Jump to ratings and reviews
Rate this book

สาวไห้

Rate this book
นวนิยายจากทศวรรษ 2480 ว่าด้วยชีวิตของ ‘กรรณิการ์ บุษราคัม’ หญิงสาวหัวก้าวหน้าผู้ไม่เดินตามขนบศีลธรรม ข้ามเส้นพรมแดงทางเพศและตั้งคำถามถึงความเป็นหญิง ผ่านเรื่องราวความสัมพันธ์อันร้าวรานที่ชะตาพัดพาเข้ามาในชีวิต ทั้งความรักที่ไม่สมหวัง ความรักที่เป็นไปไม่ได้ ความรักที่คลุมเครือ อีกทั้งยังต้องต่อสู้กับสายตาของผู้คนที่จับจ้องมองสิ่งที่เธอเป็นและอยากเป็น ในห้วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่มองว่าผู้หญิงต้องเป็นไปตามความคาดหวังของสังคม ถ่ายทอดเรื่องราวด้วย ‘สำนวนสะวิง’ ของ ‘วิตต์ สุทธเสถียร’ นักเขียนมากความสามารถผู้ล่วงลับ และเป็นต้นแบบในด้านการใช้ชีวิตให้กับ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์’

256 pages, Paperback

First published April 1, 2021

7 people are currently reading
54 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
10 (26%)
4 stars
15 (39%)
3 stars
11 (28%)
2 stars
1 (2%)
1 star
1 (2%)
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Profile Image for Mook Woramon.
911 reviews201 followers
May 27, 2021
“ผู้หญิงเราบางคราวรักผู้ชายเกินไป
จนสามารถกล้าพอที่จะเสียสละได้
โดยน้ำตาไม่ตกสักหยดเดียว”

นิยายเรื่องนี้เขียนมาแปดสิบปี ผ่านกาลเวลามายาวนานเท่าชั่วชีวิตคน

ตัวละครหญิง ‘กรรณิการ์’ มีชีวิตโลดโผนพอสมควร เมื่อเทียบกับยุคสมัย ทำงานเป็นนักข่าว เขียนหนังสือเลี้ยงตัวเอง ผ่านการแต่งงาน ลูกตายคลอด หย่าร้าง เป็นเมียเก็บ เป็นชู้ มีเพื่อนสนิทผิดหวังในความรักจนฆ่าตัวตาย

แม้จะเป็นคนสวยสะพรั่ง แต่ความรักกลับไม่สมหวัง เธอรักกับคนที่เธอไม่ได้แต่งงานด้วย แต่ไปแต่งงานกับคนที่เธอคิดว่าเหมาะสม

ชีวิตแต่งงานของเธอช่างแห้งแล้ง ไม่มีความสุข

เธอจึงตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดว่า การแต่งงานคือจุดหมายปลายทางของลูกผู้หญิงจริงหรือ

บางครั้งความรักก็ไม่อาจลงเอยได้ด้วยการแต่งงานผูกมัดใครไว้

- ดูอย่างกรรณิการ์ที่คิดว่าแต่งงานกับคนที่เหมาะสม แต่ชีวิตคู่กลับพังไม่เป็นท่า

- ดูอย่างคนรักของกรรณิการ์ คนที่เธอรักเพียงคนเดียวในชีวิตและเขาก็รักเธอ แต่กลับไปแต่งงานกับหญิงอื่น ทั้งๆที่ภรรยารู้เต็มอกว่าเขายังรักกรรณิการ์ แต่ก็ยอมทุกอย่าง เพราะอยากมีเขาอยู่ในชีวิต

- เพื่อนของกรรณิการ์แต่งงาน มีลูก กับผู้ชายเหลวไหลคนหนึ่ง แม้จะทุ่มเทความรักสุดชีวิต ให้อภัยนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยังถูกสามีนอกใจ ทุกข์ทนเป็นร้อยเท่าพันทวี

“เรารู้อยู่เต็มอกว่าเพศหญิงประสาทอ่อนกว่าชาย ทั้งมีอารมณ์รุนแรง
ผู้หญิงนี่แหละ มีทิพยจักษุที่สามารถเห็นโลกได้ละเอียดลออ และอาศัยอยู่ในโลกนี้ด้วยความลึกซึ้ง
ดังนั้น ชีวิตของเขาจึงจักต้องประสบกับความทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเพศชายเราหลายเท่า”

ไม่น่าเชื่อว่านักเขียนชายจะถ่ายทอดอารมณ์ ความเป็นหญิงได้ลึกซึ้งขนาดนี้ โดยเฉพาะในยุคที่ชาย-หญิงยังไม่เท่าเทียมกัน

