หยิบเรื่องนี้เพราะกระแสดี แล้วก็ถูกใจเกินคาดไปมากเมื่อเทียบกับเงาเพลิงฯ เริ่มสนุกตั้งแต่การให้ #ซูเพียนจื่อ เด็กสาวกำพร้าเรียนเก่ง สู้ชีวิต วัย 15 ปีผู้มีจี้ไม้ติดตัวตั้งแต่เกิด บังเอิญย้อนมิติกลับไปสู่"ดินแดนพันเมฆา" แว่นแคว้นที่อยู่ภายใต้การปกครองของสวรรค์ ให้ความยกย่องผู้ฝึกยุทธ์ โดยเฉพาะตระกูลใหญ่ที่สืบสายเลือดจากเทพบรรพกาลซึ่งแบ่งเป็น 3 ฝ่ายธรรมะได้แก่ สายปกครอง สายโอสถและสายทหาร , 1 ฝ่ายพยากรณ์ และ 1 ฝ่ายอธรรม วัดระดับพลังกันที่ความยาวของเส้นผม บอกความเข้มข้นของสายเลือดจากรอยตราต้นแขนขวา บอกพลังธาตุที่เหมาะในการฝึกยุทธจากสีของเมฆมงคลต้นแขนซ้าย แต่ละตระกูลใหญ่สืบทอดตำแหน่งประมุขจากการถูกเลือกด้วยอาวุธวิเศษประจำตระกูลจัดลำดับขั้นการฝึกเป็น 7 ขั้นแบ่งตามกำลังแรงช้าง 3 ขั้นต้น, แรงมังกร 4 ขั้นปลาย นับว่าเป็นแนวเทพเซียนแบบประยุกต์ที่อ่านเข้าใจง่ายขึ้น มีความทันสมัยในการออกแบบอาวุธ-สัตว์อสูร หรือ เล่ห์กลต่างๆได้สนุกและสร้างสรรค์
นางเอกเป็นทายาทคุณชายสาม "สกุลซู" ฝ่ายอธรรมที่บูชาเทพแห่งการหลอกลวงที่หายตัวไปตั้งแต่เด็ก ย้อนกลับมามิติบ้านเกิดก็ได้เจอคู่หูม้าบินช่างเม้าที่นางตั้งชื่อให้ว่า #ฝูอวิ๋น เล่มนี้จะเป็นการเปิดตัวสกุลซูที่ซ่อนตัวอยู่บนเกาะลึกลับ พ่อนางเอกสร้างชื่อเสียงไว้มากจนเป็นตัวเต็งว่าที่ประมุขก่อนจะหายสาบสูญไปพร้อมภรรยา นางเอกถูกพ่อปิดผนึกไว้เลยโดนคนอื่นดูถูกว่าไม่สามารถฝึกวิชายุทธ์ได้ อาจื่อต้องหาทางสอบเลื่อนขั้นเพื่อให้มีโอกาสได้เข้าคลังสมบัติซึ่งอาจจะได้ครอบครอง "ไร้นาม" อาวุธวิเศษประจำตระกูลที่จะปลดผนึกพลังธาตุเพื่อทำให้เธอสามารถออกตามหาพ่อแม่ที่หายตัวไป ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่การสอบผ่านด่าน, การฝึกวิชา และบทบาทของตัวละครที่มีแต่การหลอกล่อที่ให้ผลทั้งแง่บวกและลบ เราชอบความบิดเบือนระหว่างการหลอกลวงหรือการทำให้เข้าใจผิด นางเอกงัดสารพัดเล่ห์วิธีที่กรรมการต้องออกกฎใหม่เพื่ออุดช่องโหว่ที่เสียรู้ให้นางเอกสร้างสถิติทำคะแนนเต็มทุกด่านได้ทั้งที่ไม่มีพลังยุทธ์ นักเขียนเก่งมากที่ทำให้การดำเนินเรื่องไม่โปรนางเอกมากเกินไป หลายเหตุการณ์เหมาะเจาะด้วยความบังเอิญ หลายเหตุการณ์มีนัยยะซ่อนเร้นที่ชวนติดตาม นางเอกไม่ได้อยากเป็นประมุข แต่การหลอกล่อของฝูอวิ๋นและประมุขผู้เป็นปู่แท้ๆก็ทำให้อาจื่อตัดสินใจก้าวสู่การฝึกพลังยุทธ์และออกปฏิบัติภารกิจเพราะไม่อยากถูกควบคุมด้วยพลังแห่งสายโลหิต โดยการฝึกพลังของนางเอกคือ การทำสถิติหลอกคน ร่วมกับสะสมของวิเศษที่ตรงกับลำดับขั้น ซึ่งเล่มนี้นางเอกสร้างชื่อเสียงเพราะความฉลาด มุ่งมั่น ร่วมกับผลจากการขยันท่องตำราโบราณจนมีความรอบรู้ และพลังจากอาวุธวิเศษที่ช่วยให้สายตาแหลมคมในการประเมินค่าบุคคลหรือของวิเศษ และด้วยจุดนี้เองที่ทำให้นางเอกรู้จักสั่งสมกองทัพสัตว์อสูร และได้พบว่าที่บอดี้การ์ดประจำตัวสองนายผู้ครองกระบี่สระลึกและพู่กันร่องวารีดังเช่นอดีตประมุขยุคก่อน
#เจิ้งเฮ่าอี้ ว่าที่ประมุขสายปกครองวัย 17 ปีโผล่หน้ามาไม่กี่ฉาก เค้าแค่มาดูหน้าเนื้อคู่ที่เพื่อนสนิททายาทสายพยากรณ์จอมกะล่อนเสเพลทำนายไว้ว่าจะเป็นว่าที่ภรรยาที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ในการกอบกู้วันสิ้นภิภพ พระเอกแค่เห็นรอยตราฝ่ายอธรรมของนางเอกในวันแรกก็ไม่เชื่อแล้ว แต่ท้ายเล่มได้เห็นสถิติการไต่อันดับฝึกพลังชั้นเบสิคที่เร็วที่สุดตั้งแต่มีจารึกบนแดนพันเมฆาก็คงเอ๊ะมากขึ้น เล่มหน้าเค้าคงได้กลับมาเจอกันเพราะภารกิจของนางเอก คือ ช่วงชิงของวิเศษจากพระเอกและทายาทฝ่ายธรรมะอีกสองตระกูล