Kanyada Kongtrakool180 reviews6 followersFollowFollowSeptember 13, 20243 ดาว เพราะโครงเรื่องที่น่าสนใจ คือ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของผู้เขียน ที่เปิดร้านขายหนังสือเก่าและรับตามหาหนังสือโดยคิดค่าบริการเป็นเรื่องราวและสาเหตุการตามหาหนังสือเล่มนั้นๆของลูกค้า (เพื่อเอามารวมเล่มเป็นหนังสือเล่มนี้ละมั้ง)และด้วยความที่บอกว่าเขียนมาจากเรื่องจริง พออ่านจบกลับรู้สึกว่าบางบทมีความเว่อวังอยู่หน่อยๆ และส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาเชิงปรัชญาหรือการยกบทกลอนยากๆจากหนังสือต่างๆมาใช้ ซึ่งส่วนตัวไม่ชอบอ่านเนื้อหาที่อัดแน่นและลึกซึ้งต้องตีความแบบนี้และส่วนตัว รู้สึกหงุดหงิดที่ผู้เขียนใช้ตัวอักษร เอ บี ซี ฯลฯ ในการเรียกแทนชื่อลูกค้าในแต่ละบท ซึ่งมีการใช้อักษรซ้ำไปมา โดยเฉพาะ คุณเอช, คุณแอล ทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสนว่าเป็นตัวละครเดิมจากบทที่แล้วรึเปล่า (เข้าใจว่าต้องปกปิดชื่อจริงของเจ้าของเรื่องราว แต่ไม่ควรใช้อักษรซ้ำเลยจริงๆ)เล่มนี้ใช้เวลาอ่านนานกว่าที่คิดมาก เพราะไม่รู้สึก engage กับเรื่องราวเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดวางทิ้งไม่กลับมาอ่านอีกเลยkorean-fiction
Chanamon Wangthip69 reviews9 followersFollowFollowJanuary 3, 2026ในชีวิตได้อ่านหนังสือว่าด้วยหนังสือมาหลายเล่ม บางเล่มอ่านแล้วเหมือนจดหมายรักจากนักอ่านถึงนักเขียน บางเล่มเหมือนจากนักเขียนถึงนักอ่าน แต่เล่มนี้สำหรับเราคือจดหมายรักจากนักอ่านถึงนักอ่านด้วยกัน เป็นหนังสือเรียบง่ายที่ทำให้เราเสียน้ำตาขึ้นมาได้ดื้อๆ อย่างไม่คาดคิดที่สุดเล่มนึงถ้าให้เล่าเรื่องย่อว่าหนังสือเล่มนี้เล่าอะไร เป็นยังไง คงสรุปได้ง่ายๆ และสั้นมากๆ ว่ามันเป็นเรื่องเล่าจากชายเจ้าของร้านหนังสือเก่า ที่ทำหน้าที่ตามหาหนังสือหายาก 29 เล่ม ตามคำขอของคุณลูกค้า 29 คน พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้ลูกค้าแต่ละคนเกิดอยากตามหาหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเรื่องราวตลอดทั้งเล่มเรียบง่ายและเป็นแพตเทิร์นแค่นี้เลยจริงๆ ไม่มีปมหวือหวา ไม่มีฉากบีบคั้นชวนร้องไห้ และสิ่งที่ทำให้เราเสียน้ำตาคือบรรยากาศเรียบง่ายจริงใจของมันที่ทำให้เรานึกถึงตัวเองกับหนังสือหลายๆ เล่มที่มีพื้นที่พิเศษในใจขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่านี่แหละสำหรับเราที่มีความสุขเล็กๆ และยึดเหนี่ยวตัวเองไว้กับโลกใบนี้ได้ด้วยหนังสือมาตลอดชีวิต หนังสือเป็นของพิเศษพอๆ กับที่มันเรียบง่ายธรรมดา เป็นอะไรที่ใกล้ตัวใกล้ใจโดยไม่ตั้งใจ โดยบังเอิญ โดยไม่ต้องกะเกณฑ์อะไรเลย หลายคนก็อาจเคยมีโมเมนต์คล้ายๆ กันมั้งคะ จังหวะที่รู้สึกว่าหนังสือเล่มหนึ่งมันพิเศษกับหัวใจขึ้นมาโดยที่มันไม่ต้องยิ่งใหญ่เลอค่าพิเศษกว่าใครหรือวิเศษวิโสอะไรเลย หลายครั้งมันเสกเมจิกโมเมนต์ขึ้นมาในใจเราได้ด้วยหน้ากระดาษเดียว ประโยคประโยคเดียว หรือคำคำเดียว หรือด้วยอะไรเล็กน้อยกว่านั้นอีก จับต้องได้และธรรมดาอย่างวิเศษจนไม่รู้จะอธิบายยังไงดีบรรดาลูกค้าของร้านในเล่มนี้ก็เหมือนกัน พวกเค้าไม่ได้มาตามหาหนังสือเล่มสำคัญที่เปลี่ยนโลก