What do you think?


หลอน
ความรู้สึก ‘หลอน’ ของคุณเกิดจากประสบการณ์แบบไหน
เพราะละเมอเพ้อว่าหน้ากากแสยะยิ้มให้
เพราะรู้สึกเหมือนเงามืดวูบไหวในมุมห้องสลัว
เพราะเห็นภาพสะท้อนบนกระจกฝ้ามัวเป็นใบหน้าคนอื่น...
พบกับนิยามความ ‘หลอน’ จากเรื่องสั้นและความเรียงโดย เอโดะงาวะ รัมโป นักเขียนนวนิยายสยองขวัญและสืบสวนสอบสวนผู้ยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น
สะท้อนกระแสความนิยมของสังคมญี่ปุ่นในยุคแห่งอิสรเสรี ที่ผู้คนแสวงหาสิ่งแปลกพิสดาร
วนเวียนอยู่กับแรงปรารถนา กามารมณ์ และความวิปริตผิดครรลอง
กลายเป็นกับดักอันหอมหวานเย้ายวนให้มนุษย์หลงมัวเมาไม่สิ้นสุด
เพราะละเมอเพ้อว่าหน้ากากแสยะยิ้มให้
เพราะรู้สึกเหมือนเงามืดวูบไหวในมุมห้องสลัว
เพราะเห็นภาพสะท้อนบนกระจกฝ้ามัวเป็นใบหน้าคนอื่น...
พบกับนิยามความ ‘หลอน’ จากเรื่องสั้นและความเรียงโดย เอโดะงาวะ รัมโป นักเขียนนวนิยายสยองขวัญและสืบสวนสอบสวนผู้ยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น
สะท้อนกระแสความนิยมของสังคมญี่ปุ่นในยุคแห่งอิสรเสรี ที่ผู้คนแสวงหาสิ่งแปลกพิสดาร
วนเวียนอยู่กับแรงปรารถนา กามารมณ์ และความวิปริตผิดครรลอง
กลายเป็นกับดักอันหอมหวานเย้ายวนให้มนุษย์หลงมัวเมาไม่สิ้นสุด
- GenresHorror
204 pages
Published October 1, 2022
About the author
Edogawa Rampo
895 books1,140 followersHirai Tarō (平井 太郎), better known by the pseudonym Rampo Edogawa ( 江戸川 乱歩), sometimes romanized as "Ranpo Edogawa", was a Japanese author and critic who played a major role in the development of Japanese mystery fiction.
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 21 of 21 reviews
November 1, 2022
กลับมาอีกครั้งกับรวมเรื่องสั้นของปู่รัมโป ที่ยังคงมาในธีมเดิม เเนวเดิมไม่เปลี่ยนเเปลง
จากการอ่านงานของปู่เเกมาได้ประมาณนึง ผมพบว่างานของปู่เเกมีจุดโดดเด่นอยู่อย่างหนึ่งที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของงาน
เเนวนี้ที่นักเขียนรุ่นต่อๆมานำมาหยิบใช้อยู่ทุกวันนี้ คือ การฉีกเส้นศีลธรรมที่ใช้เเบ่งเเยกผู้คนที่ปกติกับผู้คนที่ยอมข้ามเส้นเเบ่งนี้ไป
งานของปู่รัมโปจะหยิบจับเอาอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งทีมนุษย์พึงมี มาฉีกออกเเละดันอารมณ์เหล่านั้นให้ออกไปสุดขอบจินตนาการจะไปถึง จากนั้นจึงเอาตัวละครหลักในเรื่องนั้นครอบลงไป เเล้วให้ตัวละครเดินตามที่อารมณ์ที่ไร้บังเหียนเเล้วลากไปสู่จุดจบของเรื่องราว
เรื่องสั้นเกือบทั้งหมดเล่นกับธีมนี้เลยครับ ทำให้งานของปู่รัมโป จะเอนเอียงไปในทิศทางน่าขยะเเขยงมากกว่าสยดสยองที่มีคำเรียกเเบบเท่ๆว่า Ero Guro Nonsense เพราะเมื่อเราหยิบเส้นเเบ่งพวกนี้ออกไป ซึ่งในบางครั้งเราเรียกเส้นเเบ่งนี้ว่า "ศีลธรรม" เราจะรู้สึกถึงความไม่ค่อยสบายใจ รู้สึกอึกอัดมากกว่าจะหวาดกลัวเหมือนที่เราจะพบเมื่อดูหนังผี หนังสัตว์ประหลาดที่มีซีนตุ้งเเช่โผล่ออกมาหาเรา
เเต่เมื่อเส้นเเบ่งนี้ถูกเรียกว่าศีลธรรม งานของปู่รัมโปจึงมีจุดอ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ ความดิ้นได้ของศีลธรรมที่กาลเวลาจะทำให้เปลี่ยนไป งานในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนในจุดนั้นเลยครับ
