What do you think?


助理建筑师 #3
คุณผู้ช่วยสถาปนิก เล่ม 3
กู้เซียวถาม คบกับฉัน นายเสียใจหรือเปล่า จางซืออี้ รีบตอบอย่างรวดเร็ว ไม่ครับ กู้เซียวหัวเราะเบาๆ แต่ฉันอิจฉา จางซืออี้ ...ครับ? อิจฉาที่พวกเขาสามารถยืนท่ามกลางแสงไฟได้อย่างสง่างาม สามารถถูกจับตามองจากคนอื่นได้อย่างเปิดเผย อิจฉาที่พอคบกัน พวกเขาก็ได้รับคำอวยพรจากทุกคน... กู้เซียวถอนหายใจแล้วเอ่ยต่อ ขอโทษนะซืออี้ ที่ตอนนี้ฉันยังทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แล้วยังลากนายให้มาอยู่ในที่มืดมนกับฉันด้วย ได้ยินดังนั้นจางซืออี้ก็รู้สึกปวดใจไปด้วย เขากุมมือกู้เซียวแน่นๆ ไม่เป็นไรครับ พวกเราเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
409 pages, Paperback
Published February 1, 2021
About the author
Xi He Qing Ling
31 books19 followersAssociated Names:
* Xi He Qing Ling
* 羲和清零
* ซีเหอชิงหลิง (Thai)
* Xi He Qing Ling
* 羲和清零
* ซีเหอชิงหลิง (Thai)
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 16 of 16 reviews
April 24, 2021
ยังสนุกเหมือนเดิม แต่คิดว่าดรอปจากพีคๆ เล่ม 1-2
nc แบบว่า....😳 ดุเดือด
เหมือนดูคู่แต่งงานใหม่อ่ะ
ยังไม่อยากอ่านเล่ม 4 อยากเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวจบ 555555
nc แบบว่า....😳 ดุเดือด
เหมือนดูคู่แต่งงานใหม่อ่ะ
ยังไม่อยากอ่านเล่ม 4 อยากเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวจบ 555555
March 28, 2021
จากที่เล่มที่แล้ว กำลังพีค ๆ เลย
ยังคงอ่านได้สนุกมาก น่ารัก ลุ้นมาก เหมือนเดิม
แต่มาสะดุดโครมตรงเหยียดเชื้อชาติ ตรงนี้คือไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคนแต่ง
หรือใส่ไว้กันดราม่า?? ทำไมต้องไปต่างประเทศ ไรงี้?? จีนก็มีทำไมไม่เที่ยวงี้??
อันนี้เห็นแทบทุกเล่ม ถ้าเกี่ยวต่างประเทศ มันเป็นนโยบายประเทศรึเปล่า??
เราเข้าใจในความเจ็บปวด แต่ไม่เห็นด้วยในการเกลียดชัง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็แค่ 2 หน้าอ่ะนะ (แต่มันก็ทำให้เราเฟลพอควร)
เล่มนี้ยังคงหลงรักในทัศนคติต่อการดำเนินชีวิต การมองปัญหา การแก้ปัญหาของตัวละครอยู่
เล่มนี้ทั้ง 2 คนเริ่มคบกัน ก็ต้องมีการปรับตัว ปรับใจอะไรกันไป
อ่านได้เพลินสุด ๆ ตอนนี้ก็รอแค่เล่มจบ
จงมา ๆ ๆ ๆ ๆ
ยังคงอ่านได้สนุกมาก น่ารัก ลุ้นมาก เหมือนเดิม
แต่มาสะดุดโครมตรงเหยียดเชื้อชาติ ตรงนี้คือไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคนแต่ง
หรือใส่ไว้กันดราม่า?? ทำไมต้องไปต่างประเทศ ไรงี้?? จีนก็มีทำไมไม่เที่ยวงี้??
อันนี้เห็นแทบทุกเล่ม ถ้าเกี่ยวต่างประเทศ มันเป็นนโยบายประเทศรึเปล่า??
เราเข้าใจในความเจ็บปวด แต่ไม่เห็นด้วยในการเกลียดชัง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็แค่ 2 หน้าอ่ะนะ (แต่มันก็ทำให้เราเฟลพอควร)
เล่มนี้ยังคงหลงรักในทัศนคติต่อการดำเนินชีวิต การมองปัญหา การแก้ปัญหาของตัวละครอยู่
เล่มนี้ทั้ง 2 คนเริ่มคบกัน ก็ต้องมีการปรับตัว ปรับใจอะไรกันไป
อ่านได้เพลินสุด ๆ ตอนนี้ก็รอแค่เล่มจบ
จงมา ๆ ๆ ๆ ๆ
August 4, 2021
(5/5) ยังสนุกเหมือนเดิมเลย อยากอ่านต่อตลอดเวลา ปกติแล้วจะไม่ชอบเวลาตัวเอกรักกันแล้วเพราะมันน่าเบื่อ แต่เล่มนี้เขียนออกมาได้น่ารักและน่าติดตามมากๆจนไม่รู้สึกเบื่อเลย ชอบมากๆๆๆT-T สุดท้ายแล้วนิยายที่ชอบไม่จำเป็นต้องมีพลอตซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก ขอแค่อ่านแล้วยิ้มและรู้สึกสนุกไปตลอดทั้งเรื่องเท่านี้ก็ชอบมากๆแล้ว ปล เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าได้เรียนรู้นิสัย+ทัศนคติดีๆจากตัวละครเยอะเลย
Read
June 4, 2021#คุณผู้ช่วยสถาปนิก (เล่ม 3/4)
ความน่ารักยังคงลากยาวต่อเนื่องมาจนถึงเล่มสาม แม้จะมีจุดสะดุดนิดหน่อยตรงทัศนคติบางอย่างของผู้เขียน และบท nc อัศจรรย์ที่เปิดเผยหมดเปลือก แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเพราะพระนายเขาคบกันแล้ว จะให้แค่จ้องตา จับมือ มันก็จะไม่สมจริง และไม่รักคนอ่าน
ชอบความสมดุลระหว่างเรื่องงานและเรื่องรัก ชอบการได้เห็นนายเอกเติบโตขึ้น และเห็นด้านอื่น ๆ ของพระเอกบ้าง เล่มนี้มีเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนและเพื่อนร่วมงานเป็นฉากหลัง คาดว่าเล่มจบต้องมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ที่ต้องเปิดเผยกับคนในครอบครัวแน่นอน
เตรียมหมอนไว้รออ่านเล่มสี่กันค่ะ :)
ความน่ารักยังคงลากยาวต่อเนื่องมาจนถึงเล่มสาม แม้จะมีจุดสะดุดนิดหน่อยตรงทัศนคติบางอย่างของผู้เขียน และบท nc อัศจรรย์ที่เปิดเผยหมดเปลือก แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเพราะพระนายเขาคบกันแล้ว จะให้แค่จ้องตา จับมือ มันก็จะไม่สมจริง และไม่รักคนอ่าน
ชอบความสมดุลระหว่างเรื่องงานและเรื่องรัก ชอบการได้เห็นนายเอกเติบโตขึ้น และเห็นด้านอื่น ๆ ของพระเอกบ้าง เล่มนี้มีเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนและเพื่อนร่วมงานเป็นฉากหลัง คาดว่าเล่มจบต้องมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ที่ต้องเปิดเผยกับคนในครอบครัวแน่นอน
เตรียมหมอนไว้รออ่านเล่มสี่กันค่ะ :)
April 16, 2021
หลังจากคบกันก็เป็นช่วงโปรโมชั่น สองคนหวานใส่กันไม่หยุด แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาการปรับตัวเข้าหากันด้วย ซืออี้น้อยของเราเติบใหญ่โดยไม่รู้ตัว ความสนุกไม่แผ่ว ไปอ่านกันค่ะ
June 16, 2021
หลังจากคบกันแล้ว เล่มนี้เป็นเรื่องของการปรับตัว ไม่ว่าจะปรับตัวเข้าหากันในฐานะคนรัก ปรับตัวเข้าสู่สังคม และการพบเจออุปสรรค ในวันที่ความลับถูกเปิดเผย
เป็นนิยายที่ลึก ทั้งในเรื่องของความรู้สึกและอารมณ์ ไม่มีจุดให้สงสัย แล้วทำให้เราอิน รวมถึงเข้าใจในมุมมองของตัวละครทั้งหมดได้
ดีจังที่ได้อ่าน
และ อยากมีกู้กงเป็นของตัวเองบ้าง ฮฮฮฮฮ