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผู้หญิงยุคไหน ก็ทุกข์ทรมานไม่ต่างกัน
Profile Image for panuchread.
118 reviews104 followers
August 13, 2023
80 ปีพอดีนับตั้งแต่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรก โดยนักเขียนที่ได้ชื่อว่าเป็นชายที่เข้าใจหญิง ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิงได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านการดีไซน์ตัวละครนางเอกให้มีความสมัยใหม่ ก๋ากั่น ทันโลก (ถ้าเทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ ในยุคนั้น)

เราอ่านหนังสือเล่มนี้โดยไม่ได้เอาเลนส์ปัจจุบันไปตัดสิน เพราะรู้สึกว่ามันเก่าเกินกว่าจะตัดสินได้ด้วยมุมมองของคนที่อาศัยอยู่ในโลกอีกเกือบร้อยปีต่อมา แม้จะมีความคันปากยิบๆ แต่ก็เข้าใจบริบทได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่เหลือทนคือ แม้หนังสือเล่มนี้จะได้รับการขนานนาม (ทั้งจากคนยุคก่อนและยุคนี้) ว่าเป็นหนังสือที่มีแนวคิดร่วมสมัย มีตัวละครหญิงที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นหญิงและชาย มีการแหวกขนบและข้ามเส้นพรมแดนทางเพศ เราก็ยังไม่รู้สึกว่าเรื่องราวและตัวละครสื่อสารสิ่งเหล่านั้นออกมาได้สมกับที่ถูกขายไว้อยู่ดี

ตัวละคร ‘กรรณิการ์’ ก้าวเข้าไปแตะประเด็นต่างๆ อย่างผิวเผิน ทั้งการเฉียดเส้นรักร่วมเพศแบบวับๆ แวมๆ ที่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่ามีประเด็นนี้เราอาจไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ ทั้งความหัวก้าวหน้าอยากเรียนมหาวิทยาลัย ทำงานหนังสือพิมพ์ เขียนหนังสือดำรงชีพ เป็นไลฟ์สไตล์ที่ออกจะแหวกขนบอยู่ แต่ก็แค่นั้น มันไม่ลึกลงไปว่า แล้วความคิดที่นำพากรรณนิการ์มาสู่จุดนี้คืออะไร ทำไมถึงอยากเรียน? ทำไมถึงอยากเขียน? ทำไมถึงอยากเป็นผู้หญิงทำงาน? เราแค่เห็นภาพผู้หญิงรักอิสระเสรี ใช้ชีวิตตามอำเภอใจคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รู้จักเขาไปมากกว่านั้น เหมือนตัวละครมันสำเร็จรูปมาแล้วโดยเราไม่ได้เห็นกระบวนการประกอบสร้างคนคนนี้ขึ้นมาน่ะ

ส่วนเรื่องเพศที่ค่อนข้างเป็นตัวชูโรงกว่าประเด็นอื่น เราขอพูดด้วยความเข้าใจบริบทสังคมชายเป็นใหญ่ในยุคนั้นเลยนะว่า ได้แค่นี้ก็ดีแค่ไหน 🫠 ถามว่ากรรณเป็นผู้หญิงที่แข็งข้อต่อระบบนี้เหรอ? หึ ตั้งคำถามเหรอว่าผู้หญิงกำลังเจอกับอะไร? หึ กรรณเพียงแต่มาออกตัวแทนผู้หญิงว่า เราคิดแบบนี้นะคุณผู้ชาย โปรดเข้าใจเราหน่อย เหตุผลที่ผู้หญิงงี่เง่าน่ะเพราะอย่างนี้ เหตุผลที่ผู้หญิงร้องไห้น่ะเพราะอย่างนั้น เรารักคุณและพร้อมจะปฏิบัติกับคุณด้วยความจงรักนะ หากจะกรุณาก็ขอคุณอย่าเหี้ยกับเรามากนักเลย