อย่างเรื่องเเรก วิปริตพิศวาส ที่พูดถึงความพิศวาสที่ภริยามีต่อตัวสามีที่มีรูปลักษณ์วิปริต เเละเรื่องที่สี่ สิเน่หาอมนุษย์ ที่พูดถึงความรักต่อสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างเเลกได้ด้วยชีวิต หากเราพิจารณาในยุคสมัยนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เเปลกอะไรมากมายนัก พอเข้าใจที่ไปที่มาได้ เเต่หากเเฟร์ สมมติเรานั่งไทมืเเมชชีนไปในช่วงเวลาที่มันถูกเขียนออกมา เเล้วได้อ่านมันครั้งเเรก ศีลธรรมที่ถูกนำมาจัดเเสดงนี้ ทำให้คนอ่านสะอิดสะเอียดได้อย่างไม่ยากเย็นเลย เพราะมันผิดเพี้ยนไปจากความรับรู้ทั่วไปของยุคสมัยนั้นชัดเจนมาก
ส่วนเรื่อง ขุมนรกกระจกเงา เรื่องนี้หยิบเอาศีลธรรมของความคลั่งไคล้ที่ไปผิดทิศผิดทาง หรือ อาจจะไม่ผิดทิศ เเต่กลับกลายเป็นการมีที่มากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีก ซึ่งนำพาไปหาจุดจบที่คนอ่านคาดเดาได้เเหละครับ เพียงเเค่ว่าเราจะเดามันจะออกมาในรูปลักษณะใดเท่านั้นเอง
อีกสองเรื่อง คือ ฝันกลางวัน เเละ มรณกรรมของคนละเมอ เรื่องทั้งสองนี้ออกจากฉีกไปจากเรื่องที่เหลืออยู่บ้าง มันนำเอาความเป็นทริลเลอร์ไขปริศนาเข้ามาเเทนที่องค์ประกอบความผิดเพี้ยนในอารมณ์ของมนุษย์ ผมคิดว่าสองเรื่องนี้เอมาคั่นระหว่างเรื่องที่เหลือเพื่อลดความอึดอัดจากการอ่านเรื่องก่อน เป็นการวางเก้าอี้ให้นั่งพัก ผ้าเย็นลูบหน้านิดหน่อย เอาน้ำมาให้ดื่มเเต่เป็นน้ำขิงโซดาที่เผ็ดเเละซ่าให้ตื่นตัวเพื่อพร้อมไปรับมือกับเรื่องต่อไปที่จะพาคนอ่านให้อึดอัดยึกยักอีกที
ส่วนความเรียงสุดท้าย ไม่สามารถสปอยอะไรได้ เพราะผูกโยงกับเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้เห็นว่าปู่รัมโปไม่จำเป็นต้องเขียนนิยายเพื่อเเสดงความขยะเเขยงเท่านั้น ความเรียงปู่เเกก้เขียนออกมาให้คนอ่านขมวดคิ้วไไม่สบายตัวได้เช่นกัน
ความขยะเเขยงเเละความอึดอัด คือสิ่งที่ปู่รัมโปมอบให้เเก่ผู้อ่านเรื่องสั้นของปู่ทุกคน เเม้ว่าพลังของมันจะลดลงไปบ้างเมื่อกาลเวลาทำให้ศีลธรรมในยุคสมันมันเปลี่ยนไป เเต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าปู่เเกเป็นนักเขียนที่หยิบสันดาบดิบของมนุษย์มาเขียนได้อย่างมีลีลาไม่น่าเบื่อ เเม้งานจะมีอายุร่วม 100 ปีเเล้วก็ตาม
จากการอ่านงานของปู่เเกมาได้ประมาณนึง ผมพบว่างานของปู่เเกมีจุดโดดเด่นอยู่อย่างหนึ่งที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของงาน
เเนวนี้ที่นักเขียนรุ่นต่อๆมานำมาหยิบใช้อยู่ทุกวันนี้ คือ การฉีกเส้นศีลธรรมที่ใช้เเบ่งเเยกผู้คนที่ปกติกับผู้คนที่ยอมข้ามเส้นเเบ่งนี้ไป
งานของปู่รัมโปจะหยิบจับเอาอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งทีมนุษย์พึงมี มาฉีกออกเเละดันอารมณ์เหล่านั้นให้ออกไปสุดขอบจินตนาการจะไปถึง จากนั้นจึงเอาตัวละครหลักในเรื่องนั้นครอบลงไป เเล้วให้ตัวละครเดินตามที่อารมณ์ที่ไร้บังเหียนเเล้วลากไปสู่จุดจบของเรื่องราว
เรื่องสั้นเกือบทั้งหมดเล่นกับธีมนี้เลยครับ ทำให้งานของปู่รัมโป จะเอนเอียงไปในทิศทางน่าขยะเเขยงมากกว่าสยดสยองที่มีคำเรียกเเบบเท่ๆว่า Ero Guro Nonsense เพราะเมื่อเราหยิบเส้นเเบ่งพวกนี้ออกไป ซึ่งในบางครั้งเราเรียกเส้นเเบ่งนี้ว่า "ศีลธรรม" เราจะรู้สึกถึงความไม่ค่อยสบายใจ รู้สึกอึกอัดมากกว่าจะหวาดกลัวเหมือนที่เราจะพบเมื่อดูหนังผี หนังสัตว์ประหลาดที่มีซีนตุ้งเเช่โผล่ออกมาหาเรา
