Jump to ratings and reviews
Rate this book

สงครามเย็น (ใน) ระหว่าง โบว์ขาว

Rate this book
“อ่าน” โลกทัศน์ ตัวตนของคนต่างรุ่น ต่างวัย ต่างวัฒนธรรม ต่างอุดมการณ์ทางการเมือง

“สำรวจ” ปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญของไทยในปี พ.ศ. 2563 ทำความเข้าใจรายละเอียดอันซับซ้อนภายในความขัดแย้ง และ “ฟัง” เสียง ของพวกเขาจากพื้นที่การชุมนุมจริง

“ทบทวน” “ตั้งคำถาม” และ “เขียน” คำตอบใหม่ในใจร่วมกัน ว่าเราจะก้าวข้ามความขัดแย้งและอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดยั้งนี้อย่างไร

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอันร้อนระอุ “สงครามเย็น(ใน) ระหว่างโบว์ขาว” งานศึกษาชิ้นสำคัญของกนกรัตน์ เลิศชูสกุล ขอเชิญชวนนักอ่านกลับเข้าไปทำความเข้าใจความต่างและความขัดแย้งที่ดูคล้ายไม่มีวันจะลงรอยระหว่างผู้ใหญ่ “รุ่นสงครามเย็น” และคนหนุ่มสาว “รุ่นโบว์ขาว” ผ่านการทบทวนประวัติศาสตร์ เงื่อนไขที่รายล้อม และเข้าไปรับฟัเสียงต่างมุมจากการสัมภาษณ์ในพื้นที่ชุมนุมจริง รวมถึงข้อเสนอถึงคน “รุ่น (ใน) ระหว่าง” ผู้ติดอยู่กึ่งกลางระหว่างยุคสมัยและอุดมการณ์ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการเชื่อมประสานรอยร้าวและความขัดแย้งที่ไร้ทางออก

344 pages, Paperback

Published January 1, 2021

2 people are currently reading
26 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
15 (46%)
4 stars
12 (37%)
3 stars
5 (15%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for สฤณี อาชวานันทกุล.
Author 82 books1,123 followers
May 20, 2021
หนังสือเล่มสำคัญต่อการทำความเข้าใจกับความขัดแย้งแตกแยกในสังคมรอบล่าสุด ซึ่งผู้เขียนเสนอว่าหลักๆ เป็นความขัดแย้งระหว่างคนสองรุ่น คือ รุ่นสงครามเย็น และรุ่นโบสถ์ขาว (Gen Z) เขียนโดย อ.กนกรัตน์ นักวิชาการรัฐศาสตร์ที่ลงพื้นที่ติดตามการเคลื่อนไหวชุมนุมของเยาวชนมีปี 2563 อย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของหนังสืออยู่ที่การอธิบายว่าทำไมคนสองรุ่นนี้จึงมีโลกทัศน์แตกต่างกัน ทำไมจึงยึดถือชุดคุณค่าไม่เหมือนกัน โดยมองจากบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่คนแต่ละรุ่นเติบโตมา

อ่านสนุก ชอบการยกตัวอย่างความคิดของคนแต่ละรุ่นหลายคน และชอบช่วงท้ายเล่มที่ผู้เขียนยกตัวอย่างการเคลื่อนไหวทางสังคมในต่างประเทศ ราวกับจะให้กำลังใจว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ล้วนต้องใช้เวลา และบอกว่าคนที่อยู่ระหว่างรุ่นสงครามเย็นกับรุ่นโบว์ขาว ซึ่งก็คือ Gen X ควรรับบทบาทเป็น “กาวใจ” สานสัมพันธ์ระหว่างสองรุ่นนี้ :>

