Jump to ratings and reviews
Rate this book

เริ่มให้ได้ แล้วมันจะง่ายกว่าที่คิด

Rate this book
หนังสือที่จะทำให้คุณเลิกขี้เกียจ และเริ่มลงมือทำ ในหนังสือมีการแบ่งประเภทของการขี้เกียจออกเป็นการขี้เกียจที่จะลงมือทำ การขี้เกียจมีปฏิสัมพันธ์กับคนและการขี้เกียจไปซะทุกอย่าง ซึ่งหนังสือก็จะวิเคราะห์และบอกวิธีคิดที่จะช่วยแก้ความขี้เกียจในแต่ละประเภท นอกจากนี้ในเล่มจะวิเคราะห์ถึงสาเหตุต่างๆ ที่เราขี้เกียจ และบอกวิธีการแก้ไขสาเหตุเหล่านั้นเพื่อให้เราได้เริ่มลงมือทำ โดยผู้ให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรม

172 pages, Paperback

First published March 1, 2020

8 people are currently reading
10 people want to read

About the author

Toyokazu Tsuruta

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
5 (31%)
4 stars
4 (25%)
3 stars
7 (43%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for Rajita P..
333 reviews28 followers
July 22, 2023
ฮาวทูญี่ปุ่นเล่มนี่อ่านง่าย ให้พลังบวก รู้สึกเห็นคุณค่าตัวเอง เริ่มทำสิ เริ่มจากง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ เป็น topic หลักของเล่ม
Profile Image for Sutthikant Kritjanarat.
33 reviews3 followers
August 10, 2022
เอาจริงๆผมไม่ค่อยจะอินกับหนังสือพัฒนาตัวเองมาซักพักแล้วล่ะ หลังจากที่รู้สึกว่าการที่จะปฏิบัติตามหนังสือพวกนี้ได้เนี่ย เราต้องมีสิทธิพิเศษพอตัวเลยแหละ แต่พอยอมรับตัวเองได้แล้วว่าเราก็มีสิ่งนั้นจริงๆนั่นแหละ ถ้างั้นก็ใช้ให้เต็มที่เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองละกัน

ผมเลือกซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะชื่อหนังสือพร้อมคำโปรยท้ายเล่มค่อนข้างโดนใจผมมาก หนังสือพัฒนาตัวเองเล่มอื่นๆมักบอกให้คุณสร้างแรงจูงใจ บอกให้คุณฮึกเหิม แต่หนังสือเล่มนี้บอกช่างแม่งเหอะ เริ่มทำให้ได้ก็พอ

หนังสือเล่มนี้มีคำสำคัญคือคำว่า"ความยุ่งยาก" เอาจริงๆในหนังสือจะใช้คำว่า"ความรู้สึกว่าการเริ่มลงมือทำนั้นยุ่งยาก" ซึ่งมันก็จริง ผมมักจะรู้สึกตลอดๆว่า"ยุ่งยากจัง" ก่อนจะทำอะไรเสมอๆ ทั้งสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่อยากลองทำ สุดท้ายก็จบลงด้วยการไม่ทำอะไรแล้วปล่อยให้เวลาไหลไปอย่างเสียเปล่ากับโซเชียลมีเดีย และการดูวีดีโอไปเรื่อย

ผมอยากแบ่งหนังสือเล่มนี้ออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่กำจัดความยุ่งยากที่เกี่ยวกับตัวเราเอง และส่วนกำจัดความยุ่งยากที่เกี่ยวกับผู้อื่น

ในส่วนแรกมีเนื้อหาที่ผมประทับใจตรงที่ว่า เรารู้สึกว่ามันยุ่งยากเพราะเราคิดมาก บางครั้งเราก็คิดว่า"ต้องทำ ควรทำ" เราสามารถลองเปลี่ยนเป็น "ไม่ต้องทำ" แล้วให้เหตุผล หรือเปลี่ยนเป็น "อยากทำ"แล้วให้เหตุผล ถ้าคุณตอบได้ เดี๋ยวคุณก็ลุกขึ้นมาทำเองแหละ และถ้ามันเป็นสิ่งที่เราต้องทำจริงๆ ก็ไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะครับ ไม่ต้องไปคาดหวังว่าจะทำได้ดี ไม่ต้องวางแผนให้ครอบคลุมอะไรมากนัก(การวางแผนล่วงหน้าก่อนทำอะไรก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่อย่าให้มันมากเกินไปจนไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยนะ) เพียงแค่เริ่มทำให้ได้ก่อน แล้วที่เหลือจะตามมาเองครับ