เเต่เมื่อเส้นเเบ่งนี้ถูกเรียกว่าศีลธรรม งานของปู่รัมโปจึงมีจุดอ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ ความดิ้นได้ของศีลธรรมที่กาลเวลาจะทำให้เปลี่ยนไป งานในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนในจุดนั้นเลยครับ
อย่างเรื่องเเรก วิปริตพิศวาส ที่พูดถึงความพิศวาสที่ภริยามีต่อตัวสามีที่มีรูปลักษณ์วิปริต เเละเรื่องที่สี่ สิเน่หาอมนุษย์ ที่พูดถึงความรักต่อสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างเเลกได้ด้วยชีวิต หากเราพิจารณาในยุคสมัยนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เเปลกอะไรมากมายนัก พอเข้าใจที่ไปที่มาได้ เเต่หากเเฟร์ สมมติเรานั่งไทมืเเมชชีนไปในช่วงเวลาที่มันถูกเขียนออกมา เเล้วได้อ่านมันครั้งเเรก ศีลธรรมที่ถูกนำมาจัดเเสดงนี้ ทำให้คนอ่านสะอิดสะเอียดได้อย่างไม่ยากเย็นเลย เพราะมันผิดเพี้ยนไปจากความรับรู้ทั่วไปของยุคสมัยนั้นชัดเจนมาก
ส่วนเรื่อง ขุมนรกกระจกเงา เรื่องนี้หยิบเอาศีลธรรมของความคลั่งไคล้ที่ไปผิดทิศผิดทาง หรือ อาจจะไม่ผิดทิศ เเต่กลับกลายเป็นการมีที่มากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีก ซึ่งนำพาไปหาจุดจบที่คนอ่านคาดเดาได้เเหละครับ เพียงเเค่ว่าเราจะเดามันจะออกมาในรูปลักษณะใดเท่านั้นเอง
อีกสองเรื่อง คือ ฝันกลางวัน เเละ มรณกรรมของคนละเมอ เรื่องทั้งสองนี้ออกจากฉีกไปจากเรื่องที่เหลืออยู่บ้าง มันนำเอาความเป็นทริลเลอร์ไขปริศนาเข้ามาเเทนที่องค์ประกอบความผิดเพี้ยนในอารมณ์ของมนุษย์ ผมคิดว่าสองเรื่องนี้เอมาคั่นระหว่างเรื่องที่เหลือเพื่อลดความอึดอัดจากการอ่านเรื่องก่อน เป็นการวางเก้าอี้ให้นั่งพัก ผ้าเย็นลูบหน้านิดหน่อย เอาน้ำมาให้ดื่มเเต่เป็นน้ำขิงโซดาที่เผ็ดเเละซ่าให้ตื่นตัวเพื่อพร้อมไปรับมือกับเรื่องต่อไปที่จะพาคนอ่านให้อึดอัดยึกยักอีกที
ส่วนความเรียงสุดท้าย ไม่สามารถสปอยอะไรได้ เพราะผูกโยงกับเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้เห็นว่าปู่รัมโปไม่จำเป็นต้องเขียนนิยายเพื่อเเสดงความขยะเเขยงเท่านั้น ความเรียงปู่เเกก้เขียนออกมาให้คนอ่านขมวดคิ้วไไม่สบายตัวได้เช่นกัน
ความขยะเเขยงเเละความอึดอัด คือสิ่งที่ปู่รัมโปมอบให้เเก่ผู้อ่านเรื่องสั้นของปู่ทุกคน เเม้ว่าพลังของมันจะลดลงไปบ้างเมื่อกาลเวลาทำให้ศีลธรรมในยุคสมันมันเปลี่ยนไป เเต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าปู่เเกเป็นนักเขียนที่หยิบสันดาบดิบของมนุษย์มาเขียนได้อย่างมีลีลาไม่น่าเบื่อ เเม้งานจะมีอายุร่วม 100 ปีเเล้วก็ตาม
August 7, 2026
เล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นคัดสรรของเอโดะงาวะ รัมโป ภายใต้ธีมที่ชื่อว่า ’หลอน‘ ที่เล่าผสมผสานกันหลายศาสตร์หลายแขนง อาทิ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา และปรัชญาเอาไว้อย่างลงตัว
ทุกเรื่องสั้นเป็นแนวสยองขวัญหมดเลยค่ะ ไม่มีผีแม้แต่น้อย มีแต่มนุษย์ตัวดีย์นี่แหละ เป็นการตอกย้ำว่าจิตใจมนุษย์ด้านมืดนั้นน่ากลัวกว่าผีเป็นไหนๆ 5555
วิปริตพิศวาส — เรื่องของหญิงที่ต้องดูแลสามีอดีตทหารผู้ที่ร่างกายพิการจากการสงครามเหลือเพียงก้อนเนื้อน่าขยะแขยงที่ดิ้นไปมา เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกสลดระคนวิปริตสมชื่อเลยค่ะ มีทั้งความน่าเห็นใจน่าสงสาร แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกชวนแหวะเป็นที่สุด