ด้วยความสัตย์จริงเรารู้สึกว่าหนังสือมันพยายามจะดีเฟนแทนผู้ชายโดยใช้ปากผู้หญิงต่างหาก ใช้ปากผู้หญิงในการแจกแจงความแตกต่างระหว่างเพศ อธิบายเหตุผลที่ผู้หญิงเป็นงั้นเป็นงี้ ข้อดี (แบบฝืนๆ) ของความเป็นหญิง ตบท้ายด้วยการอวยความเป็นชาย เสริมความเชื่อมั่นว่าผู้ชายไม่ผิดและไม่ต้องปรับปรุงอะไรมากหรอก พยายามจะเข้าข้างผู้หญิงโดยการออกรับแทนด้วยตรรกะแปลกๆ โดยรวมมันคือการพยายามถ่ายทอดความขมขื่นและเศร้าหมองใจของผู้หญิง (ที่ส่วนใหญ่เกิดจากความรัก และบางทีก็เป็นความรักแย่ๆ เช่น ผัวไปมีชู้ หรือ ผัวหนีเมียตัวเองมาหาเรา เป็นต้น) เพื่อให้ผู้ชายเกิดความเห็นอกเห็นใจ โดยไม่กระทบกระทั่งกับอำนาจของความเป็นชายหรือสั่นคลอนสิทธิใดๆ ของผู้ชาย ซึ่งอาจทำให้เขาเหล่านั้นรู้สึกว่าจะต้องสูญเสียข้อได้เปรียบบางอย่างไปหากต้องทำความเข้าใจผู้หญิง เพราะสุดท้ายผู้หญิงจะแบกรับทุกอย่างไว้ได้เอง ขอแค่ผู้ชายเข้าใจและรักพวกเธอด้วยหัวใจก็พอ (🤢)

และด้วยความสัตย์จริงอีก เราว่ามันก็เป็นทางลงที่ทำได้ดีสำหรับหนังสือ 80 ปีที่แล้วน่ะนะ การอ่านเล่มนี้ ณ เวลานี้ มันเลยสะท้อนใจว่า เออ สังคมเรามันก็เดินมาไกลแล้วเหมือนกัน หลังจากกรรณิการ์ ก็คงมีผู้หญิงหัวก้าวหน้ายิ่งกว่าและผู้ชายที่ค่อยๆ เข้าใจความเท่าเทียมทางเพศอีกหลายคนที่ขับเคลื่อนสังคมให้เดินหน้ามาได้ (ด้วยความเร็ว 20km/hrs 😅) เราต้องเดินทางกันต่อไปอีกไกลจนกว่าชายแท้จะหมดโลก จนกว่าจะไม่มีชายแท้โง่ๆ มาตั้งคำถามว่า ถ้าต้องการความเท่าเทียมทำไมผุ้หยิงไม่ไปเกณฑ์ทหารอะควัฟ หรือ ถ้าอยากได้ฟามเท่าเทียมงั้นผมก็ตีเมียได้เหมือนที่เมียตีผมช่ายมั้ยคัฟ ฯลฯ ส่วนผู้หญิงที่อยากได้ความเท่าเทียมแต่ยังรู้สึกว่าผู้ชายต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าว ต้องจ่ายทุกอย่างให้ ต้องบริการดุจคุณหนู ก็พอกันกับอิชายแท้ค่ะ สมกันละ สมงสมอง

