Karn Moonsri84 reviewsFollowFollowNovember 16, 2021เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้นะครับเหมือนได้ยินเสียงอาจารย์พูดพ็อดคาสท์ ให้ฟังเลยครับ โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อหาไม่มีอะไรใหม่เลย แต่ก็เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากครับ เหมือนผมได้ทบทวน ถ้าพูดถึงส่วนที่ผมชอบที่สุดก็คงจะเกี่ยวกับการศึกษา เรื่องเกรด การเปลี่ยนแปลงการศึกษา ขอนอกเรื่องนิดนึ่งครับหนังสือเล่มนี้หน้าปกกับชื่อเรื่องกินขาดมากครับและการเปิดประโยคที่ว่า “ โลกทั้งใบจะอยู่ในมือของคนที่หาเจอก่อน” ผมนี้หยิบเลย 👍
ManyMilds62 reviews10 followersFollowFollowDecember 12, 2021อ่านแล้วเหมือนได้ยินเสียงอ.นพดลไปด้วย หลายบทคือตอนๆหนึ่งในพอร์ดแคสเด๊ะ แต่ก็ไม่ติดอะไร คิดว่าได้ทบทวนความรู้ไปด้วยอีกที ทักษะที่หายไปในความหมายของชื่อหนังสือค่อนข้างเบสไปทางแวดวงการศึกษา/มหาลัยซึ่งเป็นสิ่งที่เบสจากตัวผู้เขียนเอง เราคาดหวังจะได้อ่านเรื่องที่ล้ำๆใหม่ๆเลยยอมรับว่าผิดหวังนิดหน่อย แต่ที่อย่างที่ว่า เหมือนตอนฟังพอร์ดแคสของแก สรุปได้กระชับดี อ่านแป๊บๆจบ .ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับนักอ่านที่เป็นนักศึกษากับคนแวดวงการศึกษา
Natthakit Phatlamphu4 reviewsFollowFollowDecember 16, 2021อ.นพดล ได้สร้างงานเขียนที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ productive มากขึ้น ด้วยการแบ่งปันเคล็ดลับทั้งจากหนังสือและงานวิจัยที่อาจารย์เคยอ่านมา และประสบการณ์ส่วนตัวของอาจารย์เอง ซึ่งเราคิดว่าเหมาะกับคนในทศวรรษนี้มาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ครับอาจารย์แบ่งบทความต่าง ๆ ออกเป็นตอน ๆ ไม่สั้นและไม่ยาวเกินไป เฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 หน้าต่อหนึ่งบทความ ทำให้เราสามารถอ่านรวดเดียวจนจบได้ หรือจะอ่านบ้านพักบ้าง หรืออ่านในช่วงเวลาที่จำกัด เช่น ก่อนไปทำงาน และก่อนเข้านอนเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับ สกิลหลัก ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่เกิด disruption อย่างในปัจจุบัน ซึ่งก็คือ การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ ผมชอบและเห็นด้วยกับในหลาย ๆ หัวข้อที่อาจารย์นำเสนอในหนังสือเล่มนี้ (มากกว่า 95%) แต่ผมขอสารภาพว่ามีบางบทที่ผมไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ แต่เชื่อว่าหากให้อาจารย์ได้อธิบายเพิ่มเติมในส่วนนั้น อาจจะทำให้ผมคล้อยตามไปได้ครับภาษาเขียนของอาจารย์อ่านรื่นหูมาก บางบทค่อนไปทางวิชาการหน่อย ๆ แต่อาจารย์ใช้คำศัพท์ง่าย ๆ ที่สอดแทรกความเป็นวิชาการโดยไม่รู้ตัว และเหมาะสมกับบริบทที่กล่าวถึง เสมือนกำลังฟัง podcast ของอาจารย์อยู่ตลอดเวลาภาพรวมคือ ดีมากครับสุดท้าย ผมอยากแนะนำเพื่อน ๆ ให้มาลองอ่านกัน คิดว่าน่าจะเผ็นประโยชน์กับใครหลาย ๆ คนครับ
