TEERAWUT MAHAWAN101 reviews23 followersFollowFollowOctober 31, 2021เมื่ออรุณจะรุ่งฟ้า: ขบวนการนักศึกษาไทย พ.ศ.2513-2519* ผู้แต่ง : สุธาชัย ยิ้มประเสริฐสำนักพิมพ์ : ILLUMINATIONS EDITIONSปีที่พิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2564จำนวนหน้า : 216 ต้องขอบคุณ Analysand ที่แนะนำเล่มนี้ในทวิตเตอร์ ทำให้อยากอ่าน ที่จริงชอบอาจารย์ยิ้มมาตั้งแต่เรียนอยู่ที่จุฬา เพราะตอนนั้นแก เข้าไปอยู่ คลุกคลีกับเสื้อแดงบ่อยๆ พอๆกับอาจารย์ สุดา รังกุพันธ์ และมีบุคลิกที่เรียบง่ายมากๆ เดินไปไหนก็เจอ สแล็คเก่าๆ รองเท้าเก่าๆ กับหอบหนังสือจำนวนนึง ถ้าไม่เจอที่ลิฟท์ ก็ต้องเจอที่โรงอาหารหอใน ช่วงปีสุดท้ายในชีวิต แกยังชวนไปกลุ่มพูดคุยฟุตบอลอังกฤษในFacebook อยู่เลย หนังสือเล่มนี้เป็นงานวิชาการที่มีการอ้างอิงก็จริง แต่มันก็สะท้อนความเป็นอาจารย์ยิ้มได้ด้วย ในความหมายของฝ่ายซ้ายที่ออกมาจากป่า แต่ยังไม่หมดหวัง และไม่เปลี่ยนข้าง การเล่าเรื่อง 6 ตุลา 2519 อันเป็นผลมาจาก 14 ตุลา 2516 ในมุมมองของแกนั้น ค่อนข้างแตกต่างจากผลงานอย่างของอาจารย์ธงชัย ตรงที่ว่าแกไม่พยายามอ้อมค้อม หรือสงสัยอีกต่อไปว่า ใครมันคือศัตรูทางการเมืองที่แท้จริงของขบวนการนักศึกษา เรียกได้ว่าถ้าฝ่ายขวาอ่านหนังสือเล่มนี้ ถ้ามันไม่ทำให้ขวามากขึ้น มันก็จะไม่ขวาอีกต่อไป ในมุมมองของผมในฐานะเป็นผู้หลับ ๆ ตื่น ๆ ทางการเมือง การได้มาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในรอบปีที่มีน้อง ๆ เยาวชนเข้าร่วมการต่อต้านอำนาจเผด็จการอย่างทุกวันนี้ นอกจากเราจะได้สปิริตแบบอาจารย์ยิ้ม เรายังได้ข้อมูลที่น่าตื่นเต้น อย่างรายชื่อหนังสือฝ่ายซ้ายจำนวนมาก ที่ไม่ได้เป็นรูปแบบงานวิชาการเหมือนเดี๋ยวนี้ ซึ่งสมัยนั้นค่อนข้างได้รับอิทธิพลมากจาก Maoist ช่วงแรก ๆ ของหนังสือ ดูเป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ช่วงท้าย ๆ ที่เล่าถึงเหตุการณ์จำนวนมากที่มีการลอบฆ่าขบวนการฝ่ายซ้าย ทำให้เลือดของผมสูบฉีด ตัวสั่นเทา รู้สึกว่ามันใกล้ ใกล้ตัวเรามาก มีความเป็นเราอยู่ในนั้น ที่กำลังถูกจองล้างจองผลาญ (เป็นอาชญากรรมของรัฐที่ต่อเนื่องยาวนานจวบจนปัจจุบัน) ผมจำได้ว่า พ่อของผม เกิดปี พ.ศ.2498 จบมศ5 ไปเรียนต่อ ปวส ช่างยนต์ พ่อเคยเล่าถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา หรือ 6 ตุลา ผมไม่แน่ใจ ตอนนั้นพ่อผมอย่ในโรงเรียนเทคนิค ที่ลำปาง มีหน้าที่ในการจัดหาอุธปืน เตรียมทำ Molotov ซึ่งตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก และยังไม่เข้าใจเหตุการณ์อะไรต่างๆ เหล่านี้ที่ท่านเล่ามากนัก จนวันนี้ พ่อผมตายไปหลายปีแล้ว ก็เลยไม่ได้มีโอกาสถามไถ่ว่า พ่อผมอยู่ฝั่งไหน ในเหตุการณ์นั้นกันแน่ แต่จากการเล่าเรื่องของอาจารย์ยิ้มผมเริ่มตระหนักว่า พ่อของผมอาจเป็นหน่วยจัดตั้งฝ่ายขวาที่มีในต่างจังหวัด ที่ถูกทางการประโคมข่าวว่า พวกนักศึกษา นักเรียนเยาวชน ที่ออกมาเรียกร้องนั้น เป็นพวกต้องการล้มล้างสถาบัน พ่อผมถึงได้ค่อนข้างเกลียดพวกนักศึกษาในเวลาต่อมา เลยไม่ไปเรียนต่อวิทยาลัยครู (ที่จริงพ่อผมบอกว่าที่ไม่เรียนเพราะ เทคนิคได้ใส่กางเกงขายาว แต่ที่วิทยาลัยครูต้องใส่กางเกงขาสั้น) อย่างไรก็แล้วแต่ผมอาจจะเข้าใจผิด