Jump to ratings and reviews
Rate this book

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต

Rate this book
เอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาในอนาคต จึงนับเป็นคุณูปการต่อสัจจะทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

เป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานทางราชการอ้างอิง ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่ากรณีสวรรคตเกิดขึ้นได้อย่างไร ในขณะเกิดเหตุที่เสียงปืนดังปังขึ้นนั้น มีใครอยู่บนพระที่นั่งบ้าง และอยู่ที่จุดไหนกำลังทำอะไร? คณะกรรมการสอบสวนที่เรียกว่า ศาลกลางเมืองมีความเห็นว่าอย่างไร? ฯลฯ ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้อย่างครบถ้วน ซึ่งผู้อ่านที่มีวิจารณญาณจะสามารถพิพากษาได้ด้วยตนเองว่า ใครคือฆาตกรตัวจริง

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเอกสารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งยุครัตนโกสินทร์ ที่นับวันจะหาอ่านได้ยาก เพราะเอกสารหลักฐานที่เป็นทางราชการที่ผมอ้างอิงนั้น มาถึงวันนี้มักจะถูกทำให้สูญหายไปด้วยเจตนาของพวกวัวสันหลังหวะที่เอามือปิดฟ้าที่ตาตัวเอง การที่ท่านซื้อหนังสือนี้มาอ่านหรือมาเก็บไว้ในห้องหนังสือ จึงเท่ากับช่วยเก็บรักษาเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาในอนาคต จึงนับเป็นคุณูปการต่อสัจจะทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

464 pages, Paperback

Published June 1, 2021

13 people are currently reading
55 people want to read

About the author

สุพจน์ ด่านตระกูล เป็นนักเขียนชาวไทยที่มีผลงานจำนวนมาก โดยส่วนมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และนายปรีดี พนมยงค์ สุพจน์เกิดวันที่ 9 กันยายน 2466 ที่อำเภอปากพนัง (ปัจจุบันคืออำเภอเฉลิมพระเกียรติ) จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นลูกชายคนที่สองของครอบครัว มีพี่ชายหนึ่งคน และน้องชายน้องสาวอย่างละคน

สุพจน์เล่าเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านและโรงเรียนประจำจังหวัดถึงชั้นมัธยมต้น พอขึ้นมัธยมปลายบิดาส่งไปเรียนต่อที่โรงเรียนสุวิชวิทยาลัยในบางกอก (ปัจจุบันคือกรุงเทพฯ) เรียนอยู่ได้หนึ่งปีเกิดปัญหาครูแยกกันเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งไปตั้งโรงเรียนใหม่คือ โรงเรียนอุดมวิทย์ ซึ่งสุพจน์ได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนนี้แทนตามการชักชวนของครูพละที่สนิท กระทั่งขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เกิดปัญหายุบโรงเรียนเป็นครั้งที่สอง ครูพละคนเดิมชักชวนสุพจน์ให้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนใหม่ที่ตนสอน แต่สุพจน์ปฏิเสธและตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด

หลังจากนั้นสุพจน์ช่วยดูแลกิจการร้านขายของชำของครอบครัว ในปี 2485 มีเหตุให้เดินทางไปบางกอกอีกครั้ง ระหว่างนั้นพักอาศัยในบ้านพี่ชายและพี่สะใภ้ และได้ถูกเพื่อนชักชวนให้ไปทำงานที่จังหวัดชุมพร หลังรองานอยู่พักใหญ่ สุพจน์ก็ได้เข้าทำงานเป็นเสมียนโกดังที่ท่าเรือที่ญี่ปุ่นสร้างในจังหวัดระนอง และในโอกาสนั้นได้เข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านญี่ปุ่น (เสรีไทย) นับเป็นก้าวแรกสู่งานการเมืองของสุพจน์

ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง สุพจน์กลับเข้าบางกอกอีกครั้ง และเริ่มทำงานที่หนังสือพิมพ์เกียรติศักดิ์ตามพี่ชายที่เป็นหัวหน้าบรรณาธิการข่าวการเมือง ก่อนจะลาออกในเวลาต่อมา และเข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์อื่นๆ อีกหลายเจ้า การทำข่าวบุคคลทางการเมืองทำให้สุพจน์รู้เห็นความไม่ชอบธรรมมากมายที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ สุพจน์จึงเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยการตีพิมพ์ใบปลิวตีแผ่ความไม่เป็นธรรม และนำไปสู่การชักชวนผู้มีแนวคิดก้าวหน้ามารวมกลุ่มจัดตั้งขบวนการกู้ชาติ ก่อนจะถูกจับกุมและพิพากษาโทษจำคุก 20 ปี แต่ติดจริงเพียง 5 ปีเนื่องจากได้รับนิรโทษกรรม

ภายหลังถูกปล่อยตัว สุพจน์กลับไปทำงานหนังสือพิมพ์ที่บ้านเกิด แต่ทำได้ไม่นานก็ตัดสินใจหวนคืนบางกากอีกครั้ง ครั้งนี้ได้พบรักและเริ่มต้นชีวิตคู่กับโสภณ พรหมพระสิทธิ์ ในปี 2501 สุพจน์ถูกจับกุมอีกครั้งหลังจากตีพิมพ์หนังสือเล่มเล็กเรื่องขบวนการกู้ชาติ ภายใต้ข้อหากบฏ

สุพจน์ไม่ละทิ้งความมุ่งมั่นในการเผยแพร่ผลงานเสนอข้อเท็จจริงสังคมแม้จะถูกจำคุกด้วยคดีทางการเมืองถึงสองครั้ง และยังคงมุ่งหน้าเผยแพร่ผลงานต่อไป พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากนางโสภณผู้เป็นภรรยา ผลงานชื่อดังที่ถูกตีพิมพ์ซ้ำบ่อยที่สุดคือกรณีสวรรคต ร.8 (ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต)

ลักษณะเนื้อหาของงานทำให้สุพจน์ตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มคนที่ไม่พอใจ มักถูกข่มขู่และสะกดรอยตาม รวมถึงเคยถูกบุกค้นบ้าน จนกระทั่งในปี 2539 สุพจน์ ด่านตระกูลได้รับการประกาศเกียรติคุณต่อบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนในฐานะนักเขียนดีเด่น (รางวัลเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป) และได้รับการยอมรับในฐานะนักเขียนในวงกว้างเป็นครั้งแรก

ช่วงบั้นปลายชีวิต สุพจน์ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ภรรยารักษาด้วยวิธีธรรมชาติอยู่ 8 ปีจึงหายดี ทว่าต่อมาในปี 2551 สุพจน์ได้ป่วยเป็นมะเร็งอีกครั้งที่ต่อมน้ำเหลือง แม้จะเข้ารับการรักษา แต่อาการก็ทรุดลง จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ในวัย 86 ปี ทางครอบครัวตั้งศพบำเพ็ญกุศลและสวดอภิธรรมเป็นเวลา 5 วันที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ จังหวัดนนทบุรี โดยภายในงานมีบุคคลทางการเมืองที่มีชื่อเสียงจำนวนหลายคนมาเข้าร่วม เมื่อเสร็จงานทางครอบครัวได้มอบศพให้กับโรงพยาบาลศิริราช

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
12 (48%)
4 stars
12 (48%)
3 stars
1 (4%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
Profile Image for nisemono偽者.
220 reviews23 followers
June 9, 2025
ตรงวันไหมก็ตรงวันนะ

หนังสือบอกเล่าเรื่องราว close case ที่หลายคนยังมองว่าเป็น cold case ในปัจจุบัน เกี่ยวกับเหตุการณ์สวรรตของพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ถึงแม้ว่าจะมีพิพากษาประหารชีวิตผู้ที่(ทางรัฐมองว่า)เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ยังมีปริศนาและหลักฐานบางอย่างที่ดูน่าเคลือบแคลง โดยทางนักเขียน สุพจน์ ด่านตระกูล เรียบเรียงเรื่องราวจากเอกสารทางการบ้าง การรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อในอดีตของตนเองบ้าง ก็อาจจะไม่ได้สามารถเอาไว้ใช้อ้างอิงอะไรทางประวัติศาสตร์ได้มากนัก ยิ่งแกเป็น officially Pridi SIMP number one ด้วย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่านอก mainstream ที่น่าสนใจ ตรงกันข้ามกับรัฐที่ปกติเป็นหน้าที่ผู้คุมเรื่องเล่าหลักของประเทศแห่งนี้ ได้เห็นเล่ห์กลทางการเมือง และการฉกฉวยการชิงอำนาจภายใต้โศกนาฎกรรมในครั้งนี้ หากสนใจเรื่องทำนองนี้ในอีกมุมมองข้อสันนิษฐานหนึ่ง TKN (The King Never Smiles) ของ Paul Handley ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื้อหาเข้มข้นและได้รับการยอมรับในสาย Southeast Asian Studies มากกว่าอีกด้วย
Profile Image for Phaiy Supesuntorn.
42 reviews3 followers
December 22, 2022
Death penalty is not and never be a solution for any crimes. One cannot teach people not to kill by killing.
One cannot give their life back after taking it away.