หลังอ่านเพิ่มเติม : https://wp.me/p6yYEv-P8
เป็นนิยายที่ลึก ทั้งในเรื่องของความรู้สึกและอารมณ์ ไม่มีจุดให้สงสัย แล้วทำให้เราอิน รวมถึงเข้าใจในมุมมองของตัวละครทั้งหมดได้
ดีจังที่ได้อ่าน
และ อยากมีกู้กงเป็นของตัวเองบ้าง ฮฮฮฮฮ
หลังอ่านเพิ่มเติม : https://wp.me/p6yYEv-P8
November 3, 2021
เล่ม 3 พิมพ์ครั้งที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
โปรยปกหลังเล่ม 3 :
กู้เซียวถาม คบกับฉัน นายเสียใจหรือเปล่า จางซืออี้ รีบตอบอย่างรวดเร็ว ไม่ครับ กู้เซียวหัวเราะเบาๆ แต่ฉันอิจฉา จางซืออี้ ...ครับ? อิจฉาที่พวกเขาสามารถยืนท่ามกลางแสงไฟได้อย่างสง่างาม สามารถถูกจับตามองจากคนอื่นได้อย่างเปิดเผย อิจฉาที่พอคบกัน พวกเขาก็ได้รับคำอวยพรจากทุกคน... กู้เซียวถอนหายใจแล้วเอ่ยต่อ ขอโทษนะซืออี้ ที่ตอนนี้ฉันยังทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แล้วยังลากนายให้มาอยู่ในที่มืดมนกับฉันด้วย ได้ยินดังนั้นจางซืออี้ก็รู้สึกปวดใจไปด้วย เขากุมมือกู้เซียวแน่นๆ ไม่เป็นไรครับ พวกเราเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
เล่ม 3 :
จางซืออี้อยู่กับกู้เซียว ได้เห็นสมุดสเก็ตภาพ ในนั้นมีเรื่องราวที่เป็นไดอารี่ที่กู้เซียวเขียนถึงตัวเอง และการจดบันทึกต่างๆมากมาย จางซืออี้สนใจอ่านแต่เรื่องของตัวเอง ทำให้รู้ว่าช่วงเวลานั้นๆกู้เซียวก็สับสนเหมือนกัน
จางซืออี้ตั้งใจจะเก่งเหมือนกู้เซียว เลยพยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น เวลาทำงาน กู้เซียวได้รับโครงการออกแบบสถานที่พักตากอากาศระดับหรู เลยมอบให้เถาเฝ่ยและจางซืออี้ดูแล เถาเฝ่ยพาจางซืออี้ไปยูนนาน ทั้งสองเริ่มสนิทกันมากขึ้น คุยกันถูกคอ เพราะเรียนจบอังกฤษเหมือนกัน และจางซืออี้ก็ไม่รู้สึกขัดตาเถาเฝ่ยอีกแล้ว มีแต่เถาเฝ่ยที่คอยแกล้งจางซืออี้ โพสต์หน้าเซลฟี่ตอนไม่รู้ตัว อะไรแบบนี้ จริงๆคือจะคอยยั่วศิษย์พี่นี่แหละ เพราะมองเห็นแล้วว่าจางซืออี้คือจุดอ่อนของศิษย์พี่ ขอให้จับให้ได้จริงๆเถอะ
ตอนคุยกับเถาเฝ่ยเรื่องการเรียนทำให้จางซืออี้เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเก่งกว่า แล้วยิ่งมีความคิดที่อยากกลับไปเรียนต่อปริญญาโทอีกครั้ง แต่พอคิดถึงค่าเรียนก็ต้องผลัดไปก่อน ทั้งสองเข้าพักแต่ที่พักหรูที่สุด ตอนแรกจางซืออี้ยังกังวล แต่เถาเฝ่ยบอกว่าให้โครงการได้รับคัดเลือก ก็ไม่ต้องจ่ายเองแล้ว จนกู้เซียวทนไม่ไหวต้องตามมาจนได้ แล้วนอนห้องเดียวกัน ทั้งสองคนยังจู๋จี๋กันอีก เถาเฝ่ยแกล้งหลับเพื่อจับให้ได้ แต่พอคิดไปมา สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องจัดการที่จางซืออี้ แล้วก็ได้ผล กู้เซียวโกรธจัด เถาเฝ่ยก็เลยบอกว่าไม่ทำแบบนี้จะรู้ความจริงได้ไง ตัวเองก็น้อยใจที่สนิทกันแต่ไม่ยอมบอกต้องให้มาสารภาพเอง แล้วหลังจากนั้นก็มาสำรวจโครงการต่อ และกลับไปเขียนแผนงาน
งานเร่งจนเถาเฝ่ยไม่สนใจภาพลักษณ์ โต้รุ่งที่บริษัท จางซืออี้ที่กู้เซียวอยู่ทำโอทีด้วย ก็บอกให้กู้เซียวกลับไปก่อน ไม่ต้องรอ เพราะจะเร่งทำงาน กู้เซียวทนไม่ได้ที่สุดคือจางซืออี้ไม่สนใจตัวเอง แต่ที่จางซืออี้คิดคืออยากให้กู้เซียวพักผ่อนสบายๆ เลยทะเลาะกันเป็นครั้งแรก
วันสุดท้ายเขียนโครงการเสร็จ เป็นเถาเฝ่ยที่บอกให้จางซืออี้กลับบ้าน ถึงได้รู้ว่ากู้เซียวไม่สบาย ทั้งสองคืนดีกัน ปรับความเข้าใจกัน ตอนที่นำเสนอ ยังได้เห็นความสามารถในการออกแบบของจางซืออี้อีกด้วย
ตอนเลี้ยงอาหารกลางวัน กู้เซียวถูกบังคับให้ดื่มเหล้า จนสุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ก็เพราะเรื่องนี้ทำให้ได้เซ็นสัญญาจนได้
พ่อกับแม่มาเยี่ยมจางซืออี้ที่บ้าน ยังปลื้มที่ได้กู้เซียวดูแล กู้เหยามาพักที่บ้านกู้เซียวด้วยเพราะต้องฝึกงานบริษัทใกล้ๆ
บริษัทจะจัดให้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น จางซืออี้กับกู้เซียวยิ่งทำให้เพื่อนร่วมงานจับคู่จิ้นฟินกันไปใหญ่เพราะจับคู่กันตั้งแต่ต้น ไม่ได้แสดงละครแต่มันเหมือนจริงสุดๆ เพราะเป็นเรื่องจริง แต่มีคนหนึ่งที่สังเกตตลอดคือลู่เฉียว แล้วก็รับไม่ได้ เพราะค่านิยมและความอิจฉาริษยา ดีที่กู้เซียวและจางซืออี้มาได้ยินที่ล่าเฉียวมาสารภาพกับต้นไม้ กู้เซียวเลยบอกว่าจางซืออี้ตั้งใจทำงาน ไม่ได้ใช้เส้นสายส่วนตัว แล้วทั้งคู่ก็เริ่มรักษาระยะห่างไม่ให้เกิดกรณีอย่างลู่เฉียวขึ้นมาอีก
เพราะการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ความรักยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ กลับไปทั้งสองยังต้องสะสางงาน แต่ความต้องการของทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อย ในที่สุดก็ได้เวลาที่จะเป็นของกันและกัน แล้วจางซืออี้ก็รู้ว่ากู้เซียวเป็นคนยังไงกันแน่ ฮ่าๆๆๆ
เพราะบริษัทจางซืออี้ได้งานจากบริษัทของเจียงไห่ เลยได้ติดต่อกันอีกครั้ง เพื่อนเก่าอัพเดตเรื่องราวกัน นัดกินข้าวกัน ซูหยวนที่ตอนนั้นก้าวหน้ากว่าใครตอนนี้กำลังท้อแท้เพราะการทำงานไม่เป็นเหมือนที่คิด งานเพิ่มเงินลด จางซืออี้ได้ฟังแล้วก็ต้องการที่จะให้กำลังใจ เหริ่นเมิ่งเซวียนที่ต้องการจะอวดแฟนใหม่พาแฟนมาด้วย ชื่อไป่รุ่ย ทุกคนมองว่าเป็นคนสุดเฟอร์เฟ็ก วางตัวดี ทำไมครั้งนี้เกิดสนใจจางซืออี้ที่พูดมีหลักการทำให้ซูหยวนไม่เสียใจ จนเดินทางผิดซ้ำรอยลู่เฉียวเป็นคนที่สอง เหรินเมิ่งเซวียนเริ่มเอะใจ
หลังอ่านเล่ม 3 :
หลังจากจางซืออี้มาคบกับกู้เซียว การใช้ชีวิต ทัศนะคติ ความขยัน การตั้งใจทำงาน ตั้งใจพัฒนาความสามารถเพื่อให้ก้าวทันอีกฝ่ายที่เป็นแบบอย่าง ทำให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจ ตอนแรกยังคิดว่าเป็นคนระดับเดียวกัน ความสามารถใกล้เคียงกัน พอมองอีกที จางซืออี้โดดเด่นจนไม่เหมือนเดิม รับผิดชอบโครงการใหญ่ มีความก้าวหน้า แต่นิสัยทั้งซื่อ ทั้งเชื่อคนง่าย ทำอะไรก็แสดงบนสีหน้าหมดยังเหมือนเดิมนะ ยังไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ ต้องฝึกฝนอีกเยอะ แต่ก้าวหน้าเร็วแล้ว อ่านไปขำไปค่ะ เล่มนี้กู้เซียวจัดเต็มแล้วนะ ซืออี้จะไหวไหมเนี่ย เขินเลย ><”
