สฤณี อาชวานันทกุลAuthor 82 books1,123 followersFollowFollowDecember 24, 2022หนังสือประวัติศาสตร์จีน “หลังเหมา” เล่มแรกในภาษาไทย อ่านจบแล้วก็สงสัยว่าทำไมถึงยังไม่เคยมีหนังสือแบบนี้มาก่อน แต่ก็ดีใจที่เล่มนี้เขียนโดย อ.โกวิท กับ อ.วาสนา พ่อลูกคู่หูดูโอ้เพราะน่าจะเหมาะเจาะที่สุดแล้ว ความที่ อ.วาสนา เกริ่นนำตอนต้นว่าตั้งใจจะเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อใช้เป็นตำราเรียน เนื้อหาจึงอัดแน่นพอสมควร ทึ่งว่าผู้เขียนสามารถสรุปเหตุการณ์จำนวนมากในหนังสือหนาไม่ถึง 250 หน้าได้ (แม้หลายช่วงจะเว้นวรรคน้อยเกินจนเหมือนได้ยินเสียง อ.วาสนา บรรยายรัวๆ 55) ทั้งเรื่องนโยบายสี่ทันสมัย เขตเศรษฐกิจพิเศษ การเจรจากับอังกฤษเรื่องฮ่องกง ท่าทีและนโยบายเรื่องไต้หวัน การสังหารหมู่เทียนอันเหมิน สถาบันขงจื่อ เวิลด์เอ็กซ์โปที่เซี่ยงไฮ้ เรื่อยมาจนถึงยุคสี่จิ้นผิง เรื่องโครงการ Belt and Road ข้อหาละเมิดสิทธิชาวอุยกูร์ในซินเจียง พันธมิตรชานม ฯลฯ จบที่การมาถึงของ COVID-19 เมื่ออ่านจบก็จะเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าจีน “หลังเหมา” เมื่อ เติ้ง เสี่ยวผิง ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดและดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศนั้น จีนเปลี่ยนไปแทบจะเป็นคนละประเทศอย่างสิ้นเชิงจากจีนยุคที่ เหมา เจ๋อตง ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ว่าจีนจะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจและสังคมไปขนาดไหน โดยหลักการระบอบการเมืองจีนยังคงเป็นระบอบพรรคเดี่ยวคือพรรคคอมมิวนิสต์ที่ไร้คู่แข่งใดๆ ไม่ต่างจากในสมัยเหมา ฉะนั้นการสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบนี้จึงต้องหา “แพะ” เมื่อเกิดความผิดพลาดเชิงนโยบายขนาดใหญ่ เพราะประธานเหมาคือรัฐบุรุษผู้สร้างชาติและก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ ถ้าประชาชนโทษว่าอะไรเป็นความผิดของเหมา พรรคคอมมิวนิสต์ก็จะเสื่อมความนิยมด้วย ดังนั้นในกรณีของการปฏิวัติวัฒนธรรม “แก๊งสี่คน” จึงถูกโทษว่าเป็นตัวการของหายนะที่เกิดขึ้น ทั้งที่เหมาคือคนต้นคิดนโยบายนี้บทที่ส่วนตัวเห็นว่าน่าสนใจที่สุดคือบทแรกที่อธิบายประวัติศาสตร์อุดมการณ์ของจีนอย่างแจ่มชัด และเนื้อหาที่ว่าด้วยการเดินทางมาเยือนไทยของ เติ้ง เสี่ยวผิง ในปี ค.ศ. 1978 โดยไทยเป็นประเทศแรกที่เขาเยือนในอาเซียน เขาเข้าร่วมพระราชพิธีผนวชของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชด้วย เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณชัดว่า แม้จะเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ แต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ปรารถนาจะล้มเจ้าและไม่มีปัญหากับศาสนา(พุทธ) รวมถึงบอกว่าจีนไม่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งก็นำไปสู่การล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์ไทยในเวลาต่อมาสนุกและได้ความรู้ตลอดเล่ม โดยเฉพาะอุดมการณ์และวิธีโฆษณาชวนเชื่อแบบจีน ซึ่งรัฐบาลทหารไทยน่าจะได้รับอิทธิพลมาไม่น้อย เสียอย่างเดียวบางตอนเว้นวรรคน้อยมาก :>my-2022-top-ten
tongla42 reviews5 followersFollowFollowJanuary 16, 2025"น่าอัศจรรย์" "อภิมหาเมกะโปรเจกต์" "ไม่ได้มีมลทินมัวหมอง" "การคัดค้านของประธานาธิบดีเฉินก็ไม่อาจต้านทานกระแสคลั่งแพนด้า (Panda Fever) ของมวลชนไต้หวันได้" วาสนาก็คือวาสนา คือสำนวนแบบนี้อ่านแล้วรู้เลยว่าใครเขียน ถึงจะเป็นงานวิชาการจริงจัง มี peer review มีอะไรครบ แต่สำนวนเหมือนฟังวาสนาเล่าเรื่องผ่าน YouTube หรือนั่งฟังเลกเชอร์ใน 503 เทียบกับหนังสือปกติที่ silkworm ตีพิมพ์แล้วเล่มนี้อ่านง่ายและค่อนข้างจะไปทาง popular academic book ด้วยซ้ำ ไม่เน้นศัพท์วิชาการฟุ้งๆ เน้นแต่เนื้อไม่มีน้ำ structure อาจจะสะเปะสะปะไปสักหน่อย มีเล่าย้อนเล่า flashback เยอะ แต่โดยรวมแล้วจับประเด็นได้ไม่ยาก (เทียบกับ Crown & Capitalists เล่มนั้นอ่านยากกว่ามาก) รู้สึกว่าอ่านแล้วได้ background ทำให้เข้าใจข่าว เข้าใจอะไรมากขึ้น รู้สึกว่าหนังสือวิชาการเพื่อมวลชนมันต้องเขียนประมาณนี้ คือไม่ compromise rigour เกินเหตุ แต่ก็ไม่ได้เขียนให้ inaccessible อ่านกันอยู่ห้าหกคนแล้วคนเขียนเองก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองเขียนอะไรลงไป จะมีติดก็คือจริงๆ เราก็ยังอยากได้การอ้างอิงและหลักฐานสนับสนุน narrativization ในเล่มมากกว่านี้อยู่ (หลายเรื่องเดาว่าเป็น consensus ในหมู่นักวิชาการ แต่เราที่ไม่รู้อะไรก็อยากได้หลักฐานสนับสนุนเพิ่ม) ของแถมอีกอย่างคืออ่านแล้วเข้าใจแนวคิดทางการเมืองของวาสนามากขึ้น แม้จะไม่ได้เห็นด้วยก็ตาม
สมเกียรติ เศรษฐสมภพ16 reviewsFollowFollowOctober 17, 2022ให้ภาพการเปลี่ยนผ่านอำนาจในจีนหลังเหมาตาย ทำให้เข้าใจการปรับตัวในนโยบายการต่างประเทศของไทยที่เกี่ยวข้องกับมหาอำนาจสองขั้ว ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจและความสนุกสนานในการอ่าน