยังไม่ได้อ่าน ฮ่า) มาถึงเรื่องนี้ 24-7/1 นักเขียนก็ยังคงหยิบแวดล้อมที่คุ้นเคยอย่าง "ความเป็นอีสาน" จากหลาย ๆ มิติมาเป็นส่วนผสมในการเล่าเรื่อง โดยเรื่องแบ่งเป็น 3 องก์องก์แรกคือ 'ณ แห่งหนอื่น' ที่เลือกโฟกัสเล่าเฉพาะประสบการณ์และกระแสคิดของ 'ชัยศิริ' ในช่วงสามวันก่อนเกิดรัฐประหารปี 57 โดยเล่าในฐานะคนอีสานพลัดถิ่น เล่าในฐานะตัวละครที่แทนภาพของชนชั้นสูงที่อยู่ในระบอบทุนนิยม กับความขัดแย้งภายในใจระหว่างค่านิยมทางศีลธรรมของชนชั้นกลางกับความปรารถนาทางเพศที่เหมือนจะเป็นเหง้ารากของชนชั้นสูงซึ่งสืบต่อมาแต่บรรพบุรุษ --- แล้วก็ทิ้งข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับตระกูล 'วงศ์คำดี' ที่ชัยศิริเลือกเดินหนีออกมาใช้ชีวิตของตัวเองไม่ตกอยู่ใต้คำสั่งของแม่อย่าง 'ศรีสกุล' อีกต่อไปองก์ที่สองคือ 'บ้านฝังสายแห่ บ้านแผ่สายสะดือ' เรื่องพาเราย้อนกลับไปตั้งแต่การก่อร่างสร้างหลักแหล่งของตระกูลวงศ์คำดี พาเราหาต้นตอที่มาของความมั่งคั่ง (ถ้าแกะดี ๆ มันเป็น allegory บางอย่างที่สัมพันธ์กับบริบททางประวัติศาสตร์ไทย) พร้อมกับค่อย ๆ เฉลยปมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่าง ศรีสกุล ผู้ที่เหมือนกุมอำนาจต่าง ๆ ไว้ กับคนอื่น ๆ ในบ้านใหญ่ไม่ว่าจะเป็น ศศิธร ลูกสาวนอกคอกที่ไม่ได้ดั่งใจแม่สักอย่าง หรือบุญครอง สามีผู้ที่เธอไม่เคยหมายตามาก่อน หรือกับบุญสม น้องชายที่เธออุ้มชูแต่กลับรับความลื่นไหลทางเพศของน้องไม่ได้องก์สุดท้าย 'ณ หนไหนสักแห่ง' เป็นการขมวดจบที่พยายามคลี่คลายสิ่งต่าง ๆ พร้อมเผยให้เห็นความพร่าเลือนของเรื่องจริงกับเรื่องแต่ง และเสียงที่หลากหลายซึ่งเซ็งแซ่อยู่ในเรื่อง แบบที่ผู้อ่านไม่รู้ตัวหากไม่สามารถอ่านจนถึงหน้าสุดท้ายเราให้ 4 เพราะมีสองประเด็นคือ pace เรื่องมันยืดยาวจนเกินไป ถึงแม้จะเข้าใจว่ามันเป็นกลวิธีก็ตาม แต่สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยในการอ่าน ถ้าคนที่ไม่ชินกับงานหนาหนักคงจอดตั้งแต่องก์แรก ส่วนที่สองคือ วิธีคลายปมในตอนท้าย ซึ่งก็เป็นอะไรที่ debatable นะ โดยธีมหลักอย่าหนึ่งคือเป็นนิยายที่พูดถึงทุนนิยมในประเทศไทยอย่างขัดเจนว่ามันมีโครงสร้างทางอำนาจอย่างไร ไม่จำเพาะอิทธิพลด้านเศรษฐกิจ แต่มันเกาะเกี่ยวไปในมิติต่าง ๆ ทั้งสังคม การเมือง ความเชื่อ แล้วตัวละครลูกสาวในเรื่องเป็นคีย์สำคัญที่ลุกมาตั้งคำถาม แต่ตอนจบเธอกลับพบเพียงว่ามันเป็นอะไรที่ริบหรี่มาก ไม่รู้ว่ามันจะมีทางแก้หรือจบวังวนอุบาทว์นี้ไหม ท้ายสุดกลายเป็นว่าเรื่องทำให้เราตีความไปในเชิงที่ว่า ศศิธรคงละทิ้งอุดมการณ์และสักวันก็คงถูกควบรวมไปล่ะมั้ง สุดท้ายขอทิ้งประโยคหนึ่งที่ชอบมาก ๆ ในเรื่องคือ"การไปแย่งชิงอำนาจกับใครหรือทำให้ได้มาซึ่งในส่วนของอำนาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายหรอกในปัจจุบัน แต่เราสามารถสร้างหรือทำในส่วนของเราได้โดยไม่ต้องรออำนาจ เราสามารถสร้างอำนาจขึ้นมาเองได้น่ะ" --เดือนthai-novel