ไม่ชอบที่ตัวหนังสือบางช่วงทำสีขาวบนพื้นแดง อ่านยากมากกกก จริงๆ เล่มนี้ไม่ต้องพิมพ์สองสีเลยก็ได้
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
705 reviews139 followers
August 17, 2021
คอนเซปของเล่มนี้ เป็นการ อธิบายความขัดเเย้งทางการเมืองในปัจจุบันว่ามีสาเหตุมาจากการปะทะกันของคนต่างรุ่นต่างวัย โดยอ.กนกรัตน์เเบ่งยุคของคนในอีกรูปเเบบหนึ่ง โดยเเบ่งออกเป็น 3 พวก คือ
คนที่เกิดในช่วงบรรยากาศที่สงครามเย็นกำลังระอุ
คนในยุคโบว์ขาว คือ วัยรุ่นเเละเด็กในปัจจุบัน เเละ
คนที่เกิดระหว่าง 2 ช่วงเวลานี้ เป็นคนยุค (ใน) ระหว่าง

การอธิบายความขัดเเย้งโดยใช้ความต่างวัยเป็นเเว่นการมอง ผมค่อนข้างเห็นด้วย เเต่ผมมีข้อสังเกตว่า การอธิบายลักษณะของคนในเเต่ละรุ่น อ.กนกรัตน์ รวบรัดเเละให้คำตอบง่ายไปหน่อย อ่านเเล้วจะรู้สึกว่าคนในยุคสงครามเย็นจะเป็นผู้ร้ายเกือบจะในทันทีในเกมการเมืองนี้ เเละคนในยุคโบว์ขาวจะเป็นพระเอกทันทีเช่นเดียวกัน

การพูดว่าสังคมการเลี้ยงดูในยุคสงครามเย็นจะหล่อหลอมให้คนในยุคนั้นเป็นฝ่ายขวา อันนี้ผมเห็นด้วย เเต่มันมีเพียงเเค่ปัจจัยนี้จริงๆหรือเปล่าที่จะทำให้กลายเป็นฝ่ายขวา เเละเมื่อเป็นขวาเเล้ว มันเปลี่ยนไปไม่ได้เลยต้องเป็นขวาไปโดยตลอด ประเด็นนี้ผมยังตั้งข้อสงสัยอยู่ อีกทั้งยังสงสัยว่าปัจจัยทางสังคมเพียงเเค่นั้นจะทำให้คนเป็นฝ่ายขวาจริงๆหรือเปล่า ทำไมเรายังเห็นว่าก็มีคนในยุคนั้นที่เป็นฝ่ายซ้ายเหมือนกัน หรือจริงๆเเล้วความเป็นขวามันต้องยึดโยงอย่างอื่นอีกนอกจากเรื่องการเกิดในยุคนั้นเท่านั้นหรือไม่

กลับกัน การนิยามคนในยุคโบว์ขาวก็ค่อนข้างไปทางพระเอกเกินไปเหมือนกัน ไม่ผิดเลยที่จะพูดว่าคนในยุคนี้เข้าใจถึงการเปลี่ยนเเปลง การปรับเปลี่ยน ทุกสิ่งไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่ง หากมันใช้ไม่ได้เเล้วก็ควรเปลี่ยนทันที ลักษณะเเบบนี้จำเป็นจริงๆในการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันเเละเป็นสิ่งที่ฝ่ายขวาไม่ยอมรับ เเละทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยจนทำให้เกิดการปะทะกันอยู่เสมอ เเต่ก็ใช่ว่าฝ่ายขวาจะผิดในเรื่องนี้ไปเสียทั้งหมด เพราะลักษณะที่ต้องการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ก็มีอีกด้านคือ ใครละจะเป็นคนกำหนดว่าควรปรับไปในทางไหนเเละอย่างไร การต้องการปรับโดยคิดว่ามันต้องโละทิ้งหรือไม่เอาเเล้ว โดยไม่มีการประนีประนอมเลยก็อาจเป็นผลร้ายในระยะยาวได้เหมือนกัน เพราะบางอย่างเปลี่ยนเเล้วการกลับมาเเก้ไขอาจเป็นการยากกว่าการเเก้ไขในตอนเเรกก็ได้ ทำให้ความไม่มั่นคงก็เป็นอีกด้านที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงเท่าไหร่ในการเปรียบเทียบกันระหว่างฝ่ายขวา

