Jump to ratings and reviews
Rate this book

บ้านที่กลับไม่ได้

Rate this book
สำนักพิมพ์​มูลนิธิ​กระจกเงา​ โดยโครงการอ่านสร้างชาติ ขอนำเสนอ...
.
'บ้านที่กลับไม่ได้'​
หนังสือเล่มล่าสุดของ บุญเลิศ วิเศษปรีชา
นักมานุษยวิทยา (สายสตรีท)
.
หนังสือที่เปิดชีวิตคนไร้บ้านผ่านรูปแบบวรรณกรรม
.
บุญเลิศ วิเศษปรีชา ชื่อของนักวิชาการที่เปิดพรมแดนโลกของคนไร้บ้าน
ทั้งในไทยและเทศ โดยงานวิจัยล่าสุดคือการเข้าไปเป็น "คนใน"
เพื่อทำความเข้าใจความไร้บ้านที่ประเทศฟิลิปปินส์
.
จนเป็นผลงานวิจัยที่ชื่อว่า ‘Structural violence and homelessness: Searching for Happiness on the Streets of Manila’ หรือ ‘ความรุนแรงเชิงโครงสร้างกับการไร้บ้าน: การค้นหาความสุขบนท้องถนนในเมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์’
.
จากข้อมูลที่เหลือเฟือ
จากอารมณ์ร่วมในชะตากรรมความไร้บ้านที่ท่วมท้น
จากความทรงจำอันเศร้าสร้อยนั้น
วัตถุดิบที่ลงตัวนี้จึงนำมาสู่การปลุกปล้ำหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด
"บ้านที่กลับไม่ได้"
หนังสือที่กลั่นออกมาจากเรื่องราวการเดินทางกลับบ้าน
ของมิตรสหาย​ไร้บ้านกว่า 9 ชีวิต ณ กรุงมะนิลา
ที่จะเปิดเผยความลี้ลับของพวกเขา
ว่าเพราะเหตุใด "บ้านถึงไม่ใช่ที่ปลอดภัย"
เพราะเหตุใด "บ้านนั้นไม่ใช่สถานที่ซึ่งน่าถวิลหา"
เพราะเหตุใด "ทางกลับบ้านของคนไร้บ้านนั้นช่างแสนยาวไกล
ไกลเกินกว่าจะเดินทางกลับ"

203 pages

Published May 1, 2021

90 people want to read

About the author

จบการศึกษาปริญญาตรีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยเป็นกองเลขานุการสมัชชาคนจนและทำงานร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัยและเครือข่ายสลัม 4 ภาค

เข้าศึกษาระดับปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำเร็จการศึกษาในปี 2546 วิทยานิพนธ์ "เปิดพรมแดน: โลกของคนไร้บ้าน" ได้รับเกียรติบัตรวิทยานิพนธ์ดีเด่นจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยพัฒนาระดับสวัสดิการสำหรับคนจนในสังคมไทย ทุนสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

หลังจากนั้นได้เป็นอาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกจนสำเร็จการศึกษาด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง Structural Violence and Homelessness: Searching for Happiness on the Streets of Manila, Philippines (2015) จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
12 (54%)
4 stars
10 (45%)
3 stars
0 (0%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for สฤณี อาชวานันทกุล.
Author 82 books1,123 followers
July 3, 2021
ดีมากๆ รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เล่าเรื่องของคนไร้บ้านในกรุงมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ ที่ผู้เขียนไปใช้ชีวิตเคียงข้างในฐานะ "คนไร้บ้าน" ระหว่างทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เล่าเรื่อง "จริง" ที่ไม่ฉาบน้ำตาล ไม่ตัดสิน ไม่โลกสวย เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึก ภาษาเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง คิดว่า อ.บุญเลิศ มี "จังหวะ" และ "เซนส์" ของการแนะนำตัวละครและเดินเรื่องดีไม่แพ้นักเขียนวรรณกรรมมืออาชีพ เพราะไม่อย่างนั้นฉากชีวิตประจำวันทั้งหลายในเล่มอาจดูน่าเบื่อไปเลย

