บังเอิญเจอรวมเรื่องสั้น “จนกว่าเราจะพบกันอีก” ของศรีบูรพาที่ห้องสมุดประชาชน ด้วยความสงสัยจึงหยิบขึ้นมาอ่านอย่างไม่ลังเลเลย เพราะ “ข้างหลังภาพ” เป็นหนังสือโปรดในตลอดกาลของเราอยู่แล้ว เราเองก็อยากรู้ว่าถ้าเป็นผลงานเรื่องอื่นๆ ของศรีบูรพาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกค่ะที่ไม่อ่านตามการเรียงลำดับในเรื่อง แต่พลิกอ่านเองตามไทม์ไลน์ของการประพันธ์ คือ สิ่งที่ชีวิตต้องการ(2480-อายุ 32 ปี) สุนทรี(2485-อายุ 37 ปี) และ จนกว่าเราจะพบกันอีก(2492-อายุ 44 ปี)
บรรยากาศหลายๆ ความสนุกสนานของชีวิตเมืองกรุง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้านและการลีลาศ ช่างสนุกสนานสำราญใจเสียจริง! เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในทุกเรื่องตลอดเล่มค่ะ ความเป็นผู้ดี การให้คุณค่าแก่นักเรียนนอก นักเรียนทุน คุณค่าชนิดที่เรียกว่า “สิบพ่อค้า ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง” การให้ค่ากับการศึกษา ถกประเด็นความรักกับการแต่งงาน เป็นหัวข้อร่วมในทุกเรื่องค่ะ อ่านแล้วออกจะตกใจว่าทำไมคนไทยจะรักสนุกมากขนาดนั้นเลยเหรอ? ...มันเป็น DNA คนไทยรึเปล่านะ? แต่ด้วยคำอธิบายจากทั้งสามเรื่อง ดูเหมือนคนไทยในสายตาคุณศรีบูรพาจะเน้นแต่หาความบันเทิงเริงใจล่ะค่ะ
“สิ่งที่ชีวิตต้องการ” ทำให้เรานึกถึง “รักของคนเขลา” ของทานิซากิ กับ “ครอบครัวแสนสุข” ของตอลสตอย เป็นเรื่องราวของน้องสาวส่งจดหมายมาคุยกับพี่สาวเรื่องราวชีวิตรักและการแต่งงาน ให้ความรู้สึกประมาณเดียวกับงานแนวรักของคุณพนมเทียนเหมือนกันนะคะ น้องสาวเป็นคนสนุกแจ่มใส ออกจะโลกสวยและรื่นเริงไปวันๆ เลยทีเดียว แต่เราชอบนะคะ เพราะแทนที่เรื่องราวจะพัฒนาไปในทางลบ เรื่องกลับคลี่คลายออกมาได้น่าพอใจ ...แต่อ่านแล้วก็จะตกใจนิดหน่อย น้องสาวแต่งงานตอนอายุ 17 และพี่สาวที่อายุ 23 ยังไม่ได้แต่งงานนี่ต้องกังวลใจว่าจะขายไม่ออกแล้ว OMG.... (ย้ำ เรื่องนี้เขียนปี 2480)
“สุนทรี” ทำให้เรานึกถึงงานเขียนของคุณกฤษณา อโศกสิน เพราะมันดราม่าสะท้อนสังคมแบบชวนให้เจ็บปวด และรู้ว่าจงใจเขียนมาเพื่อนสอน ซึ่งค่อนข้างจะเกินขอบเขตรสนิยมการอ่านของเรา ก็เลยอ่านด้วยความไม่สบายใจสักเท่าไร
และ “จนกว่าเราจะพบกันอีก” เปิดเรื่องมาด้วยบรรยากาศแบบนิยายแปล แต่กลับกลายเป็นมุมมองเข้มข้นของคนผ่านโลกมามาก เมื่อได้อ่านประวัติของคุณศรีบูรพาที่มีมาให้ท้ายเล่ม ก็จะยิ่งพบว่าในฐานะนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ในช่วงปฏิวัติ 2475 ทั้งยังถูกสั่งปิดหนังสือพิมพ์ที่ตัวเองสังกัดอยู่เนืองๆ จนตัดสินใจออกไปร่ำเรียนที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ทำให้คุณศรีบูรพายิ่งหัวก้าวหน้ามากเลย การพูดเรื่องชีวิต สิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถกระทำได้ในขณะที่มีชีวิตอยู่ รวมถึงการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เป็นสาระสำคัญของเรื่องนี้ค่ะ แต่ที่มึนคือ ณ ปัจจุบันที่ใกล้มีการเลือกตั้ง ...ทำไมรู้สึกประเทศไทยแลนด์ไม่ได้เดินหน้าไปไหนจากบทสนทนาของตัวละครในเรื่องนี้เลยล่ะ? (เขียนปี 2492)
สิ่งที่ดีงามที่สุดจากการอ่านรวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือ เราค้นพบว่าเราชอบ VOICE ของคุณศรีบูรพานั่นเองค่ะ ไม่ใช่แค่การใช้ภาษาที่รื่นหู กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก ดูมารยาทงามเป็นผู้ดีแล้ว แต่มันมีความงามบางอย่างที่ก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราชอบ “ข้างหลังภาพ” มากด้วยนั่นเอง voice แบบคุณศรีบูรพา เป็น voice ที่มีความสงบและเข้าใจโลก และให้ความรู้สึกแบบผู้ใหญ่ใจดี
การเล่าเรื่องทั้งสามเรื่องไม่ง่ายเลย เพราะเล่าซ้อนของซ้อน ซ้อนเทคนิคการเล่าเรื่องด้วย POV ของอีกตัวละครหนึ่ง ตอนอ่านช่วงต้นเรื่องทั้งสามเรื่องเราต้องตั้งสตินานมากเลยค่ะ แต่ก็พบว่าเล่าเรื่องแบบนี้ได้ด้วยสินะ ก็แปลกดีและสนุกดีค่ะ และที่งงคือ ทำไมทั้งสามเรื่องถึงเล่าผ่านมุมมองตัวละครหญิงหมดเลยล่ะเนียะ และคุณศรีบูรพาเขียนมุมมองผู้หญิงออกมาได้ดีด้วยสิคะ 555