Mook Woramon932 reviews201 followersFollowFollowMarch 11, 2022เป็นเล่มที่คาดหวังว่าจะชอบ แต่อ่านแล้วกลับไม่ชอบแฮะ 😅😅เราไม่ชอบอ่านโทนเรื่องสิ้นหวังแบบนี้ซักเท่าไหร่ แม้มันจะเป็นเรื่องจริง เพราะชีวิตจริงโหดร้ายพอแล้ว อ่านหนังสือแล้วอยากพักสมองมากกว่าหกเรื่องสั้นแรกส่งเราจมดิ่งไปสู่ชีวิตหดหู่ ขาดวิ่น แหลกสลาย สถาบันครอบครัวพังทลาย ตัวตนแตกสลาย ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่เหมือนหลุมดำดูดกลืนความหวัง วิกฤติโรคระบาดที่คร่ากุมชีวิตและการงานจนไม่อาจยืนขึ้นได้ใหม่อืมมม รู้แหละ เรื่องจริงทั้งนั้น แต่อยากอ่านหนังสือเพื่อหนีความจริงอะเรื่องเดียวที่ชอบในเล่มนี้คือ ‘ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ’ คงตั้งใจให้เรื่องนี้ปิดท้ายเพราะเป็นเรื่องเดียวที่ส่งต่อความหวังให้คนอ่านได้สำนวนภาษายังคงความสละสลวย อ่านเพลิน ถ้าโทนเรื่องหม่นน้อยกว่านี้หน่อยจะดีมากเลย
เมื่อฉันรีวิวหนังสือ148 reviews83 followersFollowFollowNovember 6, 2021ภาษาสวย มีการเสียดสีและพูดถึงปัญหาสังคมไทยเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางฐานะ การเมือง เรื่องปิตุลาธิปไตย
MonoNoAware277 reviews38 followersFollowFollowDecember 2, 2021เหมือนได้อ่าน สลายสิ้นซึ่งความหวังรังรองเหมือนได้อ่าน ดอกรักเหมือนได้อ่าน เป็นอื่นไป เหมือนได้อ่านทั้งสาม ใน “July การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์”ฉันดีใจตั้งแต่ที่คุณตินกานต์แอบกระซิบว่าจะมีงานเขียน ฉันเฝ้ารอตั้งแต่ยังไม่รู้ชื่อหนังสือ และฉันก็ยิ่งรอคอยเมื่อรู้ว่าหนังสือกำลังตีพิมพ์...แล้วหนังสือก็เริ่มทำงานกับความรู้สึกเราตั้งแต่เรื่องแรกที่ได้สัมผัส หนังสือเริ่มบรรเลง เหมือนเพลงที่ฟังไปจนถึงท่อนฮุค เริ่มรุก เริ่มหนักหน่วงและหน่วงหนัก แล้วค่อยผ่อนลงแต่ยังคงหน่วงๆถ้าให้เปรียบเรื่องในเล่มเป็นท่อนฮุค “การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์” และ “กรกฎาคม” คงเป็นท่อนฮุคของเล่มนี้ถ้าถามว่าชอบเรื่องไหนสุดก็คงเป็น “ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ” เพราะฉันมักชอบเรื่องราวความรักที่เจ็บปวด (แต่สวยงาม) ชอบเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ซ้อนซับ ที่เกิดจากความเปราะบางของมนุษย์ ฉันชอบที่เรื่องนี้จบอย่างงดงาม อบอุ่นหัวใจ เหมือนเอาเรื่องนี้มาปิดท้ายเพื่อปลอบประโลมใจ หลังจากที่ชีวิตแตกสลายย่อยยับมาแสนนานบนประเทศเฮงซวยนี้ และฉันก็ยังคงรอ...ว่าสักวันนึงประเทศเราจะมีฤดูใบไม้ผลิกันเสียสักที แม้ว่าจะนาน นานแค่ไหนฉันก็จะรอ รอชมฤดูใบไม้ผลิไปด้วยกันนะfiction lgbtq