buay41 reviews6 followersFollowFollowDecember 1, 2021นี่เป็นหนังสือหมวดพัฒนาตนเองที่เขียนออกมาแล้วเข้าใจได้ง่ายมาก ชอบ5555 อ่านจบอย่างรวดเร็ว ในหนังสือพูดถึง 1. การอ่าน เช่น วิธีทะลายกองดอง!!(ชอบหัวข้อนี้ 555), การเลือกหนังสือ ฯลฯ2. การเขียน 3. การสอนและระบบการเรียนการสอน(?) (หัวข้อนี้น่าจะเขียนมาให้คนสอน หรือคนออกแบบระบบการสอนมั้ง) 4. mindset(บ้าง) เช่น กล้าลงมือทำ, หาสิ่งสำคัญที่ทำได้ดีให้เจอ ทุกหัวข้อจะเป็นแตะแบบผิวๆ ไม่ได้ลงลึกมาก เหมือนเป็นสรุปของหนังสือหลายๆเล่มที่ผู้เขียนเคยอ่านมา ให้อารมณ์อ่านสรุปของเพื่อนหรืออาจารย์ที่คัดเนื้อๆมาแต่ไม่ได้ลงลึก บอกหัวข้อมาแล้วให้ไปหารายละเอียดอ่านเองโดยเขียนชื่อหนังสือบอกไว้ คิดว่านะ (ปล.คิดว่าคนเขียนน่าจะเป็นคน productive มาก มาก)
Tuitui Liw159 reviews7 followersFollowFollowMay 2, 2022ในขณะที่ทุกคนมุ่งเน้นติดอาวุธเพื่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง ทำให้เราอาจหลงลืมทักษะที่สำคัญที่สุดที่จะพาเราไปได้ไกลยิ่งขึ้นแบบไม่มีวันหมดอายุ แม้ว่าจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงแค่ไหนก็ตามดังนั้น ก่อนจะมองหาทักษะใหม่ ลองสำรวจทักษะพื้นฐานซึ่งเป็นทักษะที่ได้เจอได้ใช้ในชีวิตประจำวัน กันก่อนดีไหม เพราะหากพื้นฐานแข็งแรงแล้ว จะต่อยอดทางไหนก็ไม่น่ายากเกินกำลังซึ่งสิ่งเหล่านั้น อยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว “The Lost Skill – ทักษะที่หายไปในศตวรรษที่ 21” ของ ศ. ดร. นพดล ร่มโพธิ์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือหลายเล่ม และทำ Podcast Nopadol’s Storyเห็นว่าเป็นระดับศาสตราจารย์ อย่าเพิ่งคิดว่าเนื้อหาจะแนววิชาการ ถ้าเปิดใจลองอ่านจะพบว่าไม่ใช่เลย เพราะผู้เขียนเรียบเรียงออกมาเป็น 33 บทให้อ่านเข้าใจง่าย รวมถึงยังได้ให้เทคนิคในการพัฒนาทักษะต่างๆแบบใช้ได้จริงทักษะที่คนชอบทำหล่นหาย คือ ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน และ ทักษะการเรียนรู้เอ๊ะ ทำไมมันดูพื้นๆจัง นึกว่าจะมีอะไรแปลกใหม่แนวควอนตั้มฟิสิกส์ เขียนโปรแกรม เขียนโค้ด ดิจิตอลสกิล อะไรทำนองนั้นเสียอีกแต่เพราะความธรรมดาๆนี่แหละเป็นรากฐานของทักษะอื่นๆ ทั้งหมดเพราะการอ่านทำให้เราได้ข้อมูลใหม่ๆ หลายๆปัญหาก็แก้ได้ด้วยการอ่าน ส่วนการเขียน ไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนจะต้องเป็นฝึกให้เป็นนักเขียน แต่การเขียนสำคัญเพราะการจะเขียนได้ ต้องผ่านกระบวนการคิด กรั่นกรอง มาก่อน ที่สำคัญ การเขียน สามารถเข้าถึงหัวใจคนได้มากกว่า เพราะคนจะอ่านสิ่งที่เราเขียน แปลว่าเขาเลือกที่จะให้เวลาแล้ว ไม่เหมือนกับการพูดให้คนฟัง เพราะบางทีคนฟังเลือกไม่ได้ เขาอาจจะไม่อยากฟัง หรือพร้อมที่จะฟังเราตอนนั้นก็ได้ ส่วนการเรียนรู้ ก็ถือเป็นทักษะหนึ่งที่จะพาเราให้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ซึ่งทำให้เราพร้อมและไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงก่อนที่จะเรียนรู้ทักษะทั้งหลาย