Jump to ratings and reviews
Rate this book

มนุษย์/ต่าง/ด้าว : เรามาอย่างสันติ

Rate this book
หนังสือเล่มนี้ถูกส่งมาจากโลกอีกใบในจักรวาลอื่นที่ซ้อนทับคู่ขนาน มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับโลกของเรามาก

เมื่อ avocado books อยากทำหนังสือบันทึกการเดินทางเล่มแรกของสำนักพิมพ์ และสนใจเรื่องของคนที่ต้องห่างบ้านนาน ๆ แน่น ๆ มากกว่าการไปท่องเที่ยวหรือศึกษาต่อ จึงชวนปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักลี้ภัยเน็ตไอดอลผ่านคลื่นความถี่พิเศษ ให้มาบอกเล่าชีวิตของคนต่างด้าวที่ต้องจำใจใช้ชีวิตในต่างแดน ว่าต้องปรับตัว เรียนรู้ สุขตรมขมขื่นแค่ไหน ความเป็นมา เป็นอยู่ และที่จะเป็นไป ทั้งก่อนและหลังลี้ภัย ด้วยสโลแกน “เรามาอย่างสันติ” ที่แปลว่า เบาได้เบาจารย์ จนกลายมาเป็นหนังสือบันทึกการเดินทางชีวิตใส ๆ สวย ๆ ไม่ลัดวงจร อีกภาคหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็นของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ตั้งแต่สมัยเรียนที่กรุงเทพคริสเตียนจนถึงเกียวโตในปัจจุบัน ให้ทั้งคนที่รักและไม่รักได้รู้จักยานแม่ลำนี้มากขึ้น

เอ้อ จักรวาลคู่ขนานก็มีกรุงเทพคริสเตียนและเกียวโตเหมือนโลกของเราด้วยแฮะ ว่าแต่ว่าในเล่มจะมีอะไรเหมือนกันอีกบ้างนะ มาลุ้นกัน งื้ออออออ

256 pages, Paperback

Published October 1, 2022

2 people are currently reading
37 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
20 (30%)
4 stars
35 (53%)
3 stars
10 (15%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 13 of 13 reviews
Profile Image for Tanan.
234 reviews49 followers
January 28, 2023
ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองออกมาเขียนหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนนั้นคือผู้ก่อตั้งรอยัลลิสต์มาเก็ตเพลสอย่างอาจารย์ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หนังสือมีแง่มุมที่น่าสนใจหลายอย่าง และด้านล่างคือบทสรุป 10 ข้อของหนังสือเล่มนี้

1)
ในแง่รูปเล่ม หนังสือมีความพิศดารต่างจากหนังสือทั่วไปคือมีหน้าปกสองฝั่ง ผู้อ่านสามารถพลิกหนังสือกลับหัว อ่านจากด้านหน้าหรือด้านหลังก่อนก็ได้ โดยด้านหนึ่งหน้าปกเขียนว่า [ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เรามาอย่างสันติ] ฝั่งนี้เป็นชีวิตหลังลี้ภัย และเกร็ดเพิ่มเติม

ส่วนปกอีกด้านซึ่งเขียนว่า [มนุษย์*ต่าง*ด้าว* เรามาอย่างสันติ] นั้น เป็นประวัติของอาจารย์ปวินตั้งแต่ชีวิตวัยเด็กไปจนถึงช่วงลี้ภัยการเมือง ซึ่งคำนำสนพ.แนะนำว่าให้อ่านจากด้านนี้ก่อน และแน่นอนเราสามารถดูจากเลขหน้าก็ได้ เลยชวนให้สงสัยว่างั้นจะแบ่งสองฝั่งเพื่ออะไร

แต่ก็นั่นละ ถ้าปกติอาจไม่ใช่อาจารย์ปวิน

2)
ความไม่ปกติยังสะท้อนมาในการจัดทำอาร์ตเวิร์ก ถ้าไม่นับหน้าแรก ๆ ที่ซูมภาพเข้ามายังโลกราวกับอาจารย์ปวินมาจากต่างดาวแล้ว ที่เหลือเป็นรูปภาพตัดแปะแบบหนังสือคืนสู่เหย้า บวกกับฟอนต์อาร์ตเวิร์กเหมือนงานพรีเซนต์พาวเวอร์พอยต์นักเรียนสมัยยี่สิบปีก่อน ดูแล้ว #อิหยังวะ ขัดกับความเนี๊ยบของเจ้าตัวไปหน่อย (แต่ก็ยังถือว่าล้ำสมัยกว่าตำราเรียนการศึกษาภาคบังคับของไทยตอนนี้)