Afew*211 reviews31 followersFollowFollowDecember 11, 2021ชอบ เรื่องสั้นของคุณจรณ์พาเราดำดิ่งสู่ความเจ็บปวดในจิตใจ ขณะที่เรื่องสั้นของคุณตินกานต์ก็หวานปนขม ทั้งยังให้ความหวังแก่ชีวิตในช่วงที่ประเทศมันห่วยแตกและสิ้นหวังแบบนี้ เป็นเหมือนช่อดอกไม้ดำช้ำแทรกคู่กับดอกไม้สีชมพูอ่อนเราชอบงานเขียนของคุณจรณ์อยู่แล้ว มันให้ความรู้สึกฟุ้งๆ เบลอๆ ที่ไม่ถึงกับมองทุกอย่างไม่ออกแต่ก็ไม่ชัดเจนพอจะสรุปว่าเข้าใจทุกสิ่งส่วนของคุณตินกานต์ เป็นครั้งแรกที่ได้อ่านงานเขียนของเขา เราชอบมากเหมือนกัน มันทั้งนุ่มนวล ทั้งปลอมปะโลม ทั้งเศร้า แต่ก็เศร้าในแบบที่ยังพอมีแรงเหลือให้เดินต่อไปได้ทั้ง 8 เรื่องเราชอบ “บางความรักเป็นความลับของจักรวาล” “ผ้าม่านของอันนา” “การกลับมาของดวงตาดาวฤกษ์” แต่ที่ชอบที่สุดคือเรื่องสุดท้าย “ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ” อ่านแล้วอิ่มเอมมากเลย ใครมันบอกว่าเรา (LGBTQ+) ไม่สามารถสร้างครอบครัวที่เป็นสุขได้ มันไม่จริงคุณ รักก็คือรัก อย่าด้อยค่าความรักของคนอื่นเพียงเพราะเขาแตกต่างสิ (ด่าคนดักดานข้างบนนั้นที่ยังไงก็ไม่เข้าใจซักที😤)สรุปแล้วเราประทับใจครับ คงจะไปตามอ่านงานของคุณตินกานต์ต่อ ส่วนคุณจรณ์ก็คงจะรออ่านเล่มต่อๆ ไปเหมือนเคยคับ
Nakwan sriaru81 reviews21 followersFollowFollowOctober 24, 2022แม้จะเคยเขียนเรื่องสั้นมาบ้าง แต่ถ้ามีหนังสือสองเล่มให้เลือกอ่าน ก็มักจะหยิบนิยายก่อน เพราะการอ่านเรื่องสั้นเราต้องประคองมันอย่างเบามือ สังเกตสังกา และละเอียดอ่อน ไม่อย่างนั้นก็จะหลงวกวนสับสนในดงอักษรจนจับต้นชนปลายไม่ค่อยได้หลายครั้งเรื่องสั้นไม่ได้มอบพลอต แต่มอบอากาศ ประกอบสร้างสิ่งรอบๆ และห่มคลุมผู้อ่านด้วยสีและแสง เหมือนภาพเขียนแนวนามธรรมคอนเซปท์ของเล่มนี้คือเสี้ยวของชีวิตคนตัวเล็กตัวน้อยหลากหลายใบหน้า ทั้งลูกสาวของแม่ที่ป่วยทางจิต พนักงานตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้ต่อสัญญา สาวคาราโอเกะที่ถูกปิดตามมาตรการของรัฐ ชายสามสิบกลางเคว้างคว้างไร้อนาคต หญิงทึนทึกและแมวจร ทอมตกงานขายตัวประทังชีวิต พ่อและการ come out ในวัยกลางคน ฯลฯเรื่องเล่าของชีวิตเหล่านี้หม่นเทา มักมีความซับซ้อนที่สมจริงของชีวิตครอบครัวที่ไม่ใช่ตามแบบอุดมคติ แต่เราจะไม่เรียกมันว่าความพังหรอกนะ เพราะโลกมาถึงขั้นนี้แล้ว สเตอริโอไทป์ พ่อ-แม่-ลูกใครๆ ก็รู้ว่านั่นก็แค่ทางเลือกหนึ่ง ไม่ได้ดีงามสูงส่งอะไรกว่าทางเลือกอื่นเมื่อชีวิตของคนตัวเล็กๆ ต้องดีลกับความท้าทายประจำวัน เขา/เธอ มีสิ่งใดช่วยประคับประคองบ้าง หลายเรื่องในหนังสือเล่มนี้จบลงด้วยการเคลื่อนย้ายจากที่นี่ไปที่อื่น กลับต่างจังหวัด ย้ายประเทศ หรือกระทั่งจากไปโลกหน้า เหล่าผู้เดินทางล้วนไปที่ที่หวังว่าจะดีกว่าที่นี่ อวลไปด้วยฉากหลังของการส่งเสียงต่อสู้(แต่พวกเขาขับไล่ใครหรืออะไร บางตัวละครก็ยอมรับกับตนเองว่าไม่รู้ พวกเขาแน่ใจเพียงอย่างเดียวว่าที่เป็นอยู่มันไม่ใช่ภาวะที่ควรจะเป็น)คำถามคือ เมื่อเหล่าคนเล็กคนน้อยไปเสียจากที่นี่กันหมดแล้ว ที่นี่จะกลายเป็นอะไร เมืองเทพสร้างสมนามของมัน หรือเมืองร้างรอวังผุพัง?บางเรื่องในเล่มที่อยากแนะนำให้ละเลียดอ่านผ้าม่านของอันนา - ชีวิตเดี่ยวของหญิงแม่บ้านวัยกลางคนที่ชอบเก็บแมวมาเลี้ยง เธอมีน้องสาวต่างแม่อายุเท่ากันหนึ่งคนที่เป็นปัญญาอ่อนถูกขังไว้ในบ้าน เราจะเห็นความพยายามเปรียบเทียบว่าชีวิตที่ถูกขังตามตัวอักษร กับชีวิตที่ถูกขังโดยกรงที่มองไม่เห็น ชีวิตใดมีเสรีกว่ากัน และความหลุดพ้นจะมีหนทางอื่นใดอีกไหมนอกจากการละทิ้งกายเนื้อให้เน่าตายไปในหลุมโสโครกนี้ที่ชื่อว่าเมืองมันเป็นเรื่องสั้นที่เศร้าเกินไป การเก็บแมวขี้โรคมาเลี้ยง สงเคราะห์มันด้วยเศษอาหาร ถ้ามันมีปัญหาอะไร ก็ได้แต่ร้องแง้วๆ บ่นไม่ได้ นอกจากนั้นเมื���อมันตายไป ในเมืองนี้ยังมีแมวจรให้เราเก็บมาเลี้ยงอีกมหาศาลกรกฎาคม - คำสารภาพของชีวิตเศร้าสร้อยที่เลือกยุติความสัมพันธ์กับคนรักเพราะไม่อยากเป็นภาระ เขาคิดว่าตนเป็น loser และดีไม่พอเสมอๆ บาดแผลจากครอบครัว ฝันร้ายในนามพ่อ ที่แม้ตายดับไปแล้วยังตามมาหลอกหลอนอยู่เรื่อยๆ เมื่ออ่านจบได้แต่ภาวนาว่าขอให้ชายคนนั้นรู้ว่า พ่อตายไปแล้ว สิ่งต่างๆ กำลังเปลี่ยนไป พรุ่งนี้จะมีทั้งวันที่ฝนมืดครึ้มและวันที่แดดจัดจ้า ร้านดอกไม้และฤดูใบไม้ผลิ - เรื่องสุดท้ายของเล่มนี้ อ่านง่ายที่สุด ว่าด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวของแผงขายดอกไม้แผงหนึ่งหน้าห้องแถวที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของย่านและเมืองไม่ใช่เรื่องที่จบแบบ happy ending ทำนอง.. แล้วทั้งสองก็อยู่อย่างมีความสุขตราบนานเท่านาน… แต่อย่างน้อย “ฉันรู้แล้วว่าเราควรมีฤดูใบไม้ผลิไว้กับตัวเสมอ ในรูปของความหวัง ความใฝ่ฝัน ในรูปของใครสักคนที่ให้เราผลิดอกออกใบตามที่เมล็ดพันธุ์ของเราเป็น ได้ผลัดกันเป็นแดดเป็นน้ำชโลมต้น ได้ให้โอกาสกันเกิดใหม่หลังฤดูหนาวผ่านพ้น” ก็เป็นแสงสวยงามของหนังสือเล่มนี้เราต้องผลัดกันเป็นแดดเป็นน้ำให้กันและกัน เพราะเราต่างโดนเงามืดของตึกสูงบดบัง และฝนจากฟ้านั้นก็ช่างขยันทวงบุญคุณThis entire review has been hidden because of spoilers.