ฝันกลางวัน — เรื่องของชายผู้คลั่งรักที่ออกมาป่าวประกาศถึงความรักอันสูงส่งของตัวเอง ความรักที่หลงใหลในตัวหญิงสาวจนถึงกับต้องฆ่าทิ้งซะ! เป็นเรื่องที่สั้นที่สุด อ่านแล้วเห็นแต่คนบ้าค่ะ 5555
ขุมนรกกระจกเงา — เรื่องของชายผู้ชื่นชอบกระจกสารพัดชนิด แต่ดูเหมือนจะชอบมากไปจนเริ่มกลายเป็นบ้า 5555 ตอนอ่านก็รู้แล้วว่า เจอคนบ้าอีกเรื่องแล้วสินะ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าคนเราชื่นชอบของบางอย่างแบบสุดโต่งมากเกินไป ชีวิตจะจบที่ตรงไหน
มรณกรรมของคนละเมอ — เรื่องของชายตกงานที่มีปัญหาเรื่องการนอนละเมอ โดยระหว่างที่กำลังหางานใหม่ เขาได้มาพักอาศัยกับพ่อผู้แก่ชรา แต่ก็ไม่วายเกิดเรื่องจนได้! เป็นเรื่องที่ออกจะสะท้อนสังคมอยู่หน่อยๆ และมีดราม่าครอบครัวนิดๆ แต่โทนเรื่องออกจะแหวกกว่าเรื่องอื่นอยู่ มีความสืบสวนและตลกร้ายในตัวด้วย
สิเน่หาอมนุษย์ — เรื่องของหญิงที่สงสัยว่าสามีรูปงามของหล่อนกำลังแอบคบชู้ เป็นเรื่องที่เล่นกับความสอดรู้สอดเห็นของคนอ่านได้ดี 5555 ถึงดูธรรมดาคาดเดาได้ แต่ชอบการบรรยายความรู้สึกของตัวละครมาก เหมือนเราได้เข้าไปนั่งอยู่กลางใจคุณเธอเลยค่ะ ทั้งโกรธเกรี้ยว ทั้งหึงหวง ทั้งสงสัย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจใดๆ คือถาโถมสุดๆ
ความเรียง เรื่อง ‘ตุ๊กตา’ — เป็นความเรียงจริงๆ นั่นแหละ เหมือนเป็นบทความเชิงวิชาการที่มาอธิบายเกี่ยวกับตุ๊กตาประเภทต่างๆ ในเชิงความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อขยายความเรื่องสั้น ‘สิเน่หาอมนุษย์’ ให้มีความลงตัวและเข้าใจบริบทมากขึ้น
โดยสรุปแล้ว เป็นรวมเรื่องสั้นที่หลอนกำลังดี ไม่น่ากลัวมาก และสะท้อนบางอย่างในต้องขบคิดหลังอ่านแต่ละเรื่องจบเสมอ
ทุกเรื่องสั้นเป็นแนวสยองขวัญหมดเลยค่ะ ไม่มีผีแม้แต่น้อย มีแต่มนุษย์ตัวดีย์นี่แหละ เป็นการตอกย้ำว่าจิตใจมนุษย์ด้านมืดนั้นน่ากลัวกว่าผีเป็นไหนๆ 5555
วิปริตพิศวาส — เรื่องของหญิงที่ต้องดูแลสามีอดีตทหารผู้ที่ร่างกายพิการจากการสงครามเหลือเพียงก้อนเนื้อน่าขยะแขยงที่ดิ้นไปมา เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกสลดระคนวิปริตสมชื่อเลยค่ะ มีทั้งความน่าเห็นใจน่าสงสาร แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกชวนแหวะเป็นที่สุด
ฝันกลางวัน — เรื่องของชายผู้คลั่งรักที่ออกมาป่าวประกาศถึงความรักอันสูงส่งของตัวเอง ความรักที่หลงใหลในตัวหญิงสาวจนถึงกับต้องฆ่าทิ้งซะ! เป็นเรื่องที่สั้นที่สุด อ่านแล้วเห็นแต่คนบ้าค่ะ 5555
ขุมนรกกระจกเงา — เรื่องของชายผู้ชื่นชอบกระจกสารพัดชนิด แต่ดูเหมือนจะชอบมากไปจนเริ่มกลายเป็นบ้า 5555 ตอนอ่านก็รู้แล้วว่า เจอคนบ้าอีกเรื่องแล้วสินะ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าคนเราชื่นชอบของบางอย่างแบบสุดโต่งมากเกินไป ชีวิตจะจบที่ตรงไหน
มรณกรรมของคนละเมอ — เรื่องของชายตกงานที่มีปัญหาเรื่องการนอนละเมอ โดยระหว่างที่กำลังหางานใหม่ เขาได้มาพักอาศัยกับพ่อผู้แก่ชรา แต่ก็ไม่วายเกิดเรื่องจนได้! เป็นเรื่องที่ออกจะสะท้อนสังคมอยู่หน่อยๆ และมีดราม่าครอบครัวนิดๆ แต่โทนเรื่องออกจะแหวกกว่าเรื่องอื่นอยู่ มีความสืบสวนและตลกร้ายในตัวด้วย
สิเน่หาอมนุษย์ — เรื่องของหญิงที่สงสัยว่าสามีรูปงามของหล่อนกำลังแอบคบชู้ เป็นเรื่องที่เล่นกับความสอดรู้สอดเห็นของคนอ่านได้ดี 5555 ถึงดูธรรมดาคาดเดาได้ แต่ชอบการบรรยายความรู้สึกของตัวละครมาก เหมือนเราได้เข้าไปนั่งอยู่กลางใจคุณเธอเลยค่ะ ทั้งโกรธเกรี้ยว ทั้งหึงหวง ทั้งสงสัย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจใดๆ คือถาโถมสุดๆ