สิ่งแรกที่ควรทำคือรู้จักกับดักเวลา ต้องรู้คุณค่าของเวลา ไม่ผลาญไปโดยเปล่าประโยชน์ต่อมาต้องรู้จักตั้งเป้าหมาย และซอยย่อยออกมาตามระยะเวลา เช่น ถ้าเป้าหมายใหญ่ใช้เวลา 3 ปี เราต้องทำอะไรบ้างใน 3 เดือน 3 สัปดาห์ และมีอะไรที่เราสามารถทำให้เสร็จได้ใน 3 วัน และคอยอัพเดตความก้าวหน้าเป็นระยะและเพราะคนเราชอบผัดวันประกันพรุ่ง ให้ลองใช้กฎ 3 นาทีดู อะไรก็ตามที่สามารถทำให้เสร็จได้ในเวลาไม่นาน ให้ทำเลย ไม่ต้องรอ—ถ้าอยากอ่านหนังสือ ให้เริ่มอ่านสิ่งที่สนใจก่อน อะไรที่รู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่ต้องเสียเวลา ข้ามไปเล่มอื่นเลย หาหนังสือเตรียมไว้หลายๆที่ในบ้าน พกติดตัวไว้หรืออ่านผ่านมือถือ Tablet เวลาอยู่ข้างนอก หรือฟัง Podcast หนังสือเสียง เวลาออกกำลังกาย ยิ่งยุ่ง ยิ่งต้องอ่าน เพราะบางครั้งความรู้จากหนังสือช่วยให้เราจัดการงานได้ดียิ่งขึ้น ทำให้งานเสร็จเร็วกว่าเดิมการอ่านจึงเสมือนเป็นการทำ INPUT เมื่อเอาเข้าแล้ว ก็ควรทำ OUTPUT ด้วย ความรู้ที่ผ่านตาจะได้ไม่หายไปง่ายๆ และการเขียนก็เป็นวิธีหนึ่งในการทำ OUTPUT ที่ดี ให้เริ่มจากการเขียนเรื่องที่ชอบ เรื่องที่เรารู้ เขียนไปวันละนิดแต่สม่ำเสมอ หาคนมาอ่านงานเขียนของเรา หาแรงจูงใจในการเขียน เขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เขียนให้เข้าใจง่าย สำคัญคือ ต้องหาเวลาเขียน ฝึกไปเรื่อยๆ ก็จะเขียนได้คล่องเองในอนาคต โลกการศึกษาจะเปลี่ยนไป เพราะทุกวันนี้ความรู้เข้าถึงได้ง่ายโดยการใช้อินเตอร์เน็ต อยากรู้อะไรก็เสิชเอาได้เลย ครูและอาจารย์ อาจจะไม่ได้เป็น Teacher หรือ Instructor อีกต่อไป แต่ต้องปรับมาเป็นการ Facilitate คือการบอกวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ (Learn how to Learn) คล้ายกับโค้ชนักกีฬาหลักสูตรในมหาวิทยาลัยจะไม่ใช่ Mass Production แต่จะก้าวเข้าสู่ Mass Customization คือคนเรียนจะเป็นคนเลือกว่าควรเรียนวิชาไหนเอง การนั่งเลกเชอร์ในห้อง การสอบ เกรดเฉลี่ย การจบการศึกษา อาจจะไม่มีแล้วในอนาคต เพราะเด็กแต่ละคนมีความถนัดเฉพาะตัวที่ไม่อาจหาได้ในทรานสคริปต์ และเมื่อไม่มีเกรด คนก็จะหันมาสนใจ “ความรู้” มากกว่า “คะแนน”มหาวิทยาลัยอาจไม่ใช่สถานที่ของคนวัย 18-22 อีกต่อไป แต่เราอาจะเห็นผู้ใหญ่วัยเก๋าเดินเฉิดฉายในมหาลัยก็เป็นได้ เพราะต่อจากนี้มหาลัยที่อยากอยู่รอดคงปรับตัวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตยังมีเรื่องการทำ Podcast การเรียนออนไลน์ ที่ให้ประโยชน์กับเราอย่างมาก ได้ทั้งความรู้ เข้าในแนวโน้ม Trend ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แนวคิดใหม่ๆ ได้งานเขียนเพิ่มขึ้น จัดการเวลาได้ดีขึ้น ตกผลึกความคิดที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนสิ่งเหล่านี้จะหล่อหลอมเราให้พร้อมที่จะลุยต่อกับอนาคตที่ยังครุมเครือ เลือนลางข้างหน้าThis entire review has been hidden because of spoilers.development short-story