Wuttipol✨286 reviews74 followersFollowFollowDecember 27, 2021“ตระกูลฝั่งแม่ของผมเป็นตระกูลเก่าแก่ เป็นตระกูลใหญ่ ตามสิมเป็นผู้ได้รับการเคารพนับถืออย่างที่สุดของหมู่บ้าน หรือแม้แต่แม่ของผมก็ไม่ต่างกันในปัจจุบัน ตระกูลของเราสืบเชื้อสายกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษอย่างไม่เคยขาด���าย คนรุ่นแรกที่ก่อตั้งหมู่บ้านขึ้นมาเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนคือพ่อเทียดคำดีซึ่งเป็นต้นตระกูลของพวกเรา พวกเราเป็นตระกูลมั่งคั่งและร่ำรวยมีทุกอย่างเพียบพร้อมมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีอะไรต้องปิดบัง…” (หน้า 30)“แม่ของผมคือผู้ชี้เป็นชี้ตายในครอบครัวหรือในบ้านใหญ่ของเรา จัดการทุกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและเรียบร้อยเสมอมา ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ร่างกายเนื้อหนังยังเต่งตึง จนผมกับแกร่างกายร่วงโรยและแก่เฒ่าเกือบทันกันแล้วในตอนนี้…” (หน้า 32)“คนส่วนใหญ่ได้กลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมแล้ว เป็นผู้มีส่วนร่วมหรือรู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมอย่างแยกออกจากกันไม่ได้แล้ว…รู้สึกเหมือนได้เป็นผู้ประกอบการเอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากคนรับจ้างทำงานเลี้ยงชีพ และมันไหลเวียนอยู่เช่นนี้จนทำให้พวกเขาหมดเรี่ยวแรงต่อต้านหรือแข็งขืน…. เจ้าของที่แท้จริงก็คือเจ้าของที่แท้จริง ไม่เปลี่ยนแปลง ตลาดยังคงเป็นตลาดอยู่ เป็นของพวกเขา และรัฐบาลก็ยังคงเป็นรัฐบาลอยู่เช่นเดิม รับใช้พวกเขาอย่างสุดใจ ทุกอย่าง และปล่อยให้มันเป็นไป ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ใช่ไหม” (หน้า 116-117)“ประเทศตะวันตก หรือในอังกฤษ นับว่าหัวรถจักรไอน้ำ ระบบราง และเหมืองถ่านหินได้กลายเป็นของคู่กันไปแล้ว และหลังจากรุ่งเรืองมั่งคั่งจากการล่าอาณานิคม การเข่นฆ่า แย่งชิงทรัพยากรของชนพื้นเมืองในประเทศใต้อาณานิคม การค้าขายอย่างไม่เป็นธรรมหรือการทูตแบบเรือปืน…อังกฤษก็เข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม…” (หน้า 352)หมู่บ้านโนนทองดีในยุคแรกเริ่มของคำดี “เคร่งครัดและละเอียดลออกับการส่งส่วยบรรณาการให้กับเมืองผู้ปกครองอย่างไม่เคยเกิดขึ้นในยุคของคำมี ทุกสามเดือน คำดีและผู้รับใช้ใกล้ชิดจะนำเครื่องบรรณาการเต็มหลังม้าไปส่งยังเมืองผู้ปกครอง” (หน้า 352)“นวนิยายเรื่องนี้จบลงอย่างบริบูรณ์แล้ว ส่วนที่เหลือนับจากนี้คือการอ่าน การแก้ไข ขัดเกลา รื้อ และเขียนใหม่อีกครั้งและอีกครั้งโดยคุณ โดยฉัน หรือโดยพวกเรา จนกว่าจะเป็นที่พึงพอใจที่สุดของทุกคน ไม่ใช่จนกว่าจะดีที่สุดแต่อย่างใด” (หน้า 749)
Nattapon Sribuangam8 reviews27 followersFollowFollowFebruary 13, 2022สนุก เรื่องราวเข้มข้น อ่านแล้วอิ่มมีหลากหลายมิติให้ขบคิด นับว่าเป็นนิยายให้รสอร่อย สารอาหาร และความอิ่มท้องไปพร้อมกัน แนะนำครับเรื่องนี้