Jump to ratings and reviews
Rate this book

JULY การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์

Rate this book
“JULY การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์” รวมเรื่องสั้นจาก ตินกานต์ และ จรณ์ ยวนเจริญ สองนักเขียนที่มีสไตล์ทางภาษาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เล่าถึงชีวิตของผู้คนในกรงขังซ้อนกรงขังในภาวะของการรักษาระยะห่างทางสังคม กรงใหญ่ที่อยู่ร่วมกันเป็นฉากหลังของประเทศโลกที่สามซึ่งกำลังทอดทิ้งคนตัวเล็กตัวน้อย ส่วนกรงเล็กคับแคบซึ่งขังเดี่ยวคนกลุ่มนั้นไว้คือความบัดซบต่างที่มาของชีวิต ความเจ็บป่วยของคนเป็นแม่ ทางที่ไม่มีให้เลือกของคนเป็นลูก รักข้างเดียวไม่สมหวัง รอยแผลเป็นของความทรงจำที่บีบรัดใจจนเจ็บแสบ ความฝันของคนหนุ่มสาวซึ่งถูกพราก ความคับแค้นยิ่งกัดกินเมื่ออิสรภาพในเขตแดนอื่นปรากฏ การมองดูผู้คนโบยบินอย่างอิสระตอกย้ำถึงโซ่ตรวนที่ยึดเราให้ติดแหง่กอยู่กับที่ เงื้อมมือของการกักขังส่งเสียงกระซิบว่าสุดท้ายแล้วมึงจะถูกปล่อยให้ตายเน่าหนอนอยู่ในชีวิตเฮงซวยในประเทศเฮงซวย โดดเดี่ยว สิ้นหวัง ไม่มีใครเหลียวแล

240 pages, Paperback

Published October 1, 2021

3 people are currently reading
16 people want to read

About the author

ตินกานต์

9 books7 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
3 (11%)
4 stars
11 (40%)
3 stars
13 (48%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
Profile Image for Mook Woramon.
932 reviews201 followers
March 11, 2022
เป็นเล่มที่คาดหวังว่าจะชอบ แต่อ่านแล้วกลับไม่ชอบแฮะ 😅😅

เราไม่ชอบอ่านโทนเรื่องสิ้นหวังแบบนี้ซักเท่าไหร่ แม้มันจะเป็นเรื่องจริง เพราะชีวิตจริงโหดร้ายพอแล้ว อ่านหนังสือแล้วอยากพักสมองมากกว่า

หกเรื่องสั้นแรกส่งเราจมดิ่งไปสู่ชีวิตหดหู่ ขาดวิ่น แหลกสลาย สถาบันครอบครัวพังทลาย ตัวตนแตกสลาย
ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่เหมือนหลุมดำดูดกลืนความหวัง วิกฤติโรคระบาดที่คร่ากุมชีวิตและการงานจนไม่อาจยืนขึ้นได้ใหม่

อืมมม รู้แหละ เรื่องจริงทั้งนั้น แต่อยากอ่านหนังสือเพื่อหนีความจริงอะ

เรื่องเดียวที่ชอบในเล่มนี้คือ ‘ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ’ คงตั้งใจให้เรื่องนี้ปิดท้ายเพราะเป็นเรื่องเดียวที่ส่งต่อความหวังให้คนอ่านได้

สำนวนภาษายังคงความสละสลวย อ่านเพลิน ถ้าโทนเรื่องหม่นน้อยกว่านี้หน่อยจะดีมากเลย
November 6, 2021
ภาษาสวย มีการเสียดสีและพูดถึงปัญหาสังคมไทยเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางฐานะ การเมือง เรื่องปิตุลาธิปไตย
Profile Image for MonoNoAware.
277 reviews38 followers
December 2, 2021
เหมือนได้อ่าน สลายสิ้นซึ่งความหวังรังรอง
เหมือนได้อ่าน ดอกรัก
เหมือนได้อ่าน เป็นอื่นไป

เหมือนได้อ่านทั้งสาม ใน “July การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์”

ฉันดีใจตั้งแต่ที่คุณตินกานต์แอบกระซิบว่าจะมีงานเขียน ฉันเฝ้ารอตั้งแต่ยังไม่รู้ชื่อหนังสือ และฉันก็ยิ่งรอคอยเมื่อรู้ว่าหนังสือกำลังตีพิมพ์...