และเหตุผลของการตามหานั่นก็พิเศษอยู่ดี บางคนออกตามหาหนังสือที่ตัวเองไม่เคยอ่านสักหน้า แต่จำได้ว่าเป็นหนังสือที่คนที่ตัวเองรักรักยิ่งกว่าอะไร บางคนมุ่งหน้ามาตามหาตอนจบที่แท้จริงของหนังสือที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้วและตีความเรื่องราวต่างจากใครอีกคน บางคนตามหาหนังสือธรรมดาๆ เล่มนึงที่ทำให้เค้าตัดสินใจออกเดินทาง บางคนออกตามหาหนังสือเชยเลี่ยนที่ตัวเองใช้คัดใส่จดหมายรักในวัยหนุ่ม และเราเชื่อว่าพวกเค้าบางคนในนั้นอาจทำให้คุณนึกถึงช่วงเวลาเล็กๆ แสนพิเศษนั้นของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน เหมือนเราเอง กิมมิกน่ารักอีกสองเรื่องของหนังสือเล่มนี้ คือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องแต่งแต่เป็นเรื่องจริงจากร้านหนังสือและเจ้าของร้านตัวจริง และแต่ละบทในเล่มได้หย่อนชื่อหนังสือที่มีอยู่จริงเอาไว้ให้ได้ตามอ่าน (บางเล่มมีแปลแล้วหลายภาษา น่าจะเป็นเล่มโปรดที่หลายคนเคยได้อ่านแล้วด้วย) แต่เอาจริงๆ มันไม่ได้แค่ชวนให้เราไปอ่านหนังสือเล่มใหม่ แต่ทำให้คิดถึงหนังสือเล่มเก่าอีกมากมายในลิ้นชักหัวใจด้วยเราไม่รู้เหมือนกันว่าความฝันของนักอ่านคนอื่นๆ เป็นยังไง แต่ความฝันของนักอ่านขี้เกียจและเอาแต่ใจ อ่านอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างเราคือโลกที่การอ่านและหนังสือสักเล่มสามารถเป็นอะไรก็ได้สำหรับใครสักคน โลกและบรรยากาศที่เชื้อเชิญให้ทุกคนพลิกหน้ากระดาษอย่างไร้กังวล ไม่ว่าเค้าจะชอบอ่านอะไร ยากง่ายแมสไม่แมสหรือแหวกแนวแค่ไหน โลกที่เราจะอยากมีความสัมพันธ์พิเศษกับหน้ากระดาษในรูปแบบไหนก็ได้ โลกที่ทุกคนรู้สึกว่าหนังสือเป็นเพื่อนที่เรียบง่าย เป็นของเค้าได้โดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ใกล้หัวใจแค่นี้เอง และหนังสือเล่มนี้มอบบรรยากาศแบบนั้นให้ตลอดเรื่องราวอันเรียบง่ายของมัน มันจึงพิเศษมากจนเราอยากชวนใครสักคนมาอ่านด้วยกัน
Pharmbook14 reviewsFollowFollowReadSeptember 24, 2024เป็นเรื่องจริงที่ผู้เขียนนำมาเรียบเรียงได้น่าติดตาม อ่านง่าย สบายใจ จนรู้สึกว่าอยากลองทำบ้างจังเลย
Erika2,840 reviews89 followersFollowFollowDecember 4, 2024日本語題名「古本屋は奇談蒐集家」ユン・ソングン (著), 清水 博之 (翻訳)3.5図書館のカウンターそばに置いてあって気になったので借りてみた。実際の古本屋の店主が、実際に聞いた、色々な人々の本とのかかわり方。結構すらすら読めてしまうし、未だに全然知らない韓国の事がわかって楽しい。そして、結構日本の作家の名前もあがるので嬉しいと同時に、同じようには韓国の作家の名前は日本では聞かないな...と思ったり。(韓国のことがある程度身近になったのは21世紀に入ってからな気がする。「冬ソナ」以降。)あと、結構いろんな人が日本に来ているようで、純粋に嬉しい。それと、今年オーストラリアに初めて行って、そこの古本屋で、アメリカで書かれ、イギリスで出版され、カタールの学校の図書館に置かれ、シドニーの古本屋で私が買って、日本の脚本家へお土産にした本のことを考えながら読んだ。古本の楽しさはそこにある。本の中の物語だけでなく、本そのものが物語る物語が感じられるのが楽しい。この私のふんわりとした思いを言い表しているのが小説家張康明(チャンガンミョン)の「無神論者を自称する者としてはちょっと恥ずかしい告白だが、本というものには魔法がかかっていると時々思わされる。(中略)本の魔法を信じたい人たち、魔法のない冷たい日常に疲れた人たちを癒してくれる物語」というコメントがまさにぴったり。...尹大統領が昨日の夜突然非常戒厳を宣布したばかりで、びっくりしているのと同時に、隣国の国民の人々の行動力に憧れるので、ますます韓国の事を知りたくなった....1980年の光州事件の事だってつい最近知ったし、軍事政権下で夜間外出禁止令が出てたとかもあまりピンときてなかったし....もっと知りたい、韓国の事。east-asian library-books non-fiction