Attasit Sittidumrong157 reviews16 followersFollowFollowOctober 23, 2022ประเด็นของหนังสือเล่มนี้คือการชี้ให้เห็นว่าการทำลายสถาบันการเมืองของคณะรัฐประหาร คสช.ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 เป็นต้นมามีผลต่อการรื้อฟื้นรูปแบบความสัมพันธ์ทางอำนาจแบบอุปถัมภ์ โดยเฉพาะการริดลอนเอาบทบาทการจัดสรรทรัพยากรส่วนรวมจากพรรคการเมืองไปให้กับหน่วยงานราชการ ซี่งมีผลทำให้กลไกการแบ่งปันและจัดสรรทรัพยากรที่เป็นทางการที่พัฒนามาตั้งแต่ รธน.2540 ถูกทำลาย และส่งผลให้การจัดสรรทรัพยากรต่างๆกลายเป็นสิ่งที่ขึ้นกับความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและกลไกที่ไม่เป็นทางการอันเป็นหัวใจของระบบอุปถัมภ์ ในแง่นี้ implication ทางทฤษฎีที่งานนี้เสนอก็คือ ความสัมพันธ์แบบเกื้อหนุนระหว่างระบอบการเมืองเผด็จการอำนาจนิยมกับความสัมพันธ์ทางอำนาจแบบอุปถัมภ์ ระบอบอำนาจนิยมมีส่วนสำคัญต่อการผลิตและผลิตซ้ำความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ที่ให้น้ำหนักกับความสัมพันธุ์ส่วนบุคคลมากไปกว่าการพัฒนาสถาบันการเมืองที่เป็นทางการ ขณะที่ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์เองก็เป็นสิ่งที่ทำให้การปกครองในแบบเผด็จการเอำนาจนิยมเป็นไปได้ อุปถัมภ์ในที่นี้จึงดูเหมือนจะเป็นอุปถัมภ์ที่ค้ำจุนระบอบเผด็จการสองบทแรกที่พูดเรื่องกรอบคิดค่อนข้างน่าเบื่อแต่สำคัญ คนที่สนใจเรื่องระบบอุปถัมภ์ควรอ่าน ส่วนสามบทหลังที่พูดถึงกรณีไทยก็สนุกดี แต่รู้สึกว่าเป็นการเขียนแบบรวบยอดมากไปหน่อย เหมือนให้ insight มากกว่าที่จะเจาะรายละเอียด politics
Kawinthida Yanarom5 reviewsFollowFollowJanuary 23, 2023อ่านแล้วเข้าใจถึงระบบอุปถัมภ์ที่สอดแสร้งเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบ คสช. ความสัมพันธ์ที่มีพลวัตไปไม่หยุดนิ่ง การทำลายนักการเมืองและพรรคของประชาชนจากความสัมพันธ์ที่เอื้อหนุนกับระหว่างนายทุนและรัฐ รวมถึงการใช้กฎหมายมาปิดปากผู้เห็นต่าง
Terdsak Jaidee70 reviewsFollowFollowFebruary 19, 2023มีความเป็นหนังสือเชิงวิชาการที่เขียนโดยอาจารย์มหาวิทยาลัย ช่วง 2 บทแรกอาจจะดูเอื่อยๆ เพราะมีความเป็นบทคงามทางวิชาการค่อนข้างสูง แต่บทหลังๆ จะอ่านสนุกขึ้น