แล้วหนังสือก็เริ่มทำงานกับความรู้สึกเราตั้งแต่เรื่องแรกที่ได้สัมผัส หนังสือเริ่มบรรเลง เหมือนเพลงที่ฟังไปจนถึงท่อนฮุค เริ่มรุก เริ่มหนักหน่วงและหน่วงหนัก แล้วค่อยผ่อนลงแต่ยังคงหน่วงๆ

ถ้าให้เปรียบเรื่องในเล่มเป็นท่อนฮุค “การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์” และ “กรกฎาคม” คงเป็นท่อนฮุคของเล่มนี้

ถ้าถามว่าชอบเรื่องไหนสุดก็คงเป็น “ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ” เพราะฉันมักชอบเรื่องราวความรักที่เจ็บปวด (แต่สวยงาม) ชอบเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ซ้อนซับ ที่เกิดจากความเปราะบางของมนุษย์ ฉันชอบที่เรื่องนี้จบอย่างงดงาม อบอุ่นหัวใจ เหมือนเอาเรื่องนี้มาปิดท้ายเพื่อปลอบประโลมใจ หลังจากที่ชีวิตแตกสลายย่อยยับมาแสนนานบนประเทศเฮงซวยนี้

และฉันก็ยังคงรอ...ว่าสักวันนึงประเทศเราจะมีฤดูใบไม้ผลิกันเสียสักที แม้ว่าจะนาน นานแค่ไหนฉันก็จะรอ รอชมฤดูใบไม้ผลิไปด้วยกันนะ
Profile Image for Afew*.
211 reviews31 followers
December 11, 2021
ชอบ

เรื่องสั้นของคุณจรณ์พาเราดำดิ่งสู่ความเจ็บปวดในจิตใจ ขณะที่เรื่องสั้นของคุณตินกานต์ก็หวานปนขม ทั้งยังให้ความหวังแก่ชีวิตในช่วงที่ประเทศมันห่วยแตกและสิ้นหวังแบบนี้ เป็นเหมือนช่อดอกไม้ดำช้ำแทรกคู่กับดอกไม้สีชมพูอ่อน

เราชอบงานเขียนของคุณจรณ์อยู่แล้ว มันให้ความรู้สึกฟุ้งๆ เบลอๆ ที่ไม่ถึงกับมองทุกอย่างไม่ออกแต่ก็ไม่ชัดเจนพอจะสรุปว่าเข้าใจทุกสิ่ง
ส่วนของคุณตินกานต์ เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านงานเขียนของเขา เราชอบมากเหมือนกัน มันทั้งนุ่มนวล ทั้งปลอมปะโลม ทั้งเศร้า แต่ก็เศร้าในแบบที่ยังพอมีแรงเหลือให้เดินต่อไปได้

ทั้ง 8 เรื่องเราชอบ “บางความรักเป็นความลับของจักรวาล” “ผ้าม่านของอันนา” “การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์” แต่ที่ชอบที่สุดคือเรื่องสุดท้าย “ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ” อ่านแล้วอิ่มเอมมากเลย ใครมันบอกว่าเรา (LGBTQ+) ไม่สามารถสร้างครอบครัวที่เป็นสุขได้ มันไม่จริงคุณ รักก็คือรัก อย่าด้อยค่าความรักของคนอื่นเพียงเพราะเขาแตกต่างสิ (ด่าคนดักดานข้างบนนั้นที่ยังไงก็ไม่เข้าใจซักที😤)

สรุปแล้วเราประทับใจครับ คงจะไปตามอ่านงานของคุณตินกานต์ต่อ ส่วนคุณจรณ์ก็คงจะรออ่านเล่มต่อๆ ไปเหมือนเคยคับ
Profile Image for Nakwan sriaru.
81 reviews21 followers
October 24, 2022
แม้จะเคยเขียนเรื่องสั้นมาบ้าง แต่ถ้ามีหนังสือสองเล่มให้เลือกอ่าน ก็มักจะหยิบนิยายก่อน เพราะการอ่านเรื่องสั้นเราต้องประคองมันอย่างเบามือ สังเกตสังกา และละเอียดอ่อน ไม่อย่างนั้นก็จะหลงวกวนสับสนในดงอักษรจนจับต้นชนปลายไม่ค่อยได้

หลายครั้งเรื่องสั้นไม่ได้มอบพลอต แต่มอบอากาศ ประกอบสร้างสิ่งรอบๆ และห่มคลุมผู้อ่านด้วยสีและแสง เหมือนภาพเขียนแนวนามธรรม

