Tuitui Liw159 reviews7 followersFollowFollowMay 2, 2022จิม คิม ผู้เขียน เป็นคนชนชั้นรากหญ้าในวัยเด็ก เขาไม่ได้มีต้นทุนหรือคอนเนกชั่นในสังคมและการทำงานใดๆแต่ไต่เต้าจนกลายมาเป็นนักธุรกิจ พลิกชีวิตจากใต้ดินมาสู่ชนชั้นอีลิทแนวหน้า เพราะมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเงินที่แปลกไม่เหมือนใคร จิม คิม เปรียบเรื่องเงิน เป็นเหมือนบุคคลที่มีชีวิต ที่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองถ้าเราจริงจังในและระวังการใช้เงิน เงินก็จะซาบซึ้งและชักชวนเงินอื่นให้เข้ากระเป๋าผู้เป็นเจ้าของในทางกลับกัน ถ้าได้เงินนั้นมาด้วยวิธีผิดกฏหมาย ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หรือไม่รู้จักวางแผน เงินก็จะหนีหายไป และสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเพื่อเป็นบทลงโทษโดยเนื้อหาในเล่มจะเป็นการรวบรวมข้อคิด ประสบการณ์ หรือวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องเงินของ จิม คิม เอาไว้ เขียนเป็นบทละสั้นๆ 2-3 หน้าเท่านั้น อ่านง่ายและเข้าใจได้ไม่ยากเงินนั้นมีแรงดึงดูด ถ้าเราสามารถสร้างเงินก้อนแรกแล้ว เงินก้อนถัดไปจะสร้างได้ง่ายขึ้น ดึงนั้นขอให้ได้เริ่ม อย่ามัวแต่คิดอย่างเดียว พึงระลึกไว้ว่ารายได้ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอย่อมดีกว่ารายได้ที่มาเป็นพักๆ ไม่แน่นอนโชคที่เกิดขึ้นเสมอ มักมาจากความสามารถ ส่วนความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเสมอมักมาจากนิสัยของเรานั่นเอง ไม่ต้องโทษฟ้าฝนโชคชะตา ให้กลับมาย้อนดูตัวเราก่อนเสมอ และแน่นอน การที่ใครบางคนสูญเสียเงินจำนวนมาก เพราะเขาไม่มีเวลาให้กับเงินมากพอ ไม่ได้ใส่ใจมากพอที่จะศึกษาเรื่องเงินจิม คิม ให้เคล็ดลับไว้หลายอย่าง ในฐานะที่เค้าเป็นเจ้าของธุรกิจและเป็นนักลงทุน เค้าบอกว่า ระหว่างการลงทุนสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา กับการไปลงทุนกับธุรกิจอื่นที่สำเร็จอยู่แล้ว (ก็คือซื้อหุ้นบริษัทนั้น) อย่างหลังง่ายกว่าอย่างแรกเรื่องการลงทุนในหุ้น จิม คิม บอกว่า ในจังหวะที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเสี่ยงมากที่สุด กลับกลายเป็นจังหวะที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด (เพราะราคาจะไม่ตกไปมากกว่านี้แล้ว) ถ้าเราหวังจะรวยเร็ว เราจะไม่มีทางรวยเร็ว เพราะความโลภจะเป็นตัวขัดขวางและยังพูดถึง คนที่ได้กำไรจากหุ้นมีลักษณะ 3 ประการ ดังนี้ 1) คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารบริษัทที่ซื้อหุ้นมา และมีใจอยากเห็นบริษัทเติบโต 2) ลงทุนด้วยเงินเย็น ที่ไม่ใช่การกู้ยืมใครมา3) รู้จักอดทน รอคอยจังหวะการเข้าซื้อหุ้นได้ในราคาที่ถูกสำหรับนิยามคนรวยของผู้เขียนเล่มนี้ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนตัวเลขเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่มี แต่เป็นคนที่1) มีบ้านของตัวเองโดยที่ไม่ต้องผ่อนแล้ว2) มีรายได้เกินค่าเฉลี่ยของคนในประเทศ3) ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายได้เข้ามา แต่ก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ไม่เดือดร้อนซึ่งหากเป็นพนักงานเงินเดือน มีอยู่สามทางที่จะกลายเป็นคนรวยได้ คือ1) พัฒนาตัวเอง ทำงานแบบคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทตัวฉันเอง ที่มีองค์กรของเราและเพื่อนร่วมงานเป็นลูกค้า