เอาจริงๆบทที่สามผมค่อนข้างชอบนะ พวกทริคเล็กๆน้อยๆในการเริ่มลงมือทำน่ะ เช่น เตรียมสภาพแวดล้อมให้พร้อม เริ่มทีละน้อย จดสิ่งที่ต้องทำแม้เรื่องเล็กๆน้อย(เพื่อเป็นกำลังใจ) ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เชื่อมโยงกับสิ่งที่ชอบ ทำให้มันสนุก ประมาณนั้นมั้งครับ

อีกส่วนนึงที่ชอบคือการมีความสุขให้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าสรุปสั้นๆเท่าที่จำได้คือจงอยู่กับปัจจุบันครับ จงลิ้มรสความสุขของปัจจุบันถ้าหากทำได้ ปล่อยวางความคิดแล้วโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า การทำสิ่งที่ตรงกับแพชชั่นและเข้าสู่สภาวะโฟรวก็ช่วยได้นะ
นอกจากนี้ก็ ลองรู้สึกขอบคุณสิ่งต่างๆดู และก็ลองนึงถึงเรื่องดีๆต่างๆที่เคยเกิดขึ้น

ต่อไปจะเป็นพาร์ทที่เกี่ยวกับคนอื่นครับ ประเด็นหลักๆคือ เรามักจะมีกฏที่เราตั้งขึ้นมาเองอยู่ครับ ซึ่งกฏนี้ก็มาจากค่านิยมที่เรายึดถือนั่นเอง ดังนั้นเราจึงมักจะรู้สึกยุ่งยากเมื่อต้องเข้าหาคนที่ทำลายกฏของเรา หรืออึดอัดในการอยู่ในที่ๆไม่ได้เห็นคุณค่าแบบเดียวกับเรา(ในกรณีนี้เราสามารถแก้ได้โดยหาที่ๆเป็นของเรา หรือไม่ก็สร้างมันขึ้นมาเองเลยครับ)
ในส่วนหลังๆหนังสือจะแนะนำให้คุณทำความเข้าใจกฏที่ตัวเองยึดถือให้ดี ทำไมคุณไม่ชอบพฤติกรรมนั้น ทำไมคุณไม่ชอบพฤติกรรมนี้ แล้วก็อาจจะลองปล่อยวางและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ดูครับ

มีแนวคิดนึงที่หนังสือเล่าถึงในส่วนท้ายๆของเล่มว่าด้วยเรื่องคนประเภทที่ตามใจตัวเอง และเข้มงวดกับตัวเอง ในตอนแรกผมก็ประเมินว่าผมเป็นคนที่ตามใจตัวเองนะ แต่พออ่านจบผมกลับเพิ่งรู้ว่านี่เราเป็นคนที่เข้มงวดกับตัวเองมาตลอดเลยนี่ แล้วมันไม่มีประสิทธิภาพด้วย
ผมมักจะบอกตัวเองว่า วันนี้ต้องทำนู่นนะ ต้องทำนี่นะ ต้องๆๆๆ แล้วสุดท้ายก็จบลงด้วยการทำตัวเรื่อยเปื่อย งานก็ไม่เสร็จ พักผ่อนก็ไม่มีประสิทธิภาพ หนังสือกล่าวว่าการที่ผมทำตัวเรื่อยเปื่อยก็เพราะว่าต้องการหาทางออกที่จะพักผ่อนครับ ยิ่งคิดมากก็ยิ่งเครียดมาก ร่างกายก็ใช้พลังงานไปกับการคิดเยอะ ไม่มีแรงมาทำอะไร พอไม่ได้ทำอะไรก็คิดมากอีก เครียดอีก วนๆไปอย่างงี้ครับ
ดังนั้นตามใจตัวเองเถอะครับ พักตอนที่อยากพัก ทำตอนที่อยากทำ ผมลองดูแล้ว ถ้าเราพักตามที่ใจต้องการจริงๆ ไม่ต้องไปคิดมากอะไร สุดท้ายซักพักเราก็จะอยากทำสิ่งต่างๆขึ้นมาเองแหละครับ ผมถึงได้สามารถเขียนรีวิวนี้ได้จนจบไง55555
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Because it's time.
2 reviews
March 4, 2023
#1 เริ่มให้ได้ แล้วมันจะง่ายกว่าที่คิด🧚🏻‍♂️
Toyokazu Tsuruta (เขียน) / ณิชยา รักเกียรติงาม (แปล)

