อ่านเรื่อยๆ มาเรียงๆ51 reviews3 followersFollowFollowAugust 4, 2021ในหน้าคำนำที่คุณสุริยา บุตรสาวคนเพียงของท่านอาจารย์ศุภรเล่าว่า ในนิยายแผ่นดินยังกว้างเล่มนี้ มีส่วนที่แตกต่างจากนิยายเรื่องอื่นของผู้เขียน เล่มนี้ตัวเอกเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่เจ้า ไม่ใช่ชนชั้นเจ้านาย แต่นักอ่านก็อย่างเพิ่งดีใจไป เพราะตัวเอกในเรื่องยังคงลักษณะเดิมในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตั้งแต่ได้เริ่มอ่านงานของอาจารย์ศุภรหลายเล่ม จะเห็นว่าตัวละครมักข้องเกี่ยวกับกิจการงานเหมือง อย่างปาริชาตลวง ขอบฟ้าฤๅจะกั้น เป็นต้น เพราะในช่วงชีวิตหนึ่งราวปี 2487 ขณะนั้นผู้เขียนอายุเพียง 23 ปี ไล่เลี่ยกับตัวละครเอกในนิยายเรื่องนี้ ท่านได้มีโอกาสติดตามสามีไปเปิดกิจการเหมืองที่จังหวัดนครราชศรีมา ประสบการณ์ชีวิต สภาพสังคมในช่วงนั้น รวมถึงค่านิยมที่ผู้เขียนยึดถือล้วนถูกถ่ายทอดออกมาในงานเขียนของท่านทั้งสิ้นสำหรับเรา ช่วงครึ่งแรก เล่มนี้อ่านแล้วเหนื่อยมากๆ ได้เห็นจากหน้าคำนำบอกว่าตัวเอกไม่ใช่เจ้า ไม่ใช่นาย ก็แอบดีใจว่าภาษาคงอ่านง่ายกว่าอีกหลายเรื่อง กลับกลายเป็นว่าเปิดมาบทนำ เราก็แทบไม่รอดแล้วค่ะ ยาขมขนานแท้รสมืออาจารย์ศุภร ทั้งภาษาทั้งสำนวน เขียนพรรณาอ้อมไปมาล้านกิโลเมตรด้วยภาษาติดจะโบราณ ส่วนใหญ่เป็นการอารัมภบทความรู้สึก ความสำนึกต่อศาสนา ต่อชาติ ต่อแผ่นดิน เปรียบเปรยความเหนื่อยยากเช่นเรื่องเล่าของบุคคลในประวัติศาสตร์ ยกมาเป็นกระบุง โดยที่เหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้ขยับไปไหน ฮือ เหนื่อยมากจริงๆแต่พอผ่านหนึ่งร้อยหน้ามาได้ เหตุการณ์เริ่มไปไวเมื่อมีตัวละครหลากหลายปรากฏ เนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อุปสรรคในการตั้งถิ่นฐานเริ่มค่อยๆ เข้ามา พร้อมๆ กับเรื่องของหัวใจ พอถึงส่วนนี้เราอ่านได้ไวมากๆ แล้วก็มีจุดที่แอบผิดคาดนิดหน่อย ด้วยความที่ช่วงครึ่งแรก อารัมบทเกี่ยวกับการเป็นเด็กวัด ความผูกพันกับพระครู ค่านิคมเรื่องคุณงามความดีสารพัด ทำให้เราคิดไปเองว่าตัวเอกอาจเอาตัวรอดด้วยความดี แต่กลายเป็นว่าพระเอกของเรามีความเป็นมนุษย์ด้านอื่นด้วย มีรัก โลภ โกรธ หลง อ่านไปแล้วรู้สึกสมจริงมากขึ้นเราเพิ่งสังเกตว่าสำนวนการเล่าเรื่องในเล่ม ผู้เขียนไม่ได้ใช้ประโยคที่มีความซับซ้อน ส่วนมากเป็นประโยคความเดียวประโยคสั้นๆ ทำให้วรรคในหนึ่งบรรทัดค่อนข้างถี่ บางบรรทัดมีถึงสามวรรค สี่ประโยคก็มี หลังจากที่นิคมจัดการลงต้นกล้ายางแล้วก็รู้สึกภาคภูมิใจที่มีอะไรเป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก แต่แล้วเหตุการณ์ฝนตกน้ำท่วมก็บังเกิด ผู้เขียนเล่าถึงความยากลำบากของผู้คนที่ตั้งรกราก เพราะปลูก ทำกินในพื้นที่บุกเบิกกลางป่าเขาเป็นร้อยหน้า เราในฐานะผู้อ่านรู้สึกเศร้ามาก เหตุการณ์ไม่จบลงสักที มีแต่อุปสรรค เราเห็นความทุกข์ยากของคนห่างไกล ผู้เขียนเล่าอย่างละเอียด ทุกการตัดสินใจของผู้คนล้วนมีชีวิตตัวเองและคนในครอบครัวเป็นเดิมพัน ไม่ง่ายเลยจริงๆ พระเอกของเรา อายุไม่มาก เพิ่งจะรู้สึกภาคภูมิใจไม่เท่าไหร่ ฝนตกน้ำท่วมก็พัดพาทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีเพียงความลำบาก ขาดแคลนแต่ชายหนุ่มไม่เคยสิ้นหวังหรืออับจนการใช้ปัญญาเลย นิคมเปลี่ยนจากเด็กวัดในเมืองที่หน้าตาใสซื่อ เป็นคนหนุ่มเอาการเอางานเคร่งขรึม พูดน้อย งานใช้หัว งานใช้แรงงาน