nananatte438 reviews139 followersFollowFollowReadApril 5, 2025'ทักษะที่หายไปในศตวรรษที่ 21' ชื่อเรื่องค่อนข้างใหญ่และหนัก บวกกับติดยี่ห้อ อ.นภดล และสนพ.วีเลิร์นด้วย ก็เลยทำให้เราคาดหวังความลึกของเนื้อหาเล่มนี้มากอยู่ ตอนอ่านก็เลยตกใจ เพราะเนื้อหาชิลล์จนงง... คือเราคงเข้าใจผิดไปเองว่าต้องเนื้อหาแน่นและลึกประหนึ่ง '21 บทเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21' ของคุณยูวาลหรืออาจเป็นความตั้งใจของตัวอาจารย์หรือสำนักพิมพ์เองก็ได้ที่อยากให้งานย่อยง่าย เพราะเล่มนี้เป็นงานที่ออกหลังโควิดเริ่มซา วิธีการนำเสนอของเล่มนี้คือ เขียนเป็นบทความสั้นๆ 33 เรื่อง แต่ละเรื่องอ่านจบได้ใน 3 นาที เรียงต่อกันไปจนจบเล่มอาจารย์เล่าวิธีการเขียนงานของตัวเองไว้ด้วยว่า อาจารย์จะเขียนสารบัญขึ้นมาก่อนว่าอยากเห็นหนังสือเล่มนี้พูดถึงอะไร จากนั้นก็จะเขียนเนื้อหาเรียงไปเลยตามสารบัญส่วนทักษะที่หายไปตามความเห็นของอ.นพดลคือ ทักษะการอ่าน การเขียน การเรียน และการสอน ช่วงต้นเล่มมีพูดถึงการจัดการเวลาเล็กน้อย เราชอบเรื่อง 3-3-3-3 มาก ถ้าใครที่มองภาพตัวเองระยะยาว ระยะสั้นอยู่แล้วก็จะเข้าใจ อาจารย์ให้มองตัวเองในอีก 3 ปีข้างหน้า 3 เดือนข้างหน้า 3 สัปดาห์ข้างหน้า และตบท้ายด้วยคำถามว่า 'อีก 3 วันข้างหน้าอยากเห็นอะไรเสร็จ?' เป็นคำถามเลอค่าประจำเล่ม เพิ่มจำนวนงานเสร็จได้จริงแบบเห็นผลชัดในเล่มมีส่วนที่พูดถึงทักษะการสอน แต่ก็ไม่ใช่เนื้อหาในทำนองว่า 'ความเป็นครูอาจารย์หรืออะไร ต้องมีทักษะอะไร หรือครูอาจารย์ที่อ.นภดลประทับใจคือคนที่มีลักษณะไหน' แต่มาเล่าเบื้องหลังของระบบการศึกษาไทย เล่าในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ต้องสอนออนไลน์ในช่วงโควิดว่าใช้เทคนิคแบบไหนถึงทำให้นักศึกษามีส่วนร่วมได้ และทำไมโควิดหมดแล้ว อาจารย์ก็ยังเลือกสอนแบบออนไลน์อยู่ดีอาจารย์เขียนถึงทิศทางที่มหาลัยและอาจารย์มหาลัยจะต้องปรับตัว เพราะโควิดได้ทำให้การเรียนออนไลน์กลายเป็น new normal และจำนวนประชากรเกิดใหม่ลดลง เราจะได้เห็นมหาลัยในไทยปิดตัวแน่ๆ หลักสูตรที่ไม่มีคนเรียนมากพอต้องปิดตัวลงไป มหาลัยดีๆ ระดับโลกจะทำหลักสูตรแบบเรียนออนไลน์มากขึ้น ทำให้นักศึกษาไทยสามารถเรียนตรงจากหลักสูตรเหล่านั้นได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเรียนกับมหาลัยในไทยอีกต่อไป รวมถึงการเลย์ออฟอาจารย์มหาลัยจำนวนมากต้องเกิดขึ้นแน่ๆ และเราชอบเรื่องเมล่อนของคุณนิ้วกลมที่เขียนไว้ช่วงท้ายเล่ม อาจารย์เรียนรู้เรื่องนี้เพราะตัวเองเกิด burnout อ่อนๆ เนื่องจากมีงานที่ได้รับเกียรติให้ไปบรรยายอยู่บ่อยครั้งและอาจารย์ก็จะไปให้เสมอวิธีปลูกเมล่อนของเกษตรกรชาวญี่ปุ่นให้ได้เมล่อนออกมาหวานสมบูรณ์แบบ คือ เค้าจะตัดเมล่อนลูกอื่นๆ ในต้นเดียวกันทิ้ง สารอาหารทั้งหมดจะได้วิ่งตรงไปอยู่ที่เมล่อนลูกเดียว เช่นเดียวกับการทำงานของเรา ทุกคนมี task เต็มไปหมด แต่เราต้องหาว่า task ไหนกันแน่ที่เป็นเมล่อนของเรา เราทุกคนมีเวลาและแรงกายจำกัด ให้ตัด task ที่ไม่ใช่เมล่อนของเราออกไป เลิกทำหรือปฏิเสธ task เหล่านั้นบ้าง แล้วเอาเวลาและแรงงานที่มีไปใส่ใจดูแลเมล่อนของตัวเอง (เมล่อนของอ.นภดลคือทำวิจัยในหัวข้อที่ตนเองเชี่ยวชาญและงานเขียนหนังสือ)อาจารย์เป็นคนหนึ่งที่เรานับถือความ productive และความสม่ำเสมอในการสร้างสรรค์ผลงาน อ่านงานเขียนชิ้นนี้ก็เหมือนได้อัพเดทชีวิตอาจารย์และได้มองเห็นทัศนคติต่อสี่ทักษะนี้ของอาจารย์ค่ะnon-fiction