คะแนน 3/5

หนังสือพัฒนาตนเองที่อ่านง่าย จำนวนหน้าน้อย เนื้อหาไม่ได้เข้มข้นนัก ถือว่าเหมาะสำหรับมือใหม่ที่เริ่มอ่านหนังสือ (แบบเรา) สุดๆ


ใจความหลักของหนังสือเล่มนี้คือการบอกคนอ่านว่า “อย่าไปคิดให้ยุ่งยาก แล้วเริ่มลงมือทำซะ” (ในโทนที่อ่อนกว่านี้หน่อยนะ555) ตัวผู้เขียนพยายามบอกกับเราว่า ยิ่งคิดมากเท่าไร ยิ่งเห็นความยุ่งยากเท่านั้น ซึ่งมันจะเป็นตัวปิดกลั้นให้เราไม่เริ่มทำสิ่งใหม่ๆ จนทำให้สิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จ” ไม่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรก

ส่วนตัวเราชอบเนื้อหาในส่วนบทที่ 2-4 (ที่ก็น่าจะเป็นใจความหลักที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อออกมามากที่สุด) ทั้งในเรื่องวิธีการลบความยุ่งยาก กำจัดความคิดว่าทุกสิ่งยุ่งยากออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งเป้าว่าจะไม่สำเร็จแต่แรก การใช้ความเร็วมากกว่าประสิทธิภาพ การลงมือทำพร้อมกับการแก้ไขปัญหาระหว่างทาง แม้สิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อออกมาไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกใหม่ขนาดนั้น และดูเป็นเรื่องจำเจกับหนังสือพัฒนาตนเองหลายๆเล่ม แต่มันก็โอเคในแง่ที่เรามองเห็นภาพตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นคนแบบที่หนังสือพูดหรือไม่ ซึ่งก็เป็นการย้ำเตือนตัวเองที่ดีอีกทางหนึ่ง

สิ่งที่ไม่ประทับใจเท่าไร คือ มีเรื่องที่ผู้เขียนพยายามพูดถึงความหลงใหล (passion) ว่าเป็นสิ่งที่เราต้องมีในการใช้ชีวิตและลงมือทำ แต่สิ่งที่ผู้เขียนยกตัวอย่างกลับไม่ได้ลบอคติในใจเราขนาดนั้น จะว่าไป ผู้เขียนยกตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตตัวเองเป็นหลัก โดยไม่ได้พูดถึงอุปสรรคระหว่างทาง ความลำบากทางการเงิน ความล้มเหลวของชีวิต หรือหลักทางวิทยาศาสตร์มากขนาดนั้น มันเลยทำให้ทุกอย่างดูเลื่อนลอย ดูเป็นตัวอย่างความสำเร็จแบบ “สำเร็จรูป” มากไปหน่อย (ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลที่บทส่งท้าย ผู้เขียนได้ทำ disclaimer ไว้กลายๆว่าวิธีการในหนังสือไม่ได้ทำได้กับทุกคน ซึ่งก็ดูวกไปวนมาเล็กน้อย และไม่ได้สร้างจุดยืนหรือความเชื่ออะไรขนาดนั้น)

ส่วนครึ่งหลัง ที่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เรามองว่าเนื้อหาค่อนข้างน่าเบื่อและไม่เห็นภาพมากนัก

โดยสรุป หนังสือเล่มนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ แม้จะมีเนื้อหาที่ไม่ประทับใจอยู่บ้าง แต่ก็มีส่วนที่ทำให้เก็บไปคิดและเรียนรู้ได้ :—)
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Surattikorn.
125 reviews7 followers
April 11, 2024
รู้สึกเฉย ๆ กับเล่มนี้ครับ

หนังสือจะโฟกัสกับความรู้สึกยุ่งยากที่จะเริ่มทำบางสิ่ง
จากนั้นแตกประเด็นสาเหตุออกมาเยอะ
พอสาเหตุเยอะทางแก้ก็เยอะกันไปใหญ่

โดยดูเหมือนจะโฟกัสไปที่ความรู้สึกทุกข์ เศร้า เหงา โกรธ เบื่อ
ที่มีต่อผู้อื่น โดยเฉพาะที่เรามีต่อตัวเอง
ผมเลยรู้สึกว่ามันสะเปะสะปะไปหน่อย