ทำให้การนิยามคนในยุคสงครามเย็นเเละโบว์บาวในเล่ม ผมจึงคิดว่ารวบรัดเเละสรุปอย่างง่ายไปหน่อย พูดงอีกนัยคือ สิ่งที่อ.พูดในเล่มคือถูกต้องเเล้วครับ เเต่ถามว่าคือถูกต้องทั้งหมดเเล้วหรือไม่ ผมตั้งข้อสงสัยในจุดนี้

ในอีก 2 บทใหญ่ๆที่เหลือ คือการยกตัวอย่างความขัดเเย้งของนต่างยุคที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เพื่อเเสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก เเละ บทสุดท้าย อ.กนกรัตน์ได้ให้หนทางถึงการเเก้ไขปัญหาความขัดเเย้งนี้ว่า จำเป็นต้องอาศัยคนยุค ในระหว่างเพื่อเป็นคนประสานความเเตกต่างระหว่างคนในยุคสงครามเย็นเเละโบว์ขาว เพราะคนยุคในระหว่างคือคนที่เกิดในในช่วงรอยต่อของทั้งสองยุคเเละเข้าใจคนในสองยุคดี จึงเหมาะเป็นกาวประสานรอยร้าวเเละทำให้เกิดความประนีประนอม

ในบทสุดท้ายนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตุอยู่นิดๆตอนอ่านว่า บางทีพระเอกในเรื่องนี้อาจจะเป็นตัวร้ายที่เเท้จริงได้เหมือนกัน ถ้าคนในระหว่างต้องการประสานก็เป็นคนรุ่นที่เหมาะสมเเล้ว เเต่หากคนในระหว่างต้องการเล่นในเกมนี้ คนในยุคนี้จะร้ายกาจมาก เพราะเขาเข้าใจระบบของทั้งสองยุคอย่างดี เเละเข้าใจว่าต้องเล่นเกมนี้อย่างไร พูดง่ายๆว่าเราอาจเห็นฝ่ายขวาที่เข้าใจเทคโนโลยีอย่างดีเเละเข้าใจการเปลี่ยนเเปลงจึงสามารถบิดเกมให้เปลี่ยนเเปลงไปในทางที่ต้องการก็ได้เช่นกัน ทำให้ถ้าหากเป็นคนประสานก็ดีจริงๆ เเต่หากจะเป็นคนเพิ่มรอยร้าว ก็จะร้ายลึกน่าใจหายเช่นเดียวกัน

ถ้าอย่างงั้นเเล้วคำตอบในการเเก้ปัญหานี้คืออะไรละ สำหรับผมจึงคิดว่าคนที่ไม่ได้ถูกพูดถึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญในปัญหานี้เช่นกัน คือ คนในยุคสมัยของตนเองที่ไม่ได้สุดโต่งจนเกินไปนัก เหมาะจะเป็นคนช่วยประคองคนในยุคของตนเองไม่ให้ปิดหูปิดตามากไปนักจนไม่รับฟังใครอีกเลย เพื่อให้รับกับการร่วมมือกันของคนต่างยุคเพื่อหาหนทางเเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ในภาพรวมเเล้ว การอ่านเล่มนี้จึงทำให้ได้ขบคิดอะไรหลายๆอย่างได้ดีมาก เหมาะกับการอ่านเพื่อเป็นหมุดหมายเเรกในการเข้าใจการเมืองร่วมสมัย เเต่ไม่ควรอ่านโดยยกเป็นสรณะ ควรคิดต่อเเละนำไปใช้ศึกษาต่อยอดจะเป็นสิ่งที่ควรทำครับ
Profile Image for Thanyanuch Tantikul.
80 reviews18 followers
April 28, 2021
งานวิชาการจากงานวิจัยที่เขียนได้อ่านง่ายและไม่น่าเบื่อ เป็นงานที่พยายามเข้าใจตัวตนของคนต่างรุ่นซึ่งมีความเห็นทางการเมืองขัดแย้งคนละขั้วในสังคมไทย และสาเหตุของกรอบคิดอันนำมาสู่ความไม่เข้าใจ หนังสือนำเสนอว่าคนรุ่น "(ใน) ระหว่าง" หรือคนเจ็น X โดยประมาณน่าจะเป็นทางออกหรือความหวังในการนำพาสังคมเคลื่อนที่ออกจากความขัดแย้งนี้ และเสนอแนะวิธีที่คนเจ็นนี้น่าจะพอทำได้ สุดท้ายหนังสือมีข้อเสนอที่น่าสนใจว่า ควรแยกจุดยืนทางการเมืองออกจากผลประโยชน์ และควรเน้นไปที่ผลประโยชน์ของกลุ่มผู้เรียกร้อง เพราะจะเห็นจุดร่วมกันที่คนทุกขั้วพอจะยอมรับได้มากกว่าการสนใจแต่จุดยืนทางการเมืองที่อาจดูรุนแรงสุดขั้วเกินจะรับไหว นับว่าเป็นงานที่ควรอ่านเพื่อทำความเข้าใจคนทุกขั้วการเมือง เพื่อเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเพื่อได้ไอเดียเบื้องต้นในการร่วมกันพยายามหาทางออกให้สังคมที่ร้าวลึกมานานเกินไปแล้ว
Profile Image for Chontiwat Udomsiripat.
223 reviews5 followers
April 22, 2024
สงครามเย็น (ใน) ระหว่างโบว์ขาว เป็นวิจัยของกนกรัตน์ เชิญชูสกุล ที่เขียนในรูปแบบการอ่านอย่างง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก ถ้าใครเคยอ่านจากมือตบถึงนกหวีดมาก่อน งานชิ้นนี้จะเป็นสไตล์เดียวกัน