กระทั่งใช้มีดใช้ปืนสู้กับพวกโจร ชายหนุ่มก็ไม่เคยหนีหาย จนสุดท้ายนิคมกลายเป็นหนึ่งในคนสำคัญของชุมชนเกิดใหม่สุดเขตแผ่นดินไทย นิคม พระเอกของเรื่องมีคุณลักษณะสำคัญของคนที่มีความดีพร้อม หน้าตาดี ฉลาดแม้เรียนไม่สูง ไม่หลงมัวเมาในอบายทั้งปวง มุ่งมั่น ครบด้วยสติจากการเป็นศิษย์ของพระครู ถือเป็นคนหนุ่มต้นแบบเลยก็ว่าได้ เมื่อได้รับโอกาส นิคมประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจโดยรวมเรื่องราวในเรื่องสนุกกว่าที่คาดมาก อุปสรรคสารพัดของการเป็นผู้บุกเบิกที่ดินทำกินผืนใหม่ ทั้งภัยคน ภัยธรรมชาติ นานับอุปสรรคถูกถ่ายทอดมาอย่างละเอียดยิบ ความลำบากของชุมชนเกิดใหม่ในที่ห่างไกล อ่านแล้วรู้สึกเห็นใจตัวละครไม่น้อย บางคนย่างเข้าวัยกลางคนแล้วก็ยอมที่จะพาตัวมาลำบากเพราะอยากมีที่ไว้เป็นรังในบั้นปลาย ส่วนพระเอกของเราตัวเปล่าเล่าเปลือย มีแรงกาย แรงใจ แต่เพราะไร้ทางสนับสนุน ไม่สามารถหากินในเมืองหลวงแข่งกับใครได้ ถึงได้ดิ้นรนมาไกล จากเด็กวัดที่ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองจนมีที่ดินผืนแรก บังเกิดความภาคภูมิใจจนเป็นแรงผลักให้ต่อสู้กับอุปสรรคทั้งปวง ณ ตอนที่กำลังเขียนสรุป เราอ่านนิยายของอาจารย์ศุภรมาแล้ว 2 เรื่อง เราให้เรื่องนี้สนุกที่สุดค่ะ ภาษาอ่านง่ายกว่าเรื่องที่ผ่านมา ถึงจะเป็นนิยายก็มีสาระ ในหลายเรื่องที่อ่านมา ด้วยความที่มันเกี่ยวกับชนชั้นเจ้านายจึงค่อนข้างห่างไกลจากตัวเรา แต่สำหรับเรื่องนี้ เราว่าให้แง่คิดดีมาก สะท้อนสภาพสังคมชนชั้นกลาง ชนชั้นล่างได้ดี ส่วนประเด็นที่ผู้เขียนชอบตัดจบแบบห้วนๆ นั้น ไม่เกิดกับนิยายเรื่องนี้ แผ่นดินยังกว้างเขียนดี คลายทุกปม จบสวยงาม ดีเลิศมากๆ ค่ะอีกประการหนึ่งที่เพิ่งนึกได้ อยากบันทึกไว้ยามที่กลับมาอ่านสรุปนี้คือเรื่องราวของการพัฒนา ในนิยายเรื่องนี้บอกเล่าถึงการบุกเบิกผืนดินสุดเขตแดนใต้ของไทย หนังสือถูกตีพิมพ์ครั้งแรกราวปี 2511 เราจึงพออนุมานได้ว่าผู้เขียนคงบอกเล่าถึงประเทศไทยในช่วงนั้น แม้ว่าช่วงปีดังกล่าวประเทศจะยังมีปัญหาเรื่องความไม่สงบในพื้นที่ แต่ผู้เขียนคงคาดไม่ถึงว่าเวลาผ่านมาไม่กี่สิบปี เหตุการณ์นอกจากจะไม่ดีขึ้น แต่กลับลุกลามใหญ่โตจนมีเหตุนองเลือดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งทำให้บางขณะที่เราอ่านนิยายเล่มนี้ รู้สึกเหมือนว่าชีวิตของนิคมเป็นเพียงฝันที่โรแมนติก การบุกเบิกผืนดินว่ายากแล้ว การอยู่อย่างสงบในพื้นที่สุดเขตแดนกลับเป็นเรื่องที่ยากกว่า ความคาดฝันถึงความเจริญหลายอย่างในนิยายเรื่องนี้ ในบางทีก็เป็นเหมือนตลกร้าย ตัวละครไทรและสัก ที่เป็นบุตรชายของพ่อบุญครอง ถามกับประจวบ อดีตคนขับรถตุ๊กๆ ว่า เดี๋ยวนี้ยังมีรถรางอยู่ไหม ประจวบก็หัวเราะกิ๊ก บอกว่าอีกหน่อยรถรางคงไม่มี เพราะตอนนี้ก็มีน้อยลงมาก เหลือเพียงรถรางที่วิ่งรอบนอก --- ตลกร้ายไหมคะ อีก 20 ปี หากได้กลับมาอ่านนิยายเรื่องนี้ เราก็ขอให้รถรางสมัยไทรกับสักหมดไปจากประเทศไทยเสียที เบื่อมากแล้วกับการพัฒนาแบบรวยกระจุกจนกระจายนี่ เรื่องนี้ #แนะนำ อ่านค่ะ นิยายเรื่องนี้ดีมากจริงๆ ค่ะ ไม่ค่อยเน้นเรื่องความรักเท่าไหร่ แต่ผู้อ่านจะได้เห็นสภาพสังคมต่างจังหวัดช่วงราวปี 2500 ช่วงที่ผืนดินยังอุดมสมบูรณ์และผู้คนยังสามารถใฝ่ฝันถึงการสร้างตัวด้วยสองมือได้ สำหรับเรา นิยายเรื่องนี้สวยงามและมีคุณค่ามากจริงๆ ค่ะThis entire review has been hidden because of spoilers.