Jump to ratings and reviews
Rate this book

ประวัติศาสตร์ความคิดนิติปรัชญา

Rate this book
ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ความคิดนิติปรัชญา เล่มนี้ ผู้เขียนตั้งใจสำรวจความคิดหลักเกี่ยวกับกฎหมาย การเมือง และรัฐ ของนักคิดคนสำคัญที่ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีประวัติศาสตร์ปรัชญาของโลก โดยเหตุที่ความคิดของมนุษย์คนหนึ่งไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างไร้สาเหตุ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นผลจากบริบททางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ตลอดจนวัฒนธรรมในห้วงเวลาที่มนุษย์คนนั้นมีชีวิตอยู่ และในบางกรณีก็เป็นผลมาจากชีวิตส่วนตัวของมนุษย์ผู้นั้น ผู้เขียนจึงไม่ได้นำเสนอเฉพาะความคิดของนักคิดแต่ละคนเท่านั้น แต่พยายามที่จะฉายภาพความเป็นไปแห่งชีวิตของนักคิดแต่ละคน เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นบริบททางประวัติศาสตร์ที่แวดล้อมนักคิดแต่ละคนด้วย การสำรวจความคิดหลักในทางนิติปรัชญาของนักคิดแต่ละคนเปรียบเสมือนการเดินทางด้วยขบวนรถไฟสำรวจความคิดที่ผู้เขียนเริ่มออกเดินทางจากสถานีต้นทางในยุคกรีกโบราณสู่สถานีปลายทางในศตวรรษที่ ๒๐ ความคิดของนักคิดแต่ละคนเปรียบเสมือนสถานีที่ขบวนรถไฟสำรวจความคิดได้หยุดลงเพื่อให้ผู้เขียนได้มีโอกาสสำรวจสถานีทางความคิดเหล่านั้น แต่ละสถานีทางความคิดมีความน่าสนใจในตัวเองแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม โดยเหตุที่จะต้องเดินทางไปให้ถึงศตวรรษที่ ๒๐ ให้ทันตามกำหนดเวลา ขบวนรถไฟสำรวจความคิดขบวนนี้จึงไม่สามารถหยุดทุกๆ สถานีได้ บางสถานีผู้เขียนต้องผ่านไปก่อน โดยหวังว่าเมื่อมีโอกาสเดินทางย้อนกลับไปจากศตวรรษที่ ๒๐ จะได้หยุดที่สถานีทางความคิดซึ่งจำต้องผ่านเลยไปในการพิมพ์ครั้งแรกนี้

ในการสำรวจความคิดและนำเสนอความคิดของนักคิดแต่ละคนนั้น ผู้เขียนพยายามที่จะนำเสนอให้เป็นภววิสัยให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม โดยที่ผู้เขียนก็เป็นมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งเติบโตและใช้ชีวิตในกาละ เทศะ และบริบททางประวัติศาสตร์ที่แน่นอนบริบทหนึ่ง การเสนอความคิดของนักคิดแต่ละคนจึงทำผ่านสายตาของผู้เขียนที่ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ ก็ย่อมคัดกรองสิ่งที่ต้องการเสนอและไม่ต้องการเสนอโดยปริยาย และถึงแม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว หนังสือ ประวัติศาสตร์ความคิดนิติปรัชญา เล่มนี้จะมีลักษณะเป็นการนำเสนอแนวความคิดของนักคิดยิ่งกว่าจะมีลักษณะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ความคิดทางนิติปรัชญาจากทัศนะของผู้เขียนเอง แต่ในกรณีที่ผู้เขียนเห็นว่าจำเป็น ผู้เขียนก็จะได้แสดงทัศนะของตนเองไว้ ในการแสดงทัศนะของตนเองนั้น ผู้เขียนตระหนักว่าบางกรณีย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องวิจารณ์ความเห็นที่ถือได้ว่าเป็นความเห็นกระแสหลักในวงการนิติปรัชญาของไทยด้วย ซึ่งหากจำเป็นต้องกระทำ ผู้เขียนก็จะกระทำอย่างตรงไปตรงมาเท่าที่จะกระทำได้ภายใต้สถานการณ์ที่เสรีภาพในทางวิชาการดูจะแห้งแล้งเต็มทนในเวลานี้

-- บางตอนจากคำนำผู้เขียน

544 pages, Hardcover

Published February 1, 2021

6 people are currently reading
49 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
9 (42%)
4 stars
11 (52%)
3 stars
1 (4%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Nattawat Supachawarote.
37 reviews2 followers
April 26, 2021
กว่าจะอ่านจบก็สูบพลังชีวิตไปมากโข ต้องใช้จินตนาการเยอะพอสมควร อ่านไปบางทีนึกถึงบางฉากใน Interstella แบบไม่รู้ตัว

ซื้อมานี่อยากรู้ว่ากฎหมายที่ดีควรเป็นยังไง แต่อ่านจบก็ยังไม่ได้คำตอบ (ก็ปรัชญาอ่ะนะ) ถามว่าอ่านสนุกมั้ย สนุกบ้าง ไม่สนุกบ้าง (แต่สนุกมากกว่า) ควรอ่านมั้ย ถ้ามีเวลาอ่านก็ดีช่วยเบิกเนตรทีเดียว

-----

หนังสือนำเสนอความคิดของนักคิดเกี่ยวกับกฎหมาย ย้อนไปตั้งแต่สมัยกรีกโบราณจนถึงศตวรรษที่ 20 โดยนำเสนอแบบไล่เรียง timeline ไม่ได้นำเสนอแบบจัดกลุ่มนักคิดตามสำนักคิดแต่ละกลุ่ม

