Pimori18 reviews1 followerFollowFollowOctober 21, 2025เป็นนิยายรักที่ทั้งขมทั้งหวานไปในคราวเดียวกัน ขวยเขินไปกับความรักของหนุ่มสาว ความรักที่เดินทางไปพร้อมกับอุดมการณ์ที่แรงกล้าของทั้งสอง ขมไปกับช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผู้มีอำนาจช่างโหดร้ายกับผู้คนบริสุทธิ์จนไม่สามารถบรรยายออกมาได้ ช่วงท้ายๆของเรื่องที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในวัน14ตุลานั้น ขณะที่อ่านสิ่งเดียวที่นึกวนอยู่ในหัวคือเหล่าตำรวจ ทหารที่สาดกระสุนใส่นักศึกษาในวันนั้นจะมีสักแวบในความคิดไหมว่าตนกำลังทำลายผู้บริสุทธิ์อยู่ จะมีความคิดสักเสี้ยวหนึ่งไหมว่าผู้ที่ชุมนุมในวันนั้นเป็นเพียงนักศึกษาที่ไม่มีอาวุธ เป็นลูกที่รักของคนในครอบครัว เป็นประชาชนที่ตนควรจะปกป้อง แต่กลับสาดกระสุนใส่ผู้คนเหล่านั้นแทน มันช่างน่าหดหู่และสิ้นหวังเราไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าในขณะนั้นนักศึกษาเหล่านั้นต้องเจ็บปวดเพียงใดที่สูญเสียเพื่อนไปในเหตุการณ์นั้น และน่าหดหู่ใจยิ่งกว่าคือประเทศเรายังวนเวียนอยู่ที่เดิม ไม่มีประชาธิปไตยแบบเต็มใบตามที่หวัง ผู้มีอำนาจยังหาทางเอารัดเอาเปรียนคนชนชั้นล่างอยู่เสมอ ผู้คนไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม วันที่คิดว่าผู้คนจะตาสว่างสุดท้ายกลับวกกลับมาทีเดิม ช่างน่าหดหู่ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังต้องสู้ต่อไปThis entire review has been hidden because of spoilers.
van1998392 reviews4 followersFollowFollowMay 13, 2022ศิลปะไม่ควรรับใช้การเมือง เพราะศิลปะนั้นสูงส่ง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพรสวรรค์ศิลปะได้ และการที่คุณบังคับให้เอาเรื่องปฏิวัติฆ่าๆฟันๆกันใส่ลงไปในศิลปะ มันไม่จรรโลงใจ มันบังคับอิสระทางความคิดของศิลปินแล้วศิลปินไม่กินข้าวหรอ? คนในสังคมเขาเดือดร้อน แต่ตัวเองจะอยู่ในโลกส่วนตัวอันสูงส่ง โดยไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเลยหรือ?ปลาใหญ่กินปลาเล็กไปเรื่อยๆ มันเป็นสัจธรรม แล้วมันจะมีไหมปลาที่ไม่ถูกใครกิน?ถ้าจะตัดสินใจก็ต้องพร้อมเผชิญทั้งความหวานชื่นและขมขื่นfav-2022