เป็นหนังสือที่ควรอ่านสำหรับทุกคนที่อยากเข้าอกเข้าใจเพื่อนร่วมโลก อยากรู้ว่าจะเขียนงาน "เพื่อชีวิต" (ในความหมายกว้างๆ ว่า ถ่ายทอดชีวิตของคนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา) อย่างไรให้ทันสมัย ไม่น่าเบื่อหรือมีน้ำเสียงสั่งสอนเหมือนนิยายเพื่อชีวิตจำนวนมากในทศวรรษ 60-70 และอยากรู้ว่า เรื่องแต่งที่ตั้งอยู่บนเรื่องจริง และเรื่องจริงที่ถ่ายทอดในรูปเรื่องแต่ง -- เส้นแบ่งระหว่าง fiction กับ nonfiction วันนี้พร่ามัวไปมากแล้ว จนแท้ที่จริงก็อาจไม่มีความหมายมากนักอีกต่อไป

“งานเขียนเล่มนี้ของอาจารย์บุญเลิศ คือการทดลองแนวทางใหม่ๆ ของตนเองที่ลองเล่าปัญหาในแบบเรื่องแต่ง มีผู้กล่าวว่า มนุษย์เรียนรู้ชีวิตได้จากการอ่านวรรณกรรม ผมโคตรเห็นด้วยกับประโยคนี้ โดยเฉพาะเรื่องราวชีวิตที่อยู่ในมุมอับ ถูกตีตราว่าไร้ค่า ผู้คนไม่คุ้นเคยรูปแบบชีวิตและแทบไม่มีเรื่องราวของพวกเขาหลุดรอดออกมาจากสังคม วรรณกรรมคือถนนที่มีไฟส่องสว่างเข้าไปในซอกหลืบ เพื่อไปพบเรื่องราวชีวิตที่ไร้บ้านแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว ผมมั่นใจว่าสำหรับคนที่เริ่มต้นอ่านงานคนไร้บ้าน หนังสือเล่มนี้อาจถูกจัดได้ว่าเป็นนวนิยายแฟนตาซีที่โคตร Realistic ในขณะที่ร้านหนังสือมหาวิทยาลัยอาจนำมันไปไว้ในหมวดวิชาการก็เป็นได้” -- คำนำเสนอของ สมบัติ บุญงามอนงค์ สรุปความดีงามของหนังสือเล่มนี้ไว้อย่างกระชับ
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
712 reviews139 followers
August 22, 2021
ไม่ค่อยเห็นงานที่เขียนโดยนักวิชาการที่ต้องการถ่ายทอด สาร ของตัวเอง ผ่านงานที่ไม่ใช่วิชาการเลย ยิ่งเขียนออกมาเป็นวรรณกรรมด้วย ยิ่งเเล้วใหญ่ งานเขียนเล่มนี้จึงมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา

บ้านที่กลับไม่ได้ เป็นรวมเรื่องสั้นของ อ.บุญเลิศ ที่เราอาจค้นเคยจากงานวิชาการ คนไร้บ้าน ที่ อ.ลงพื้นที่จริงไปเป็นคนไร้บ้านอยู่มะนิลาถึง 14 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลเเละทำความเข้าใจชีวิตของคนไร้บ้านที่นั่น ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนๆนึงกลายมาเป็นไร้บ้าน พวกเขามีชีวิตอย่างไร เเล้วพวกเขามีความสุขหรือไม่จากการเป็นคนไร้บ้าน

จากงานวิชาการในวันนั้น ได้ผันตัวเองกลายเป็นเรื่องสั้นในวันนี้ โดย อ.มีความเชื่อว่าเเค่พลังของงานวิชาการอาจยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้งานวรรณกรรมในการเขย่าความรู้สึกของผู้คนเพื่อให้เข้าใจ เข้าถึงชีวิตของคนไร้บ้านได้มากกว่าเดิม

จากจุดนั้นทำงานชิ้นนี้ค่อนข้างไปในทางสำรวจชีวิตความเป็นมาของตัวละครคนไร้บ้านในเรื่อง เรื่องเล่าของพวกเขานั้นมีทั้งความเสียใจ การหลีกหนีจากอดีต สุขปนเศร้า หรืออาจเป็นเพียงเรื่องเล่าที่หาความจริงไม่ได้เลย เเต่ประเด็นที่สำคัญนั่นก็คือ คนเราจะไร้บ้านได้ก็ต่อเมื่อคนเราไม่มีบ้านอีกต่อไปเเล้ว ในความหมายของการไม่มีบ้านนี่เองที่เเตกต่างกันออกไป ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้อาจกระทบกับคนอ่านบ้างไม่มากก็น้อย เพราะนี่คือเรื่องราวของชีวิตคนธธรมดาทั่วไปที่ม่ได้เเตกต่างอะไรจากเรา ความเเตกต่างเดียวอาจเป็นการที่พวกเขาเลือกที่จะเดินหนีออกมาเเเล้วใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้าน ในมุมหนึ่งจึงทำให้เรารู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เป็นคนอื่นในสังคม พวกเขาคือเรา เเละเราคือพวกเขาในเเง่ในเเง่หนึ่ง

