What do you think?


อำลาพุทธราชาชาตินิยม...วิพากษ์แนวคิดชาตินิยมแบบพุทธของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
งานวิชาการที่อธิบายให้เห็นอุดมการณ์และระบบโครงสร้างของพุทธราชาชาตินิยม โดยแสดงหลักการ เหตุผล และพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาแบบดังกล่าวที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันได้อย่างเป็นระบบและครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ มากที่สุด คือ งานของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกสั้นๆ ว่า “ท่าน ป.อ.”
งานในแนวนี้ของท่าน ป.อ. มีหลายชิ้น ตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 2530 ถึงปัจจุบัน ยอดตีพิมพ์แต่ละครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-10,000 เล่ม
เนื้อหาสำคัญของ 'อำลาพุทธราชาชาตินิยมฯ' เล่มนี้ คือ การใช้กรอบคิดเสรีนิยมและโลกวิสัยมาวิพากษ์แนวคิดชาตินิยมแบบพุทธของท่าน ป.อ. ในประเด็นพื้นฐาน คือ
-ปัญหาการยืนยันพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาติกับเสรีภาพทางศาสนา
-ปัญหาการยืนยันแนวคิดและประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับรัฐในยุคสังคมจารีตมาปรับใช้กับสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่
-การสร้างมายาคติว่าพระสงฆ์อยู่เหนือการเมือง
-ความย้อนแย้งของการใช้ธรรมมาธิปไตยมาแก้ปัญหาประชาธิปไตย
-การบังคับเรียนวิชาพระพุทธศาสนาในหลักสูตรการศึกษาของชาติที่ขัดหลักเสรีภาพทางศาสนา
-การวิพากษ์จริยธรรมตะวันตกอย่างผิดๆ ว่า จริยธรรมตะวันตกไม่ให้เสรีภาพเหมือนจริยธรรมพุทธศาสนา
-และการอ้างอย่างผิดๆ ว่า ถ้ามีศีล 5 แล้วสิทธิมนุษยชนก็ไม่จำเป็น
สุดท้ายผมเสนอว่า ทำไมเราจึงควรอำลาพุทธราชาชาตินิยม และจะอำลากันอย่างไร ควรแยกศาสนากับรัฐและยกเลิกการบังคับเรียนศาสนาในหลักสูตรการศึกษาของชาติ โดยให้เรียนวิชาปรัชญาศีลธรรมหรือจริยศาสตร์แทนบนหลักการและเหตุผลอะไร
เกริ่นนำ
สุรพศ ทวีศักดิ์
งานในแนวนี้ของท่าน ป.อ. มีหลายชิ้น ตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 2530 ถึงปัจจุบัน ยอดตีพิมพ์แต่ละครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-10,000 เล่ม
เนื้อหาสำคัญของ 'อำลาพุทธราชาชาตินิยมฯ' เล่มนี้ คือ การใช้กรอบคิดเสรีนิยมและโลกวิสัยมาวิพากษ์แนวคิดชาตินิยมแบบพุทธของท่าน ป.อ. ในประเด็นพื้นฐาน คือ
-ปัญหาการยืนยันพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาติกับเสรีภาพทางศาสนา
-ปัญหาการยืนยันแนวคิดและประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับรัฐในยุคสังคมจารีตมาปรับใช้กับสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่
-การสร้างมายาคติว่าพระสงฆ์อยู่เหนือการเมือง
-ความย้อนแย้งของการใช้ธรรมมาธิปไตยมาแก้ปัญหาประชาธิปไตย
-การบังคับเรียนวิชาพระพุทธศาสนาในหลักสูตรการศึกษาของชาติที่ขัดหลักเสรีภาพทางศาสนา
-การวิพากษ์จริยธรรมตะวันตกอย่างผิดๆ ว่า จริยธรรมตะวันตกไม่ให้เสรีภาพเหมือนจริยธรรมพุทธศาสนา
-และการอ้างอย่างผิดๆ ว่า ถ้ามีศีล 5 แล้วสิทธิมนุษยชนก็ไม่จำเป็น
สุดท้ายผมเสนอว่า ทำไมเราจึงควรอำลาพุทธราชาชาตินิยม และจะอำลากันอย่างไร ควรแยกศาสนากับรัฐและยกเลิกการบังคับเรียนศาสนาในหลักสูตรการศึกษาของชาติ โดยให้เรียนวิชาปรัชญาศีลธรรมหรือจริยศาสตร์แทนบนหลักการและเหตุผลอะไร
เกริ่นนำ
สุรพศ ทวีศักดิ์
200 pages, Paperback
Published August 1, 2021
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
September 3, 2021
น่าสนใจดี เล่มนี้วิพากษ์แนวคิดชาตินิยมของพระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต) ตามชื่อเรื่อง อาจารย์สุรพศวิเคราะห์ว่า พระธรรมปิฎกนำศาสนาพุทธไปรับใช้อุดมการณ์ราชาชาตินิยมโดยมีองค์ประกอบ 3 ข้อ ข้อแรก การยกให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติเพราะเป็นหนึ่งใน "สถาบันหลัก" ของชาติ ข้อสอง การชี้ว่าสถาบันสงฆต้องอยู่เหนือ แต่ "นำ" การเมือง และข้อสุดท้าย เสนอให้สอนจริยธรรมแบบพุทธในโรงเรียน โดยปฏิเสธแนวคิดสิทธิเสรีภาพแบบตะวันตก แนวคิดหลักของพระธรรมปิฎกที่อาจารย์สุรพศยกขึ้นมานั้นดูขัดแย้งในตัวเองและไม่ชัดเจน ซึ่งอาจารย์สุรพศก็ชี้ให้เห็นความขัดแย้งและไม่คงเส้นคงวาเหล่านี้ เช่น การที่พระธรรมปิฎกมองว่าเสรีภาพในการนับถือศาสนาจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ (?) หรือบอกว่าพระควรอยู่เหนือการเมืองแต่ "นำ" การเมือง (?)
