แดนดิไลออน, เออิจิ นาคาตะ
จริง ๆ เราชอบงานของ “โอตสึ อิจิ” ในนามปากกา “เออิจิ นาคาตะ” จากสองเล่มรวมเรื่องสั้นอย่าง ‘อาซาฮินะ ชายหนุ่มแห่งคิจิโจจิ’ กับ ‘หันมาทางนี้เถอะนะ, โมโมเสะ’ มากเลยนะ แต่พอมาเป็นเรื่องยาวอย่างเล่มนี้ก็กลายเป็นว่าเราแอบผิดหวังเล็ก ๆ ถึงมันจะยังคงอ่านได้สนุกน่าติดตามจนวางไม่ลงก็เถอะ
คาบาตะ เรนจิ ในวัย 11 ปีตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโลกอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าในร่างเขาตัวเองในวัย 31 ปี เช่นเดียวกันเรนจิในวัยผู้ใหญ่ก็ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวเองในวัยเด็ก เรนจิในวัยเด็กต้องเผชิญหน้ากับอนาคตของตัวเองอย่างไม่ทันตั้งตัวสวนทางกับเรนจิในวัยผู้ใหญ่ที่ต้องกลับทำภารกิจเพื่อช่วยเหลือ ‘ใครบางคน’ จากเหตุการณ์ฆาตกรรมในอดีตเพื่อสานต่อชะตากรรมของตัวเขาเอง
เราว่าถ้าไม่นับผลงานที่ใช้นามปากกา “โอตสึ อิจิ” ผลงานของ “เออิจิ นาคาตะ” โดดเด่นในแง่ของการสร้างเรื่องสั้นอบอุ่นละมุนใจเจือด้วยสไตล์การเล่าเรื่องแบบสืบสวนสอบสวนเล็ก ๆ แดนดิไลออน ก็ยังเป็นเช่นนั้น มันยังเป็นนิยายเล่มที่อ่านได้สนุกชวนติดตามวางไม่ลง ด้วยการเล่าสลับกันผ่านมุมมองคนสองวัยในช่วงเวลาที่ต่างกัน เรื่องราวของตัวเอกในวัยเด็กต้องมารับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองในอนาคต ได้เรียนรู้โลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และเรนจิในวัยผู้ใหญ่ที่ได้ย้อนกลับไปเตรียมความพร้อมให้กับอนาคตในอดีตของตัวเขาเอง
แดนดิไลออน เปิดเรื่องได้แบบเล่นใหญ่มากโดยการหยิบเอาเรื่องการเดินทางข้ามกาลเวลามาผนวกกับการสืบสวนสอบตลอดการเล่าเรื่องก็เรียกได้ว่ามีการทิ้งปมให้เราอยากรู้ตลอดว่าเหตุการณ์ในอดีตมันเป็นยังไงกันแน่ ใครกันที่เป็นฆาตกร แต่พอถึงจุดเฉลยมันก็กลับแผ่วปลายไปซะอย่างงั้น เราว่าหักมุมของเรื่องนี้คือไม่หักมุมเลย มันธรรมดาจนรู้สึกว่า อ้าว! แค่นี้เลยเหรอจะว่ามันหักมุมก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เราเสียดายปมหลาย ๆ อย่างที่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ถูกนำมาสานต่อจบไปห้วน ๆ แบบช็อตฟีลซะอย่างงั้น ทั้ง ๆ ที่ตัวเรื่องปูปริศนาปมเดียวมาตั้งหลายต่อหลายรอบ จนเราว่าบางทีมันก็แอบยืดการเฉลยเกินไปหน่อยเพื่อหน่วงให้เรายังคงต้องติดตามต่อ
โดยรวมก็เป็นเรื่องที่กลาง ๆ อ่านได้เรื่อย ๆ ครับชอบตรงการที่ตัวเรื่องพาเราย้อนกลับไปสองช่วงเวลาคือช่วงปี 1999 กับปี 2019 ที่มีการกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงและเป็นหนึ่งในการดำเนินเรื่อง การเล่าเรื่องสลับช่วงผ่านสองมุมมองหลาย ๆ ตัวละครก็สนุกดี จะติดก็แต่เราว่ามันมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยเกินไป พาร์ทความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางเอกก็ไม่ค่อยอิน (ทั้ง ๆ ที่ควรจะอินเพราะนางเอก related กับเรามาก) พาร์ทสืบสวนสอบสวนก็แกร่ว ๆ ด้วยจุดเฉลยซึ่งเราว่าสุดท้ายงานของ เออิจิ นาคาตะ โดดเด่นด้วยการสร้างและคลายปม ๆ เดียวที่เหมาะกับการเป็นเรื่องสั้นมากกว่า