หนังสือเล่มนี้จะชวนเราคิดว่า ทำไมผู้ใหญ่ถึงใจร้ายกับคนรุ่นใหม่ หรือเยาวชนรุ่นโบว์ขาว ขณะเดียวกัน คนรุ่นโบว์ขาวก็เกลียดคนแก่เสียเหลือเกิน จึงเป็นสงครามระหว่างรุ่น สงครามระหว่างรุ่นนี้ค่อย ๆ ไล่ระดับความรุนแรง จากสถาบันครอบครัว ไปสู่การใช้ ป.อาญา มาตรา 112 เพื่อกำจัดคนเห็นต่างทางความคิด

วิธีที่จะหยุดสงครามนี้ได้ ผมมองว่าพวกผู้ใหญ่ควร “ฟัง” และ “เคารพ” คนรุ่นใหม่บ้าง ไม่ใช่เอะอะฉันก็มาก่อน ต้องคอยชี้แนะคนในสังคมว่าอะไรควร อะไรไม่ควร การรับฟังและทำตาม การเคารพกติกานั้นจะทำให้สงครามนี้จบลง โดยปราศจากการใช้ความรุนแรงในทุกสถาบัน

ใครที่สนใจการเมืองร่วมสมัย ควรที่จะอ่านอย่างยิ่งครับ

Profile Image for Suchajj Sosut.
7 reviews
May 26, 2021
หนังสือเล่มที่ 8/2021

สงครามเย็น (ใน) ระหว่าง โบว์ขาว

หนังสือเล่มนี้คือรายงานการวิจัยฉบับภาษาคนธรรมดาของ อ.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล ที่ได้ทำการลงพื้นที่สังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมพร้อมกับสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมชุมนุมตลอดปี 2020 ในประเทศไทยที่ผ่านมา พร้อมกับพยายามหาคำตอบว่าเหตุใดเยาวชน "รุ่นโบว์ขาว" ถึงออกมาประท้วงพร้อมกันทั่วประเทศนับตั้งแต่การยุบพรรคอนาคตใหม่จนถึงปัจจุบัน

หนังสือเล่มนี้ได้พยายามทำให้ผู้อ่านเข้าใจโลกทัศน์ทางการเมืองและการใช้ชีวิตของคนแต่ละรุ่นผ่านมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในแต่ละยุคที่ส่งผลต่อการรับรู้การเมืองของคนแต่ละรุ่นอย่างลึกซึ้งและเข้าใจง่าย โดยผู้เขียนได้ปฏิเสธการเรียกชื่อคนรุ่นต่าง ๆ แบบตะวันตก อาทิ Baby Boomer Gen X, Y, Z และ Alpha แต่ได้เสนอให้เรียกใหม่โดยแบ่งคนไทยออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นสงครามเย็น รุ่นในระหว่าง และรุ่นโบว์ขาว