3)
ในช่วงครึ่งเล่มแรก เริ่มเล่าตั้งแต่เส้นทางชีวิตสมัยเรียนที่เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลางแบบมีอันจะกิน ได้เรียนในโรงเรียนที่ดูมีอภิสิทธิ์อย่างกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย แม้การเรียนที่นี่ทำให้ดูเป็นอภิสิทธิ์ชนแล้ว แต่ในความอภิสิทธิ์ชน ก็ยังเมื่อภิสิทธิ์ชนกว่าหากมองจากสายตาอาจารย์ปวิน

ที่นี่อาจารย์สนิทกับ เจ เจตริน และคนดังอีกหลายคน

4)
อาจารย์สอบเข้าเรียนที่จุฬาฯ จบออกมาเป็นนักข่าว ต่อด้วยสอบเป็นนักการทูต ตรงนี้จะมีรายละเอียดว่าการสอบเข้าเข้มข้นขนาดไหน อ่านแล้วรู้สึกว่ากว่าจะเข้าได้นี่ต้องถึงพร้อมด้วยสติปัญญา ไหวพริบ มารยาทสังคม และความรู้รอบตัว ซึ่งอาจารย์ปวินผ่านมาหมดแล้ว

ใครที่ต้องการสอบเป็นนักการทูต ข้อมูลส่วนนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่ดี

5)
ช่วงชีวิตที่เป็นนักการทูต อาจารย์ทำงานหลายอย่างในหลายประเทศ ได้เจอกับคนมีชื่อเสียงมากมายทั้งคุณดอน ปรมัตถ์วินัย, คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ มาถึงตรงนี้จะเห็นภาพว่าจริง ๆ แล้วคนเราแม้จะอยู่คนละขั้วการเมือง มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้ เคารพนับถือในความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกันได้

6)
ตอนเกิดรัฐประหารปี 57 หลังโดนเรียกให้ไปรายงานตัว อาจารย์ปวินนอกจากไม่ไปแล้ว ยังไป #กวนตีน ผู้มีอำนาจขณะนั้นด้วย ส่งผลให้โดนทั้งหมายจับและถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง จนต้องขอลี้ภัยแบบฉุกละหุก ในบทนี้จะมีแนวทางการทำเรื่องลี้ภัยอย่างละเอียดพอสมควร ผู้อ่านสามารถดูเป็นแนวทางได้

พูดตามตรง ผมเองที่ซื้อเล่มนี้เพราะอยากรู้เรื่องนี้นี่ล่ะ ไม่แน่สักวันเราอาจอยู่ในประเทศที่พูดความจริงไม่ได้ก็ได้...ยิ่งปากไม่ดีอยู่

7)
ครึ่งเล่มหลังจะเป็นชีวิตหลังขอลี้ภัย โดยบอกเล่าถึงบรรยากาศที่ได้เดินทางไปบรรยายในประเทศเจริญต่าง ๆ เนื้อหาส่วนนี้จะกึ่ง ๆ นำเที่ยว และสัมผัสความเจริญของอารยะประเทศ

ในส่วนนี้อ่านผ่าน ๆ ก็ดี ไม่งั้นจะยิ่งช้ำใจว่าทำไมประเทศเราไปไม่ถึงแบบนี้สักที

😎
ในเล่มมีพูดถึงคุณทักษิณว่าไปเจอกันได้อย่างไร คุณทักษิณเป็นคนแบบไหนแบบลงดีเทล ไม่ว่าจะชอบทักษิณหรือไม่ แต่ถ้าไม่อคติเกินไป การได้เรียนรู้จากคนเก่งย่อมเป็นเรื่องดีเสมอ

9)
พาร์ทพูดถึงทักษิณยังไม่เท่าไหร่ แต่อาจารย์ปวินมีพูดถึง นอม ชอมสกี (Noam Chomskyด้วย) ศาตราจารย์ท่านนี้เป็นนักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ ปรัชญา ที่มีชื่อเสียงในระดับ...ถ้าเป็นวันพัชแมนก็ระดับ #เทพเจ้า

อ่านพาร์ทนี้ถึงได้รู้ว่าศาตราจารย์นอม ช่วยเขียนจดหมายเรียกร้องความเป็นธรรมให้จนอาจารย์ปวินได้ลี้ภัย คือการที่คนระดับศาตราจารย์นอมช่วยเขียนจดหมายให้นี่ ก็สมควรที่อาจารย์ปวินจะกรี๊ด

คงเปรียบได้กับจู่ ๆ ลิซ่า แบล็กพิ้งก์ตัวจริงเสียงจริง
เขียนจดหมายมาให้กำลังใจนั่นล่ะ

10)
ในเล่มยังมีพูดถึงกำเนิดตลาดหลวงอันโด่งดัง, หยอง ชิวาวาแสนรัก, และสามีของอาจารย์ด้วย (เนื้อหาเกี่ยวกับสามีและการแต่งงานมี 2 หน้าถ้วน เขียนแค่ให้เข้าใจตรงกันและปกป้องความเป็นส่วนตัวของคู่ชีวิต)
.
.
ทั้งหมดนี้จะทำให้เราเห็นมุมอื่น ๆ ของอาจารย์ปวินมากขึ้น

หนังสือไม่เขียนอะไรหมิ่นเหม่ (แน่ละ ไม่งั้นคงวางขายในไทยไม่ได้) ตรงกันข้ามกลับชวนให้เราได้สัมผัสกับอีกแง่มุมที่มีความเป็นมนุษย์ของอาจารย์ปวิน ว่าภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูแรง ก้าวร้าว ตบเป็นตบนั้น จริง ๆ ก็มีความเป็นมนุษย์อยู่ สู้ชีวิตและชีวิตสู้กลับไม่ต่างจากพวกเรา

เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากนะครับ
ไม่ว่าจะมีมุมมองทางการเมือง
หรือเชื่อในเพศสภาพแบบไหนก็ตาม
.
เพราะเรามาอย่างสันติ
Profile Image for Mckysky .
2 reviews
January 25, 2023
สรุปย่อหนังสือ มนุษย์ต่างด้าวเรามาอย่างสันติ ของ อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ภาคดิฉันชื่อปวิน..

เป็นหนังสือแนวชีวประวัติ อ่านสนุกได้เกร็ดความรู้ การผจญภัยท่องโลกกว้างแห่งรัฐนาวาชีวิตนักการทูต สร้างแรงบันดาลใจได้ดีสำหรับคนที่มีอุดมการณ์หนักแน่น.....
หนังสือเปิดตัวด้วยชีวิตในวัยเยาว์บ้านเกิดแถวๆ สาทร ลูกคนจีนอันพอมีจะกินพร้อมเข้าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เรียนสายศิลป์-ภาษาฝรั่งเศส มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นนักร้องชื่อดังเจ้าของเพลง “คาใจ” ก่อนจะเข้าศึกษาต่อ ป.ตรี คณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (IR) ที่ จุฬาฯ และสอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศได้เป็นนักการทูต เริ่มงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำโต๊ะฮ่องกง จนกระทั่งลาศึกษาต่อที่ ลอนดอน และกลับมาอีกครั้งหนึ่งมีโอกาสไปร่วมทริปเจรจาหารือกับเขมร ปี 2546 โดยสามารถหนีตายในเหตุการณ์เผาสถานเอกอัคราชทูตไทย จากการปลุกปั่นชาตินิยมสุดโต่งช่วงใกล้หาเสียงจากผู้นำเขมร...