โปรยปกหลังเล่ม 3 :
กู้เซียวถาม คบกับฉัน นายเสียใจหรือเปล่า จางซืออี้ รีบตอบอย่างรวดเร็ว ไม่ครับ กู้เซียวหัวเราะเบาๆ แต่ฉันอิจฉา จางซืออี้ ...ครับ? อิจฉาที่พวกเขาสามารถยืนท่ามกลางแสงไฟได้อย่างสง่างาม สามารถถูกจับตามองจากคนอื่นได้อย่างเปิดเผย อิจฉาที่พอคบกัน พวกเขาก็ได้รับคำอวยพรจากทุกคน... กู้เซียวถอนหายใจแล้วเอ่ยต่อ ขอโทษนะซืออี้ ที่ตอนนี้ฉันยังทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แล้วยังลากนายให้มาอยู่ในที่มืดมนกับฉันด้วย ได้ยินดังนั้นจางซืออี้ก็รู้สึกปวดใจไปด้วย เขากุมมือกู้เซียวแน่นๆ ไม่เป็นไรครับ พวกเราเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว
เล่ม 3 :
จางซืออี้อยู่กับกู้เซียว ได้เห็นสมุดสเก็ตภาพ ในนั้นมีเรื่องราวที่เป็นไดอารี่ที่กู้เซียวเขียนถึงตัวเอง และการจดบันทึกต่างๆมากมาย จางซืออี้สนใจอ่านแต่เรื่องของตัวเอง ทำให้รู้ว่าช่วงเวลานั้นๆกู้เซียวก็สับสนเหมือนกัน
จางซืออี้ตั้งใจจะเก่งเหมือนกู้เซียว เลยพยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น เวลาทำงาน กู้เซียวได้รับโครงการออกแบบสถานที่พักตากอากาศระดับหรู เลยมอบให้เถาเฝ่ยและจางซืออี้ดูแล เถาเฝ่ยพาจางซืออี้ไปยูนนาน ทั้งสองเริ่มสนิทกันมากขึ้น คุยกันถูกคอ เพราะเรียนจบอังกฤษเหมือนกัน และจางซืออี้ก็ไม่รู้สึกขัดตาเถาเฝ่ยอีกแล้ว มีแต่เถาเฝ่ยที่คอยแกล้งจางซืออี้ โพสต์หน้าเซลฟี่ตอนไม่รู้ตัว อะไรแบบนี้ จริงๆคือจะคอยยั่วศิษย์พี่นี่แหละ เพราะมองเห็นแล้วว่าจางซืออี้คือจุดอ่อนของศิษย์พี่ ขอให้จับให้ได้จริงๆเถอะ
ตอนคุยกับเถาเฝ่ยเรื่องการเรียนทำให้จางซืออี้เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเก่งกว่า แล้วยิ่งมีความคิดที่อยากกลับไปเรียนต่อปริญญาโทอีกครั้ง แต่พอคิดถึงค่าเรียนก็ต้องผลัดไปก่อน ทั้งสองเข้าพักแต่ที่พักหรูที่สุด ตอนแรกจางซืออี้ยังกังวล แต่เถาเฝ่ยบอกว่าให้โครงการได้รับคัดเลือก ก็ไม่ต้องจ่ายเองแล้ว จนกู้เซียวทนไม่ไหวต้องตามมาจนได้ แล้วนอนห้องเดียวกัน ทั้งสองคนยังจู๋จี๋กันอีก เถาเฝ่ยแกล้งหลับเพื่อจับให้ได้ แต่พอคิดไปมา สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องจัดการที่จางซืออี้ แล้วก็ได้ผล กู้เซียวโกรธจัด เถาเฝ่ยก็เลยบอกว่าไม่ทำแบบนี้จะรู้ความจริงได้ไง ตัวเองก็น้อยใจที่สนิทกันแต่ไม่ยอมบอกต้องให้มาสารภาพเอง แล้วหลังจากนั้นก็มาสำรวจโครงการต่อ และกลับไปเขียนแผนงาน
งานเร่งจนเถาเฝ่ยไม่สนใจภาพลักษณ์ โต้รุ่งที่บริษัท จางซืออี้ที่กู้เซียวอยู่ทำโอทีด้วย ก็บอกให้กู้เซียวกลับไปก่อน ไม่ต้องรอ เพราะจะเร่งทำงาน กู้เซียวทนไม่ได้ที่สุดคือจางซืออี้ไม่สนใจตัวเอง แต่ที่จางซืออี้คิดคืออยากให้กู้เซียวพักผ่อนสบายๆ เลยทะเลาะกันเป็นครั้งแรก
วันสุดท้ายเขียนโครงการเสร็จ เป็นเถาเฝ่ยที่บอกให้จางซืออี้กลับบ้าน ถึงได้รู้ว่ากู้เซียวไม่สบาย ทั้งสองคืนดีกัน ปรับความเข้าใจกัน ตอนที่นำเสนอ ยังได้เห็นความสามารถในการออกแบบของจางซืออี้อีกด้วย
ตอนเลี้ยงอาหารกลางวัน กู้เซียวถูกบังคับให้ดื่มเหล้า จนสุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ก็เพราะเรื่องนี้ทำให้ได้เซ็นสัญญาจนได้
พ่อกับแม่มาเยี่ยมจางซืออี้ที่บ้าน ยังปลื้มที่ได้กู้เซียวดูแล กู้เหยามาพักที่บ้านกู้เซียวด้วยเพราะต้องฝึกงานบริษัทใกล้ๆ
บริษัทจะจัดให้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น จางซืออี้กับกู้เซียวยิ่งทำให้เพื่อนร่วมงานจับคู่จิ้นฟินกันไปใหญ่เพราะจับคู่กันตั้งแต่ต้น ไม่ได้แสดงละครแต่มันเหมือนจริงสุดๆ เพราะเป็นเรื่องจริง แต่มีคนหนึ่งที่สังเกตตลอดคือลู่เฉียว แล้วก็รับไม่ได้ เพราะค่านิยมและความอิจฉาริษยา ดีที่กู้เซียวและจางซืออี้มาได้ยินที่ล่าเฉียวมาสารภาพกับต้นไม้ กู้เซียวเลยบอกว่าจางซืออี้ตั้งใจทำงาน ไม่ได้ใช้เส้นสายส่วนตัว แล้วทั้งคู่ก็เริ่มรักษาระยะห่างไม่ให้เกิดกรณีอย่างลู่เฉียวขึ้นมาอีก
เพราะการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ความรักยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ กลับไปทั้งสองยังต้องสะสางงาน แต่ความต้องการของทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อย ในที่สุดก็ได้เวลาที่จะเป็นของกันและกัน แล้วจางซืออี้ก็รู้ว่ากู้เซียวเป็นคนยังไงกันแน่ ฮ่าๆๆๆ
เพราะบริษัทจางซืออี้ได้งานจากบริษัทของเจียงไห่ เลยได้ติดต่อกันอีกครั้ง เพื่อนเก่าอัพเดตเรื่องราวกัน นัดกินข้าวกัน ซูหยวนที่ตอนนั้นก้าวหน้ากว่าใครตอนนี้กำลังท้อแท้เพราะการทำงานไม่เป็นเหมือนที่คิด งานเพิ่มเงินลด จางซืออี้ได้ฟังแล้วก็ต้องการที่จะให้กำลังใจ เหริ่นเมิ่งเซวียนที่ต้องการจะอวดแฟนใหม่พาแฟนมาด้วย ชื่อไป่รุ่ย ทุกคนมองว่าเป็นคนสุดเฟอร์เฟ็ก วางตัวดี ทำไมครั้งนี้เกิดสนใจจางซืออี้ที่พูดมีหลักการทำให้ซูหยวนไม่เสียใจ จนเดินทางผิดซ้ำรอยลู่เฉียวเป็นคนที่สอง เหรินเมิ่งเซวียนเริ่มเอะใจ
หลังอ่านเล่ม 3 :
หลังจากจางซืออี้มาคบกับกู้เซียว การใช้ชีวิต ทัศนะคติ ความขยัน การตั้งใจทำงาน ตั้งใจพัฒนาความสามารถเพื่อให้ก้าวทันอีกฝ่ายที่เป็นแบบอย่าง ทำให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจ ตอนแรกยังคิดว่าเป็นคนระดับเดียวกัน ความสามารถใกล้เคียงกัน พอมองอีกที จางซืออี้โดดเด่นจนไม่เหมือนเดิม รับผิดชอบโครงการใหญ่ มีความก้าวหน้า แต่นิสัยทั้งซื่อ ทั้งเชื่อคนง่าย ทำอะไรก็แสดงบนสีหน้าหมดยังเหมือนเดิมนะ ยังไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ ต้องฝึกฝนอีกเยอะ แต่ก้าวหน้าเร็วแล้ว อ่านไปขำไปค่ะ เล่มนี้กู้เซียวจัดเต็มแล้วนะ ซืออี้จะไหวไหมเนี่ย เขินเลย ><”
This entire review has been hidden because of spoilers.