ส่วนดีก็พอมี เพราะพอเนื้อหามันมีหลายประเด็น
มันก็ต้องมีบ้างที่ถูกใจเรา และคิดว่านำมาใช้ประโยชน์ได้
13 reviews
May 24, 2023
เขียนได้ดี เหมาะสำหรับอ่านก่อนลงมือทำอะไรสักอย่าง
Profile Image for Clairdenoon.
1,957 reviews401 followers
December 20, 2024
... ยิ่งอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองมากขึ้นก็จะมีเรื่องที่ควร-ไม่ควรทำเยอะแยะมากขึ้นตามไปด้วย และจะตกหลุมพรางกลายเป็นความทุกข์ ~ทั้งๆที่ชีวิตของตัวเรานั้นมันดีที่สุดอยู่แล้ว....
# เริ่มให้ได้แล้วมันจะง่ายกว่าที่คิด
#โทโยคาซึ สึรุตะ:เขียน
#ณิชยา รักเกียรติงาม:แปล


ความรู้สึก: ดีนะ งงๆหลงทางไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนในหัวมันมีอะไรต่อมิอะไรที่ต้องทำเยอะแยะเต็มไปหมดแต่ไม่ได้ทำสักทีลองอ่านเล่มนี้ดูก็รู้สึก โอเคเลย ช่วยจัดระเบียบทางความคิดดี รู้สึกนิ่งขึ้น สงบและมีแรงพลัง
อ่านง่ายไม่งงตรงประเด็น ~ส่วนที่ชอบของหนังสือคือตัวอักษรตัวหนาBold ที่เน้นใจความสำคัญในแต่ละพารากราฟที่ผู้เขียนอยากจะให้เห็นชัดๆ ซึ่งมันก็ชัดและดึงความสนใจเราไปได้จริงๆ