จนกระทั่งออกประจำการที่ต่างประเทศอีกครั้งที่สิงคโปร์ โดย อ. ให้คำนิยาม การไปครั้งนี้ว่า Listening Post คือเป็นประเทศที่มีสถาบันทางวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีการประชุมเชิงวิชาการด้าน IR อย่างสม่ำเสมอ เหมาะแก่การไปร่วมเข้าฟังแล้วรายงานกลับมาที่ประเทศไ��ย และมีส่วนร่วมในการหาเสียงให้กับ “Candidate UN Secretary” ประเทศไทย ที่ไปหาเสียงกับนายลี กวน ยู คือสุรเกียรติ์ เสถียรไทย โดยการผลักดันจากนายกทักษิณ ชิณวัตร นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น แต่ก็แพ้ให้กับ Ban Ki Mun จากเกาหลีใต้ ซึ่งเดินสาย Lobby กับประเทศมหาอำนาจมากกว่า และในปีสุดท้ายที่ประจำการได้มีโอกาสร่วมทีมกับ สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนในสมัยนั้น ช่วยกัน Lobby ให้พม่าเปิดประเทศรับการช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยเฉพาะตะวันตก ในเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีส เพราะรัฐบาลทหารพม่ายังมีความเชื่อเรื่องหากเปิดประเทศรับการช่วยเหลือจะเป็นการชักศึกเข้าบ้านตามทฤษฎีสมคบคิด....
แต่อนิจจาหลังจากทำงานกับ กต 16 ปี อ.เริ่ม ไม่สนุกกับอาชีพนักการทูต จึงได้ลาออกจาก กต และผันตัวเองไปอยู่สายวิชาการกับ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (ISEAS) สิงคโปร์ เริ่มวิจารณ์การเมืองไทยมากขึ้น จนกระทั่งได้มีโอกาสไปเป็น อ. ที่ ม.เกียวโต และได้เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง...
จบภาคดิฉันชื่อปวิน
Profile Image for Jariya Wongpichet.
17 reviews
October 22, 2022
เคยเห็นอ.จากสื่อโซเชียลต่างๆ จะดูเป็นสาวรว้ายๆ เฟี๊ยตๆ แต่พอได้ฟังคลับเฮ้าส์ของอ. เลยรู้ว่าจริงแล้วมีมุมน่ารัก สุภาพ และให้เกียรติผู้อื่นมากๆ เลยอยากติดตามงานเขียนของอ.
และในคำนำอ.ไม่มั่นใจว่าจะเขียนออกมาได้สนุกมั้ย ขอบอกตรงนี้เลยว่า สนุกมากค่ะ ได้เห็นหลายๆมุมของอ. อ่านเพลินๆ ตบท้ายด้วยความแสบแบบอ.ปวินค่ะ ❤️
Profile Image for Ek Guevara.
268 reviews32 followers
April 29, 2023
มันคือการบอกเล่าตัวตนของมนุษย์คนหนึ่งเท่าที่ตัวเขาจะเล่าได้ มีทั้งส่วนที่ชอบและไม่ชอบปะปนกันไป แต่กระนั้นก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของการเขียน ทั้งในฐานะมนุษย์/นักวิชาการ และ “ผู้ลี้ภัย”
Profile Image for Wasin Waeosri.
206 reviews
October 19, 2023
หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนไดอารี่ที่บันทึกชีวิตอีกด้านของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อดีตนักการฑูต นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ลี้ภัยทางการเมืองและรองศาสตราจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ที่เรารู้จักกันดี

ที่ว่าชีวิตอีกด้านคือหนังสือเล่มนี้แทบจะไม่พูดเรื่องการเมืองเลย มีแทรกนิดๆ พอเป็นกระสัย แต่เน้นเล่าชีวิตส่วนตัวแกตั้งแต่การเรียน ชีวิตการทำงานในฐานะนักการฑูต การได้ไปเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเที่ยว จะไปทำงานหรือไปสอนหนังสือ ทำให้เห็นอีกด้านนึงของแกดีเลย หนังสืออ่านสนุกมาก เพลินๆ ได้อารมณ์อ่าน blog ท่องเที่ยวหรือเล่าเรื่องชีวิตสมัยเรียนงี้ ได้รู้ว่าแกมีเพื่อน (และ connection) ที่คาดไม่ถึงหลายคนมาก (เช่น เจ เจตริน ฮา)