และที่ไม่พูดไม่ได้ เราชอบสำนวนการเขียน การใช้ภาษา การเลือกสรรคำศัพท์ การตัดสลับฉาก กลวิธีการเขียนใดๆ ทั้งปวงที่เล่มนี้ใช้มากมากมากมาก (เขาเรียกกันว่า “สำนวนสะวิง”) นี่คือสิ่งที่เราโหยหาในงานเขียน มันคือสุนทรียที่ได้รับจากการอ่านจริงๆ หนังสือเดี๋ยวนี้หาภาษาแบบนี้แทบไม่ได้แล้ว ไม่ต้องถึงกับสะวิงแบบคุณวิตต์ แต่แค่คำศัพท์ง่ายๆ สำหรับภาษาเขียนก็แทบไม่มี มันกลายเป็นยุคแห่งภาษาพูดและคำทับศัพท์ไปโดยแทบจะสิ้นเชิง อ่านง่ายจริงแต่ไม่ได้รส เข้าใจง่ายจริงแต่ไม่ได้ซึมซาบ (btw ภาษาสวยก็ต้องเข้ากับบริบทด้วยแห��ะ ถ้าสักแต่จะสวยจนอ่านไม่รู้เรื่องหรือประดิษฐ์เกินจนดูพยายามก็น่าหงุดหงิดพอกัน) ภาษาวินเทจแบบเล่มนี้อ่านแรกๆ ก็จะ cringeๆ จั๊กจี้ๆ หน่อย แต่สักพักมันจะอิ่มเอมใจตามธรรมดาของการได้เสพงานศิลป์ดีๆ ไปเอง
Profile Image for MT.
644 reviews84 followers
May 31, 2021
- คาดหวังไว้สูงมากเล่มนี้ แต่พอได้อ่านแล้วก็ไม่ผิดหวังเลย ชอบนวนิยายเล่มนี้สุดขีด
- วิตต์มีสไตล์การเขียนที่flamboyantมาก เทียบกับไวลด์หรือฟิเจอรัลยังได้ วิตต์ยังสามารถดึงความเป็นหญิงออกมาได้มีมิติและมีรสนิยมกว่าเสนีย์ เสาวพงค์ ศรีบูรพา อุษณา เพลิงธรรม หรือแม้แต่ รงค์ วงษสวรรค์อย่างเห็นได้ชัด เราไม่ได้รู้สึกว่าเขากำลังexploitความเป็นผู้หญิงขนาดนั้นถ้าเทียบกับงานของนักเขียนชายดังกล่าว กลายเป็นว่าตัวละครชายซะอีกที่ดูไร้มิติมากแบบจงใจ 555
- ชอบที่นิยายเรื่องนี้มันอยู่ระหว่างนิยายเรื่องเซี่ยงไฮ เบบี้กับThe Awakening คือเหมือนมันจะไปสุดมากแบบเรื่องแรก แต่ก็ยังติดขนบติดอะไรบางอย่างจนนางเอกของเรื่องไม่สามารถแหวกม่านขนบได้เหมือนเรื่องหลัง หวังว่าวิญญาณเปลือย ภาคต่อจะสุดโต่งและชัดเจนกว่าเล่มนี้ แต่ทั้งนี้การที่สาวไห้ให้เราได้เท่านี้ก็สาแก่ใจและเป็นสุขมากยิ่งนักแล้วสำหรับhidden gemเรื่องนี้ รัก
Profile Image for Thanida.
92 reviews6 followers
August 24, 2021
เก่งมาก หัวก้าวหน้ามากในสมัยนั้น ไม่แปลกไจที่บีนดาลใจให้นักเขียนดังหลายคนไดิ หัก 1 คะแนนด้วยชุดความคิดผู้ชายเป็นใหญ่ ถึงจะเข้าใจผู้หญิงก็ยังเป็นมุมสงสาร อวยยศให้ดูกล้าแกร่งแต่ยังเจือความเห็นใจว่าอ่อนแอกว่าชายอยู่ตลอดเวลา รำคาญ
Profile Image for T..
85 reviews
December 25, 2025
หยิบมาเพราะความสงสัยบวกกับอยากอ่านอะไรที่ไม่ค่อยได้อ่านบ้าง ส่วนตัวไม่ได้หยิบวรรณกรรมไทยยุคนี้มาอ่านเท่าไหร่ ไม่เคยทราบชื่อคุณวิตต์ สุทธเสถียรมาก่อน พออ่านจบก็ออกจะประหลาดและประทับใจกับเนื้อเรื่องที่ฉวัดเฉวียนแต่ก็ลื่นไหลมากกว่าที่คิด ตอนแรกจากปกและชื่อนึกว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมหนัก ๆ เล่มหนึ่ง แต่ไม่ใช่เลย แม้จะมีเหตุการหลายอย่างแต่นิยายพาเราไปจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่งได้อย่างมั่นคงกว่าที่คาดไว้มาก

นิยายเน้นการเล่าจากมุมมองของตัวละคร ทำให้เราจมอยู่ในหัวตัวละครซะมาก แต่ความสนุกก็คือระหว่างบรรทัดมีช่องว่างให้เราคิดเยอะดี ไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะต้องเชื่อใครหรืออะไรเป็นพิเศษ มีความคิดที่สวนทางกันอยู่หลายแบบ เอาจริง ๆ มองแต่เหตุการณ์เปล่า ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นแทบจะเอาไปทำละครหลังข่าวได้ เพราะแกนหลักวนๆอยู่กับเรื่องรัก ๆใคร่ ๆ แต่ที่น่าสนใจ (และส่วนตัวชอบ) คือการที่วางโฟกัสไว้ที่จุ๋ง การและตัดสินใจของเธอ มันช่างเทา ๆ มัว ๆ ดีเหลือเกิน สุดแสนจะมนุษย์ ทำเอาอยากติดตามการเดินทางของจุ๋งต่อไปเสียจริง ๆ

เอาจริง ๆ 5 ดาวที่ให้น้ำหนักไปตกอยู่ที่มวลโดยรวมที่ได้และภาษาที่ใช้เสียเยอะ สมกับที่เป็นภาษาสวิง อ่านแล้วสนุกมาก เหมือนได้ย้อนกลับไป ลื่นไหลจนอ่านรวดเดียวจบ ถือว่าทำจังหวะได้เร็วดี แถมอ่านแล้วยังรู้สึกอิ่ม เป็นอาการเวลาได้อ่านงานที่องค์ประกอบดีที่ไม่ได้รู้สึกบ่อย ๆ ถือว่าเป็นการอ่านที่คุ้มกับเวลาที่เสียไป จนนึกเสียดายอยากอ่านงานเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย หวังว่าจะมีโอกาสในอนาคต
Displaying 1 - 5 of 5 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.