July 11, 2021
เล่มนี้เป็นเรื่องราวหลังจาก #กู้เซียว ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบควบตำแหน่งสถาปนิกชั้นสูงวัย 29ปี พระเอกที่แสนจะสมบูรณ์แบบในสายตาของทุกคนแต่รู้ใจตัวเองว่าชอบหนุ่มอ้อนแอ้นร่างบางในช่วงเริ่มเข้ามหาลัยและเป็นฝ่ายรุกเงียบๆจนจีบ #จางซืออี้ นายเอกหน้าใสวัย 23ปี อดีตชายแท้ที่เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงได้สำเร็จและมีเหตุให้นายเอกย้ายเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกับคนรักผู้ควบตำแหน่งเจ้านายและไอดอลรุ่นพี่ที่นับถือชื่นชมมาตั้งแต่เด็ก เราชอบความสัมพันธ์ของพระนายคู่นี้มากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกจะเปิดเผยความลับจากไดอารี่ภาพวาดว่าพระเอกแอบคิดยังงัยกับคนน้องตั้งแต่เริ่มรับเข้ามาทำงาน คนพี่ที่ดูใจเย็น เป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผลก็มีวันที่สติหลุด หัวร้อน หึงหวง และมีการปะทะอารมณ์จนทำให้คนน้องที่ขี้ใจน้อย ขี้แย และขี้งอนนิดๆเสียใจอยู่หลายครั้งด้วยเรื่องหยุมหยิมรอบตัวจากคำพูดหรือการกระทำที่ยังจูนกันไม่ลงตัว ซึ่งเราชอบแง่มุมนี้ที่เค้าแสดงให้เห็นว่าแม้จะรักกันแล้วก็ยังต้องมีการปรับตัวและทำความเข้าใจกันในการประคองชีวิตคู่โดยเฉพาะในยุค2015 ที่สังคมจีนยังไม่ได้เปิดกว้างเรื่องรักร่วมเพศ ซ้ำยังเป็นความรักในที่ทำงานที่ต้องปกปิดและระมัดระวังที่จะต้องแยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว เป็นการดำเนินเรื่องที่ตัวพล็อตเรื่องงานสถาปนิก การพัฒนาตัวเองของนายเอก การกระชับความสัมพันธ์ของคู่รัก และมิตรภาพระหว่างเพื่อนทำได้ลงตัวอย่างมาก
ส่วนของงานสถาปนิกในเล่มนี้นายเอกได้ร่วมงานกับ #เถาเฝ่ย หนุ่มหน้าสวย ดีกรีปริญญาโทจากอังกฤษ ศิษย์น้องของพระเอกที่เคยเป็นอดีตคู่จิ้นสมัยเรียนมหาลัย เล่มก่อนพระนายเคยทะเลาะกันเพราะนายเอกเป็นฝ่ายหึง เล่มนี้นายเอกได้เรียนรู้วิสัยทัศน์จากการไปดูงานด้วยกัน การแนะแนวทางแบบกวนโอ๊ย และการได้เห็นมาดจริงจังบ้างานจากเถาเฝ่ยจนได้กลายเป็นเพื่อนสนิทอีกคน เถาเฝ่ยเป็นตัวละครที่มีสีสันมากจนอยากให้มีภาคต่อของเจ้าตัวเองบ้าง เป็นคนขี้แกล้งแต่ช่างสังเกตคนจนจับได้ว่าพระเอกเปลี่ยนไปเพราะนายเอกเลยหาเรื่องแหย่ จนกู้เซียวบุกมาร่วมทริปและเปิดเผยความเป็นคู่รัก ไปๆมาๆเฮียเถาเลยเป็นพ่อสื่อที่คอยช่วยหาโอกาสดีๆให้ทั้งคู่ในช่วงท้ายที่บริษัทจัดทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น เราอดคิดไม่ได้ว่านักเขียนน่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่เคยอยู่เมืองนอกและต้องปรับตัวกับระบบการทำงานของบ้านเกิด เพราะนอกจากความรู้เรื่องภูมิสถาปัตย์ที่ค่อนข้างดีมากยังถ่ายทอดให้เห็นแนวคิดเชิงปรัชญาผ่านพระนายเกือบทั้งเรื่อง
นายเอกยิ่งอยู่ใกล้บัณฑิตยิ่งทำให้ตัวเองมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและขยันศึกษาทั้งจากในและนอกตำราจนมีผลงานโดดเด่น และทำให้ทุกคนสังเกตเห็น เราชอบที่พระเอกหรือเถาเฝ่ยคอยสอนว่าความสามารถมาจากความขยันตั้งใจ บางเรื่องอาจจะใช้พรสวรรค์ แต่ความเจริญก้าวหน้าไม่ได้แปรผันตรงกับความสามารถเสมอไป การนำเสนอผลงานให้เข้าตาต้องรู้จักสังคมและมารยาท มีลูกล่อลูกชน รู้กาลเทศะและมีความเข้าใจในผู้คนในมุมมองแบบของเขา นอกจากทำให้นายเอกโตขึ้นในทางความคิดยังสะท้อนมุมมองของตัวเองในอดีต และเข้าใจความคิดชองคนต่างชนชั้นมากขึ้น
พระนายช่วงโปรโมชั่นคลั่งรักมีเรื่องให้ง้องอนสลับกับความหวานเพียงสัมผัสภายนอก คล้ายกับหลายเรื่องที่ฝ่ายรุกมักจะใจเย็นในการรอความพร้อมของฝ่ายรับที่เคยเป็นชายแท้ แต่สุดท้ายเจ๊สี่ก็ได้เป็นภรรยาของสามีสุดหื่นอย่างสมบูรณ์ เล่มนี้พระเอกล่มแผนการจับคู่ดูตัวทั้งฝั่งตัวเองและฝั่งนายเอกได้สำเร็จ เล่มต่อไปจะเปิดเผยต่อครอบครัวอย่างไร นายเอกจะกลับไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษหรือไม่ เมื่อใบเบิกทางที่จะทำให้ได้เป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นสูงที่จะมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานได้มากขึ้นควรมีทั้งประสบการณ์และใบเบิกทางระดับสากล
ส่วนของงานสถาปนิกในเล่มนี้นายเอกได้ร่วมงานกับ #เถาเฝ่ย หนุ่มหน้าสวย ดีกรีปริญญาโทจากอังกฤษ ศิษย์น้องของพระเอกที่เคยเป็นอดีตคู่จิ้นสมัยเรียนมหาลัย เล่มก่อนพระนายเคยทะเลาะกันเพราะนายเอกเป็นฝ่ายหึง เล่มนี้นายเอกได้เรียนรู้วิสัยทัศน์จากการไปดูงานด้วยกัน การแนะแนวทางแบบกวนโอ๊ย และการได้เห็นมาดจริงจังบ้างานจากเถาเฝ่ยจนได้กลายเป็นเพื่อนสนิทอีกคน เถาเฝ่ยเป็นตัวละครที่มีสีสันมากจนอยากให้มีภาคต่อของเจ้าตัวเองบ้าง เป็นคนขี้แกล้งแต่ช่างสังเกตคนจนจับได้ว่าพระเอกเปลี่ยนไปเพราะนายเอกเลยหาเรื่องแหย่ จนกู้เซียวบุกมาร่วมทริปและเปิดเผยความเป็นคู่รัก ไปๆมาๆเฮียเถาเลยเป็นพ่อสื่อที่คอยช่วยหาโอกาสดีๆให้ทั้งคู่ในช่วงท้ายที่บริษัทจัดทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น เราอดคิดไม่ได้ว่านักเขียนน่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่เคยอยู่เมืองนอกและต้องปรับตัวกับระบบการทำงานของบ้านเกิด เพราะนอกจากความรู้เรื่องภูมิสถาปัตย์ที่ค่อนข้างดีมากยังถ่ายทอดให้เห็นแนวคิดเชิงปรัชญาผ่านพระนายเกือบทั้งเรื่อง