ความแปลกของหนังสือคืออ่านได้ทั้งสองด้าน งงตั้งแต่งานสัปดาห์หนังสือรอบโน้นแล้ว แต่เขาก็เขียนบอกนะว่าเพื่อความเต็มอิ่มควรอ่านฝั่งไหนก่อน
Profile Image for MT.
644 reviews84 followers
December 26, 2023
- ไม่ได้เป็นเอฟตีอ.ปวินหรือfaroseแต่ใด ห้าดาวจึงมาจากสำนวนการเขียนและชีวิตที่ดูสนุกมากๆของอ.ปวิน ในฐานะอดีตนักการทูตและในฐานะนักวิชาการอิสระ/ผู้ลี้ภัย ที่ได้เดินทางไปทั่วโลกโดยมีเงินสนับสนุนจากม.ดังๆต่างที่เชิญแกไปเลคเชอร์บ้าง ไปทำวิจัยบ้างนั้นนี้
- ชอบที่อ.แก ชอบแทรกเกร็จปวศนั้นนี้ตามแต่ละประเทศที่ไป อ่านแล้วก็เกิดอาการwanderlustทันที แม้ส่วนตัวจะมิใช่คนชอบเที่ยวแต่ใด
- ชอบพาร์ทที่อ.พูดถึงประเทศไหนที่ควรหรือไม่ควรไปลี้ภัย รู้สึกมีประโยชน์มากๆ ไม่เคยรู้มาก่อน
Profile Image for Reader Guy.
81 reviews5 followers
April 23, 2024
(3.5) เรียบง่าย อ่านเพลินมาก, มุมมองที่เกี่ยวกับการเมืองระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านก็น่าสนใจ, ส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทางไปเมืองต่างๆดูหลากหลายและมีสีสันดี, ส่วนตัวชอบพาร์ทของหมูหยองถึงจะสั้นแต่แอบอบอุ่นหัวใจ
Profile Image for Olé Vorawee.
65 reviews
November 27, 2022
ลีลาการเขียนงานเล่มนี้ของ อ.ปวิน มีความเป็นกันเองเหมือนเพื่อนมาเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟัง ถ้าใครเคยฟังคลับเฮาส์ อ.ปวิน น่าจะนึกภาพออก วิธีถ่ายทอดเหมือนกันเป๊ะๆ เรียกได้ว่าภาษาเขียนของอาจารย์เหมือนกับภาษาพูดอย่างไม่มีผิด

โดยส่วนตัวชอบฟังเรื่องเล่าของอาจารย์ตั้งแต่อยู่ในคลับเฮาส์อยู่แล้ว (และหลายเรื่องที่เขียนในนี้ก็เคยเล่าในคลับเฮาส์แล้ว) เลยพอเข้าใจแนวทางการเล่าและไหลไปได้เรื่อยๆ สนุกดีแถมได้สาระประปราย

มีสิ่งที่ติดอยู่อย่างเดียวสำหรับหนังสือเล่มนี้ คือ รู้สึกว่าบท Come Fly With Me ที่เล่าเรื่องประสบการณ์การไปเมืองต่างๆ นั้น ยืดยาวมาก เรียกได้ว่า รวมทุกอย่างมาปะติดปะต่อกัน เหมือนรวมเรื่องสั้นที่เล่าไปเรื่อยๆ ไม่ยอมจบ พอมันไม่จบบทก็เกิดความรู้สึกว่า เมื่อไหร่จะจบเนี่ย

ที่พูดไม่ได้หมายความว่าเรื่องเล่าไม่สนุก แต่ถ้ามีการซอยออกเป็นหลายๆ บทได้ คงจะดี
Profile Image for Bank.
10 reviews1 follower
January 15, 2023
As if we were listening to Aj’Pavin unfolding their adventurous personal life before us, the book also richly serves the anecdote of key historical incidents, political trivia, and sometimes being just a travel guide book with familiar contexts we could enjoy along in between. A truly fascinating book.
15 reviews
December 12, 2022
สนุก อ่านเพลิน เหมือนอ่านบันทึกการเดินทางแต่ก็แฝงวิชาการด้วย อ่านแล้วเหมือนได้ยินน้ำเสียง ลีลา สำนวนที่อาจารย์ปวินพูดเลย 😁
Profile Image for Narabordee Pomkaew.
41 reviews
August 18, 2023
หนังสือเล่มนี้ทำให้รู้จักอาจารย์ปวินมากขึ้นและได้รู้วิธีการได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในต่างประเทศครับ เป็นหนังสือที่สนุก ให้แง่คิดและมุมต่างๆที่แปลกใหม่ดีครับ
Profile Image for Zukan.
15 reviews
June 8, 2023
ได้เห็น อ.ปวิ��� ในอีกมุมนึง อ.เป็นคนที่เก่งมากเลยทีเดียว อยากเป็นคนเก่งแบบ อ.บ้าง ตอนนี้พยายามอยู่ 😉😉
Displaying 1 - 13 of 13 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.