ในด้านการประพันธ์ อ.ทำได้ดีเลย เล่าอย่างสัจนิยมที่พอประมาณ ไม่ฟูมฟาย ไม่ตัดสินใดๆ เป็นเพียงกล้องที่บันทึกเรื่องราวเเละนำมาถ่ายทอดเท่านั้น เเม้ว่าทำนองการเล่าจะเรียบเรียงจะเหมือนๆกันหมดในทุกเรื่อง ถ้าเปลี่ยนเเนวทางการเล่าให้มีหลากหลายรูปเเบบ เล่มนี้จะดียิ่งขึ้นไปอีกอย่างเเน่นอน

หวังว่าจะได้เห็นงานชิ้นใหม่ๆของ อ ในอีกหลากหลายรูปเเบบ หนังสือเล่มนี้เเสดงให้เห็นว่านักวิชาการไม่จำเป็นต้องผลิตเเต่งานที่ถูกค่อนขอดว่าเป็นหอคอยงาช้าง มันอาจถูกผลิตในรูปเเบบอื่นที่สามารถเเสดง สาร ได้อย่างชัดเจนไม่เเพ้งานวิชาการ นี่จึงอาจเป็นทิศทางใหม่ของการผลิตงานของนักวิชาการในช่วงเวลาต่อไปนี้ก็ได้

ประตูบานใหม่เปิดออกเเล้วครับ
Profile Image for Benchaphorn Thammathorn.
131 reviews41 followers
August 25, 2021
อ่านแล้วเหมือนได้ลองเข้าไปอยู่ในสังคมเดียวกันกับคนไร้บ้าน
ได้เห็นหลายๆมุมมอง แต่ เป็นมุมมองของคนไร้บ้านที่ฟิลิปปินส์นะ
ชอบบทสัมภาษณ์ตอนท้ายของผู้เขียน
คนปินส์sufferกับการเป็นคนไร้บ้านน้อยกว่าประเทศอื่นๆ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี เส้นแบ่งระหว่างคนมีบ้านกับคนไร้บ้านมันใกล้กันมาก ทำให้คนไร้บ้านไม่รู้สึกแปลกแยก มีคนไร้บ้านเป็นเพื่อนเยอะแยะจึงอยู่ได้
พูดในแง่บุคคลมันคงดีนะ ใจเค้าไม่ทุกข์ แต่ว่ามองในภาพรวมเราก็ไม่ได้อยากให้ชีวิตใครๆเป็นแบบนั้น มันแย่แหละอยู่แบบนี้
Profile Image for loonchies.
240 reviews27 followers
June 16, 2021
เรื่องราวของคนไร้บ้านผ่านสายตาของนักศึกษาปริญญาเอกที่ทดลองไปใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้าน
เรื่องราวของคนไร้บ้านทั้ง 8 เรียนรู้เรื่องราวผ่านบทสนทนาที่แม้ว่าจะไม่ได้พูดทั้งหมด แต่ก็พอจะทำให้เรานึกถึงเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาอีกได้
แล้วก็เข้าใจว่ามันคงไม่มีคำตอบหรือทางแก้ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ปัญหาทุกอย่างหายไป เพราะทุกคนก็มีปัญหาที่ต่างกัน เงื่อนไขข้อจำกัดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
ถึงจุดร่วมของแต่ละคนคือการออกมาเป็นคนไร้บ้าน แต่เหตุผลนั้นแตกต่างมากมายร้อยแปดพันเก้า
บางทีการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือการเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียว มันก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ได้
อ่านแล้วก็สะดุดในใจเป็นบางช่วง
ถ้าเป็นเรา เราก็อาจจะอคติไปก่อน แล้วก็อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชีวิตใครบางคนลำบากขึ้น
หลังอ่านจบเราคิดว่าเราก็ควรจะระลึกไว้บ้างว่าสิ่งที่เรารู้และเราคิดไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องราว มันมีเรื่องราวมากกว่านั้นอยู่เสมอ เกินกว่าที่เราจะคิดถึงได้ด้วยความรู้ของเรา ณ ตอนนั้น