ความเรียง เรื่อง ‘ตุ๊กตา’ — เป็นความเรียงจริงๆ นั่นแหละ เหมือนเป็นบทความเชิงวิชาการที่มาอธิบายเกี่ยวกับตุ๊กตาประเภทต่างๆ ในเชิงความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อขยายความเรื่องสั้น ‘สิเน่หาอมนุษย์’ ให้มีความลงตัวและเข้าใจบริบทมากขึ้น
โดยสรุปแล้ว เป็นรวมเรื่องสั้นที่หลอนกำลังดี ไม่น่ากลัวมาก และสะท้อนบางอย่างในต้องขบคิดหลังอ่านแต่ละเรื่องจบเสมอ
July 14, 2026
หยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านเพราะสะดุดกับคำโปรยหลังเล่ม แล้วก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีผีหรือวิญญาณ แต่ความดิบของมนุษย์น่ากลัวกว่าสิ่งลี้ลับ พออ่านจบก็รู้สึกว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ หลอนสันดานดิบของคน อ่านแล้วขยะแขยงเพราะเผลอจินตนาการตาม เป็นความรู้สึกที่ติดอยู่ในหัวหลังอ่านจบ(แต่ก็ชอบนะ)
ถึงหน้าปกจะใช้คำว่า “หลอน” แต่ส่วนตัวให้ความรู้สึกหดหู่และเวทนาผู้คนในยุคนั้นมากกว่า เป็นความหลอนที่ทิ้งความเศร้าไว้มากกว่าความตกใจ
ปล.เรื่องแรกยังเป็นเรื่องที่ชอบที่สุดในเล่ม
ถึงหน้าปกจะใช้คำว่า “หลอน” แต่ส่วนตัวให้ความรู้สึกหดหู่และเวทนาผู้คนในยุคนั้นมากกว่า เป็นความหลอนที่ทิ้งความเศร้าไว้มากกว่าความตกใจ
ปล.เรื่องแรกยังเป็นเรื่องที่ชอบที่สุดในเล่ม
October 25, 2022
หนังสือเล่มนี้ไม่มีผีสักตัว แต่ทำไมถึงขนลุกได้วะ 😧 เป็นอีกหนึ่งเล่มที่ต้องกราบคารวะ อ.รัมโป ลงตัวเหลือเกิน 6 เรื่องสั้นเรียงลำดับอารมณ์มาได้อย่างดีเยี่ยม
- เรื่องแรก "วิปริตพิศวาส" เปิดมาโคตรหนัก อ่านไปพักไป มีความกระอักกระอ่วน แต่ปนความเวทนา
- เรื่องที่ 2 "ฝันกลางวัน" เป็นเรื่องเบาๆ ที่หยุดพักสมองจากเรื่องแรก
-เรื่องที่ 3 "ขุมนรกกระจกเงา" กลับมาเข้มข้น ชวนพิศวง จนเกือบแทบบ้าไปด้วยกับตัวละครในเรื่อง
-เรื่องที่ 4 "มรณกรรมของคนละเมอ" ผ่อนคลายจากเรื่องที่ 3 แต่ก็ชวนน่าขบคิด
-เรื่องที่ 5 "สิเน่หาอมนุษย์" เป็นเรื่องที่ชอบที่สุด ตื่นเต้น ชวนค้นหา เดาทางไม่ถูก สุดท้ายก็ชวนอึ้ง
-เรื่องที่ 6 "ตุ๊กตา" ผ่อนคลายเตรียมเข้านอน แต่ก็ชวนอยากให้ไปศึกษาเรื่องราวที่เล่ามานะ น่าสนใจมาก
เอาเป็นว่าอ่านวันเดียวจบ วางไม่ลงเลย งานของ อ.รัมโป อ่านเมื่อไรก็มีความคลาสสิค ทันสมัยอยู่ตลอด อันนี้สิ Modern Classic ของแท้ 😀
- เรื่องแรก "วิปริตพิศวาส" เปิดมาโคตรหนัก อ่านไปพักไป มีความกระอักกระอ่วน แต่ปนความเวทนา
- เรื่องที่ 2 "ฝันกลางวัน" เป็นเรื่องเบาๆ ที่หยุดพักสมองจากเรื่องแรก
-เรื่องที่ 3 "ขุมนรกกระจกเงา" กลับมาเข้มข้น ชวนพิศวง จนเกือบแทบบ้าไปด้วยกับตัวละครในเรื่อง
-เรื่องที่ 4 "มรณกรรมของคนละเมอ" ผ่อนคลายจากเรื่องที่ 3 แต่ก็ชวนน่าขบคิด
-เรื่องที่ 5 "สิเน่หาอมนุษย์" เป็นเรื่องที่ชอบที่สุด ตื่นเต้น ชวนค้นหา เดาทางไม่ถูก สุดท้ายก็ชวนอึ้ง
-เรื่องที่ 6 "ตุ๊กตา" ผ่อนคลายเตรียมเข้านอน แต่ก็ชวนอยากให้ไปศึกษาเรื่องราวที่เล่ามานะ น่าสนใจมาก
เอาเป็นว่าอ่านวันเดียวจบ วางไม่ลงเลย งานของ อ.รัมโป อ่านเมื่อไรก็มีความคลาสสิค ทันสมัยอยู่ตลอด อันนี้สิ Modern Classic ของแท้ 😀
March 28, 2024