จะทำให้ไต่เต้าจนอยู่ระดับผู้บริหาร หรือ กรรมการบริษัท คนที่อยู่ระดับนี้ ไม่ได้แค่เงินเดือน แต่ได้สวัสดิการมากมาย หุ้นบริษัท คอนเนกชั่น และอีกมากที่เอื้อต่อการเป็นคนรวย2) แบ่งเงินเดือนให้ได้มากกว่า 20% เพื่อนำมาลงทุนอย่างมีสติ มีความรู้ และความอดทน3) แต่งงานกับคนรวยนอกเหนือจากนี้ จิม คิม มองไม่เห็นวิธีที่มนุษย์เงินเดือนจะรวยได้เลยสำหรับเกณฑ์การลงทุนที่ดี ที่จิม คิม บอกไว้คือให้ถอยห่างจากงานที่หาเงินได้อย่างรวดเร็ว อย่าลงทุนกับสิ่งที่ส่งผลเสียต่อชีวิต ลงทุนในภาวะวิกฤติ ซื้อหุ้นตามมูลค่าถ้าลงทุนในหุ้น ให้มั่นใจว่าเงินเราเย็นอย่างน้อย 5 ปี ถ้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ต้องอดทนรอให้ได้ อย่างน้อย 10 ปีต้องยอมรับว่ามีบางจุดในหนังสือที่เจ้ก็ไม่ได้เห็นด้วยไปเสียหมด อย่างเช่นเการเลือกซื้อหุ้น ทิ่จิม คิมบอกหลักการเลือกซื้อหุ้นไว้ว่า ถ้าไม่ใช่ที่ 1 ก็เลือกที่ 2 ในอุตสหกรรมนั้นๆ ให้ตัดที่ 3 ทิ้งไปไม่ต้องซื้อเลย ซึ่งเจ้มองว่าเราสามารถดูข้อมูลหลายๆอย่างในการเลือกหุ้นได้มิเช่นนั้น เราอาจพลาดโอกาสการได้กำไรจากหุ้น Rising Star ที่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นที่ 1 หรือ 2 ในตลาดไปอย่างน่าเสียดายจิมบอกว่า สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา (เช่น บ้าน รถ มือถือ เสื้อผ้า) คือ "หยาง" ส่วนท่าทาง บุคคลิก ภาษา สิ่งที่จับต้องไม่ได้คือ "หยิน" สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการหาเงินได้ ก็ควรมีสิ่งของนอกกายเพื่อแสดงถึงเกียรติอย่างเหมาะสมจิม คิมจึงแนะนำให้ใช้กฏควอเตอร์ คือให้ใช้เงินแค่ 1 ใน 4 ของรายได้ตัวเอง จะทำให้เราอยู่ได้แม้ในยามวิกฤติ เช่น โควิดระบาดในตอนนี้แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ เลือกได้ก็อยากใช้เงินไม่เกินจากรายได้ของตัวเอง และไม่อยากเป็นหนี้ใครแต่อย่าลืมว่าการเป็นหนี้ มีทั้งหนี้ดี และหนี้ไม่ดี หนี้ดีคือหนี้ที่เราไม่ควรเอาไปใช้บริโภค เป็นจำนวนที่คำณวนแล้วว่าเรามีรายได้แน่นอนที่จะจ่ายคืนหนี้ และ เราสามารถนำเงินจากหนี้ก้อนนี้ไปสร้างกำไรได้มากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายยกตัวอย่างเช่น การมีหนี้จากการกู้ซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่า ในราคาที่สูงกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายธนาคาร หรือหนี้ที่กู้มาทำธุรกิจที่วางแผนมาอย่างรอบคอบรัดกุม และมีแนวโน้มสร้างรายได้มากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย อันนี้คือหนี้ดีแต่หนี้ที่เรากู้มาแต่งงาน กู้มาซื้อรถยนต์แพงๆ ที่ไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าเราเยอะขึ้นเลย แบบนี้คือหนี้ไม่ดี ไม่ควรมี ควรยับยั้งกิเลสเสียถ้าเราอยากเพิ่มทรัพย์สิน เราต้องมีความสามารถ ในการหาเงิน เก็บเงิน) รักษาเงิน (ไม่ทำอะไรที่จะทำให้เราสูญเสียทรัพย์สินไปง่าย ๆ เช่น ซื้อของที่ไม่จำเป็น) และความสามารถในการใช้เงิน (ใช้จ่ายอย่างมีสติ จ่ายเงินตรงเวลา)นอกเหนือจากเรื่องการงาน การเงินแล้ว ยังมีข้อคิดดีๆ ที่ใกล้ตัวเรามาก แต่นึกไม่ถึง เช่น เวลาไปเที่ยวที่ไหน แล้วอยากซื้อของใหม่ ๆ อยากซื้อของท้องถิ่นกลับบ้านเป็นที่ระลึก ให้คิดว่าของนั้นไม่นานจะกลายเป็นขยะที่สวยงามในบ้านเรา และเราก็คงจะไม่อยากเอามันกลับมาบ้านเพราะมันไม่มีที่เก็บหรือโชว์จิม คิม ทิ้งท้าย นิสัยในการสะสมเงิน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ แต่ก็น่าสนใจที่จะทำตาม เพราะไม้ได้ยากเกินไป1. บิดขี้เกียจทันทีที่ตื่นนอนเพื่อสลัดความง่วง งัวเงีย เป็นการยืดเส้นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้กระฉับกระเฉง2. หลังลุกจากที่นอนให้จัดเตียงให้เรียบร้อย เพราะอาหาร และที่นอน บ่งบอกคุณภาพชีวิต การเข้านอนอีกครั้งบนเตียงที่ยุ่งเหยิงเป็นกาดูถูกตัวเอง และการไม่เก็บที่นอนเลยสักวัน เป็นการหัวเราะเยาะชีวิตที่ผานมา3. ดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วตอนท้องว่าในตอนเช้า เป็นการปลุก เร่งประสาทการรับรู้ของสมองให้ตื่นพร้อมรับวันใหม่4. นอนและตื่นในเวลาเดิมนอกเหนือจากนี้แล้วก็ให้ยืดหัวไหล่ขึ้นและเดินหลังตรง บุคลิกจะดูสง่า ไม่กินอาหารมูมมาม ถึงอายุน้อยก็ดูจะน่าเกรงขาม น่าเคารพ เป็นผู้นำ จากนี้ไปเมื่อหาเงินได้ก็จะเสริมบารมีให้เราโดยไม่ต้องประโคมของฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อกิจวัตรเหล่านี้อาจไม่ทำให้เงินในบัญชีเพิ่มขึ้นได้ แต่คนที่มีวินัยแบบนี้ เมื่อเงินเข้ามาแล้ว จะไม่ไหลออกไปไหนอีกจิม คิม เปรียบเปรยว่าเงินก็เหมือนผู้หญิง หากเจอผู้ชายที่มีกิจวัตรแบบนี้แล้ว จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นคู่ชีวิตที่ดีแน่ๆ และอยากอยู่ด้วยไปตลอด เพราะการกระทำเล็กน้อยในชีวิตนี่แหละ จะทำให้เราได้รับความเชื่อถือจากครอบครัว และคนใกล้ชิด ไปถึงคนอื่นในที่สุดThis entire review has been hidden because of spoilers.wealth
GleeGMJournal312 reviews2 followersFollowFollowNovember 7, 2021อยากให้มองเล่มนี้เป็นหนังสือข้อคิดการใช้ชีวิตที่มีประเด็นของการเงินเข้ามาสอดแทรก ปลูกฝังนิสัยทางการเงินให้ลูกยังไงดี คุณสมบัติคนที่เก็บตังค์เป็น(ใช้คำว่าเศรษฐีน่ะแหละ) แบ่งเป็นบทสั้นๆอ่าน 3-4 หน้าก็จบ รวมข้อคิดหรือ key takeaway จากประสบการณ์ผู้เขียนมา อ่านๆไปดูออกว่าคนเขียนแกเขียนช่วงโควิด แล้วท้ายเล่มก็บอกจริงๆว่าเขียนช่วงโควิด สำนักพิมพ์ก็แปลออกขายไวดีแฮะ 555 เรามองว่าเป็นหนังสือที่สามารถยืมอ่านในห้องสมุด อ่านเบาๆ สบายๆ ถ้ามีประเด็นไหนที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คงจดไว้ในสมุดส่วนตัวแต่ยังไม่ถึงกับเป็นหนังสือระดับ "ของมันต้องมี" (แต่ซื้อ ebook มาละไง 5555) ถ้าจะคาดหวังว่าเป็นหนังสือสอนภาคเทคนิค การประเมินพื้นฐานหุ้น มันก็ไม่ใช่จุดประสงค์ของเล่มนี้น่ะนะ ป.ล.ผู้เขียนดูไม่ค่อยชอบในเรื่องมูเตลูอยู่พอตัว เหมือนไม่อินน่ะนะ เพราะมีถึงสองบทที่คนเขียนกึ่งแซะนิดๆ against หน่อยๆ สำหรับเราที่ศึกษาศาสตร์ด้านนี้ด้วยก็จะ แงงงงง
Maka Puda57 reviewsFollowFollowDecember 20, 2021อ่านเข้าใจง่ายดี ย่อยง่าย ไม่ซับซ้อน ส่วนตัวชอบนะ เป็นเรื่องๆ ชอบอ่านตอนไหนก็ข้ามไปอ่านได้ แนวคิดการใช้เงินและคิดกับเงินของคนที่เป็นเศรษฐี
Joe Nuttapong77 reviews2 followersFollowFollowSeptember 15, 2022Few useful thoughts on the book. The rest mostly brag about himself.entrepreneur
Sowaree Jantaratsamee102 reviewsFollowFollowMarch 12, 20234.75 หนังสือสำหรับการใช้ชีวิต เรียบง่ายแต่เป็นความจริง
Anan Thipprasert28 reviews1 followerFollowFollowAugust 6, 2023เนื้อหาค่อนข้างวนไปมา และเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่อง money management เหมาะสำหรับคนมี่เริ่มอยากปรับ mindset ไม่เหมาะกับคนที่จริงจังกับการลงทุน