แล้วการรู้ที่ไปที่มา จุดสำคัญที่ทำให้เขาเหล่านั้นมาเป็นคนไร้บ้านทำให้เราคิดอะไรได้เยอะเหมือนกัน
บางคนก็เล่าที่มาที่ไปตั้งแต่เด็ก แล้วมันก็สะท้อนใจกับตอนจบ ที่สุดท้ายแล้วลงเอยแบบนั้น ตัวละครตัดสินใจทำอะไรที่น่าเสียดายลงไป
น่าเสียดายเพราะเรามองผ่านเลนส์ของเรา
ไม่รู้เพราะอะไรและผู้เขียนก็ไม่เผยว่าทำไม
หรือกับอีกคนนึงก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ เป็นเรื่องที่เราคงนึกไม่ถึง

โลกมันโหดร้ายจัง เราอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความโหดร้าย เราทำอะไรได้บ้างไหมนะ
แต่เพราะมีความมืด ความสว่างถึงได้มีคุณค่า
ความเข้าใจและการเปิดโอกาสอาจจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

จุดพีคอาจจะไม่ใช่ที่เนื้อเรื่องแต่เป็นที่ภาคผนวก
น่าจะเรียกว่าเป็นบทสรุปของหนังสือมากกว่าด้วยซ้ำ
วิทยานิพนธ์ของผู้เขียนที่มุ่งไปที่ความสุขของคนไร้บ้าน
เป็นอีกมุมที่คนน่าจะไม่ค่อยคิดถึงเมื่อพูดถึงคนไร้บ้าน
บางทีความสุขอาจจะเป็นตัวกำหนดหนึ่งที่ทำให้เขาเป็นคนไร้บ้านด้วยก็ได้
เรื่องการเก็บข้อมูลของผู้เขียน ก็น่าสนใจไม่น้อยกว่าเรื่องของคนไร้บ้านเลย
โดยเฉพาะการเปรียบเทียบชีวิตคนไร้บ้านของฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และไทย นึกอะไรเยอะเลย

งานของผู้เขียนสะท้อนถึงความตั้งใจในการศึกษาทางมานุษวิทยาจริง ๆ ตามหลักการพื้นฐาน “ถ้าคุณอยากจะเข้าใจคนอื่น คุณต้องลองไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่”

ชมเรื่องหนังสืออีกเรื่อง ~ ระยะห่างบรรทัดน้อย ใช้กระดาษได้คุ้มค่าดี
เขียนได้ดี
ดีใจที่ได้อ่านจริง ๆ
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
689 reviews47 followers
August 29, 2021
แม้ว่า ภาษาวรรณกรรมจะไม่ได้จะเขียนมาเพื่ิอรรถรส สละสลวย เพลิดเพลินอะไรแบบนั้น

แต่สิ่งที่ได้อ่าน มันคือชีวิตคนที่ผมเชื่อได้ว่าจริงทั้งสิ้น เรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ตัดสิน

แต่คงต้อง5ดาวอยู่ดี
เพราะคนเขียน ไปคลุกคลี กับคนไร้บ้านในฟิลิปปินส์ มาจริงๆ เจอประสบการณ์จริงต่อหน้า

และต้องขอบคุณ การสรุป เรื่องราวท้ายเล่ม ด้วย
และทำให้เราเข้าใจชีวิตคนมากขึ้นครับ

คงยากที่จะเกิดการศึกษาหรือเรื่องราวที่ดีแบบนี้ได้
ถ้าคนถ่ายทอดไม่คลุกคลีลงไปอยู่กับมันจริงๆ
Profile Image for Ai.
45 reviews2 followers
June 12, 2021
เรื่องราวของผู้คนต่างเพศต่างวัยไม่ต่ำกว่า 8 ชีวิต ที่ต้องมาใช้ชีวิตข้างถนนเป็นคนไร้บ้านในย่านกลางเมืองมะนิลา นครหลวงประเทศฟิลิปปินส์

ชื่อเรื่องสั้นแต่ละเรื่องตั้งได้อย่างคมคาย พออ่านจบกลับมาอ่านชื่อเรื่องอีกครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกตราตรึง แต่สิ่งน่าสนใจที่สุดคือ ภาคผนวก บทสัมภาษณ์