บันทึกการอ่าน : เริ่มให้ได้แล้วมันจะง่ายกว่าที่คิด
1. ขจัดความรู้สึกที่ว่าเรื่องต่างๆเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะทำออกไป
ถ้าคิดว่ายุ่งยากจัง ก็จะไม่ได้ทำสักที
2 .มี Passion แล้วก็ต้องมี Mission ด้วย ถึงจะประสบความสำเร็จ
ไม่งั้นมันจะสะเปะสะปะ ไหลไปเรื่อยตามpassion ไม่โฟกัส
3.กำหนดผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้อย่างชัดเจนและมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถทำให้สำเร็จได้จริง
4. ทำหลายสิ่งหลายอย่างเท่าที่จะคิดและทำได้
ที่เหลือก็แค่ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมัน (ทำเต็มที่แต่ไม่ซีเรียส)
5.เปลี่ยนความคิดที่ว่า"ต้องทำ" ให้เป็น"อยากทำ"หรือ"ทำดีกว่า"
6 .คิดหาวิธีแล้วลงมือทำไปก่อน
7. เริ่มต้นจากสิ่งที่ง่ายที่สุด อย่าคิดเยอะ...ลงมือทำไปก่อน
8.ทำต่อเนื่องๆๆๆๆ จะได้ทักษะนั้นติดตัวไปในที่สุด
9. ขอให้ตั้งเป้าว่าจะล้มเหลวก่อน จะได้ไม่ซีเรียส คาดหวังผลลัพธ์มากเกินจนเครียด
10. มุ่งเน้นที่ความเร็วมากกว่าคุณภาพ
ในตอนแรกให้ทำไปเรื่อยๆก่อน แล้วค่อยปรับคุณภาพให้ดีขึ้นตามทีหลัง(ฟีลคืองานที่ดีคืองานที่เสร็จ)
11.คิดหาวิธีเริ่มต้นลงมือทำจากเล็กๆก่อนและกำหนดเป้าหมายเล็กๆ
12.กำหนดสิ่งที่ทำไว้ตั้งแต่แรก ตื่นเช้ามาก็ทำเลย
13.ตั้งเจตจำนงให้ชัดเจนว่าตัวเอง~อยากรู้สึกอย่างไร ~อยากมีประสบการณ์แบบไหน
14. วางสิ่งที่ช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมาหรือสิ่งที่ทำให้มีความสุขไว้รอบๆตัว
เห็นแล้วจะได้รู้สึกบูสต์ๆไม่อ่อม
15.เขียนความคิดทั้งหมดลงบนกระดาษเขียนออกมาก่อน
เขียนอะไรก็ได้ที่อยู่ในหัว เขียนมันออกมา
16.คิดว่า"ทำอย่างไรถึงจะสนุกกับมันได้"
~จะค้นพบวิธีที่ควรทำสิ่งนั้น(ตอนทำมันก็คิดว่า"จะสนุกนะ")
17. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตัวเองได้เป็นคนส่วนใหญ่
อยู่ในที่ๆไม่รู้สึกอึดอัดแปลกแยก ถ้าหาไม่เจอก็สร้างสภาพแวดล้อมนั้นขึ้นมาเอง
18.อย่าคาดหวังจากคนอื่น
19.จงนิยามความสุขให้ชัดเจน
ยิ่งชัดเจนมากเท่าไหร่เราก็จะได้รับสิ่งเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น และยิ่งรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราได้รับสิ่งนั้นแล้วหรือยัง
2. ยิ่งมั่งคั่งมากเท่าไหร่จะยิ่งมีความสุขได้ยากขึ้น~มีความทุกข์ได้ง่ายขึ้น
เพราะสิ่งเร้าเดิมๆทำให้เราเบื่อได้ เช่นชอบกินข้าวหน้าปลาแซลม่อนมากๆๆๆๆถ้าเรารวยเราจะกินมันทุกวันนานวันเข้าเราก็จะเบื่อมันงี้(ข้อนี้ไม่เห็นด้วยซะทีเดียว เพราะเราอยากลองเป็นทุกข์เพราะกินข้าวหน้าปลาแซลมอน10วันติดบ้าง😆)
21. สูตรรู้สึกขอบคุณ:
ขอบคุณ+(คน/สิ่งของ/เรื่องราว...)+เหตุผล(ที่ทำให้...เพราะว่า...)+รู้สึกขอบคุณจริงๆ
**22.สร้างสมุดบันทึกความรู้สึกขอบคุณ
เขียนถ้อยคำขอบคุณเท่าที่จะนึกออกใช้เวลาประมาณ 10 นาที จะรู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้น 10 นาทีต่อวัน
(อันนี้ชอบ เดี๋ยวลองเลย☺)
23. เพิ่มช่วงเวลาที่ไม่คิดอะไรเลยลงในตารางของวัน
เพิ่มความสุขได้ในทันทีด้วยการไม่คิดอะไรแค่ตั้งสติให้อยู่กับความรู้สึกทางกายจะช่วยให้คิดฟุ้งซ่านน้อยลงไปเอง
24. บทที่ 7 อ่านแล้วไม่เข้าใจ😆งงๆเรื่องการทำตามใจตัวเองการเข้มงวดกับคนอื่น ข้ามๆไป🤣
25. เขียนสิ่งที่คุณไม่ชอบหรือมองว่าเป็นข้อเสียของตัวเองออกมา
เพื่อหากฎของตัวเองว่าควรหรือไม่ควรทำอะไรที่ตัวเองไม่ชอบ
26.เมื่อเกิดอารมณ์เชิงลบ~อย่าเครียด มันมีได้ปกติก็แค่รับรู้มัน ยอมรับตัวเองแล้วไปคิดอย่างอื่นเบี่ยงเบนความคิดลบๆนั้นไป
27.ปฏิบัติต่อตัวเองเหมือนที่ปฏิบัติต่อคนสำคัญ
28.สิ่งที่เป็นจุดด้อยจุดใหญ่ของตัวเองจริงๆแล้ว อาจจะเป็นเสน่ห์หรืออาวุธของเราก็ได้
29.อย่าโทษตัวเอง
ถ้ารู้สึกลบรู้สึกแย่ให้ไปนอน~ตื่นมาจะดีขึ้น
30. เราเป็นทุกข์เพราะตัวเราและก็ไม่ใช่เพราะคนอื่น
(((อันนี้ก็ไม่เห็นด้วยซะทีเดียว..เราอาจจะทุกข์เพราะอินังนั่นก็ได้นะ ก่อนจะโทษตัวเองควรโทษคนอื่นก่อนนะ😂)))
31.เราควรมีความสุขทันทีเดี๋ยวนี้ตอนนี้ Now!!!!!
**อันนี้ก็จริง~32.⚠️ยิ่งอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองมากขึ้นก็จะมีเรื่องที่ควร-ไม่ควรทำเยอะแยะมากขึ้นตามไปด้วย เราจะตกหลุมพรางจนกลายเป็นความทุกข์ซะเอง ทั้งๆที่ชีวิตของเรานั้นมันดีที่สุดอยู่แล้ว
33.ใช้ชีวิตให้เต็มที่

--- จบ---☺
Profile Image for Jaruwat Jrs.
62 reviews1 follower
January 7, 2024
ฝึก อยู่กับ ปัจจุบัน งานตรงหน้า ลงมือทำอะไร ทันที ไม่ต้อง รองมีอารมณ์ อยาก
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.