สฤณี อาชวานันทกุลAuthor 82 books1,131 followersFollowFollowDecember 23, 2022หนังสือเกี่ยวกับ “ขบวนการนกหวีด” หรือ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ปี 2556-2557 ที่ครบถ้วนที่สุดเล่มหนึ่ง เขียนโดยนักรัฐศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านการเมืองวัฒนธรรมและความรุนแรงในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เล่มนี้ไม่เน้นเหตุการณ์ว่าใครใน กปปส. ทำอะไรที่ไหนบ้าง แต่เน้น “อุดมการณ์” ที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะวาทกรรม “คนดี” ที่ใช้สร้างความชอบธรรมในการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และต่อมาก็ออกไปขัดขวางการเลือกตั้งด้วย (ทำให้ กปปส. น่าจะเป็นการชุมนุมของประชาชนครั้งแรกและอาจจะครั้งเดียวในโลกที่ขัดขวางการเลือกตั้ง แทนที่จะเรียกร้องการเลือกตั้ง -_-) ประจักษ์ชี้ให้เห็นความความย้อนแย้งลักลั่นในวาทกรรม “คนดี” ของ กปปส. อาทิ การอ้างว่าชุมนุมอย่างสันติอหิงสา แต่กลับใช้โวหารเชิงศีลธรรมอวดอ้างว่าตน “เหนือกว่า” ฝ่ายตรงข้าม ลดทอนความเป็นมนุษย์ของอีกฝั่ง สร้างภาพว่าเป็น “มาร” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้ความรุนแรงของฝ่ายตน (และยกย่องคนอย่างมือปืนป๊อปคอร์นเป็น “ฮีโร่”) ซึ่งเป็น “ฝ่ายธรรมะ” (ดังนั้นจึงมีพันธกิจ “สู้รบ” กับฝ่ายอธรรม) ความขัดแย้งแตกต่างทางการเมืองถูกลดทอนเป็นเรื่องขาวกับดำ ธรรมะปะทะอธรรม และถึงที่สุดแล้ววาทกรรม “คนดี” ก็เป็นวาทกรรมต่อต้านคุณค่าประชาธิปไตย เหยียดคนเห็นต่างรวมถึงเหยียดเพศ และเป็นชาตินิยมสุดขั้ว โดยรวมหนังสือเล่มนี้เป็นทั้งบทบันทึกทางประวัติศาสตร์และบทวิเคราะห์การเมืองวัฒนธรรมที่สรุปอุดมการณ์และชุดความคิดเบื้องหลัง กปปส. ได้อย่างรวบยอดและแหลมคม บางตอนต้องกล้ำกลืนอ่านเพราะรู้สึกขยะแขยงกับคำปราศรัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง แกนนำและดาราบางคนที่สะใจกับความรุนแรงและด่าทอลดทอนความเป็นมนุษย์ของประชาชนในชาติเดียวกันเอง คิดว่าจะเป็นหนังสือที่เนื้อหา “ร่วมสมัย” ไปอีกนานเท่าที่วาทกรรม “คนดี” ยังถูกใช้โดยอำนาจนำที่ครอบงำสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นหนังสือที่ช่วยทำให้เรามองเห็นวาทกรรม “คนดี” ได้อย่างแจ่มชัดมากขึ้น เพื่อจะได้ร่วมกันเฝ้าระวัง รู้ทันและหาทางหลุดพ้นจากมันไปตลอดกาลmy-2022-top-ten
nisemono偽者254 reviews28 followersFollowFollowOctober 22, 2022อ่านจบแล้ว (อย่่างไว) ตั้งคำถามในหัววนไปวนมาว่า “ทำไมคนดีนั้น มันถึงได้เหี้ยจังวะ?” ไม่ว่าจะเป็น logic action speech แม่งครบเครื่อง กาย วาจา ใจ เลยหรือเปล่า สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือการ dehumanized people ที่เป็นขั้วตรงข้ามแบบ ควาย ปิศาจ บลาๆ นี่มันเกิดจากความคิดของคนดี (ออก) จริงๆหรอวะ และอีกสิ่งที่รับไม่ได้ส่วนตัวคือการยก มือปืนป๊อบคอร์น(หรือนายวิวัฒน์ ยอดประเสริฐ) เป็นแบทแมนของประชาชน นี่อันนี้ขออ้วกนะ สงสารแฟนแบทแมนบ้างnon-fiction prepare-to-against-dictatorship properties
