Teen Labyrinth: ในวงกตแห่งความเยาว์ (นิชตุล Shikak)
.
“พี่ตุลคิดว่าถ้าประชากรล้นโลกจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างกินกันเองหรือทำสงครามกัน”
Teen Labyrinth เป็นหกเรื่องสั้นว่าด้วยชีวิตของผู้คนที่แปลกประหลาดไปเสียหมด พวกเขากักขังตัวเองให้อยู่ในสภาวะบางอย่างลงไปในคน(ตัวเอง) สถานที่และสิ่งของ มันคือการกักเก็บบางอย่างลงไปในสิ่งเหล่านั้น บางสิ่งที่แปลกประหลาด ในโลกแปลกประหลาด ประหลาดจนเราไม่แน่ใจว่าผู้คนในเรื่องเล่าแปลกประหลหรือปกติหากเทียบกับสังคมที่พวกเขาอยู่
.
ความรู้สึกตอนอ่าน Teen Labyrinth กับ Overdoses ของเราแตกต่างกันมากๆ ถ้าจะบอก Overdoses คือเรื่องเล่าของความผิดหวังที่อยู่ตรงกลาง(มีความเล่าเรื่อง มีความแมส มีกลไกลที่ทำให้คนเข้าใจสภาวะบางอย่างได้ง่ายๆ) กลับกัน Teen Labyrinth คือมุมตรงกันข้ามที่เป็นเรื่องเล่าของความผิดหวังที่เข้าใจยาก และเต็มไปด้วยเรื่องเหนือจริง
.
เราชอบที่คุณตุลหยิบยกความเหนือจริงต่างๆ นานามารวบรวมจนกลายเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ สภาวะเหนือจริงคือการถ่ายทอดที่ตรงไปตรงมาที่สุดของศิลปินที่ไม่มีทางใช้ชีวิตตามปกติได้ / ซึ่งเราโคตรห่างไกลจากศิลปินเหล่านั้น เราไม่อินกับเรื่องเหนือจริงมาแต่ไหนแต่ไร เราไม่ได้รู้สึกอะไรกับภาพของ Salvador Dalí, Marc Chagall หรือภาพวาดแวดวงใกล้เคียง ในวงการภาพยนตร์เราก็เฉยๆ กับงาน Surrealist(ยกเว้นงาน Roy Anderson) แต่ปฏิเสธไม่ได้เวลามันเวียนพบมาให้เราเจอ / กลับมาที่เรื่องเราบอกว่าสภาวะเหนือจริงคือการถ่ายทอดที่ตรงไปตรงมาที่สุดของศิลปินที่ไม่มีทางใช้ชีวิตตามปกติ ในมุมมองเราเราเชื่อว่าการทำงานเหนือจริงเนี่ยมันอาจจะเป็นหนทางสุดท้ายของศิลปินที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับโลกที่เป็นปกติสุขได้ ก็โลกปกติสุขมันไม่ใช่คำตอบของศิลปินเหล่านี้ มันก็เลยต้องมีโลกใหม่ที่ดีกว่าโรคเดิม แต่บางครั้งมันก็อาจจะย่ำแย่กว่าโลกเดิมและ Teen Labyrinth คงเป็นอย่างหลังจากมุมมองของเรา
.
ความรู้สึกตอนอ่านเล่มนี้คือจุกหน้าอก ไม่ชอบ ไม่ชอบความเศร้าของนักเขียนไทยโดยสิ้นเชิง เราเป็นคนที่ปฏิเสธงานสไตล์นี้มาโดยตลอด ใช้คำว่าสไตล์นี้อาจจะเป็นการเหมารวมไปหน่อยแต่เราอ่านง่านแบบนี้ได้ไม่มากพอ ไม่ได้ตั้งใจมีเจตนาจะเหมารวมกลุ่มงานแบบนี้ซึ่งยุคใหม่บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นสไตล์งานแบบ P.S. (ตั้งตามชื่อสำนักพิมพ์) มันคือสิ่งที่เราลีกหนีไม่ชอบไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวไม่ใช่ว่าไม่ดีด้วยแต่เราไม่อยากพาตัวเองไปดำดิ่งกับความทรมานเหล่านั้นเพราะงานไทยมันคือบริบทไทยนั่นแปลว่าเราจะเข้าใจซอกมุมทุกอย่างที่ผู้เขียนหรือตัวละครเผชิญอยู่ แล้วเราก็เป็นคนที่แยกบริบทแวดล้อมกับตัวบทนิยายไม่ได้ 🤦🏻♀️ (คือเรื่องเยอะเกินคนอ่านเนี่ย 🤣)
.
ด้วยความที่เราเป็นกัลยาณมิตรกับคุณตุลเลยรู้ด้วยว่าคุณตุลเขียนช่วงวัยรุ่นเลยมียาร์วัดส่วนตัวจากการหยิบยกช่วงเวลาของการเติบโต(เชิงการเล่าเรื่อง) มาจัดลำดับงานเล่มนี้กับเล่ม Overdoses ต่อไปคือรออ่านไทม์ไลน์ที่สูญหายฉบับพิมพ์ใหม่ที่มีเรื่องสั้นเพิ่มเติมลงไปด้วย(แอบขายของให้คุณตุลหน่อย 55555) ไว้ถ้าได้อ่านเล่มนี้แล้วค่อยมาพูดเรื่องการเติบโตเชิงการเล่าเรื่องของคุณตุลอีกรอบหนึ่ง อ้อ คุณต้นบอกว่าเล่มนี้เป็นเล่มที่ใครไม่รักก็จะเกลียดไปเลยสำหรับเราบอกตามตรงเลยว่าเรื่องทำนองนี้เป็นเรื่องที่เราไม่รักอยู่แล้ว 55555 แต่เราอยู่ตรงกลางของความชอบ คือเราไม่ชอบเรื่องเศร้า เราเข้าใจและชอบการพูดเรื่องจุกอกผ่านการทำให้มันเป็นเรื่องเซอร์เรียล
.
สุดท้ายสำหรับเรื่องเศร้าสร้อยของนักเขียนไทยเราคงไม่ไปแต่อ่านเรื่องของใครแล้วแต่ยืนยันเลยว่าจะรออ่านเรื่องเศร้าสร้อยของคุณตุลเสมอ(ในวงเล็บที่ว่ามีเวลาประจวบเหมาะ) ขอบคุณคุณตุลที่ส่งเล่มนี้มาให้ครับ 💖 หลังเขียนจบกำลังจะโพสต์เพลง Last Year ของ altJก็ดังขึ้นมาในหัว