กรณีที่สนุกดีคือ มุมมองของพระธรรมปิฎกต่อเหตุการณ์พฤษภาคมปี 2535 ซึ่งอาจารย์สุรพศหยิบขึ้นมาเป็นตัวอย่างเพื่อชี้ให้เห็นความไม่คงเส้นคงวาในการให้เหตุผล โดยพระธรรมปิฎกบอกว่าที่สุจินดา "เสียสัตย์เพื่อชาติ" นั้นให้ดูเจตนา แต่สำหรับการอดอาหารประท้วง พระธรรมปิฎกกลับตั้งข้อสงสัยต่อเจตนาและบอกว่า ให้ดูที่พฤติกรรมแทน หรือเวลาที่พระธรรมปิฏกพูดถึงการเมืองการปกครองของไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มักจะเลือกพูดแต่ด้านดีของไทย ด้านแย่ของอเมริกา โดยไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าหลัก secularism หรือการแยกศาสนาออกจากรัฐนั้นทำงานอย่างไร เป็นต้น
โดยรวมน่าสนใจและต้องชื่นชมผู้เขียนที่กล้า "ชน" กับพระผู้มีอิทธิพลสูงมากในสังคมไทย แต่น่าเสียดายที่เนื้อหาบางส่วนดูเหมือนเป็นการจับผิดคำพูดในวาระต่างๆ ของพระธรรมปิฎก มากกว่าจะการเสนอทางออกว่าเราจะ "อำลา" พุทธราชาชาตินิยมจริงๆ อย่างไร ในทางที่สร้างพุทธใหม่ที่สนับสนุนส่งเสริมประชาธิปไตย (ซึ่งก็คงไม่ใช่ความผิดของผู้เขียน เป็นเพียงความคาดหวังของคนอ่าน)
กรณีที่สนุกดีคือ มุมมองของพระธรรมปิฎกต่อเหตุการณ์พฤษภาคมปี 2535 ซึ่งอาจารย์สุรพศหยิบขึ้นมาเป็นตัวอย่างเพื่อชี้ให้เห็นความไม่คงเส้นคงวาในการให้เหตุผล โดยพระธรรมปิฎกบอกว่าที่สุจินดา "เสียสัตย์เพื่อชาติ" นั้นให้ดูเจตนา แต่สำหรับการอดอาหารประท้วง พระธรรมปิฎกกลับตั้งข้อสงสัยต่อเจตนาและบอกว่า ให้ดูที่พฤติกรรมแทน หรือเวลาที่พระธรรมปิฏกพูดถึงการเมืองการปกครองของไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มักจะเลือกพูดแต่ด้านดีของไทย ด้านแย่ของอเมริกา โดยไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าหลัก secularism หรือการแยกศาสนาออกจากรัฐนั้นทำงานอย่างไร เป็นต้น
โดยรวมน่าสนใจและต้องชื่นชมผู้เขียนที่กล้า "ชน" กับพระผู้มีอิทธิพลสูงมากในสังคมไทย แต่น่าเสียดายที่เนื้อหาบางส่วนดูเหมือนเป็นการจับผิดคำพูดในวาระต่างๆ ของพระธรรมปิฎก มากกว่าจะการเสนอทางออกว่าเราจะ "อำลา" พุทธราชาชาตินิยมจริงๆ อย่างไร ในทางที่สร้างพุทธใหม่ที่สนับสนุนส่งเสริมประชาธิปไตย (ซึ่งก็คงไม่ใช่ความผิดของผู้เขียน เป็นเพียงความคาดหวังของคนอ่าน)
September 12, 2021
Doesn't really say anything I don't already know already, but it's good to have more examples, references and evidences on how Theravada Buddhism have been a strong factor that supports the Thai monarchy. The part where the author talks about the U.S. as a secular state feels a little lacking, not addressing how it isn't a secular state utopia like the author seems to paint it to be. Had the author addressed the problem with religion in the U.S., it would have been a stronger chapter.