Wasin Waeosri215 reviewsFollowFollowNovember 5, 2022 หนังสือเชิงวิชาการที่วิเคราะห์วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 โดยเฉพาะกลุ่ม กปปส มีความแตกต่างจากกลุ่มการเมืองอื่นๆ ที่เคยมีมาอย่างไร อะไรคืออุดมคติ "คนดี" (ซึ่ง drive กปปสอยู่) ที่ทำให้เราทำสิ่งที่เป็นอนารยะและผิดหลักประชาธิปไตยกับสิทธิมนุษยชนได้เช่นนั้น ความเชื่อเรื่องคนดี ความดีความชั่วที่เป็นมรดกตกทอดจากกลุ่มนี้ยังมีอะไรค้างอยู่ในสังคมไทยปัจจุบันบ้าง หนังสือเล่มนี้อธิบายได้เป็นขั้นเป็นต่อ อ่านง่ายครับข้อเสียเดียวที่นึกออกคือตัวหนังสือเล็กมากกกก จริงๆ ทำใหญ่กว่านี้แล้วเล่มหนากว่านี้ก็น่าจะได้นะ
MT673 reviews89 followersFollowFollowJanuary 17, 2025- งานกึ่งinvestigative journalism กึ่งวิพากษ์สังคมด้วยทฤษฎีนั้นนี้ ถือเป็นงานรสชาติใหม่ๆจากสนพ.ฟ้าเดียวกันอยู่เหมือนกัน แถมอ่านง่าย ย่อยง่าย น่าติดตาม พร้อมกับอยากปานสลงถังขยะตลอดเวลา เพราะวีรกรรมพวกสลิ่ม(phase1)แม่งผิดมนุษย์มาก ช่วยด้วย จริงๆอ่านเล่มอ.พวงทองอยู่ด้วย คงไล่อ่านให้จบในเร็ววัน
Attasit Sittidumrong157 reviews19 followersFollowFollowMarch 12, 2023จุดเด่นในหนังสือเล่มนี้คือการใส่ใจกับคำว่า "คนดี" ซึ่งถูกใช้เป็นแกนสำคัญในการเคลื่อนไหวของ กปปส. โดยมิได้มองว่าการใช้คำดังกล่าวเป็นเพียงแค่โวหารหรือวาทศิลป์เท่านั้น ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวในนาม "คนดี" เพื่อต่อต้านประชาธิปไตยของ กปปส. จึงมิใช่การเคลื่อนไหวแบบหน้าไหว้หลังหลอกที่พูดอย่างทำอย่าง (คือเคลื่อนไหวบนความดีแต่แสดงออกถึงการกระทำที่รุนแรงอันเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย) หากแต่เป็นการเผยตัวของความรุนแรงทางศีลธรรม อันเป็นความรุนแรงที่แฝงฝังอยู่ในวัฒนธรรมทางการเมืองไทย นั่นก็คือความรุนแรงชนิดที่เรียกร้องให้ผู้กระทำต้องแสดงออกถึงความรุนแรงเพื่อเติมเต็มความเป็นคนดีภายใต้การปกป้องระเบียบบางอย่างที่สังคมเห็นว่าทรงคุณค่าเปี่ยมไปด้วยศีลธรรมและความดีงาม การเคลื่อนไหวของขบวนการ กปปส. จึงเป็นการเคลื่อนไหวบนวาทกรรมที่ปกปิด "ความเป็นการเมือง" ของตนเอง ด้วยการแทนที่ความขัดแย้งที่ตนกำลังขับเคลื่อน จากที่เป็นเรื่องของการต่อต้านรัฐบาลและสถาบันการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ไปเป็นสงครามระหว่างความดี/คนดี/พลเมืองดี กับความชั่ว/คนชั่ว/พลเมืองชั่ว(และโง่) การเคลื่อนไหวของขบวนการ กปปส. คือการเคลื่อนไหวที่อิงแอบกับศีลธรรมและคู่ตรงข้ามกับศีลธรรมอย่างธรรมะและอธรรม ทั้งๆที่ตัวมันเองคือขบวนการทางการเมืองที่ส่งผลทำลายวัฒนธรรมประชาธิปไตยและหลักความเท่าเทียมของประชนในสังคม ด้วยเหตุนี้ การเคลื่อนไหวของ กปปส. จึงเป็นการเคลื่อนไหวแบบอนารยะที่มิเพียงแต่ขัดขวางพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยของไทย หากแต่ยังเป็นการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยกลไกของการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะการกีดกันผู้คนที่เห็นต่างไปจากตนออกจากพื้นที่ความรับผิดชอบทางศีลธรรม จนทำให้ผู้เข้าร่วมขบวนการสามารถแสดงความรุนแรง ทำร้าย ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ด้วยมองว่าฝ่ายตรงข้ามหาใช่มนุษย์แต่คือปีศาจอันชั่วร้ายผู้ปราศจากความเป็นคน (จึงสามารถถูกทำร้าย/ทำลายได้อย่างถูกต้องชอบด้วยศีลธรรมและจรรยาตามที่ตนเชื่อว่ากำลังปกป้อง) เป็นงานเขียนที่อ่านสนุก อ่านได้เพลินๆ แม้ข้อมูลที่นำเสนออาจไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่การนำข้อมูลที่ทุกคนรู้กันดีมาวิเคราะห์เพื่อเปิดให้เห็นมิติทางทฤษฎีใหม่่ๆ อย่างเรื่องความรุนแรงทางศีลธรรม และที่ทางของความรุนแรงดังกล่าวในสังค��ไทย ก็ต้องถือว่าน่าชื่นชม และคู่ควรที่จะนำไปขบคิด ต่อยอดต่อไปในอนาคตpolitics
Khomkrit Pongwikran16 reviews1 followerFollowFollowDecember 10, 2022หนังสือว่าด้วยวิกฤตการเมืองปี 57 โดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่าทำอะไรบ้าง มีใครบ้าง แต่หากมุ่งวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมคนหลายหมื่นถึงมีความเชื่อร่วมไปกับแกนนำ ซึ่งผู้เขียนก็พยายามชี้ให้เห็นว่ามันผิดฝาผิดตัวหลายๆเรื่องป่าววะ ทั้งเรื่องการสู้แบบสันติอหิงสาที่จริงๆก็ใช้ความรุนแรงได้เพื่อผลสัมฤทธิ์, การมองคนอย่างไม่เท่าเทียม, การเชิดชูวีรบุรุษ(?)ป๊อบคอร์นหนังสือไม่ได้มุ่งเน้นบันทึก/ส่งต่อเรื่องเล่าเหตุการณ์ แต่เน้นวิเคราะห์ว่า กปปส เกิดขึ้นมาจากอะไร (ผิวเผินคือเกิดจากการเบียดบัง previllage ของชนชั้นกลางซึ่งหนังสือก็บอกว่ามันลึกกว่านั้น) ทำไมครั้งนี้ถึงเป็นครั้งแรก (น่าจะในโลก) ที่ประชาชนออกมารณรงค์-ยับยั้งการเลือกตั้ง (ประเทศอื่นเขามีแต่ขอให้มีจัดการเลือกตั้ง - -“)ที่อ่านแล้วอื้อหือสุดคือกลางๆเล่มที่หนังสือคัดคำพูด คำปราศรัยในตำนานของแกนนำ, ดารา, นักแสดง ที่ทั้งเหยียด, ด่าทอ, sexual harrassing คนที่อยู่ตรงข้าม (รัฐบาล, คนชนบท, etc) บางอันเคยผ่านตาแล้ว อย่าง ดร. เสรี ที่บอกว่าเสียงของคนชนบท 15 ล้านไม่เท่า 3 แสนคุณภาพไรงี้ แต่ที่ไม่เคยเห็นก็อย่างของแตงโม ภัทรธิดา, นพ.จากทางภาคอีสาน(จำชื่อไม่ได้) หรืออย่างธนา เธียรอัจฉริยะนี่ก็เอากับเขาด้วยช่วงท้ายก็เขียนให้เห็น pattern ของปี 57 กับ 49 ที่คล้ายกันคือ 1. รัฐบาลมีความนิยมมากจนเป็นภัยแก่ชนชั้นนำ 2. ใส่ร้ายด้วยข้อหาโกง**, จาบจ้วงเบื้องสูง 3. ปลุกระดมมวลชนล้มรัฐบาล 4. รัฐบาลยอมยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ก็ไม่ยอมและขัดขวางการเลือกตั้ง 5. ศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ 6. เกิดสูญญากาศทางการเมือง 7. รัฐประหารโดย Hero (**คือถ้าใครศึกษาเรื่องโครงสร้างรัฐราชการของไทย เราจะเห็นว่าการโกงมันเกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเจตนา แต่เพราะระบบมันห่วยมากจนคนต้องโกง ฉะนั้นใครขึ้นมาก็โกงหมดไม่ใช่เพราะเลวหมด แต่ระบบมันแย่จนการคอรัปชั่นมัน “ต้อง” เกิดขึ้นเพื่อให้กลไกต่างๆมันขับเคลื่อนไปได้)บางช่วงอ่านเพลิน บางช่วงหงุดหงิดว่าทำไมเขียนเหมือนประดิษฐ์ประดอยคำมากไปหน่อย ชอบแบบป๊อบคัลเจอร์อ่ะก็นะ..สำหรับผม ให้ 3 ดาวเพราะไม่เห็นจะมีอะไรใหม่ มันไม่เห็นจะซับซ้อนถึงขั้นมองไม่ออก จนต้องออกหนังสือมาวิเคราะห์เลยนี่หว่า
Thanyanuch Tantikul81 reviews19 followersFollowFollowNovember 11, 2022เปิดเปลือยวาทกรรม "คนดี" ที่ใช้เป็นรากฐานความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตยและสนับสนุนความรุนแรงของมวลชน กปปส. หนังสือชี้ให้เห็นความย้อนแย้งของขบวนการและการเลือกใช้โวหารในเชิงศีลธรรมและการอ้างความสันติ อหิงสา เพื่อสนับสนุนการกระทำในทางตรงข้ามต่อฝ่ายที่ถือเป็นศัตรูซึ่งได้ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ลงแล้วอย่างต่อเนื่อง เมื่อการต่อสู้และความไม่ลงรอยทางการเมืองถูกทำให้เป็นเรื่องขาวดำอย่างธรรมะกับอธรรม โดยฝั่ง กปปส ถือตัวเป็นฝั่งธรรมะที่ต้องปราบ "มาร" ความรุนแรงจึงไม่ใช่แค่เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องชอบธรรมเลยทีเดียว และความคิดที่ยกความดีขึ้นเหนือสิ่งใด ก็เป็นการสนับสนุนวาทกรรมต่อต้านประชาธิปไตยที่ว่าคนเราไม่เท่ากัน และไม่ควรมีสิทธิในการเลือกตั้งเท่ากัน วาทกรรม "คนดี" ยังเป็นการสนับสนุนการเหยียดคนที่เห็นต่างและความคิดแบบชาตินิยมสุดโต่ง ข้อบันทึกทางประวัติศาสตร์และข้อวิเคราะห์ในหนังสือเล่มนี้เมื่ออ่านตอนฝุ่นหายตลบไปแล้วหลายปีน่าจะทำให้ผู้อ่านหลายคนเห็นภาพชัดขึ้น โดยเฉพาะคำปราศรัยหลายท่อนที่เมื่อมาอ่านในหลายปีให้หลังน่าจะทำให้ผู้อ่านหลายคนถึงกับขนลุกขึ้นมาได้ทีเดียวว่าคนไทยเคยแสดงออกกันถึงขนาดนั้นได้อย่างไร
Ron Siriwat11 reviews2 followersFollowFollowNovember 16, 2022ใครลังเลอยู่ไม่ต้องคิดแล้ว ซื้ออ่านเลย คุ้มค่าน้ำพักน้ำแรงจากการ "ทำมาหากิน" ของคน "โง่ จน เจ็บ" อย่างเรา ๆ แน่นอนgreat-books-imo
Terdsak Jaidee70 reviewsFollowFollowApril 23, 2023ยุคสมัยนึง เรามองค่าของคนไม่เท่ากัน มองว่าคนชนบทโง่ และไร้ความคิด ทั้งๆ ที่คนในเมืองหลวงเองมี่โง่ และเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยได้ไม่ดีพอ
Khunpmai18 reviews6 followersFollowFollowJuly 16, 2023บริบทของ”คนดี”ที่ทำอะไรก็ไม่ผิด ส่งผลให้สังคมในทุกวันนี้ตรรกะมันผิดเพี้ยนไปหมด
Phaiy Supesuntorn43 reviews3 followersFollowFollowSeptember 9, 2023ตาสว่างอย่างแท้จริง ชวนให้สงสัยว่า ณ เวลานี้ เมื่อทักษิณกลับบ้านในปี 2023 เหล่าตัวละครในเล่มนี้ จะรู้สึกภาคภูมิใจอยู่หรือไม่?พฤติกรรมน่าขยะแขยงขั้นสุดสำหรับเหล่ากองเชียร์และคนดีย์ทั้งหลาย