เคยอ่านงานรัมโปเรื่องเดียวคือเก้าอี้คนเป็น (อยู่ในเล่ม "วิปลาส") ซึ่งหลอนมากๆ ก่อนอ่านเล่มนี้เลยเตรียมใจไว้ว่าต้องหลอนแน่ แต่กลายเป็นว่าอ่านเล่มนี้จบแล้วไม่หลอนเลย รู้สึกหดหู่ซะมากกว่า เพราะมันมีแต่เรื่องราวความตายอันน่าสลดใจ ความเจ็บป่วยทั้งกายและใจ บาดแผลจากสงคราม ความดำมืดของจิตใจมนุษย์ อ่านแล้วออกแนวรันทดปลดปลง สิ่งที่ประทับใจคือคนแปลเก่งมากๆ แปล 人でなしの恋 ออกมาเป็น "สิเน่หาอมนุษย์" ได้ยังไง โอ้โห สุดยอด
March 11, 2023
อ่านไปก็รู้สึกเสียวใส้ ความหลอนในเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจิตใจของมนุษย์ล้วนๆ ความกดดันบางอย่าง ความคลั่งไคล้ ความหมกมุ่น ความหวาดระแวง ความรู้สึกด้านมืดถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสมเหตุสมผล อ่านด้วยความระทึก ตื่นเต้น สลดหดหู่ คละเคล้ากันไป_
January 12, 2024
หลอนๆตามแบบของรัมโป บางเรื่องก็ทิ้งปมไว้ให้คนอ่านคิดต่อเอง
August 25, 2023
สนุก ดี ผลงานสมเป็นเอโดงาวะ รัมโปะ
แต่เรื่องสั้นชุดนี้ไม่ได้ทำให้เราว้าวเท่าเรื่องอื่น ๆ ของคุณเขา ในทางกลับกัน เรากลับชอบที่ได้เห็นความเนิร์ดบ้าบอของเขาในเรื่องสุดท้ายมากกว่า เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีทีเดียวว่า ตัวละครที่เรามองว่า ‘วิปริตวิตถาร’ ‘ประหลาด’ หรือ ‘ไม่ปกติ’ ที่เราเคยได้อ่านกันออกแนวจะอยู่ในความคิดของคุณเขาเองนั่นแหละ ไม่ได้หยิบยกมาจากไหนหรอก
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะไม่ได้ชอบเรื่องสั้นเหล่านี้เท่าไหร่นัก ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง เฉย ๆ บ้าง แล้วแต่อารมณ์ ความรู้สึกตอนอ่าน และประสบการณ์ของเราที่ได้พานพบมาตลอด 19 ปี (ตั้งแต่เล็กถึงปัจจุบัน) แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือ เรื่องสั้นแต่ละเรื่องได้เข้าไปอยู่ในหัวของเราแล้วเรียบร้อย (พูดไปก็ขำตัวเองค่ะ ขนาดอ่านนิยายกุ๊กกิ๊ก ตัวละครเรียกคนข้างหน้าว่าก้อนกลม ๆ ด้วยความเอ็นดู ไอ้เราก็ยังนึกถึงเรื่องสั้นเรื่องแรกในหนังสือเล่มนี้)
สิ่งที่อยากจะสื่อถึงชุดรวมเรื่องสั้นของรัมโปะคงมีเท่านี้ เรียกได้ว่าแค่ 30% ของความรู้สึก ส่วนที่เหลือกรี๊ดกร๊าดกับนักแปลอย่างเดียว
ขอขอบคุณ คุณพรพิรุณ กิจสมเจตน์ค่ะ ทุกครั้งที่เห็นว่าชื่อนี้ถูกแปะบนหน้าปกอาชญนิยายญี่ปุ่น เราดีใจเสมอ ไม่เคยผิดหวังในสำนวนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
แต่เรื่องสั้นชุดนี้ไม่ได้ทำให้เราว้าวเท่าเรื่องอื่น ๆ ของคุณเขา ในทางกลับกัน เรากลับชอบที่ได้เห็นความเนิร์ดบ้าบอของเขาในเรื่องสุดท้ายมากกว่า เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีทีเดียวว่า ตัวละครที่เรามองว่า ‘วิปริตวิตถาร’ ‘ประหลาด’ หรือ ‘ไม่ปกติ’ ที่เราเคยได้อ่านกันออกแนวจะอยู่ในความคิดของคุณเขาเองนั่นแหละ ไม่ได้หยิบยกมาจากไหนหรอก
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะไม่ได้ชอบเรื่องสั้นเหล่านี้เท่าไหร่นัก ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง เฉย ๆ บ้าง แล้วแต่อารมณ์ ความรู้สึกตอนอ่าน และประสบการณ์ของเราที่ได้พานพบมาตลอด 19 ปี (ตั้งแต่เล็กถึงปัจจุบัน) แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือ เรื่องสั้นแต่ละเรื่องได้เข้าไปอยู่ในหัวของเราแล้วเรียบร้อย (พูดไปก็ขำตัวเองค่ะ ขนาดอ่านนิยายกุ๊กกิ๊ก ตัวละครเรียกคนข้างหน้าว่าก้อนกลม ๆ ด้วยความเอ็นดู ไอ้เราก็ยังนึกถึงเรื่องสั้นเรื่องแรกในหนังสือเล่มนี้)