คอนเซปท์ของเล่มนี้คือเสี้ยวของชีวิตคนตัวเล็กตัวน้อยหลากหลายใบหน้า ทั้งลูกสาวของแม่ที่ป่วยทางจิต พนักงานตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้ต่อสัญญา สาวคาราโอเกะที่ถูกปิดตามมาตรการของรัฐ ชายสามสิบกลางเคว้างคว้างไร้อนาคต หญิงทึนทึกและแมวจร ทอมตกงานขายตัวประทังชีวิต พ่อและการ come out ในวัยกลางคน ฯลฯ

เรื่องเล่าของชีวิตเหล่านี้หม่นเทา มักมีความซับซ้อนที่สมจริงของชีวิตครอบครัวที่ไม่ใช่ตามแบบอุดมคติ แต่เราจะไม่เรียกมันว่าความพังหรอกนะ เพราะโลกมาถึงขั้นนี้แล้ว สเตอริโอไทป์ พ่อ-แม่-ลูกใครๆ ก็รู้ว่านั่นก็แค่ทางเลือกหนึ่ง ไม่ได้ดีงามสูงส่งอะไรกว่าทางเลือกอื่น

เมื่อชีวิตของคนตัวเล็กๆ ต้องดีลกับความท้าทายประจำวัน เขา/เธอ มีสิ่งใดช่วยประคับประคองบ้าง หลายเรื่องในหนังสือเล่มนี้จบลงด้วยการเคลื่อนย้ายจากที่นี่ไปที่อื่น กลับต่างจังหวัด ย้ายประเทศ หรือกระทั่งจากไปโลกหน้า เหล่าผู้เดินทางล้วนไปที่ที่หวังว่าจะดีกว่าที่นี่ อวลไปด้วยฉากหลังของการส่งเสียงต่อสู้

(แต่พวกเขาขับไล่ใครหรืออะไร บางตัวละครก็ยอมรับกับตนเองว่าไม่รู้ พวกเขาแน่ใจเพียงอย่างเดียวว่าที่เป็นอยู่มันไม่ใช่ภาวะที่ควรจะเป็น)

คำถามคือ เมื่อเหล่าคนเล็กคนน้อยไปเสียจากที่นี่กันหมดแล้ว ที่นี่จะกลายเป็นอะไร เมืองเทพสร้างสมนามของมัน หรือเมืองร้างรอวังผุพัง?

บางเรื่องในเล่มที่อยากแนะนำให้ละเลียดอ่าน

ผ้าม่านของอันนา - ชีวิตเดี่ยวของหญิงแม่บ้านวัยกลางคนที่ชอบเก็บแมวมาเลี้ยง เธอมีน้องสาวต่างแม่อายุเท่ากันหนึ่งคนที่เป็นปัญญาอ่อนถูกขังไว้ในบ้าน เราจะเห็นความพยายามเปรียบเทียบว่าชีวิตที่ถูกขังตามตัวอักษร กับชีวิตที่ถูกขังโดยกรงที่มองไม่เห็น ชีวิตใดมีเสรีกว่ากัน และความหลุดพ้นจะมีหนทางอื่นใดอีกไหมนอกจากการละทิ้งกายเนื้อให้เน่าตายไปในหลุมโสโครกนี้ที่ชื่อว่าเมือง

มันเป็นเรื่องสั้นที่เศร้าเกินไป การเก็บแมวขี้โรคมาเลี้ยง สงเคราะห์มันด้วยเศษอาหาร ถ้ามันมีปัญหาอะไร ก็ได้แต่ร้องแง้วๆ บ่นไม่ได้ นอกจากนั้นเมื���อมันตายไป ในเมืองนี้ยังมีแมวจรให้เราเก็บมาเลี้ยงอีกมหาศาล

กรกฎาคม - คำสารภาพของชีวิตเศร้าสร้อยที่เลือกยุติความสัมพันธ์กับคนรักเพราะไม่อยากเป็นภาระ เขาคิดว่าตนเป็น loser และดีไม่พอเสมอๆ บาดแผลจากครอบครัว ฝันร้ายในนามพ่อ ที่แม้ตายดับไปแล้วยังตามมาหลอกหลอนอยู่เรื่อยๆ เมื่ออ่านจบได้แต่ภาวนาว่าขอให้ชายคนนั้นรู้ว่า พ่อตายไปแล้ว สิ่งต่างๆ กำลังเปลี่ยนไป พรุ่งนี้จะมีทั้งวันที่ฝนมืดครึ้มและวันที่แดดจัดจ้า

ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ - เรื่องสุดท้ายของเล่มนี้ อ่านง่ายที่สุด ว่าด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวของแผงขายดอกไม้แผงหนึ่งหน้าห้องแถวที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของย่านและเมือง

ไม่ใช่เรื่องที่จบแบบ happy ending ทำนอง.. แล้วทั้งสองก็อยู่อย่างมีความสุขตราบนานเท่านาน… แต่อย่างน้อย “ฉันรู้แล้วว่าเราควรมีฤดูใบไม้ผลิไว้กับตัวเสมอ ในรูปของความหวัง ความใฝ่ฝัน ในรูปของใครสักคนที่ให้เราผลิดอกออกใบตามที่เมล็ดพันธุ์ของเราเป็น ได้ผลัดกันเป็นแดดเป็นน้ำชโลมต้น ได้ให้โอกาสกันเกิดใหม่หลังฤดูหนาวผ่านพ้น” ก็เป็นแสงสวยงามของหนังสือเล่มนี้

เราต้องผลัดกันเป็นแดดเป็นน้ำให้กันและกัน เพราะเราต่างโดนเงามืดของตึกสูงบดบัง และฝนจากฟ้านั้นก็ช่างขยันทวงบุญคุณ
This entire review has been hidden because of spoilers.
5 reviews
January 9, 2022
ส่วนตัวไม่ได้ถูกใจกับหนังสือเล่มนี้นัก อาจเพราะมาในจังหวะที่ไม่ตรงกับหัวใจ หรือไม่ใช่สไตล์ที่อ่านอยู่ประจำ มีการเล่นภาษาที่น่าสนใจ ใส่จินตนาการต่อสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะพิษจากโรคระบาดครั้งใหญ่

ชอบบทสุดท้ายที่สุดไม่แน่ใจเพราะอะไร อาจเป็นเรื่องราวที่มีดอกไม้ซึ่งส่วนตัวหลงไหล หรืออาจเป็นประเด็นสอดแทรกและเนื้อความที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไป ทำให้โซ่ตรวนความอคดอัดในเล่มจบด้วยแสงความหวังสาดแทรกตัวตามมาจางๆ
Profile Image for Gabriel C..
4 reviews
July 30, 2023
จังหวะแรกที่เห็นไม่นึกว่าจะชอบเพราะไม่ใช่แนวเท่าไหร่ เลยไม่หยิบมาอ่านสักที กลับกลายเป็นว่าเล่มนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกส่วนตัวหลายอย่าง ถ่ายทอดผ่านถ้อยคำสละสลวยและทิ่มแทง อาจเพราะประเด็นที่พูดถึงมีความร่วมสมัยมาก ๆ จนเห็นภาพซ้อนของตัวเองในเรื่องราว

บางทีการอ่านสิ่งที่ไม่ใช่แนวก็ทำให้ได้เจอสิ่งที่งดงามกว่าที่คิด
Profile Image for Natsuda Mungoomklang.
48 reviews3 followers
January 15, 2023
เราควรมีฤดูใบไม้ผลิไว้กับตัวเสมอ ในรูปของความหวัง ความใฝ่ฝัน ในรูปของใครสักคนที่ให้เราได้ผลิดอกออกใบตามที่เมล็ดพันธุ์ของเราเป็น ได้ผลัดกันเป็นแดดเป็นน้ำชโลมต้น ได้ให้โอกาสกันเกิดใหม่หลังฤดูหนาวผ่านพ้น


เป็นประโยคปิดเล่มที่ชอบมากๆเลย อ่านแล้วอบอุ่นดี ซึ่งมันก็จริงที่เราทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้มีใครสักคน หรือสถานที่สักที่ ที่จะให้เราได้อยู่อย่างสบายทั้งกายทั้งใจในโลกใบนี้
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Chama.
86 reviews2 followers
April 22, 2023
ประทับใจเรื่องร้านหนังสือของม๊า , พูดตามตรงว่าไม่ใช่สายอ่านเรื่องสั้นเท่าไหร่ แต่เนื้อเรื่องในเล่มถ่ายทอดความเจ็บปวด ความบิดเบี้ยว การต้องพยายามใช้ชีวิต ในสังคมไทยออกมาได้ดีทีเดียว ภาษาที่เรียบเรียงสวยแน่นอน เขียนออกมาได้รู้สึกเจ็บปวด อึดอัด เกือบเข้าใจตัวละครในแต่ละเรื่อง
Displaying 1 - 9 of 9 reviews