Death is not an answer. Truth will be told. Looking forward to 2024.

เขียนโดย สุพจน์ ด่านตระกูล ตีพิมพ์มาทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2517
-
เล่มนี้ขอไม่พูดถึงเนื้อหาหรือใครคือฆาตกรนะคะ แต่จะมาป้ายยาหลาย ๆ ท่านที่มีเล่มนี้ติดบ้านหรืออยู่ในขวดโหลดองไว้อยู่ แนะนำให้เอาออกมาอ่านเถอะค่ะ เปิดผ่าน ๆ อ่านข้าม ๆ บ้างก็ได้ เพราะจะมีรายละเอียดที่ซ้ำไปซ้ำมา และภาษาก็เป็นภาษาโบราณที่ผสมกับการทับศัพท์ภาษาอังกฤษ (เขียนเป็นคำอ่านโดยใช้ตัวอักษรไทย ที่บางครั้งต้องใช้เวลาคิดนิดนึงว่าคือคำอะไร)
-
ความรู้สึกที่ได้อ่านหนังสือขนาด 441 หน้า
ตอนต้นและตอนกลาง
รู้สึกเหมือนอ่านนิยายของอกาธา คริสตี้ (หรือราโชมอน) ที่เป็นการเอา "คำให้การ"​ ของตัวละครที่อยู่ในเหตุการณ์มาเล่าว่าอยู่ที่ไหน เห็นอะไร ได้ยินอะไรบ้าง? ซึ่งก็มีทั้งพูดตรงกันและพูดขัดกัน อ่านแล้วคนอ่านอาจจะต้องทำ mind map หรือแผนผังว่าเวลาเกิดเหตุการณ์ใครอยู่ตรงไหน ทำอะไรบ้าง? ใครโกหก? อ่าน ๆ ไป อาจเผลอคิดว่า "นี่กำลังอ่านนิยายอยู่รึเปล่านะ ไม่ใช่ non-fiction ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2517"
และมี เอ๊ะ! ตลอดในเรื่องการพิสูจน์หลักฐาน ณ จุดเกิดเหตุ แต่ก็เข้าใจบริบทของเหตุการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องทำแบบนั้น
ยังได้เห็นภาพว่าสมัยก่อน การไต่สวนคดี เป็นอย่างไร ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้มากแค่ไหน
-
ความรู้สึกที่ได้อ่านตอนปลาย
เราพยายามที่จะอ่านโดยแสร้งว่ากำลังอ่านนิยายสืบสวนเรื่องหนึ่ง แบบงานของ Ferdinand von Schirach แต่พอถึงองก์หลังของหนังสือ ความจริงที่ว่า มีสามชีวิต
นายชิต สิงหเสนี
นายบุศม์ ปัทมะศริน
นายเฉลียว ปทุมารส
ที่ต้อง #โทษประหาร ก็อดไม่ไหวที่ต้องมาเขียนรีวิว
คือตรงนี้หนังสือจบแบบปลายเปิด แต่จากหลักฐานแวดล้อม เชื่อได้ว่า ทั้งสามมหาดเล็ก คือผู้บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาลอบปลงประชนม์
-
สิ่งที่เราอยากจะแสดงความเห็นตรงนี้คือ เราต่อต้านโทษประหาร ในทุก ๆ กรณี รวมไปถึงเรื่องการรณรงค์
ข่มขืน = ประหาร
One cannot teach people not to kill by killing
คุณไม่สามารถสอนสังคมว่าการพรากชีวิตคนเป็นสิ่งที่ผิดด้วยโทษประหาร
คือมันย้อนแย้งรึเปล่า?
ที่สำคัญถ้าระบบการไต่สวนเกิดผิดพลาด
คุณจะคืนชีวิตให้คนที่ตายไปแล้วอย่างไร?
ไม่รวมถึงครอบครัวของเขาเหล่านั้นที่ต้องอยู่กับผลสืบเนื่องจากโทษนี้?
-
เราไม่ได้โลกสวยว่ามนุษย์สามารถกลับตัวได้ หรือมีสิ่งที่เรียกว่าความดีอยู่ในมโนสำนึกของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคนนั้นจะเลวทรามแค่ไหน แต่เราเห็นว่า การพรากชีวิต มันไม่ใช่การลงโทษที่สาสม #ความตายมันแค่ชั่วอึดใจ เอง