นายเอกยิ่งอยู่ใกล้บัณฑิตยิ่งทำให้ตัวเองมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและขยันศึกษาทั้งจากในและนอกตำราจนมีผลงานโดดเด่น และทำให้ทุกคนสังเกตเห็น เราชอบที่พระเอกหรือเถาเฝ่ยคอยสอนว่าความสามารถมาจากความขยันตั้งใจ บางเรื่องอาจจะใช้พรสวรรค์ แต่ความเจริญก้าวหน้าไม่ได้แปรผันตรงกับความสามารถเสมอไป การนำเสนอผลงานให้เข้าตาต้องรู้จักสังคมและมารยาท มีลูกล่อลูกชน รู้กาลเทศะและมีความเข้าใจในผู้คนในมุมมองแบบของเขา นอกจากทำให้นายเอกโตขึ้นในทางความคิดยังสะท้อนมุมมองของตัวเองในอดีต และเข้าใจความคิดชองคนต่างชนชั้นมากขึ้น
พระนายช่วงโปรโมชั่นคลั่งรักมีเรื่องให้ง้องอนสลับกับความหวานเพียงสัมผัสภายนอก คล้ายกับหลายเรื่องที่ฝ่ายรุกมักจะใจเย็นในการรอความพร้อมของฝ่ายรับที่เคยเป็นชายแท้ แต่สุดท้ายเจ๊สี่ก็ได้เป็นภรรยาของสามีสุดหื่นอย่างสมบูรณ์ เล่มนี้พระเอกล่มแผนการจับคู่ดูตัวทั้งฝั่งตัวเองและฝั่งนายเอกได้สำเร็จ เล่มต่อไปจะเปิดเผยต่อครอบครัวอย่างไร นายเอกจะกลับไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษหรือไม่ เมื่อใบเบิกทางที่จะทำให้ได้เป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นสูงที่จะมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานได้มากขึ้นควรมีทั้งประสบการณ์และใบเบิกทางระดับสากล
February 14, 2022
ดรอปดาวลงหนึ่งดาวจากสองเล่มก่อน สนุกเหมือนเดิม อ่านแล้วยังเขินจมูกบานได้เหมือนเดิม แต่มีประเด็นที่ไม่ชอบใจเฉยๆ ค่ะ
เอาเรื่องเนื้อหาก่อน เล่มนี้เราได้เห็นพัฒนาการของน้องซืออี้เยอะมากในเรื่องวิธีคิด วิธีการทำงาน น้องเก่งมาก อ่านแล้วมีอารมณ์ร่วมในการให้กำลังใจน้องให้น้องประสบความสำเร็จ กู้กงก็มีส่วนในเรื่องของข้อคิดต่างๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกเขาด้วย มีพาทัวร์สถาปัตยกรรมในญี่ปุ่นด้วย กับตอนท้ายๆ ที่เพิ่มประเด็นเรื่องความอิจฉาริษยา ยกเคสของลู่เฉียวกับซูหยวนมาเล่าก็คือดี เปิดโลกชีวิตวัยทำงานให้น้องซืออี้ผู้ใสซื่อของเราได้อีกเรื่อง และคิดว่ากู้กงจัดการได้ดีในส่วนของลู่เฉียว และน้องซืออี้ก็ให้กำลังใจเพื่อนได้ดีมากในส่วนของซูหยวน
ส่วนกู้กง สองเล่มก่อนเราเห็นทั้งความเทพแต่ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นความกังวลของเขาเรื่องความรัก เล่มนี้อัปเกรดหลังจากมีแฟนก็งอนแฟน น้อยใจแฟน กลัวแฟนไม่รักเป็นแล้ว นั่นคือกู้กงก็เป็นเด็กหนุ่มคนนึงเหมือนกัน
ในเรื่องความรัก เหม็นกลิ่นความรักคู่ข้าวใหม่ปลามันมาก เรื่องความคลั่งรักไม่มีใครยอมใครเหมือนเดิม พัฒนาการแรงมาก ถึงเวลาซักที กู้กงเขาว่างั้น เพราะน้องซืออี้ยั่วตาใสเหลือเกิน ไอ้ต้าวซืออี้ก็เลยเรียบร้อยโรงเรียนกู้กงไปในที่สุด เอะอะเป็นอยากหยุมน้อง ทุกวันคือทุกวัน แต่ก็ไม่ใช่รักกันอย่างเดียว เด็กๆ ยังมีเรื่องความเข้าใจไม่ตรงกันมาให้แง่งๆ ใส่กันเรื่อยๆ ด้วย แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะ เราก็จะได้เห็นว่าความสัมพันธ์พวกเขาก้าวหน้าไปอีกขั้นหลังจากได้ปรับความเข้าใจ น่ารักที่สุด
แต่ๆ ก็มีส่วนหนึ่งที่หักดาว เรารู้สึกว่ามันมีจุดที่หลังจากได้ make love กันครั้งแรก หลังจากนั้นกู้กงพยายาม manipulate น้องอยู่หน่อยๆ คือน้องก็มีความสุขกับsexนะคะ รอคอยเลยแหละ แต่มาถึงจุดหนึ่งที่น้องรู้สึกว่ามันถี่ไป น้องเลยพยายามคุยด้วยเหตุผลว่า ลดบ้างได้มั้ย มันส่งผลหลายอย่าง น้องเพลีย น้องไม่มีสมาธิ แต่กู้กงก็พยายามหาเหตุผลมาแย้งจนสุดท้ายน้องก็ยอมเหมือนเดิม ในเรื่องบอกว่ากินเวลา2-3เดือนก็จริง แต่เรากลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถ้าคนหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าไม่โอเค คู่รักก็น่าจะยอมมั้ย เพราะน้องก็ชวนคุยดีๆ แล้ว
อีกนิดก็เรื่องเหยียดคนญี่ปุ่น สั้นๆ แหละค่ะ หนึ่งหน้าเอง แต่ส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่าเขาใช้คำแรง และมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องใส่มาก็ได้ เราเข้าใจความเจ็บปวดของชาวจีนเรื่องนานกิง แต่คุณจะใช้สถานที่บ้านเขาประกอบนิยาย แต่ก็เหยียดเขา อันนี้ก็เกินไปหน่อย
ตอนท้ายมีตัวละครใหม่อย่างไป่รุ่ยมาให้สงสัยเพิ่มด้วย มีพิรุธมาก หรือนจะมาจีบลูกชั้นรึเปล่า!!!