ว่าพ่อของผมมีอุดมการณ์ซ้ายหรือขวากันแน่ แต่ที่แน่ๆ ผมเองรู้สึกต้องการเอาความเชื่อแบบขวาไทยออกไปจาก DNA ให้หมด หลังจากได้รับรู้ว่าคนบริสุทธิ์ต้องตายเป็นจำนวนมากในทุกๆเหตุการณ์ทางการเมืองของไทย การบ้านที่ต้องนำไปคิดต่อจากเล่มนี้ก็คือ ในฐานะที่เราก็ไม่ต่างอะไรจากคนยุคสมัยนั้น มากนัก เรายังคงเผชิญอำนาจรัฐกดขี่เราไม่น้อยไปกว่าวันนั้น ยังมีคนจับกุม คุมขัง ถูกทำร้ายจากข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราในฐานะที่ตื่นรู้ทางการเมืองไม่มากก็น้อย เราจะengage ตัวเองเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้ยังไง เราจะทำอะไรให้สังคม และลูกหลานของเราในวันข้างหน้าได้บ้าง หรือเราจะยอมแพ้และ เปลี่ยนฝ่ายไปอยู่กับผู้ชนะ หรืออย่างไร สิ่งตีพิมพ์เผยแพร่งานฝ่ายซ้ายในทุกวันนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากสมัยนั้นตรงที่ ทุกวันนี้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น หลากหลาย การที่เราจะหลุดกรอบจากโครงครอบความคิดแบบเดิมเป็นไปได้ไม่ยาก แต่ทำไมอำนาจเดิมยังคงมีอิทธิพลที่เข้มแข็ง ทฤษฎีมาร์กซนำเสนอว่า สังคมมนุษย์นั้นมีชนชั้นอยู่จริง มีการกดขี่ขูดรีดกันจริงๆ สาระสำคัญคือ ชนชั้นปกครองได้สร้างรัฐขึ้นมาปกป้องอำนาจของตน เพื่อดำรงการขูดรีดทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้ทั้งชนชั้นศักดินาและนายทุนร่ำรวยขึ้น ในขณะที่ประชาชนชั้นล่างอย่างเราๆยากจนข้นแค้นลงเรื่อยๆอยู่เสมอ แต่กระนั้นแนวคิดสังคมนิยมก็ไม่ได้สอนให้เราท้อแท้แต่อย่างใด เพราะตามหลักปรัชญาแล้ว มนุษย์เป็นผู้สร้างสังคมของตนเองขึ้นมา ดังนั้น ชนชั้นกรรมาชีพจึงสามารถที่จะกำหนดอนาคตตนเองได้ด้วยการปฏิวัติ โค่นล้มสังคมที่กดขี่ลง แล้วสร้างสังคมใหม่ขึ้นมาแทนที่ สังคมแบบสังคมนิยมที่ไม่มีการกดขี่ขูดรีดกันอีกต่อไป !*แนะนำเสวนาหนังสือเล่มนี้ โดยอาจารย์กนกรัตน์ พูดได้ดีมาก https://www.youtube.com/watch?v=s79ML...favorites history marxist ...more
Anupong4 reviewsFollowFollowOctober 15, 2023"งานเขียนประวัติศาสตร์ที่ อ่านง่าย เข้าใจง่าย จากการศึกษาและเป็นผู้ร่วมเหตุการณ์จริงในเดือนตุลา"- อ.ยิ้ม บอกเล่าประวัติศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการนักศึกษาจากปี พ.ศ.2513-2519 (1970-1976) ที่ไม่ได้มีในแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่การรวมกลุ่มก่อตั้ง อิทธิพลทางความคิด จนถึงการสลายตัว - สิ่งใดทำให้เกิด 14 ตุลา 16 และเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 หนังสือแสดงให้เห็นกลวิธีของรัฐในการจัดการขบวนการนิสิต นักศึกษา และประชาชน อย่างแยบยล รวมทั้งเล่าบรรยากาศสถานการณ์การเมืองไทยในช่วงเวลานั้น พร้อมแสดงให้เห็นถึง ตัวละคร องค์กร สถาบัน ที่เข้ามามีบทบาท ในการกำหนดทิศทางการเมืองไทยที่ยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบัน- อะไรที่ทำให้นำไปสู่การสังหารหมู่กลางเมือง และใครได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้บ้าง ร่วมกันหาคำตอบได้ในหนังสือเล่มนี้ครับmy-shelf
Kin510 reviews164 followersFollowFollowOctober 31, 2021เชียร์ครับ เป็นหนึ่งในงานคลาสสิกเกี่ยวกับเหตุการณ์เดือนตุลา โดยเฉพาะ 6 ตุลา แน่นอน