ถ้าอยากจะลงโทษจริง ๆ เอามาขังสิ แบบขังลืม หรือ customise การลงโทษตามจริตของนักโทษนั้น ๆ เช่น ถ้านักโทษเป็นแนว narcissus ก็จับมาขังเดี่ยว แบบไม่มีการติดต่อสื่อสารกับใครทั้งนั้น #การมีชีวิตอยู่คือความทรมาน มากกว่าซะอีกในหลาย ๆ กรณี มนุษย์เราสรรหาวิธีทรมานมนุษย์ด้วยกันมานับพันปี มันต้องมีวิธีที่เหมาะในการลงโทษอยู่สิ เอามาจาก series พวก Black Mirror ก็ได้ และถ้าเกิดมีหลักฐานใหม่ ที่พบว่าผู้ต้องโทษเป็นผู้บริสุทธิ์ รัฐก็ยังมีโอกาสชดเชย ชดใช้ เวลาที่เสียไปจากการคุมขังผู้บริสุทธิ์

ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูผู้ต้องขัง ที่มีการแย้งว่า ภาษีต้องเอามาเลี้ยงคนชั่ว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ สำหรับเรา เรื่องนี้คือเรื่องการบริหารจัดการที่ "เงิน" แก้ไขได้ แต่หากประหารคนไปแล้ว คุณเอาเงินซื้อชีวิตคืนมาไม่ได้นะ
-
ยินดีแลกเปลี่ยนกับทุกท่าน โดยไม่ละเมิดกฎหมายต่าง ๆ นะคะ 🙏
-
สุดท้าย นับถอยหลังรออ่านจดหมายของ ปรีดี ที่ฝากไว้ ณ กรุงปารีสในปี 2024 เลยยยย
Profile Image for Pong.
8 reviews
August 24, 2021
สงสารนายชิ​ต​และนายบุศย์
Profile Image for g0dmarryjane.
78 reviews1 follower
July 22, 2022
“ การที่ท่านซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านหรือเก็บไว้ในห้องหนังสือ จึงเท่ากับช่วยเก็บรักษาเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต” เป็นประโยคที่เราชอบมาก รู้สึกปลื้มใจที่ได้อ่านประวัติเล่มนี้, เป็น หนังสือวิเคราะห์กรณี อุปัทวเหตุ อัตวินิบาตกรรม ฆาตกรรม ได้สนุกมาก น่าเสียดายจบปลายเปิด แต่ถ้าปลายปิดคนเขียนน่าจะโดนส่งไปบางขวาง
Profile Image for Punyapat Sessomboon.
12 reviews1 follower
March 5, 2021
ประกฏว่าอ่านต่ออีกหน่อยก็จบแล้ว ที่เหลือประมาณ 40% เป็นภาคผนวก แต่ลองอ่านภาคผนวกคร่าวๆ ก็ถือว่าดีเลย บางอย่างมีในหนังสือบ้างแล้ว บางอย่างไม่ได้เขีนในหนังสือ จดหมาย บทสัมภาษณ์ บางชิ้นอ่านแล้วเห็นภาพมาก แนะนำว่าระหว่างอ่านหนังสือเอาแผนภาพพระที่นั่งบรมพิมานมาเปิดคู่ไปด้วยจะได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น
Displaying 1 - 5 of 5 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.