เอาเรื่องเนื้อหาก่อน เล่มนี้เราได้เห็นพัฒนาการของน้องซืออี้เยอะมากในเรื่องวิธีคิด วิธีการทำงาน น้องเก่งมาก อ่านแล้วมีอารมณ์ร่วมในการให้กำลังใจน้องให้น้องประสบความสำเร็จ กู้กงก็มีส่วนในเรื่องของข้อคิดต่างๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกเขาด้วย มีพาทัวร์สถาปัตยกรรมในญี่ปุ่นด้วย กับตอนท้ายๆ ที่เพิ่มประเด็นเรื่องความอิจฉาริษยา ยกเคสของลู่เฉียวกับซูหยวนมาเล่าก็คือดี เปิดโลกชีวิตวัยทำงานให้น้องซืออี้ผู้ใสซื่อของเราได้อีกเรื่อง และคิดว่ากู้กงจัดการได้ดีในส่วนของลู่เฉียว และน้องซืออี้ก็ให้กำลังใจเพื่อนได้ดีมากในส่วนของซูหยวน
ส่วนกู้กง สองเล่มก่อนเราเห็นทั้งความเทพแต่ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นความกังวลของเขาเรื่องความรัก เล่มนี้อัปเกรดหลังจากมีแฟนก็งอนแฟน น้อยใจแฟน กลัวแฟนไม่รักเป็นแล้ว นั่นคือกู้กงก็เป็นเด็กหนุ่มคนนึงเหมือนกัน
ในเรื่องความรัก เหม็นกลิ่นความรักคู่ข้าวใหม่ปลามันมาก เรื่องความคลั่งรักไม่มีใครยอมใครเหมือนเดิม พัฒนาการแรงมาก ถึงเวลาซักที กู้กงเขาว่างั้น เพราะน้องซืออี้ยั่วตาใสเหลือเกิน ไอ้ต้าวซืออี้ก็เลยเรียบร้อยโรงเรียนกู้กงไปในที่สุด เอะอะเป็นอยากหยุมน้อง ทุกวันคือทุกวัน แต่ก็ไม่ใช่รักกันอย่างเดียว เด็กๆ ยังมีเรื่องความเข้าใจไม่ตรงกันมาให้แง่งๆ ใส่กันเรื่อยๆ ด้วย แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะ เราก็จะได้เห็นว่าความสัมพันธ์พวกเขาก้าวหน้าไปอีกขั้นหลังจากได้ปรับความเข้าใจ น่ารักที่สุด
แต่ๆ ก็มีส่วนหนึ่งที่หักดาว เรารู้สึกว่ามันมีจุดที่หลังจากได้ make love กันครั้งแรก หลังจากนั้นกู้กงพยายาม manipulate น้องอยู่หน่อยๆ คือน้องก็มีความสุขกับsexนะคะ รอคอยเลยแหละ แต่มาถึงจุดหนึ่งที่น้องรู้สึกว่ามันถี่ไป น้องเลยพยายามคุยด้วยเหตุผลว่า ลดบ้างได้มั้ย มันส่งผลหลายอย่าง น้องเพลีย น้องไม่มีสมาธิ แต่กู้กงก็พยายามหาเหตุผลมาแย้งจนสุดท้ายน้องก็ยอมเหมือนเดิม ในเรื่องบอกว่ากินเวลา2-3เดือนก็จริง แต่เรากลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถ้าคนหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าไม่โอเค คู่รักก็น่าจะยอมมั้ย เพราะน้องก็ชวนคุยดีๆ แล้ว
อีกนิดก็เรื่องเหยียดคนญี่ปุ่น สั้นๆ แหละค่ะ หนึ่งหน้าเอง แต่ส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่าเขาใช้คำแรง และมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องใส่มาก็ได้ เราเข้าใจความเจ็บปวดของชาวจีนเรื่องนานกิง แต่คุณจะใช้สถานที่บ้านเขาประกอบนิยาย แต่ก็เหยียดเขา อันนี้ก็เกินไปหน่อย
ตอนท้ายมีตัวละครใหม่อย่างไป่รุ่ยมาให้สงสัยเพิ่มด้วย มีพิรุธมาก หรือนจะมาจีบลูกชั้นรึเปล่า!!!
May 22, 2023
เล่มนี้ตัวละครหลักแสดงความรักต่อกันมากขึ้น ฉากหวานเริ่มลึกซึ้งกว่าเดิมจากการคบหาสนิทสนมกันแล้ว และบางทีก็หลุดกรอบจากสมองเราจะจินตนาการได้ (พูดง่ายๆ คือเข้าไม่ถึง) ผสมกับทัศนคติการทำงานที่ยังเป็นจุดเด่นของซีรี่ส์ยาวมาถึงเล่มสาม จุดที่น่าชื่นชมก็น่าชื่นชมมากๆ จุดร้ายแรงก็ร้ายแรงจริงๆ
จุดที่ชอบพูดไปแล้วคือ ทัศนคติการทำงาน วาทศิลป์ การอยู่รอดของแวดวงสถาปนิก ใครอยู่หรือใครไป เล่าแบบไม่ตัดสินมากนัก มีบางทีที่รู้สึกว่าบูชาความทุ่มเทต่อการทำงานมาก (เกินไปม้าย) แต่พอเล่าในเชิงพัฒนาตัวเองเลยคิดว่าโอเคๆ ได้ๆ ตามนั้น การพูดถึงเพศสภาพ แทรกประเด็น Homophobia หรือแทรก Tokyo Rainbow Pride เป็นระยะรู้สึกว่าใส่ใจและรับผิดชอบต่ออัตลักษณ์ที่ตัวเองนำมาเขียนดี
จุดที่ก้ำกึ่งไม่รู้จะยังไงดี ตัวละครตอนต้นเล่มยังน่ารักมากเหมือนพอเข้าช่วงท้ายหนังสือเริ่มเหมือนดื่มเหล้าแล้วเมาๆ บรรยากาศมันดูคุกรุ่นนะ คิดมาตั้งแต่เล่มก่อนว่ารสนิยมผู้เขียนออกไปทาง M/S เล่มนี้ยิ่งชัดขึ้นไปอีก เพราะ power ระหว่างคนรักทั้งสองหลายครั้งเราจะรู้สึกว่ามีคนมากกว่ามีคนน้อยกว่าเสมอ แม้จะเป็นความรักความหวังดีต่อกันแต่จุดนี้บางครั้งทำให้กระอักกระอ่วนเวลาอ่านบ้าง อีกเรื่องคือเถาเฝ่ยเป็นตัวละครงี่เง่าที่บังคับให้คน come out เพราะตัวเองเอาแต่ใจตอนอ่านปรี๊ดนิดนึง พอกู้เซียวยอมลงให้เลยอึ้งมาก น่าจะเขกกบาลสักรอบหน่อยให้หายแกนตา
จุดที่ไม่ชอบ คือตอนแรกคิดว่าคงเหมือนเกาหลีที่ไม่ชอบญี่ปุ่นหลังสงคราม เพราะญี่ปุ่นช่วงสงครามทำไว้เยอะจริงๆ สื่อบนเกาหลีหรือจีนหลายครั้งจะแสดงออกว่ายังแค้นเคืองเรื่องนี้เสมอซึ่งเข้าใจได้ คนจากยุคสมั้ยนั้นบางคนยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ เราคงห้ามให้เขารู้สึกไม่ได้หรอก แต่การเล่นมุกอย่างฝาชักโครกหรือแย่มากอย่างกัมมันตภาพรังสี นี่มันขำตรงไหนเนี่ย แต่ในขณะเดียวกันตัวละครหลักอย่างกู้เซียวหรือซืออี้ก็ชื่นชอบสถาปนิกคนญี่ปุ่นและสนใจสถาปัตย์จากประเทศญี่ปุ่นกันอย่างจริงจัง เลยน้ำท่วมปาก มึนนนนไปหมด
เอาเป็นว่าเราจะให้ตาชั่งสองด้านมันเสมอกันไปก่อนเพราะตั้งแต่เล่มสองแล้วที่เราไม่ได้คิดตรงกับผู้เขียนทั้งหมด แต่ว่ายังคงอ่านสนุก และพฤติกรรมตัวละครหลักยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ อยากช่วยให้พวกเขาเพลากิจกรรมลงหน่อยทำจนน้องสาวรู้คิดว่าเกินป๊ายยย จูบตอนคนอื่นอยู่ด้วยเรียกว่ายับยั้งชั่งใจเป็นแล้วเร้ออออ ง๊ง เนี่ยๆ ผู้เขียนมีรสนิยมมาทางนี้จริงๆ ถ้าเล่มต่อไปมีฉากทำกลางแจ้งจะไม่แปลกใจเลย (¬_¬)
จุดที่ชอบพูดไปแล้วคือ ทัศนคติการทำงาน วาทศิลป์ การอยู่รอดของแวดวงสถาปนิก ใครอยู่หรือใครไป เล่าแบบไม่ตัดสินมากนัก มีบางทีที่รู้สึกว่าบูชาความทุ่มเทต่อการทำงานมาก (เกินไปม้าย) แต่พอเล่าในเชิงพัฒนาตัวเองเลยคิดว่าโอเคๆ ได้ๆ ตามนั้น การพูดถึงเพศสภาพ แทรกประเด็น Homophobia หรือแทรก Tokyo Rainbow Pride เป็นระยะรู้สึกว่าใส่ใจและรับผิดชอบต่ออัตลักษณ์ที่ตัวเองนำมาเขียนดี