สิ่งที่อยากจะสื่อถึงชุดรวมเรื่องสั้นของรัมโปะคงมีเท่านี้ เรียกได้ว่าแค่ 30% ของความรู้สึก ส่วนที่เหลือกรี๊ดกร๊าดกับนักแปลอย่างเดียว
ขอขอบคุณ คุณพรพิรุณ กิจสมเจตน์ค่ะ ทุกครั้งที่เห็นว่าชื่อนี้ถูกแปะบนหน้าปกอาชญนิยายญี่ปุ่น เราดีใจเสมอ ไม่เคยผิดหวังในสำนวนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
April 16, 2025
Rating: ★★★☆☆ (3/5)
หลอน เย็นยะเยือก และหดหู่ในระดับจิตวิญญาณ
รวมเรื่องสั้น ชุดหลอน ของเอโดงาวะ รัมโปะ (แปลโดย อ.พรพิรุณ) ประกอบด้วยเรื่องสั้น 5 เรื่องและความเรียงอีก 1 ชิ้น ที่ถ่ายทอดโลกอันบิดเบี้ยวระหว่างมนุษย์และนรกในใจอย่างชวนขนลุก
ทุกเรื่องเหมือนพาเราไปติดอยู่ใน “ห้วงนรก” ที่ตัวละครไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องแลกด้วยชีวิตหรือสติสัมปชัญญะเพื่อจะหลุดพ้นออกมา—ทางออกมีอยู่ แต่ไม่มีใครออกมาเหมือนเดิม
สิ่งที่โดดเด่นมากคือการแปลของ อ.พรพิรุณ ใช้ภาษาคมและประหยัดคำแต่เต็มไปด้วยภาพ เห็นชัดขนาดที่บางฉากต้องวางหนังสือลง เพราะรู้สึกมวนท้องด้วยความหลอนและสะอิดสะเอียน (ในทางที่ดี) ถือว่าเป็นผลงานแปลที่แม่นยำและทรงพลังมาก
ถ้าใครชอบงานเขียนที่พาเราไปสำรวจขอบเขตของความเป็นมนุษย์ผ่านความหลอนและจิตวิทยาลึกๆ — เล่มนี้อาจไม่ใช่แค่การอ่าน แต่อาจเป็นการเผชิญหน้ากับความกลัวในตัวเอง
หลอน เย็นยะเยือก และหดหู่ในระดับจิตวิญญาณ
รวมเรื่องสั้น ชุดหลอน ของเอโดงาวะ รัมโปะ (แปลโดย อ.พรพิรุณ) ประกอบด้วยเรื่องสั้น 5 เรื่องและความเรียงอีก 1 ชิ้น ที่ถ่ายทอดโลกอันบิดเบี้ยวระหว่างมนุษย์และนรกในใจอย่างชวนขนลุก
ทุกเรื่องเหมือนพาเราไปติดอยู่ใน “ห้วงนรก” ที่ตัวละครไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องแลกด้วยชีวิตหรือสติสัมปชัญญะเพื่อจะหลุดพ้นออกมา—ทางออกมีอยู่ แต่ไม่มีใครออกมาเหมือนเดิม
สิ่งที่โดดเด่นมากคือการแปลของ อ.พรพิรุณ ใช้ภาษาคมและประหยัดคำแต่เต็มไปด้วยภาพ เห็นชัดขนาดที่บางฉากต้องวางหนังสือลง เพราะรู้สึกมวนท้องด้วยความหลอนและสะอิดสะเอียน (ในทางที่ดี) ถือว่าเป็นผลงานแปลที่แม่นยำและทรงพลังมาก
ถ้าใครชอบงานเขียนที่พาเราไปสำรวจขอบเขตของความเป็นมนุษย์ผ่านความหลอนและจิตวิทยาลึกๆ — เล่มนี้อาจไม่ใช่แค่การอ่าน แต่อาจเป็นการเผชิญหน้ากับความกลัวในตัวเอง
December 1, 2023
อ่านวันเดียวจบเลย สนุกมากๆๆทั้งๆที่ไม่มีผีเลย เนื้อเรื่องทันสมัยสุดๆ จินตนาการล้ำเลิศมากๆ ไม่แปลกที่จะยกย่องให้ท่านเป็นตำนานของการเขียนนิยายแนวนี้ อ่านตอนนี้ก็ยังรู้สึกทึ่งจริงๆ
ชอบบทสุดท้ายที่มีการเขียนความเรียงบอกถึงที่มาที่ไปของการเขียนเรื่องตุ๊กตา ได้เห็นแนวคิดของอาจารย์คือเป็นนักเขียนที่เปิดโลกกว้างมากๆ
ชอบบทสุดท้ายที่มีการเขียนความเรียงบอกถึงที่มาที่ไปของการเขียนเรื่องตุ๊กตา ได้เห็นแนวคิดของอาจารย์คือเป็นนักเขียนที่เปิดโลกกว้างมากๆ
November 18, 2023
หลอนจริง ถึงขนาดต้องรำพึงอยู่ในใจขณะอ่าน มีทั้งความดิบ เถื่อน วิปริต วิปลาส มาครบชุด บรรยายออกมาในรูปแบบเรื่องสั้น 5 เรื่อง แม้โครงเรื่องจะแตกต่างกัน บรรยายถึงความหลอนของแต่ละแบบ แต่ทั้ง 5 เรื่องกับอ่านง่าย และมีความน่าสนใจอยู่ในเรื่อง ทำให้มีความอยากรู้ตอนจบ ว่าจะไปได้สุดแค่ไหน โดยรวมคืออ่านได้ แต่ควรตั้งสติก่อนอ่าน...