คนแต่ละรุ่นจะโตมาด้วยบริบทสภาพแวดล้อมที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ส่งผลโดยตรงต่อคุณค่าและค่านิยมในการใช้ชีวิตของคนแต่ละรุ่นที่เกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกจากการเมือง เพียงแต่คนรุ่นก่อนรุ่นโบว์ขาว ล้วนปฏิเสธหรือเพิกเฉยทางการเมืองที่แปรผันตามการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากการสนับสนุนของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง 1997

หนังสือเล่มนี้เสนอทางออกสำคัญในแนวทางสันติวิธีของสังคมไทยคือ คนรุ่นในระหว่าง หรือคนที่ตอนนี้อายุประมาณ 55-35 ปี ที่กำลังจะกลายเป็นผู้นำในภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมถัดจากรุ่นสงครามเย็น ต้องกรุยทางให้คนรุ่นโบว์ขาวมีช่องทางในการแสดงออกถึงความต้องการในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองร่วมกันทั้ง 2 รุ่น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนรุ่นในระหว่างก็ต้องก้าวข้ามจาก Comfort Zone ของตนเองที่เคยเติบโตมากับความ Ignorance ทางการเมืองมาตลอดชีวิตของตัวเอง ทัศนคติทางการเมืองและการทำงานต้องเปิดกว้างและรับฟังคนรุ่นโบว์ขาว สร้างวัฒนธรรมใหม่ที่จะมาทดแทนวัฒนธรรมอำนาจนิยมแบบรุ่นสงครามเย็น ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ หยั่งรากไปในระดับคุณค่าการใช้ชีวิตที่ใช้เวลานานนับสิบปี แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะถ้าเราไม่เปลี่ยน Disruptive World ก็จะมาเปลี่ยนเราแบบที่เราตั้งตัวอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกยุค Post-COVID

"ประเทศไทยมีหวังในการเปลี่ยนแปลงแน่นอน แต่คนรุ่นโบว์ขาวจะต้องทรมานอย่างแสนสาหัสจากความเหลื่อมล้ำและสังคมผู้สูงอายุก่อน ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นหลาย ๆ คนก็คงย้ายประเทศกันไปแล้ว"
Profile Image for Tun Srivorakul.
11 reviews2 followers
May 6, 2021
ตอนท้ายหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้เขียนคำขอบคุณคนรอบข้างที่มีส่วนช่วยเหลือให้ผลงานหนังสือเล่มนี้ได้เสร็จตามเป้าหมาย และย้ำว่า ถ้าหนังสือเล่มนี้ปิดเล่มช้าไปกว่านี้คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเวลามันจะผ่านล่วงเลยไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตอย่างรวดเร็ว

ผมเห็นด้วยทุกประการ ณ เวลานี้ ประเทศไทยต้องการข้อมูลชุดนี้เพื่อเผยแพร่และตีแผ่เรื่องราวในแต่ละด้าน แต่ละมุมมอง ของแต่ละรุ่นในสังคมไทย ทุกหลักคิดของคนแต่ละรุ่นมีที่มาที่ไป มีรากที่เป็นจุดเริ่มต้นทางความคิดที่แตกต่างกัน หนังสือเล่มนี้จะช่วยอธิบายให้เราเข้าใจความแตกต่างนี้ได้เป็นอย่างดี เพื่อหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างสร้างสรรค์

ผู้เขียนได้แสดงให้เห็นว่า ความขัดแย้งทางความคิดในคนในแต่กลุ่มแต่ละยุค ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือเป็นปัญหาของประเทศไทยเพียงประเทศเดียว หากแต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกประหลาดหรือเลวร้าย และหนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยให้ผู้อ่านได้แตกความคิด และชี้นำการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.