จุดที่ก้ำกึ่งไม่รู้จะยังไงดี ตัวละครตอนต้นเล่มยังน่ารักมากเหมือนพอเข้าช่วงท้ายหนังสือเริ่มเหมือนดื่มเหล้าแล้วเมาๆ บรรยากาศมันดูคุกรุ่นนะ คิดมาตั้งแต่เล่มก่อนว่ารสนิยมผู้เขียนออกไปทาง M/S เล่มนี้ยิ่งชัดขึ้นไปอีก เพราะ power ระหว่างคนรักทั้งสองหลายครั้งเราจะรู้สึกว่ามีคนมากกว่ามีคนน้อยกว่าเสมอ แม้จะเป็นความรักความหวังดีต่อกันแต่จุดนี้บางครั้งทำให้กระอักกระอ่วนเวลาอ่านบ้าง อีกเรื่องคือเถาเฝ่ยเป็นตัวละครงี่เง่าที่บังคับให้คน come out เพราะตัวเองเอาแต่ใจตอนอ่านปรี๊ดนิดนึง พอกู้เซียวยอมลงให้เลยอึ้งมาก น่าจะเขกกบาลสักรอบหน่อยให้หายแกนตา
จุดที่ไม่ชอบ คือตอนแรกคิดว่าคงเหมือนเกาหลีที่ไม่ชอบญี่ปุ่นหลังสงคราม เพราะญี่ปุ่นช่วงสงครามทำไว้เยอะจริงๆ สื่อบนเกาหลีหรือจีนหลายครั้งจะแสดงออกว่ายังแค้นเคืองเรื่องนี้เสมอซึ่งเข้าใจได้ คนจากยุคสมั้ยนั้นบางคนยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ เราคงห้ามให้เขารู้สึกไม่ได้หรอก แต่การเล่นมุกอย่างฝาชักโครกหรือแย่มากอย่างกัมมันตภาพรังสี นี่มันขำตรงไหนเนี่ย แต่ในขณะเดียวกันตัวละครหลักอย่างกู้เซียวหรือซืออี้ก็ชื่นชอบสถาปนิกคนญี่ปุ่นและสนใจสถาปัตย์จากประเทศญี่ปุ่นกันอย่างจริงจัง เลยน้ำท่วมปาก มึนนนนไปหมด
เอาเป็นว่าเราจะให้ตาชั่งสองด้านมันเสมอกันไปก่อนเพราะตั้งแต่เล่มสองแล้วที่เราไม่ได้คิดตรงกับผู้เขียนทั้งหมด แต่ว่ายังคงอ่านสนุก และพฤติกรรมตัวละครหลักยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ อยากช่วยให้พวกเขาเพลากิจกรรมลงหน่อยทำจนน้องสาวรู้คิดว่าเกินป๊ายยย จูบตอนคนอื่นอยู่ด้วยเรียกว่ายับยั้งชั่งใจเป็นแล้วเร้ออออ ง๊ง เนี่ยๆ ผู้เขียนมีรสนิยมมาทางนี้จริงๆ ถ้าเล่มต่อไปมีฉากทำกลางแจ้งจะไม่แปลกใจเลย (¬_¬)
This entire review has been hidden because of spoilers.
July 13, 2021
เล่มนี้ก็ไม่ค่อยอยู่ออฟฟิศเหมือนกัน ไปทำงานนอกสถานที่บ้าง ไปดูงานต่างประเทศบ้าง มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของสถาปัตยกรรม ชอบตอนกู้เซียวเล่าประวัติศาสตร์ของศูนย์ฯ ปงปีดูของฝรั่งเศสมาก ซืออี้ทักขำ ๆ ว่าเหมือนโรงกลั่นน้ำมัน ถถถ (เรารู้จักครั้งแรกตอนแปลหนังสือ ตอนรีเสิร์ชก็รู้สึกว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกดี เหมือนแปลนท่อส่งน้ำ 😂) แต่กู้เซียวก็แชร์ว่าดูสถาปัตยกรรมไม่ควรดูแค่รูปลักษณ์ภายนอกว่าสวยหรือไม่สวย แต่ให้ดูลึกไปถึงประวัติศาสตร์ของมัน คนออกแบบคิดอะไร ทำไมผู้ว่าจ้างตัดสินใจเลือกแปลนนี้ สถาปัตยกรรมนี้จะส่งผลยังไงต่อเมืองในอนาคต — เป็นอีกหนึ่งซีนที่ทำให้ชอบผู้ชายคนนี้ ความคิดความอ่านแบบ อ้ากกกกเซ็กซี่
อ้อ เล่มนี้เราประทับใจพัฒนาการของซืออี้มาก จากที่ตอนแรกเหมือนเด็กน้อยเดินต้วมเตี้ยม นิสัยหุนหันพลันแล่น เอาการเอางานแหละแต่ยังไม่ได้มาตรฐานกู้เซียวเขา 😂 แต่เล่มนี้ซืออี้โตขึ้นมากทั้งการควบคุมอารมณ์และความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ต้องขอบคุณกู้เซียวจริง ๆ ที่เป็นแฟนที่ประเสริฐขนาดนี้ ซืออี้ได้เรียรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากกู้เซียว เขาสอนและแนะนำอย่างใจกว้างและใจเย็น พากันเติบโตไปเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวาน เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากเลย ไม่ใช่แค่คู่รักแต่เป็นคู่คิดด้วย
แต่ถึงความสัมพันธ์ของกู้เซียวและซืออี้จะดูราบรื่นแต่ก็ไม่ง่ายเลยเพราะทั้งสองต้องรักกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อะ มีประโยคหนึ่งของกู้เซียวที่อ่านแล้วเศร้าใจ — "... อิจฉาที่พวกเขาสามารถยืนท่ามกลางแสงไฟได้อย่างสง่างาม สามารถถูกจับตามองจากคนอื่นได้อย่างเปิดเผย อิจฉาที่พอคบกัน พวกเขาก็ได้รับคำอวยพรจากทุกคน ..."
แน่นอนว่าความรักของทั้งสองคนก็มีเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนิทกันสนับสนุนและไม่ได้แสดงท่าทีที่ต่างออกไปจนทำให้ทั้งสองคนรู้สึกแย่ออกมา แต่ก็เป็นการรับรู้แค่ในวงจำกัดเท่านั้น ยังมีด่านของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายที่ทั้งกู้เซียวและซืออี้ต้องฝ่าฟันไปอีก love shouldn't be this hard *sigh* shame on heterosexism
ps. ส่วนที่ไม่ชอบ (มาก ๆ ) และทำให้เราเควสชั่นทัศนคติต่อเรื่องเพศของคนเขียนคือการเลือกใช้คำ เช่น ชาย 'แท้' ความรักที่ 'ปกติ' และ เบี่ยงเบนทางเพศ เขาใช้ซ้ำ ๆ และมีให้เห็นตั้งแต่เล่มแรกจนเราแบบ โอ้มาย... หรือต้องรอเล่มสี่หรือเปล่า ตัวละครถึงจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น? 😂
อ้อ เล่มนี้เราประทับใจพัฒนาการของซืออี้มาก จากที่ตอนแรกเหมือนเด็กน้อยเดินต้วมเตี้ยม นิสัยหุนหันพลันแล่น เอาการเอางานแหละแต่ยังไม่ได้มาตรฐานกู้เซียวเขา 😂 แต่เล่มนี้ซืออี้โตขึ้นมากทั้งการควบคุมอารมณ์และความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ต้องขอบคุณกู้เซียวจริง ๆ ที่เป็นแฟนที่ประเสริฐขนาดนี้ ซืออี้ได้เรียรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากกู้เซียว เขาสอนและแนะนำอย่างใจกว้างและใจเย็น พากันเติบโตไปเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวาน เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากเลย ไม่ใช่แค่คู่รักแต่เป็นคู่คิดด้วย
แต่ถึงความสัมพันธ์ของกู้เซียวและซืออี้จะดูราบรื่นแต่ก็ไม่ง่ายเลยเพราะทั้งสองต้องรักกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อะ มีประโยคหนึ่งของกู้เซียวที่อ่านแล้วเศร้าใจ — "... อิจฉาที่พวกเขาสามารถยืนท่ามกลางแสงไฟได้อย่างสง่างาม สามารถถูกจับตามองจากคนอื่นได้อย่างเปิดเผย อิจฉาที่พอคบกัน พวกเขาก็ได้รับคำอวยพรจากทุกคน ..."