การแปล ทำออกมาได้ดี
เนื้อเรื่อง ประกอบไปด้วยเรื่องสั้น 5 เรื่อง และความเรียงอีก 1 เรื่อง
#Panอ่าน
การแปล ทำออกมาได้ดี
เนื้อเรื่อง ประกอบไปด้วยเรื่องสั้น 5 เรื่อง และความเรียงอีก 1 เรื่อง
#Panอ่าน
November 4, 2022
ชวนอึดอัดปนขยะแขยงมากว่าจะหลอน แต่ถ้าเมื่ออ่านไป
ก็แล้วแต่นักเขียนจะพาเราไปเลยเต็มที่ 55 มันก็ดีสนุกอ่านไปๆ ก็คิดว่า ผลงานของรัมโปไม่ล้าสมัยนะ หลายเรื่องเรายังเห็นได้อยู่เลยในปัจจุบัน
ก็แล้วแต่นักเขียนจะพาเราไปเลยเต็มที่ 55 มันก็ดีสนุกอ่านไปๆ ก็คิดว่า ผลงานของรัมโปไม่ล้าสมัยนะ หลายเรื่องเรายังเห็นได้อยู่เลยในปัจจุบัน
December 5, 2022
สมกับเป็นงานรัมโป ไม่เคยผิดหวัง
October 18, 2023
ที่หลอนมีแค่ชื่อเรื่อง เนื้อหาในเล่มคืออ่านไปขมวดคิ้วไป ยอมใจไอเดียนะ แต่อ่านจบแล้วก็...แค่เนี้ย?
July 29, 2024
รวมเรื่องสั้นของรัมโป อ่านเพลินๆใช้ได้ครับ แต่อย่างเดียวที่รู้สึกเสียความรู้สึกมากคือในคำนิยมมีข้อความสปอยล์ของเรื่องสั้นบางตอนอยู่
April 25, 2025
ฉันอ่านคืนเดียวจบเพราะสนุกมากๆ
May 2, 2025
- เรื่องตุ๊กตาก่อนจะเฉลยนี่จุดติดมาก หลอนมากๆ แต่พอเฉลยก็กลางๆ
- คนละเมอเลี้ยวสนุกมาก เรื่องอื่นๆ อยู่กลางๆ อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ไม่พลาดอะไรใดๆ
- คนละเมอเลี้ยวสนุกมาก เรื่องอื่นๆ อยู่กลางๆ อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ไม่พลาดอะไรใดๆ
May 22, 2025
หลอนจริงสมชื่อค่า
จุดเด่น
เอาจริงมันอ่านสนุกมากเลยนะ แป็ปเดียวจบแล้ว
ข้อสังเกต....
เป็นเล่มที่อ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัดอะไรมากค่ะ
จุดเด่น
เอาจริงมันอ่านสนุกมากเลยนะ แป็ปเดียวจบแล้ว
ข้อสังเกต....
เป็นเล่มที่อ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัดอะไรมากค่ะ
January 7, 2026
คงคูลสำหรับเวลาที่แต่ง แต่พอเราเคยอ่านงานญปยุคปจบ.มาแล้วมันเลยเฉยกว่าที่คิด
August 29, 2026
หลอนจิงพี่ แทบอ้วก คุณรัมโปนี่เก่งจัง
สนพ. ก็ช่างคัดสรรและถ่ายทอดออกมาได้ดีสมกันด้วย
สนพ. ก็ช่างคัดสรรและถ่ายทอดออกมาได้ดีสมกันด้วย
December 29, 2024
ตรงเทสมาก ชอบกระจกเงากับเรื่องแรก เรื่องท้ายๆ เริ่มเนือย แต่ให้อภัย เพราะเรื่องแรกๆ ทำไว้ได้ดี
Displaying 1 - 21 of 21 reviews





