เก็บบางส่วนไว้ย้อนมาอ่าน

มะฮิรับ เปโร มะซายะ difficult but happy แม้ชีวิตจะยากลำบากแต่เรามีความสุข มันสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนฟิลิปปินส์ ความเอ็นจอยไลฟ์ของคนฟิลิปปินส์ ความจริงก็เป็นกลยุทธ์ในการบอกกับตัวเองว่า ชีวิตของเราไม่ได้ขื่นขมทุกข์ระทมมากมายอย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ได้

คนฟิลิปปินส์ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่ยากลำบากและเอ็นจอยกับชีวิตได้มากที่สุด

ถ้าคุณเป็นคนจนท่ามกลางประเทศที่มีคนจนจำนวนมากคุณจะไม่รู้สึกเป็นตัวประหลาด ในขนาดที่ถ้าคุณเป็นคนจนในประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางคุณก็จะเป็นคนส่วนน้อยและรู้สึก suffer มากกว่า

ความแตกต่างทางโครงสร้างเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่ต่างกันได้ shape character คนไร้บ้านในแต่ละสังคมขึ้นมา

คำอธิบายในเรื่องของพระเจ้ามีผลไม่น้อยต่อการกล่อมเกลาให้คุณยอมรับกับชีวิตที่มีข้อจำกัด ไม่เป็นไร..คุณอยู่ข้างถนนก็ไม่แย่เท่าไหร่ คุณเป็นคนดีได้ ตราบใดที่คุณสรรเสริญพระเจ้า

ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน มันยากที่จะข้ามพ้นภาวะไร้บ้าน ดังนั้นก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน เย้ยหยันความยากลำบาก

คุณจะเข้าใจความสุขแบบนี้ไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่เคยอยู่ในชีวิตประจำวันที่ไม่มีอะไร วันไหนคุณได้กินของพิเศษ มันจะพิเศษมาก ฉะนั้นเค้าอยู่ได้ด้วยความหวังว่าวันนึงมันจะมีของพิเศษตกลงมา

การสามารถพึ่งตัวเอง คุณไม่ต้องกินข้าวที่โบสถ์ เมื่อไหร่ที่คุณหิวแล้วคุณมีเงินซื้อข้าว คุณไม่ต้องรอรับการแจกข้าว คุณยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เท่าทางนี้ก็มีความหมายมากแล้ว

mahirap pero masaya
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Thanida.
92 reviews6 followers
June 18, 2021
ผู้เขียนเลือกเล่าเรื่องของคนไร้บ้านในรูปแบบวรรณกรรม เปิดโลกดี ชอบๆ

โครงสร้างสังคมมันโหดร้าย ทื่โหดร้ายยิ่งกว่าคือการสร้างภาพลวงว่าความยศกลำบากคือความสุข อ่านไปก็เข้าใจแล้วว่า คนไร้บ้านทุกคนมีภูมิหลังเฉพาะ การช่วยให้เขามีบ้านได้เพื่อง 1 คน ก็ถืงว่าประสบความสำเร็จมากแล้วจริงๆ
Profile Image for Anness.
111 reviews47 followers
September 4, 2022
เป็นเรื่องแต่งที่มีเค้าโครงเรื่องจริง (?) จากประสบการณ์ที่คุณบุญเลิศ ผู้แต่งได้ไปลงพื้นที่ใช้ชีวิตเป็นโฮมเลสที่ฟิลิปปินส์ แม้ว่าการเล่าเรื่องจะเป็นแนวเรียบเรียงซะส่วนใหญ่ แต่การที่นักวิชาการเลือกวิธีนำเสนองานวิจัยในรูปแบบฟิกชันที่เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้นแบบนี้ถือเป็นวิธีการที่ดี

หนังสือเล่มนี้ทำให้เราได้รับรู้ถึงวิถีชีวิต ปัญหาโครงสร้าง สภาพแวดล้อมของบ้านเมืองที่บีบให้ ‘มี’ คนไร้บ้าน และ ‘เกิด’ คนไร้บ้านใหม่ๆ ส่วนท้ายมีบทสัมภาษณ์ของคุณบุญเลิศที่บอกเล่าถึงความแตกต่างของคนไร้บ้านในญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์ที่สะท้อนถึงค่านิยม/โครงสร้างประเทศ ถือว่าเปิดสมองมากค่ะ
Displaying 1 - 8 of 8 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.