pposy5 reviewsFollowFollowJanuary 9, 2022ส่วนตัวไม่ได้ถูกใจกับหนังสือเล่มนี้นัก อาจเพราะมาในจังหวะที่ไม่ตรงกับหัวใจ หรือไม่ใช่สไตล์ที่อ่านอยู่ประจำ มีการเล่นภาษาที่น่าสนใจ ใส่จินตนาการต่อสภาพสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะพิษจากโรคระบาดครั้งใหญ่ชอบบทสุดท้ายที่สุดไม่แน่ใจเพราะอะไร อาจเป็นเรื่องราวที่มีดอกไม้ซึ่งส่วนตัวหลงไหล หรืออาจเป็นประเด็นสอดแทรกและเนื้อความที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไป ทำให้โซ่ตรวนความอคดอัดในเล่มจบด้วยแสงความหวังสาดแทรกตัวตามมาจางๆ
Gabriel C.4 reviewsFollowFollowJuly 30, 2023จังหวะแรกที่เห็นไม่นึกว่าจะชอบเพราะไม่ใช่แนวเท่าไหร่ เลยไม่หยิบมาอ่านสักที กลับกลายเป็นว่าเล่มนี้เป็นตัวแทนความรู้สึกส่วนตัวหลายอย่าง ถ่ายทอดผ่านถ้อยคำสละสลวยและทิ่มแทง อาจเพราะประเด็นที่พูดถึงมีความร่วมสมัยมาก ๆ จนเห็นภาพซ้อนของตัวเองในเรื่องราวบางทีการอ่านสิ่งที่ไม่ใช่แนวก็ทำให้ได้เจอสิ่งที่งดงามกว่าที่คิด
Natsuda Mungoomklang48 reviews3 followersFollowFollowJanuary 15, 2023เราควรมีฤดูใบไม้ผลิไว้กับตัวเสมอ ในรูปของความหวัง ความใฝ่ฝัน ในรูปของใครสักคนที่ให้เราได้ผลิดอกออกใบตามที่เมล็ดพันธุ์ของเราเป็น ได้ผลัดกันเป็นแดดเป็นน้ำชโลมต้น ได้ให้โอกาสกันเกิดใหม่หลังฤดูหนาวผ่านพ้นเป็นประโยคปิดเล่มที่ชอบมากๆเลย อ่านแล้วอบอุ่นดี ซึ่งมันก็จริงที่เราทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้มีใครสักคน หรือสถานที่สักที่ ที่จะให้เราได้อยู่อย่างสบายทั้งกายทั้งใจในโลกใบนี้This entire review has been hidden because of spoilers.
Chama86 reviews2 followersFollowFollowApril 22, 2023ประทับใจเรื่องร้านหนังสือของม๊า , พูดตามตรงว่าไม่ใช่สายอ่านเรื่องสั้นเท่าไหร่ แต่เนื้อเรื่องในเล่มถ่ายทอดความเจ็บปวด ความบิดเบี้ยว การต้องพยายามใช้ชีวิต ในสังคมไทยออกมาได้ดีทีเดียว ภาษาที่เรียบเรียงสวยแน่นอน เขียนออกมาได้รู้สึกเจ็บปวด อึดอัด เกือบเข้าใจตัวละครในแต่ละเรื่อง