November 25, 2021
เป็นหนังสือที่เปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับพุทธเถรวาทในไทย ผู้เขียนถ่ายทอดได้ดี พร้อมการอ้างอิงทางวิชาการ เป็นเหตุเป็นผล งานเขียนตอบข้อสงสัยของผู้อ่านว่า ‘เหตุใดพุทธแบบไทยจึงไม่ไประดับสากล’ เมื่อเทียบกับมหายานหรือวัชรยาน ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงให้คุณค่าแก่การศึกษาและวิเคราะห์อย่างสูง เป็นประโยชน์ทั้งในด้านศาสนา การเมือง คุณค่า และวัฒนธรรมไทย
January 1, 2022
ว่าด้วยเรื่องของข้อเสนอให้แบ่งแยก (พุทธ) ศาสนาออกจากรัฐ (ไทย) เพื่อให้รัฐ (ไทย) เป็นรัฐโลกียวิสัย (secular state) โดยความหวังให้ "...พระสงฆ์มีอิสรภาพปกครองตนเองจากการถูกอำนาจรัฐใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง..." (หน้า ๑๗๑)
April 15, 2022
อ่านแล้วชอบนะ (แม้ไม่เห็นด้วยทั้งหมด) เพราะส่วนใหญ่ (ไม่ทั้งหมด) เป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นวิชาการ ทำให้อยากเห็นว่าท่าน ป.อ. ปยุตฺโต จะโต้แย้งว่าอย่างไรบ้าง ในความเห็นส่วนตัว มีข้อสังเกตเล็ก ๆ ที่อยากพูดถึง 2 จุด จุดแรก การโจมตีบทสัมภาษณ์ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต กรณีคำตอบ 'เสียสัตย์เพื่อชาติ' ของพลเอกสุจินดาจากพฤษภาทมิฬกับ 'อดอาหารประท้วง' ของฝ่ายประชาชนนั้น ไม่ค่อยแฟร์เท่าไร เพราะโควตมาเฉพาะคำตอบ ไม่ได้โควตคำถาม แต่ได้วิพากษ์วิจารณ์น้ำเสียงของคำตอบ ไม่แฟร์เพราะคำตอบไม่เป็นอิสระจากคำถาม ...
ดูรีวิว https://www.jessada-k.com/single-post...
ดูรีวิว https://www.jessada-k.com/single-post...
August 22, 2023
อำลาพุทธราชาชาตินิยม เป็นหนังสือที่จะช่วยให้เราไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ผ่านการโต้แย้งงานของพระสงฆ์ตัวท็อปอย่าง ป.อ. ปยุตโต ว่ามีแนวคิดที่ผิดอย่างไร ส่งผลให้การเมืองสงฆ์ไทยเป็นอย่างไรบ้าง
พลังทางความคิดแบบอุดมการณ์พุทธราชาชาตินิยม ยังส่งผลมาสู่ประชาชนแบบเเนบเนียน ผ่านแบบเรียน กิจวัตรประจำวัน สื่อโทรทัศน์ที่ควบคุมโดยรัฐ จนประเทศไทยกลายเป็นรัฐศาสนาอย่างสมบูรณ์แบบ รัฐศาสนามีแต่ผลร้ายต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย สิ่งที่ต้องแก้ไขคือ แยกรัฐออกจากศาสนา ให้เป็นรัฐ “โลกวิสัย” ถ้าหากไม่แยกรัฐออกจากศาสนาแล้วละก็ มีแต่ผลร้ายกับร้าย
ดังนั้น อย่าคิดว่าตัวเองผิดแปลกไปหากรู้สึกว่าการเข้าวัดมันร้อน ใช่ ก็มันร้อนจริง ๆ นี่ วัดไม่ใช่หนทางแห่งการได้รับอากาศเย็น ห้องแอร์เย็น ๆ ต่างหากที่ทำให้เราเย็นและเป็นสุข หาใช่วัดไม่
พลังทางความคิดแบบอุดมการณ์พุทธราชาชาตินิยม ยังส่งผลมาสู่ประชาชนแบบเเนบเนียน ผ่านแบบเรียน กิจวัตรประจำวัน สื่อโทรทัศน์ที่ควบคุมโดยรัฐ จนประเทศไทยกลายเป็นรัฐศาสนาอย่างสมบูรณ์แบบ รัฐศาสนามีแต่ผลร้ายต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย สิ่งที่ต้องแก้ไขคือ แยกรัฐออกจากศาสนา ให้เป็นรัฐ “โลกวิสัย” ถ้าหากไม่แยกรัฐออกจากศาสนาแล้วละก็ มีแต่ผลร้ายกับร้าย
ดังนั้น อย่าคิดว่าตัวเองผิดแปลกไปหากรู้สึกว่าการเข้าวัดมันร้อน ใช่ ก็มันร้อนจริง ๆ นี่ วัดไม่ใช่หนทางแห่งการได้รับอากาศเย็น ห้องแอร์เย็น ๆ ต่างหากที่ทำให้เราเย็นและเป็นสุข หาใช่วัดไม่
Displaying 1 - 6 of 6 reviews







