(4/5) เป็นเรื่องของพัท เด็กจบนอกที่เข้ามาทำงานในบริษัทเจียนกรุ๊ป ต้องฝ่าฟันกลับปัญหามากมายจากบรรดาเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในวัฒนธรรมแบบไทยๆ แล้วก็มีเจ้านายคนใหม่หรือคุณเจ๋ง หรือที่พัทบรรยายว่าเป็นเต้าหู้แกะสลักนั้นก็เพิ่งเข้ามาเป็นเมเนเจอร์คนใหม่ในแผนก Marketing Com ซึ่งพัทก็มี first impression ที่ไม่ดีด้วยการทำเฉาก๊วยหกใส่หัวหน้าตัวเองตั้งแต่วันแรก ด้วยความที่เจ๋งเป็นหัวหน้ามือใหม่ก็นั่นแหละค่า ทำตัวดุ micromanage ไหนจะหลักการ work life integration แต่เราก็จะได้เห็นพัฒนาการของทั้งสองตัวละครในแง่ของการทำงาน การเป็นเจ้านายที่ดีขึ้นของเจ๋งและเป็นคนในทีมที่เก่งขึ้นของพัท ผ่านการทำงานของโปรเจค digital marketing ของ ‘ฟอร์จ’ ปั๊มน้ำมันที่มีสาขาทั่วไทย
โดยรวมเราว่าก็สนุกดีนะ คนเขียนแสดงให้เห็น character development ค่อนข้างชัดเจน คาแรคเตอร์ของเจ๋งและพัทน่ารักและ very freshed out พลอตไม่มีอะไรเท่าไหร่ ออกแนว slice of life อ่านไปเรื่อยๆ
นิยายบางเรื่องมันสนุก เขิน ใด ๆ นะ แต่พอจบไปก็ไม่ได้ linger ไว้เพราะเราหรือก็จำเนื้อเรื่องไม่ได้ถ้าไม่ได้จดไว้ เพราะตอนอ่านก็รู้สึกว่าตัวเองอ่านนิยายอยู่มาก ๆ แต่เรื่องนี้ นี่ว่าสาเหตุที่ทำให้อินได้ที่สุดคือ ในแง่การทำงาน เรามีทั้งความเป็นเจ๋งและพัทในตัว ฉะนั้นในเล่มแรกที่บรรยายเรื่องงานเยอะมาก ๆ แบบอินดีเทล ซึ่งรับได้นะว่าทำไมต้องลงลึกขนาดนั้น คือมันเป็นพาร์ทของการ built ให้เห็นภาพ (ป.ล. เอาจริง overall คือคุณนักเขียนน่าจะเป็นสายบรรยายละเอียดมากกกก คิดว่าบางตอนมีแตะสองหมื่นคำ ซึ่งการลงดีเทลขนาดนี้บวกกับความเป็น slice of life = ผมชอบครับ 55555 นี่เป็นคนชอบอ่านการสร้าง bond แบบมีที่มาที่ไปอ่า คือต้องบอกว่าถ้าไม่บรรยายละเอียด เหลือไว้แค่โครง ๆ แล้วสรุปว่าเค้ารักกันก็ยังเชื่อนะ แต่พอยิ่งมีขนาดนี้ แบบไม่ใช่แค่กับเจ๋งพัทนะ กับตัวละครเพื่อนพี่น้องทั้งหลาย มันเหมือนเราก็ผูกพันไปกับตัวละครด้วยง่ะ) แม้จะเป็นสายงานที่ไกลตัวและชีวิตนี้คงไม่ได้เฉียดการเป็นพนักงาน office 55555 เราก็ยังอ่านได้ไม่เหนื่อย อยากรู้ว่าจะจัดการยังไง จนบางทีก็แอบคิดไปด้วยว่าถ้าตัวเอง face problem like this จะทำยังไงไปน้า คือมันมีจุดชวนให้ put yourself on khun jeng/nong pat’s shoes ได้ตลอด แล้วด้วยการเขียนมุมมอง third person แต่บรรยายให้เห็นถึง first person แบบสลับไปมาก็เป็นอีกอย่างที่ชอบบบ รู้สึกพอพูดด้วย third person ทำให้ภาษา mood and tone การอ่าน��ด ๆ สมูท แต่ก็ยังเข้าใจทั้งสองคนอยู่ อันนี้ก็ชอบ
Before reading this novel I have no idea about Marketing. But this first part, N'Pat absolutely hooked my career perspective. And not gonna lie I'm currently interested in Digital marketing coordinator. The heartbreaking part for me I wound say the scene that K'Jeng said " โพรไฟล์ดีนะครับ ผมคาดหวังอย่างมากมากว่าคุณจะเข้ามาที่นี่เพื่อทำมากกว่าแค่ถ่ายเอกสาร เสียดาย potential" swear to god if in the very near future ถ้าเราเป็นอินเทิร์นแล้วถูกคอมเมนต์มาแบบนี้ เราจะไปร้องไห้โฮในห้องน้ำแน่นอนค่ะ TT แต่ก็คงต้องทำเหมือนน้องพัท ร้องไห้เสร็จแล้วยังไงต่อ ก็ทำได้แค่ปลอบใจตัวเอง