Khunfriend16 reviewsFollowFollowJuly 30, 2022เป็นหนังสือที่บอกแก่นของทักษะที่เราต้องมีไม่ว่าจะสมัยไหน ไม่ใช่แค่ ศตวรรษที่ 21 :) ผ่านการเขียนแบบการเล่าเรื่องที่อ่านได้เรื่อยๆ หลายอย่างไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่อาจารย์หยิบยกมาให้ได้ทบทวนความสำคัญอย่างที่เราคิดไม่ถึง เช่น ทักษะการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราสามารถปรับตัวได้กับยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบนี้หนังสือแบ่งแต่ละทักษะที่ควรมีเป็นบทสั้นๆ ทำให้สามารถใช้เวลาว่างช่วงสั้นๆอ่านได้ ส่วนตัวที่ลองใช้แล้วได้ผลจริงหลายอย่าง เช่น กฎ3นาที ถ้างานอะไรทำได้ใน 3 นาทีให้ทำเลย เพราะถ้าปล่อยไว้อ่านจะเสียเวลาในการทบทวน ทำให้ทุกวันนี้ e-maili ใน inbox เราลดลงเรื่อยๆ และยังมีเวลาได้ช่วยคนอื่นเล็กๆน้อยๆด้วยค่ะ
Krisada Visoodsak90 reviewsFollowFollowDecember 27, 2021 สะดุดที่ปกหนังสือ ก่อเลยหยิบมา เป็นดหมือนการรวรวมเกร็ดต่างของอาจารย์มาเล่า ✍🏼
Nuttapon Kongthongkai1 reviewFollowFollowJanuary 8, 2022I love the concept 3/3/3 on this bookalso I leant many interesting for Example WFH or even online learning...
Suppalerk Hello27 reviews1 followerFollowFollowMarch 30, 2022ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับชื่อหนังสือมากเท่าที่ควร
Jobfreedoms31 reviewsFollowFollowMay 1, 2022ผู้เขียนแนะนำเรื่องราวของการเรียนรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ตามมุมมองและประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มา สามารถนำบางส่วนไปปรับใช้กับชีวิตได้ อ่านได้เพลินๆ ไม่วิชาการมาก
Honey Suwannatrai27 reviewsFollowFollowJuly 24, 2022เขียนกระชับ อ่านเข้าใจง่ายบทที่ต้องอ่านคือ เนื่องมหาวิทยาลัยกำลังถูก disrupt อย่างรุนแรง เป็นหนังสือที่เหมาะกับการปรับความคิดสู่โลกยุคดิจิตอลจริงๆ
Barely Read4 reviewsFollowFollowSeptember 13, 2022อ่านเพลิน ใช้ภาษาง่ายๆ ไม่ซับซ้อนถ้าสนใจเรื่องระบบการศึกษา ระบบการวัดผล จะสนุกกับแง่มุมที่อาจารย์เสนออ่านไปๆ คิดว่า เล่มนี้ personal กับอาจารย์พอสมควรสามรถอ่านได้รวดเดียวจบในสองชั่วโมง
Suchaw23 reviewsFollowFollowJanuary 9, 2023Easy understand. Table of content can choose for your situation.
KaTe66 reviewsFollowFollowJanuary 20, 2024เป็นแฟน อจ.แต่เล่มนี้ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่โดยรวมก็ยังโอเคค่ะ