แน่นอนว่าความรักของทั้งสองคนก็มีเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนิทกันสนับสนุนและไม่ได้แสดงท่าทีที่ต่างออกไปจนทำให้ทั้งสองคนรู้สึกแย่ออกมา แต่ก็เป็นการรับรู้แค่ในวงจำกัดเท่านั้น ยังมีด่านของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายที่ทั้งกู้เซียวและซืออี้ต้องฝ่าฟันไปอีก love shouldn't be this hard *sigh* shame on heterosexism
ps. ส่วนที่ไม่ชอบ (มาก ๆ ) และทำให้เราเควสชั่นทัศนคติต่อเรื่องเพศของคนเขียนคือการเลือกใช้คำ เช่น ชาย 'แท้' ความรักที่ 'ปกติ' และ เบี่ยงเบนทางเพศ เขาใช้ซ้ำ ๆ และมีให้เห็นตั้งแต่เล่มแรกจนเราแบบ โอ้มาย... หรือต้องรอเล่มสี่หรือเปล่า ตัวละครถึงจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น? 😂
January 4, 2024
ตอนแรกนึกว่าเล่มนี้จะแผ่วกว่าเล่มก่อนๆ เพราะคบกันแล้ว แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่เลย ด้วยความที่เซตติ้งโลกโมเดิร์น การที่ผู้ชายสองคนตกหลุมรักแล้วคบกันมันไม่ได้จบแค่ตรงนั้น เพราะมันมีอุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามไปอีกเยอะมาก เล่มนี้ถ่ายทอดความขมขื่นและความน่าน้อยใจของคู่รักเพศเดียวกันได้ดีมาก ทั้งการมองคู่รักชายหญิงเปิดตัวได้อย่างเปิดเผย ในขณะที่ตัวเองต้องปิดความสัมพันธ์ เวลาจะสวีทกันหรือแสดง PDPA ก็ต้องไปแอบทำในที่ลับ การไม่สามารถแนะนำสถานะที่แท้จริงของกันและกันให้คนรู้จักได้
แม้จะมีโมเม้นชวนให้รู้สึกซึมเพราะความไม่เท่าเทียมในโลกนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะอาหารหมาในเล่มนี้จุกมาก จุกแบบฟ้าประทาน กู้กงก็คือพอได้จัดแล้วก็จัดหนักจัดเต็มแบบไม่มีลิมิตเลย อย่าว่าแต่ซืออี้ทั้งเขินทั้งเหนื่อยเลย คนอ่านอ่านแล้วก็เขินตามเหมือนกัน 555 แน่นอนว่าพอคบกันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องปกติ ตอนแรกก็แอบกลัวว่าจะปวดตับมั้ย แต่ไม่เลย เค้าพ่อแง่แม่งอนกันได้สองวิก็มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทนไม่ได้ต้องมาง้อล่ะ 55
นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ ส่วนตัวประทับใจเรื่องอื่นๆ ที่แทรกมา เช่น เรื่องที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน เขียนออกมาได้สมจริงและตีแผ่ชีวิตการทำงานกับคนหมู่มากได้ดีสุดๆ อย่างตัวละครเช่น เถาเฝ่ย หรือลู่เฉียว ดูเป็นประเภทที่เจอได้ในที่ทำงานทั่วไปมากๆ 555 ที่ตอนแรกเหมือนคุยดีๆ แต่จู่ๆ ก็โพล่งอะไรชวนผิดใจออกมา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นนิสัยไม่ดีหรือไม่น่าคบ มันกลายเป็นว่าก็ต้องยอมรับว่าคนร้อยพ่อพันแม่ บางทีที่อีกคนพูดออกมามันไม่ได้กลั่นกรองเยอะขนาดนั้น เราคนฟังก้ต้องมองข้ามเอาเอง
แม้จะมีโมเม้นชวนให้รู้สึกซึมเพราะความไม่เท่าเทียมในโลกนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะอาหารหมาในเล่มนี้จุกมาก จุกแบบฟ้าประทาน กู้กงก็คือพอได้จัดแล้วก็จัดหนักจัดเต็มแบบไม่มีลิมิตเลย อย่าว่าแต่ซืออี้ทั้งเขินทั้งเหนื่อยเลย คนอ่านอ่านแล้วก็เขินตามเหมือนกัน 555 แน่นอนว่าพอคบกันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องปกติ ตอนแรกก็แอบกลัวว่าจะปวดตับมั้ย แต่ไม่เลย เค้าพ่อแง่แม่งอนกันได้สองวิก็มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทนไม่ได้ต้องมาง้อล่ะ 55
นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ ส่วนตัวประทับใจเรื่องอื่นๆ ที่แทรกมา เช่น เรื่องที่ทำงาน เพื่อนร่วมงาน เขียนออกมาได้สมจริงและตีแผ่ชีวิตการทำงานกับคนหมู่มากได้ดีสุดๆ อย่างตัวละครเช่น เถาเฝ่ย หรือลู่เฉียว ดูเป็นประเภทที่เจอได้ในที่ทำงานทั่วไปมากๆ 555 ที่ตอนแรกเหมือนคุยดีๆ แต่จู่ๆ ก็โพล่งอะไรชวนผิดใจออกมา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นนิสัยไม่ดีหรือไม่น่าคบ มันกลายเป็นว่าก็ต้องยอมรับว่าคนร้อยพ่อพันแม่ บางทีที่อีกคนพูดออกมามันไม่ได้กลั่นกรองเยอะขนาดนั้น เราคนฟังก้ต้องมองข้ามเอาเอง
Read
February 19, 2021น่ารักมากกก อ่านไปต้องนอนจิกหมอน เอาผ้าห่มขึ้นมาปิดปาก แอบยิ้มอยู่ภายใน ❤️❤️ ความหึงหวงนี้ ความหื่นกระหายนี้ !! บอสคืออยากจะบอกคนอื่นว่า คนคนนี้มีเจ้าของแล้วใจจะขาด คลั่งรักมากค่ะ มีความฟินระดับสุดตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น โรแมนติกเวอร์ ความรักฟุ้งกระจาย กลับมาจากญี่ปุ่นแล้วก็ยังมีฉากให้จิกหมอนกันต่อ สงสารคุณน้องสาวมาก 😘😘 น้องซืออี้มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากจริงๆ ส่วนบอสคือนับวันยิ่งเด็กลง ฮาาาา
Ps.เมื่ออ่านเล่มนี้จบแล้ว มองน้ำเต้าที่แถมมาแล้วคิดดีไม่ได้จริงๆค่ะ
Ps.เมื่ออ่านเล่มนี้จบแล้ว มองน้ำเต้าที่แถมมาแล้วคิดดีไม่ได้จริงๆค่ะ
This entire review has been hidden because of spoilers.
April 10, 2021
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอยากมีความรักขึ้นมาเลย อ่านมาหลายสิบเรื่องนะ แต่อ่านเรื่องนี้แล้วมันอบอวล หอมหวานมากๆ
ความสัมพันธ์แบบโครตดี
ชอบคนเขียนมาตั้งแต่แฟนปลอมๆของไอดอลมหาลัยแล้ว เป็นแนวฟีลกู้ดที่สอดแทรกการใช้ชีวิตและข้อคิดดีๆ ในการทำงานยิ่งอ่านยิ่งดี ยิ่งน่ารัก
ความสัมพันธ์แบบโครตดี
ชอบคนเขียนมาตั้งแต่แฟนปลอมๆของไอดอลมหาลัยแล้ว เป็นแนวฟีลกู้ดที่สอดแทรกการใช้ชีวิตและข้อคิดดีๆ ในการทำงานยิ่งอ่านยิ่งดี ยิ่งน่ารัก
August 22, 2023
เล่มนี้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ใช้เวลาอ่านมากกกก ส่วนที่ชอบก็มีแต่พาร์ททำงาน ซึ่งเล่มนี้ค่อนข้างมีน้อยเมื่อเทียบกับ 2 เล่มก่อน เพราะเล่มนี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างซืออี้กับกู้เซียวเป็นหลัก แต่อ่านแล้วอึดอัดเพราะรู้สึกว่ากู้เซียวค่อนข้าง manipulate เลย ช่วงที่สวีทกันอ่านแล้วเลยไม่อินเลย แง่ม
February 26, 2021
3.5 - 4 stars.
For both of them, the current situation is definitely challenging, and no wonder why coming out is a very difficult thing to do. Let's hope for the best.
For both of them, the current situation is definitely challenging, and no wonder why coming out is a very difficult thing to do. Let's hope for the best.
Displaying 1 - 16 of 16 reviews

