หลักๆ แล้วแบ่งนักคิดด้านกฎหมายออกเป็นสองสำนัก คือ สำนักกฎหมายธรรมชาติ (Natural Law School) กับสำนักกฎหมายบ้านเมือง หรือปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย (Legal Positivism)

สำนักกฎหมายธรรมชาติเกิดมาก่อน แรกๆ ก็มีที่มาจากเทพเจ้า ต่อมาก็เริ่มอ้างนามธรรมอย่างความสุข ความดี หรือศีลธรรม ช่วงคริสตจักรรุ่งเรืองก็อ้างพระผู้เป็นเจ้า

โดยรวมๆ สำนักนี้พยายามมองหาภววิสัย (objective) หรือความจริงเพียงหนึ่งเดียวของกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งสากล ประมาณว่ากฎหมายธรรมชาตินี้มันไม่ขึ้นกับกาลและเทศะใดๆ ใช้แบบปูพรมได้เลย

แต่ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ จึงมีการศึกษากฎหมายที่ถูกใช้ในสังคมควบคู่ไปด้วย กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการแตกสาขาออกมาของสำนักกฎหมายบ้านเมือง

อย่างไรก็ตามช่วงแรกๆ กฎหมายธรรมชาติ กับกฎหมายบ้านเมืองจะมีความสัมพันธ์กันอยู่ในลักษณะที่ว่ากฎหมายธรรมชาติเป็นบรรทัดฐานที่กฎหมายบ้านเมืองควรจะพยายามไปให้ถึง

แต่พวกปฏิฐานนิยมยุคหลังก็รู้สึกว่ามันมัวๆ ไป ไม่ชัด กฎหมายมันควรจะชัดเจน เพื่อความง่ายอย่าไปมองถึงคุณค่าของกฎหมายเลย เราศึกษากฎหมายแบบวัตถุทางวิทยาศาสตร์ดีกว่า กฎหมายจะดีจะเลวเป็นหน้าที่คนอื่นบอก เรามีหน้าที่บอกแค่ว่ากฎหมายนี้มีสถานะเป็นกฎหมายหรือไม่ก็พอ

ระหว่างนี้พวก naturalist ก็ยังคงพยายามหาความจริงเพียงหนึ่งเดียวต่อไป หลังการเสื่อมของศาสนจักรก็ออกมาจากทุ่งลาเวนเดอร์ และพยายามมองหาคุณค่าของกฎหมายผ่านธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น อันเป็นที่มาของเรื่องหลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค

สองค่ายนี้ก็บลัฟกันไปมา ค่ายบ้านป่าบอกนักกฎหมายควรชี้นำสังคมสิเว้ย คุณค่าน่ะมันต้องมี ส่วนค่ายเด็กเทพบอกของมึงนะเอาแน่เอานอนไม่ได้ ของกูเนี่ยชัดๆ ไม่ต้องงง

โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จู่ๆ ก็มีใครไม่รู้ (รู้แหละ...เอาจริงๆ) ตะโกนบอกว่ากูไม่เอามึงทั้งคู่แหละ ไม่ต้องมาสะเหร่อชี้นำสังคม ไม่ต้องมาพูดหล่อๆ ว่าผมเป็นคนชัดเจน ของจริงต้องนี่ครับ ดูเอาจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมว่าไง จารีตว่าไง ต้องตามนั้นสิครับ บูม...กลายเป็นสำนักกฎหมายประวัติศาสตร์ (History School of Law)

ถามว่าประเทศไทยเราโปรสำนักไหน คำตอบคือเราเป็นแบบ mixed system คือเราออกกฎหมายด้วยความคลุมเครือ ตามแนวสำนักกฎหมายธรรมชาติ แต่บังคับใช้กฎหมายแบบไม่สนคุณค่าใดๆ ตามแนวสำนักกฎหมายบ้านเมือง โดยเรียกรวมๆ เป็นกฎหมายแบบไทยๆ ตามสำนักกฎหมายประวัติศาสตร์...เอวัง

ปล. สำนักกฎหมายทั้งหมดมีมากกว่าที่ในหนังสือกล่าวไว้

-----

สรุป สาระไปอ่านเอาจากหนังสือเถอะ คือเยอะเกินสรุปไม่ถูก เข้าใจไม่หมดด้วย ใครอ่านของเฮเกิลรู้เรื่องช่วยอธิบายด้วย อ่านแล้วรู้สึกว่านางสามารถรับรู้ถึงมิติเวลาได้
Profile Image for Chuthamat  C..
25 reviews3 followers
June 14, 2021
เติมเต็ม-ประกอบรูปความคิดที่กระจัดกระจาย-และก่อนที่เราจะสมาทานตัดสินความคิดข้างใดในแต่ละช่วงประวัติศาสตร์-ข้อวิพากษ์ต่อมาก็พุ่งกระทุ้งมโนทัศน์ของเราว่าไม่มีสำนักแนวคิดใดที่ดีเลิศสมบูรณ์ที่—กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่สัมบูรณ์

สิ่งที่ทำให้เราตระหนักและในสังคมควรปลูกฝังคือการโต้แย้งด้วยหลักและเป็นเหตุเป็นผล

Profile Image for van1998.
383 reviews4 followers
February 9, 2024
ความยุติธรรมเฉพาะกรณี สำคัญกว่าตัวบทกฎหมายเคร่งครัด งั้นหรือ?
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 3 of 3 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.